หลังผ่านค่ำคืนที่ทีมงานแทบไม่ได้พัก
ทุกคนเหมือนแบตหมดแต่หัวใจยังสู้
เสียงแจ้งเตือนไลน์กลุ่มดังขึ้น
ใครบางคน (ฝ่ายบัญชี) พิมพ์สั้น ๆ ว่า
“คุณวุฒิรู้เื่เมื่อคืนแล้วนะครับ เห็นว่าโทรหาบอสโดยตรง”
ยังไม่ทันไร
มือถือวีวี่ก็สั่น
หน้าจอขึ้นชื่อ “ลุงวุฒิ”
เธอลังเลครู่หนึ่ง ก่อนกดรับสาย น้ำเสียงที่อีกฝ่ายส่งมาเรียบแต่แฝงด้วยอำนาจ
“สวัสดี วีวี่ เป็ยังไงบ้าง เห็นว่ามีปัญหาเื่ลูกค้าเปลี่ยนสเปคแล้วเื่เอกสารกับทีมภายในโอเคไหม”
วีวี่ขยับตัว “เรียบร้อยแล้วค่ะลุง ทีมพยายามเต็มที่แต่อาจยังใหม่ เลยมีติดขัดบ้าง”
เสียงลุงวุฒิยังนิ่ง
“ลุงเข้าใจ—บริษัทเพิ่งตั้ง ทีมใหม่ ประสบการณ์มีอยู่แต่การสื่อสารนั้นสำคัญ
แต่ถ้าวีวี่้าคนช่วยเพิ่มคนเก่งในเครือจันทร กรุ๊ปเยอะ จะส่งทีมมือดีไปช่วย
ประสบการณ์แน่นทั้งเทคนิคและคอนเน็กชั่น
หรือถ้า้าเจรจา supplier ลุงพร้อมจัดการให้
ทีมใหญ่จะต่อรองต้นทุนได้มากกว่า ขยายตลาดเร็วกว่าเดิมด้วย”
วีวี่นิ่งคิด
เธอรู้ ข้อเสนอของลุงวุฒิหมายถึงโอกาสและแรงสนับสนุน ซึ่งเธอได้รับมาบ้างแล้วจากลุงวิทยาก่อนหน้านี้ แต่ก็หมายถึงการแบ่งอำนาจ-การควบคุมจากเธอและทีมของครอบครัวแต่ถ้าไม่รับ—ก็ต้องเสี่ยงเองทุกอย่าง
วีวี่ตอบด้วยเสียงนิ่ง
“ขอบคุณค่ะลุง วีวี่ซาบซึ้งที่ลุงห่วงใย
ตอนนี้ลุงวิทยาก็ส่งคนช่วยมาตอนเริ่มต้นบางส่วนแล้ว อยากให้ทีมได้ลองแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อน
ถ้าถึงจุดที่ต้องพึ่งเปลี่ยนจริง ๆ หนูจะขอลุงโดยตรงเองค่ะ”
ปลายสายเงียบไปสักพัก แล้วเสียงลุงวุฒิทุ้มต่ำ
“ลุงไม่บังคับนะวีวี่ แค่อยากให้รู้ว่าครอบครัวยังอยู่ตรงนี้
และไม่อยากเห็นหลานเหนื่อยคนเดียว แต่ถ้า้ายืนด้วยขาของตัวเอง ลุงก็พร้อมดูอยู่
ห่าง ๆ ถ้ามีอะไร อย่าเก็บไว้คนเดียวจะได้ช่วยแก้ปัญหา
ก่อนบานปลาย เข้าใจที่ลุงพูดนะ”
วีวี่เงียบครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา
“ขอบคุณค่ะลุง วีวี่จะไม่ลืม”
สิ้นสาย วีวี่มองมือถือในมือ
ลมหายใจแ่เบา—ระหว่างภูมิใจในตัวเองกับความกลัวที่จะล้มเหลว
แต่เธอก็เลือกเดินไปที่ห้องประชุม
กวาดตามองทีมงานที่ยังคงช่วยกันเช็กเอกสาร ปรับแปลนงาน
วีวี่ยิ้มจาง ๆ
“ฉันอยากให้ที่นี่เป็ของเรา ฉันทำได้
ทีมทำได้—แม้จะล้มบ้าง ก็ขอให้ลุกด้วยมือของตัวเอง”
ข่าวลือแพร่กระจายเร็วกว่าข่าวดี
ไลน์กลุ่มทีมงานร้อนฉ่า
“ได้ข่าวว่าทีมใหญ่จะส่งคนมา จริงเหรอ?”
