จ้าวลู่ชิงยกยิ้มมุมปากก่อนจะกลับมาสะอื้นเช่นเดิม
“พวกเ้าขายสมุนไพรได้เงินมาเท่าใด”
“ขายสมุนไพรได้เงินสองร้อยห้าสิบก้วนเ้าค่ะ ข้าทำการรักษาอาการปวดท้องให้กับท่านหมอเทวดาหยางจึงได้ค่าตอบแทนมายี่สิบก้วน รวมทั้งหมดเป็สองร้อยเจ็ดสิบก้วนเ้าค่ะ”
นางรีบบอกจำนวนเงินที่หาได้ในวันนี้ให้ท่านปู่รับทราบส่งสายตาให้พลเงาที่ยืนนิ่งถือกล่องเงินั้แ่ต้น ไม่ทุกข์ร้อนว่าเกิดเหตุการณ์อันใด ทำเหมือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับพวกเขา
พลเงาทั้งสองวางกล่องเงินลงบนโต๊ะข้างนายท่านผู้เฒ่า จ้าวเฉิงมองพวงเงินที่อยู่ในหีบทั้งสองใบ
“บุตรสาวข้า เหตุใดถึงได้เก่งอย่างนี้นะ เก่งกาจกว่าหมอเทวดาเสียอีก”
จ้าวฮูหยินหน้าเบิกบานเมื่อรู้ว่าบุตรีหาเงินภายในวันเดียวได้มากถึงเพียงนี้ สามีนางรับราชการหนึ่งปียังมิได้เบี้ยหวัดมากเท่านี้เลย ไหนจะเก่งกาจด้านวิชาแพทย์จนสามารถรักษาอาการให้หมอเทวาดาผู้นั้นได้อีก
“พวกเ้าสองพี่น้องเข้าไปเล่นการพนันในบ่อน ได้หรือเสีย”
จ้าวลู่ชิงสังเกตสีหน้าเห็นว่าท่านปู่ไม่โกรธเหมือนเริ่มแรกก็ถลาเข้าไปเกาะขา “ได้สิเ้าค่ะ”
“ได้ แล้วเงินอยู่ที่ใด”
จ้าวลู่ชิงส่งสายตาให้พลเงาไปนำเงินจากห้องพี่ชายและนำข้อความไปถ่ายทอดให้สาวใช้ของนางนำเงินจากห้องมาที่เรือนใหญ่
“ท่านปู่รอสักครู่นะเ้าคะ”
“ฮึ!”
“ข้าตั้งกฎขึ้นเพราะไม่อยากให้ลูกหลานหลงมัวเมากับการพนัน ยามใดที่ถูกผีพนันเข้าสิงทรัพย์สมบัติของตระกูลก็ถูกผลาญหมดเกลี้ยง บางคนต้องขายลูกขายภรรยาใช้หนี้ ตัวอย่างก็มีให้เห็นหลายตระกูล หากพวกเ้าไม่อยากเป็เช่นนั้นก็อยู่ให้ห่างจากอบายมุขพวกนี้ เ้าของบ่อนหาใช่พระโพธิสัตว์”
จ้าวเฉิงอธิบายให้หลานทั้งสองฟัง
“ใช่แล้วเ้าค่ะ บ่อนพนันล้วนไม่ซื่อสัตย์” จ้าวลู่ชิงสนับสนุนคำสอนของท่านปู่
“ฮึ!”
