เมืองลั่วหยางมีข่าวใหม่ให้ผู้คนได้พูดคุยและกล่าวถึงกันอีกครั้ง เมื่อแม่ทัพหนุ่มหยางจ้าวฉวนได้สมรสพระราชทาน ให้แต่งกับคุณชายจางเหวินเซียวแห่งบ้านสกุลจาง
จนกลายเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง และดูเหมือนว่า ข่าวนี้จะสร้างความเสียใจและความเสียดายให้กับหญิงสาวทั่วทั้งเมืองเป็นอย่างมาก ที่บุรุษรูปงามทั้งสองกำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่ช้านี้
เหลือระยะเวลาอีกเพียงไม่นาน ก็จะถึงงานมงคลสมรสของหยางจ้าวฉวนกับจางเหวินเซียว จวนสกุลจางในเวลานี้จึงดูวุ่นวายเป็นอย่างมาก
ในตอนแรกงานมงคลสมรสของทั้งสองจะมีขึ้นอีกสองเดือนข้างหน้า แต่เมื่อสองวันที่ผ่านมานี้ จวนสกุลจางกับได้รับข่าวว่า งานมงคลสมรสของแม่ทัพหนุ่มหยางจ้าวฉวนกับจางเหวินเซียว จะเลื่อนขึ้นมาไวกว่าเดิม นั่นก็คืออีกสิบสี่วันข้างหน้านี้ จึงทำให้จวนสกุลจางเกิดความวุ่นวายอย่างเช่นตอนนี้
"เจ้าว่าอะไรนะเสี่ยวจิน!"
จางเหวินเซียวถึงกับทำสีหน้าไม่ถูก เมื่อได้ยินในสิ่งที่เสี่ยวจินบ่าวตัวน้อยเอ่ยพูดออกมา ภายในใจก็ได้แต่สงสัยว่างานแต่งทำไมถึงได้เลื่อนมาไวเช่นนี้ได้
"คุณชายขอรับบ่าวว่าคุณชายใจเย็นๆ ก่อนนะขอรับ"
เมื่อเสี่ยวจินได้ยินบ่าวสาวที่เรือนใหญ่กำลังเอ่ยพูดถึงงานแต่งที่เลื่อนมาไว้กว่าเดิม เจ้าตัวก็รีบเอาเรื่องนี้มาบอกกับคุณชายของตัวเองทันที
"เจ้าจะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไรกันเสี่ยวจิน ก็ข้ายังไม่อยากแต่งกับหยางจ้าวฉวนตอนนี้"
จางเหวินเซียวยังคงมีสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ เมื่อนึกถึงงานแต่งที่จะมีขึ้นอีกสิบวันข้างหน้า แล้วแบบนี้ชีวิตที่เคยสงบสุขของตนเองจะเป็นเช่นไรต่อไป
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้แล้ว จางเหวินเซียวก็แทบจะอยู่ไม่เป็นสุขเจ้าตัวจึงเดินไปมาจนทั่วทั้งห้อง บ่าวตัวน้อยอย่างเสี่ยวจิน จึงทำได้เพียงแค่มองดูคุณชายของตัวเองเท่านั้น
"หรือข้าจะหนีงานแต่งนี้ดีเสี่ยวจิน ใช่แล้วข้าต้องหนี"
เอ่ยทำพูดของตัวเองจบ จางเหวินเซียวก็ตรงไปหยิบของมีค่าเพื่อจะใช้หลบหนีออกจากจวนด้วยท่าทางที่รีบร้อน
เสี่ยวจินได้ยินคำพูดเช่นนี้ของคุณชายตัวเอง ก็นึกเสียวต้นคอของตัวเองขึ้นมาอยู่ไม่น้อย จึงรีบเดินเข้าไปเก็บสิ่งของที่จางเหวินเซียวหยิบออกมา แล้วเก็บกลับเอาไปไว้ที่เดิม
"คุณชายขอรับ คุณชายจะหนีงานแต่งแบบนี้ไม่ได้นะขอรับ"
"ทำไมข้าจะทำไม่ได้กันเสี่ยวจิน"
จางเหวินเซียวยังคงเก็บสิ่งของมีค่าใส่ห่อผ้าไม่หยุด โดยมีบ่าวตัวน้อยอย่างเสี่ยวจินคอยหยิบเข้าที่เหมือนเดิม
"ถ้าคุณชายหนีงานแต่งไปจริง แล้วนายท่านจางกับฮูหยินจะทำเช่นไรขอรับ หนีสมรสพระราชทาน..."