“เห็นว่าหัวหน้าทีมวางแผนกลยุทธ์องค์กรของบริษัท
จันทร กรุ๊ปจะย้ายมานั่งเป็ผู้จัดการร่วม”
“แล้วเราจะโดนเปลี่ยนหัวหน้าไหม”
เสียงซุบซิบ เสียงถอนหายใจ เสียงกดคีย์บอร์ดรัว ๆ ในห้องบรรยากาศที่เคยสดใส
กลับกลายเป็คลื่นความกลัวและระแวง
ใบหม่อนเดินเข้าห้อง เห็นทุกคนหน้าตึง
“เกิดอะไรขึ้นคะ? เมื่อกี้เห็นแต่ละคนหน้าเครียดกันจัง”
ทีมเทคนิคพูดเสียงเบา
“มีข่าวว่าทีมใหญ่จะส่งคนมาคุมงานเรา ถ้าเขามาจริง ๆ พวกเราจะยังได้อยู่กันเหมือนเดิมไหมครับ?”
ทีมการเงินพูดเสริม
“ผมได้ยินว่าเขามีประสบการณ์กว่าเราเยอะเลยนะ
ถ้าทีมใหญ่เข้ามามันเป็เื่จริงเหรอครับ”
เสียงฮึมฮัมในทีมเริ่มดังขึ้น
บางคนระแวง
บางคนหงุดหงิด
บางคนท้อแท้
“ถ้ามีคนมาทำงานแทน เราจะโดนไล่ออกหรือเปล่า”
“แล้วถ้าวันหนึ่งเขาบีบเราบ้างล่ะ?”
ใบหม่อนสูดหายใจลึก ยิ้มปลอบ
“ทุกคนใจเย็นนะคะ หม่อนเพิ่งคุยกับคุณวีวี่ ตอนนี้ยังไม่มีใครจะมาคุมงานเรา
คุณวีวี่อยากให้โอกาสทีมของเราเต็มที่ก่อนอยากให้เรา
พิสูจน์ตัวเอง—เหมือนที่ทุกคนอยากเห็น V&V Global เติบโตขึ้นแต่การเติบโตได้งานขยายกำลังคนก็ต้องเพิ่ม
ขึ้นและงานที่เป็ระบบมากขึ้น ขั้นตอนมากขึ้น”
ทีมบัญชีถามขึ้น
“แล้วถ้าเขาส่งคนมาแบบฟ้าผ่า เราจะทำยังไงล่ะครับคุณหม่อน?”