“วันนี้ท่านเซียนพนันไป๋ลู่ที่คนต่างเล่าลือกันว่าเก่งกาจมาเยือนอำเภอชิงเหอด้วยนะเ้าคะ คนต่างบอกว่าท่านเซียนพนันผู้นี้ซื่อสัตย์แต่เท่าที่ข้าเห็นเขาโกงด้วยเ้าค่ะ”
“เ้ารู้ว่าเขาโกง ไยต้องไปเล่นด้วยเล่า”
“ถึงเขาจะโกง แต่ข้าไม่ใช่ผู้ถูกโกงนะเ้าคะ ข้าและท่านพี่วางเดิมพันแค่สองตาก็ออกมาเลยเ้าค่ะ”
กล่องเงินจำนวนสี่ใบถูกนำวางต่อหน้าทุกคน ภายในกล่องมีเงินวางอยู่จนเต็ม ส่วนใหญ่เป็พวงเงินเหรียญทองแดง
“ทั้งหมดสี่ร้อยแปดสิบก้วนเ้าค่ะ”
“เ้าบอกว่าเท่าไหร่นะ!” จ้าวฮูหยินถามบุตรสาวเสียงดัง
“พวกข้าได้เงินจากบ่อนมาห้าร้อยก้วนเ้าค่ะ รวมกับเงินขายสมุนไพรและค่ารักษาผู้ป่วยสองร้อยเจ็ดสิบก้วน ทั้งหมดเป็เงินเจ็ดร้อยเจ็ดสิบก้วนเ้าค่ะ หักค่าใช้จ่ายวันนี้ไปยี่สิบก้วน เหลือเงินเจ็ดร้อยห้าสิบก้วน”
จ้าวลู่ชิงยืดอกรายงาน เงินค่าอาหารรวมไปถึงการซื้อชุดเพื่อปลอมตัวกับตบรางวัลให้กับเสี่ยวเอ้อในบ่อนทั้งหมดเป็จำนวนเงินก้อนใหญ่พอตัวหลายครอบครัวปีหนึ่งยังหาเงินจำนวนยี่สิบก้วนไม่ได้
“พวกเ้าหาเงินภายในวันเดียวได้มากมายถึงเพียงนี้เลยรึ” เหล่าฮูหยินแย้มรอยยิ้ม เงินเกือบแปดร้อยก้วนมิใช่น้อยสามารถซื้ออาหารเลี้ยงพวกตนและบ่าวในบ้านได้ปีถึงสองปีเลยทีเดียว
“พวกเ้ารีบนำเงินไปเก็บที่ห้องข้า ข้าจะได้ลงบัญชีถูก” จ้าวฮูหยิบรับผิดชอบเื่ดูแลค่าใช้จ่ายภายในบ้านรีบบอกให้บ่าวนำกล่องเงินไปเก็บไว้ในห้องของตน
“ข้าขอตัวไปทำบัญชีก่อนนะเ้าคะ” นางไม่ได้จับเงินเต็มมือมาหลายวันแล้ว เงินพวกนี้ให้ความรู้สึกดียิ่งกว่าทรัพย์สมบัติมากมายที่เคยเห็นตอนยังอยู่ในจวนฝู่กั๋วกงเสียอีก
“หากพวกเ้าสองพี่น้อง้าใช้เงินก็มาเบิกที่ข้าได้”
“ท่านแม่ ข้าต้องนำเงินไปจ่ายค่าแรงชาวบ้านที่ข้าจ้างให้ช่วยตกแต่งพวงผูเถา” จ่าวลู่ชิงรีบลุกขึ้นพุ่งตรงไปยังกล่องเงิน
“ได้! แม่จะให้เ้า เ้า้าเท่าใด”
“ห้าสิบก้วน”
“เ้าจะเอาไปทำอันใดมากมาย”
“ยี่สิบก้วนก็ได้เ้าค่ะ” เห็นมารดาถลึงตาดุก็รีบยิ้มประจบลดจำนวนเงินที่้า
“สิบก้วนพอ”
นับพวงเงินเหรียญจำนวนสิบก้วนใส่กล่องให้บุตรสาว ส่วนเงินก้อนกับพวงเงินเหรียญที่เหลือถูกยกตามไปยังห้อง
“คุณหนูเ้าคะ” ซูเซียงรีบเข้ามาภายในเรือนใหญ่ ก้มหน้าย่างเท้าแ่เบาเข้ามาหาคุณหนูของนาง