"..."
จางเหวินเซียวได้ยินคำพูดของบ่าวตัวน้อย ก็หยุดเก็บสิ่งของมีค่าแล้วหันมาหาเสี่ยวจินด้วยความสงสัย ถึงคำพูดที่บ่าวตัวน้อยเอ่ยพูดออกมา
แต่ในจังหวะนั้นเองที่ประตูห้องของจางเหวินเซียวได้เปิดออกเสียก่อน พร้อมกับเสียงเอ่ยพูดออกมาอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน อีกทั้งผู้ที่เปิดประตูเข้ามานั้นยังมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มอีกด้วย
"หนีงานสมรสพระราชทาน มีโทษประหารเก้าชั่วโคตร เจ้ารู้หรือไม่ฮูหยินของข้า"
"..."
"..."
จางเหวินเซียวหันไปตามเสียงที่ตัวเองได้ยินก็พูดอะไรไม่ออก ไม่คิดว่าหยางจ้าวฉวนจะได้ยินคำพูดของตนเองเช่นนี้
ผิดกับหยางจ้าวฉวนที่เขามีใบหน้าที่ยิ้มแย้มยามที่เอ่ยคำพูดออกมา ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะตรงมุมห้องแล้วรินน้ำชาขึ้นมาดื่มอย่างอารมณ์ดี
...
เฉินฟางเซียนยังคงมีใบหน้าที่เศร้าหมอง นางยืนมองดูพวกบ่าวรับใช้ตบแต่งจวนสกุลจางด้วยใจที่ห่อเหี่ยว ก่อนที่มุมปากของนางจะยกยิ้มขึ้นมาเพียงเล็กน้อยด้วยความเศร้าใจ
"ทำไมข้าถึงตัดใจจากคุณชายเหวินเซียวไม่ได้เสียที เสี่ยวเหมย"
เฉินฟางเซียนเอ่ยพูดออกมาด้วยเสียงที่เศร้าอยู่ไม่น้อย ไม่ต่างจากหัวใจของนางก็เช่นกัน ที่มันห่อเหี่ยวเหมือนจะหมดเรี่ยวแรงเสียให้ได้
"คุณหนู...อย่าเศร้าไปเลยนะเจ้าคะ"
เสี่ยวเหมยเดินเข้าไปจับมือของนางเอาไว้ เพื่อให้กำลังใจผู้เป็นนายของตัวเอง
เฉินฟางเซียนยืนมองดูบ่าวสาวตบแต่งจวนและไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก ก่อนที่นางจะตัดสินใจเดินจากมาด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง
ภายในใจของนางก็ได้แต่คิดว่า นางควรจะตัดใจจากคุณชายจางเหวินเซียวได้แล้ว ถึงมันจะไม่ใช่ในตอนนี้ก็ตามที
ขณะที่นางกำลังจะก้าวเดินออกไปนั้น สายตาของเฉินฟางเซียนก็เห็นหยวนเทียนลู่เข้าเสียก่อน นางจึงส่งยิ้มให้เพียงเล็กน้อยก่อนจะก้าวเดินจากมา
เฉินฟางเซียนเดินไปตามเส้นทางที่ผู้คนเดินกันหน้าตา นางหยุดมองดูชายหนุ่มเลือกปิ่นปักผมให้กับหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเห็นว่าหญิงสาวคนนั้นทำท่าทางเอียงอายให้กับชายหนุ่มคนนั้น
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ที่เฉินฟางเซียนยืนมองดูชายหญิงคู่นั้นแสดงความรักให้กัน รู้ตัวอีกที ก็มีเสียงเอ่ยเรียกชื่อของตัวเองเสียแล้ว
"แม่นางเฉิน"
เฉินฟางเซียนหันไปมองเจ้าของเสียงเรียกอย่างช้าๆ ก่อนจะเห็นว่าคนที่เอ่ยเรียกตนเองเป็นใคร
"คุณชายหยวนเทียนลู่"