ทันใดนั้น วีวี่เดินเข้ามา
สีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างทุกคนเงียบกริบ โต๊ะประชุมแน่นขนัด
เธอยืนหน้าห้องประกาศเสียงหนักแน่น
“ทุกคน—ฟังฉันนะ
ข่าวลือเื่บริษัทจะโดนแทรกแซง ฉันรู้แล้ว
ใช่—ทางจันทร กรุ๊ป เสนอความช่วยเหลือให้
แต่ฉันยังอยากดูฝีมือของพวกเราก่อน ฉันเชื่อว่าทีมนี้ยังมีศักยภาพ
และกำลังของเราตอนนี้ยังรับไหวไม่ได้ต้องขยาย หรือเพิ่มอะไรในตอนนี้ V&V Global
จะยังเป็ทีมของเรายังไม่มีการเปลี่ยนโครงสร้างในเร็ว ๆ นี้”
หลังประชุม
ทีมงานต่างเดินเข้ามาขอบคุณกับวีวี่ บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นหลังจากที่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง
ใบหม่อนเดินเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงเบา
“คุณวีวี่ วันนี้เยี่ยมที่สุดเลยค่ะ”
วีวี่ยิ้มอ่อนโยน
“ขอบคุณค่ะคุณหม่อน—ถ้าไม่มีคุณ ช่วยอยู่อีกแรง คงจะทำให้มันบานปลายไปใหญ่โต”
ใบหม่อนหัวเราะ
“หัวหน้าดี ทีมก็ไม่มีวันแตกหรอกค่ะ!”
และวันนั้นเสียงหัวใจของทุกคนใน V&V Global
ก็กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง เพราะเชื่อในบอส เชื่อในกันและกัน
แล้วพร้อมจะลุกขึ้นสู้อย่างบ้าระห่ำ—ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ในเย็นวันนั้น ออฟฟิศ V&V Global ดูมีชีวิตชีวาไม่ต่างจากวันประกาศผลสอบ
แม้แสงไฟข้างนอกจะริบหรี่ลง แต่แสงในห้องประชุมยังสว่างจ้า เสียงเมสเสจจากลูกค้าเด้งขึ้นหน้าจอ
ทีมขายเงยหน้าตื่นเต้น
“บอสค่ะ! ลูกค้าตอบรับข้อเสนอเราที่ทำไปให้ใหม่แล้ว เซ็นสัญญาแล้วด้วย”
ทั้งห้องเงียบไปชั่วอึดใจ
ก่อนที่เสียง “วู้วววววว!” จะะเิขึ้น
เสียง “บอส! หมูกระทะไหมครับ!” ดังขึ้นทันที
ทีมเทคนิคโบกมือ “ร้านหน้าออฟฟิศ หมูสามชั้นหมักอร่อยมากคุณวีวี่!”
ทีมบัญชีะโ “ให้บอสจองโต๊ะเลยนะคะ! วันนี้ขอไม่คิดแคลอรี่!”
วีวี่—”บอส” ที่ใคร ๆ เคยเห็นแต่โหมดซีเรียส—หัวเราะอย่างมีชีวิตชีวา
“โอเค! วันนี้ฉันเลี้ยงเอง ขอแค่พรุ่งนี้ไม่มีใครมานอนคาโต๊ะทำงานก็พอ”
เสียงเฮ ดังกระหึ่ม
ทุกคนเดินขบวนฝ่าแสงไฟถนนเย็นวันศุกร์
หัวใจโล่งเบากว่าทุกวันที่ผ่านมา
ใบหม่อนเดินข้างวีวี่
“คุณวีวี่ ถ้ามีใครกินเนื้อย่างหมดก่อนอย่าโกรธหม่อนนะคะ”
วีวี่หันมายิ้ม
“ขอแค่คุณหม่อนกินเยอะ ๆ จะถือว่าทีมประสบความสำเร็จเต็มร้อย”
ถึงร้านหมูกระทะ
ไอน้ำเดือดฟุ้ง เสียงจานกระทบกันคึกคัก
ทีมงานจัดแจงนั่งโต๊ะรวม
ทีมการตลาดขยับที่ให้บอสและใบหม่อนนั่งข้างกัน
เด็กใหม่หันมายกตะเกียบ
“บอสครับ! ขอตักหมูให้บอสเป็คนแรกเลย!”