“บุตรชายหัวหน้าหมู่บ้านมาขอพบคุณหนูเ้าค่ะ”
“ใช่แล้ว! ข้าต้องนำเงินไปจ่ายค่าแรง ท่านปู่เ้าคะ”
“ไปเถิด จัดการธุระเสร็จแล้วเ้าค่อยกลับมาพบข้า” โบกมือไล่ให้นางไปจัดการธุระให้เสร็จ
หลานทั้งสองออกไปจากเรือนจ้าวเฉิงกับบุตรชายก็ใบหน้าเคร่งเครียด
“ท่านพ่อคิดว่าผู้ใดส่งมือสังหารมา” จ้าวหยางนั่งเงียบมานานปรึกษากับบิดาด้วยใบหน้าเยียบเย็น
ชายชราส่ายหน้าั์ตามืดมัว
----------------------------------------
“เสี่ยวชิงเ้ามาแล้ว” จ้าวหนิงเอ๋อกับคนงานยืนรออยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้าบ้านหลังใหญ่
“ข้าต้องขออภัยทุกท่านด้วยนะเ้าคะ ที่จ่ายค่าแรงช้า” แหงนหน้ามองท้องฟ้าเห็นพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินนางจึงรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไร พวกข้ารอได้”
“ข้าขอให้ทุกท่านเข้าแถวเพื่อรับเงินค่าแรงด้วยเ้าค่ะ”
ซูเจินกับอี้หมัวมัวยกโต๊ะกับเก้าอี้มาให้คุณหนูนั่งอยู่หน้าประตูบ้าน ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างมามุงดู เสียดายที่คนในครอบครัวมิได้ถูกคัดเลือกให้ไปช่วยงานในสวนผลไม้บนเขา
“ท่านอาหนิงเอ๋อ คนงานที่กำลังต่อแถวทุกคนคือแรงงานที่ท่านคัดเลือกให้ไปทำงานภายในวันนี้ใช่หรือไม่เ้าคะ”
“ใช่แล้ว คนงานรายวันที่เ้าให้ข้าหาจำนวนสิบคน คนงานประจำจำนวนสิบห้าคน”
“คนงานประจำช่วยแยกมาต่ออีกแถวด้วยเ้าค่ะ”
นางอยากจำหน้าตาระหว่างคนงานประจำกับคนงานรายวัน เพราะความทรงจำเดิมมันเหมือนจะเลือนลาง ทำให้จำชาวบ้านพวกนี้ไม่ค่อยชัดเจน
ซูเซียงกับซูเจินช่วยจ่ายค่าแรงจำนวนสิบเหวินต่อคนให้กับแรงงานรายวันจนครบ ต่อมาถึงตาของแรงงานประจำค่าแรงวันละสิบเหวินเช่นเดียวกัน ตามกฎเดิมที่จ้าวลู่ชิงคนก่อนตั้งขึ้นคนงานประจำผู้ใดมาทำงานทุกวันก็จ่ายค่าแรงทุกวัน ผู้ใดลาหยุดวันนั้นก็มิได้ค่าแรง นางจึงยึดตามกฎเดิม
ชาวบ้านต่างอิจฉาตาร้อนคนงานที่ได้รับค่าแรง เหรียญทองแดงจำนวนสิบเหรียญสามารถซื้อแป้งขาวได้หลายจินเชียวนะ ทำให้อิ่มได้หลายมื้อ
“เสี่ยวชิง เ้าจะรับคนงานเพิ่มอีกหรือไม่” หญิงชาวบ้านผู้หนึ่งใจกล้าเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง
“ตอนนี้ยังเ้าค่ะ หากข้ารับคนงานเพิ่ม ท่านอาหนิงเอ๋อจะเป็ธุระให้เ้าค่ะ”
เพื่อปัดความวุ่นวายนางจึงโยนหน้าที่ไปให้จ้าวหนิงเอ๋อ นางไม่รู้จักนิสัยใจคอชาวบ้านพวกนี้เท่าใดนักแต่ท่านอาของนางรู้จักดี จะดีกว่าถ้าเขาเป็ธุระให้
“พวกเ้าทุกคนกลับไปได้แล้ว หากสวนผลไม้้าคนข้าจะประกาศบอกเอง” จ้าวหนิงเอ๋อเห็นความวุ่นวายจึงไล่ชาวบ้านให้กลับไป
ชาวบ้านกลัวว่าหากยังขืนรั้งอยู่ สวนผลไม้้าคนเมื่อใดพวกตนจะไม่ถูกคัดเลือกจึงรีบกลับ ทำให้หน้าบ้านที่เคยวุ่นวายกลับมาเงียบสงบ
“หลานสาว วันนี้ผูเถาลูกเล็กที่ถูกคัดออกมีทั้งหมดสามตะกร้า”
จ้าวลู่ชิงมองตะกร้าใบใหญ่ที่อยู่บนเกวียน
“คัดลูกที่ด่างดำออกแล้วใช่ไหมเ้าคะ” ก้าวเท้าไปดูองุ่นลูกเล็กในตะกร้าไม้ไผ่บนเกวียน
“คัดออกเรียบร้อยแล้ว มีแต่ลูกสีเขียวมิมีรอยด่างดำ”
จ้าวลู่ชิงบอกบ่าวรับใช้ให้ขนองุ่นลูกเล็กสามตะกร้าเข้าไปภายในบ้านตั้งเอาไว้ในห้องครัว
“วันนี้ตัดแต่งเสร็จหรือไม่เ้าคะ ข้ากลับมาถึงก็มืดค่ำ ทำให้ไม่ได้ขึ้นไปดู”
“เหลืออีกเล็กน้อย แค่แรงงานประจำทำพรุ่งนี้ก็เสร็จ”
“นี่คือค่าแรงของท่านเ้าค่ะ”
พวงเงินเหรียญจำนวนหนึ่งร้อยเหรียญถูกยื่นให้ จ้าวหนิงเอ๋อใรีบโบกมือปฏิเสธ
“มันมากเกินไป ข้ารับเอาไว้มิได้”
“ท่านอาคอยเป็ธุระให้ข้า แถมยังเอาเกวียนวัวมาบรรทุกของกลับมาให้ข้าอีก หนึ่งร้อยเหรียญนี้คือสิ่งที่ท่านอาควรได้เ้าค่ะ”
จ้าวหนิงเอ๋อรับค่าแรงพวงใหญ่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม หลานสาวผู้นี้ช่างดีกับเขาและครอบครัวเรื่อยมา
ยืนส่งจ้าวหนิงเอ๋อจนลับตา
จ้าวลู่ชิงกำลังจะเดินเข้าบ้านบังเอิญสายตานางกวาดไปเห็นเด็กหญิงตัวเล็กผมแห้งฟู หน้าตามอมแมม เสื้อผ้าเต็มไปด้วยรอยปะชุนแอบยืนหลบหลังต้นไม้คอยมองมาที่พวกนาง ดวงตาใสแจ๋วบริสุทธิ์แบบเด็กเบิกกว้างเมื่อรู้ว่าถูกจับได้ ขาเล็กจนเนื้อติดกระดูกรีบวิ่งหนีสุดชีวิต รองเท้าฟางขาด ๆ ข้างหนึ่งหลุดเด็กน้อยคนนั้นรีบวิ่งกลับมาเอาแล้วหอบมันวิ่งหนีอีกครั้ง
“เด็กน้อยบ้านผู้ใด”
ซูเซียง “ให้บ่าวตามดูดีไหมเ้าคะ”
“ไม่ต้อง”
เลิกให้ความสนใจเด็กคนนั้น กลับเข้าไปในบ้านเพื่อจัดการกับองุ่นสามตะกร้า