อีกคนหัวเราะ “บอสต้องกินคอหมูย่างกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดของร้านนี้”
ใบหม่อนแซว
“ระวังนะคะ เดี๋ยวทีมนี้จะทำบอสกลายเป็คนติดหมูกระทะทุกศุกร์”
วีวี่ตอบขำ
“ถ้าทีมขาย ขายดีทุกสัปดาห์ ยอดทะลุเป้า ฉันจะเลี้ยงหมูกระทะทุกเดือนเลย”
เสียงหัวเราะก้อง
ทุกคนช่วยกันย่าง ช่วยกันตัก รินน้ำจิ้ม ส่งผัก จัดข้าวเหนียว
ทีมเทคนิคแกล้งจิ้มลูกชิ้น
ทีมบัญชีบ่น “สัญญานะคะบอส ว่าจะไม่ขอให้เราไดเอทหลังจากนี้!”
ใบหม่อนนั่งหัวเราะ สายตาแอบมองวีวี่
โมเมนต์ทีมเวิร์กแบบนี้—อบอุ่นกว่าไฟเตาถ่าน
วีวี่ดูผ่อนคลายมากขึ้นกว่าทุกวัน
เธอหยิบแก้วน้ำขึ้น
“ขอชนแก้วหน่อย—เพื่อทีม V&V Global
วันนี้เราอาจยังเล็ก แต่ใจเราไม่แพ้ใครในวงการ
ขอบคุณทุกคนที่สู้ไม่ถอย ขอให้มีความสุขกับหมูกระทะคืนนี้”
ทุกคนพร้อมใจ
“ชนแก้ว! เพื่อบริษัท! เพื่อทีม!”
ขณะทีมกำลังเพลินกับเนื้อย่าง
เด็กใหม่แอบพูดกับทีมการตลาด
“ถ้าบอสยิ้มบ่อย ๆ แบบนี้ เดี๋ยวคนในบริษัทอื่นก็อยากสมัครมาอยู่ด้วยแน่เลย”
“เออ! แถมมีเลขาอย่างคุณหม่อนด้วย โอ๊ย ทีมนี้มันทีมแห่งปี!”
ใบหม่อนฟังอยู่ข้าง ๆ แอบอมยิ้ม
หันไปพูดกับวีวี่
“ทีมเราดีใจที่มีบอสอยู่จริง ๆ ค่ะ คืนนี้ขอให้คุณวีวี่กินอิ่มกว่าทุกวันนะคะ”
วีวี่หันมา—สายตาอ่อนโยนไม่เหมือนทุกที
“ขอบคุณค่ะคุณหม่อน วันนี้ฉันรู้สึกเหมือนมีครอบครัวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งครอบครัว
ทำให้ฉันหายเศร้า จากความเหงา และอดีตที่ว้าเหว่”
ดึกดื่นคืนนั้น
หมูสามชั้นกับผักบุ้งบนเตาย่างหมดไปไม่รู้กี่รอบ
แต่หัวใจทีม V&V Global กลับชุ่มชื่นมาก
เสียงหัวเราะ เสียงแซว เสียงพูดคุยเื่งาน เื่ฝัน เื่บ้านเกิด ไหลวนในอากาศ
และทุกคน—รวมทั้ง ตัววีวี่
รู้ดีว่านี่แหละ คือจุดเริ่มต้นของความสุขในที่ทำงาน ที่แท้จริงหลังจากคิดถึงความสุข
ก็อดคิดถึงคนบนฟ้าที่ทำให้ทุกอย่างในชีวิตเธอเปลี่ยนไป
"คุณยายค่ะ วันนี้ก้าวแรกที่ได้ทำงานด้วยตัวเองของหนูมันเหมือนรถ
เหาะเลย แต่ท้ายที่สุดมันก็ปิดจบวันด้วยดี" วีวี่พึมพำกับตัวเอง
พร้อมความเหนื่อยล้าและอิ่มไปด้วยความสุข
“หนูจะยืนหยัดด้วยขาของตัวเองให้มากที่สุด เพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเองให้บอร์ดบริหารเห็น
ให้ได้ค่ะ ว่าคุณยายให้สิ่งมีค่ากับคนที่คู่ควร”