ผมชายหนุ่มแสนดีหน้าตามนต์ชื่อเตโช เอส เปตราพ่อผมเป็คนชาวสเปนส่วนแม่ผมเป็คนไทยผมก็เลยเป็ลูกครึ่งเลยเป็คนไทยที่มีหน้าออกฝรั่งเลยทำให้คนชอบทักว่าผมนั้นเป็ชาวต่างชาติ
ตัวผมนั้นอายุยี่สิบห้าปีผมได้คุณป้าเกสรรับไปเลี้ยงั้แ่อายุสิบเอ็ดด้วยเหตุการการหายไปปริศนาของเครื่องบินโดยสารสายการบินปลาโลมาที่พ่อแม่ของผมโดยสารไปด้วยได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยในอากาศในตอนแรกทางการเห็นว่าเป็จากกลุ่มก่อความไม่สงบแต่ได้ตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่าไม่ใช่กลุ่มก่อการร้ายไม่มีผลสรุปที่แน่นอนจนเวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านมาเกือบสิบสามปีก็ไม่ได้คำตอบอะไรใน่นั้นที่ผมได้รับรู้เหตุการการหายตัวไปของพ่อแม่ทำให้ผมนั้นตกอยู่ในก้นบึ้งของความเศร้าอยู่นานจนได้เด็กสาวคนนึงช่วยเอาไว้เลยหลุดพ้นออกมาได้จากความทุกข์ครั้งนั้นแล้วทุกครั้งเวลาผมท้อเหมือนจะได้มีเสียงนึงดังขึ้นทำให้ผมรุกขึ้นสู้อีกครั้ง
ณ ร้านเบเกอรี่
ชายหนุ่มผิวค้อนข้างขาวผมสีน้ำตาลหุ่นกำยำดูเป็ชายแสบ
“พ่อหนุ่ม เลือกได้หรือยังจ้ะว่าเอาอันไหน” เขาสะดุ้งตัว
“เอ่อ...ผมขอเลือกดูอีกสักหน่อยครับ”
“มันก็ได้อยู่หรอกพ่อหนุ่มแต่หลังข้างหลังนู้นนะจ้ะที่รออยู่..”
เตโชหันมองทิศทางด้านหลังพบกับกลุ่มคนที่ยืนต่อแถวรอซื้อขนมชื่อดังของจังหวัดที่มีจำนวนจำกัดต่อคนซื้อทำให้มีผู้คนต้องซื้อเป็จำนวนมากเพราะด้วยความอร่อยของเค้ก
สายตาที่จ้องอย่างขุ่นเคืองพร้อมกับคลื่นพลังรังสีที่กำลังแผ่ออกมา
ทันทีที่เตโชเห็นสถานการณ์ได้ยกมือเคารพเอ่ยกล่าวขอโทษ“ขอโทษครับ” มัวยุ่งกับความคิดจนลืมดูรอบข้างรีบซื้อแล้วรีบไปดีกว่าขืนอยู่นานกว่านี้จะแย่เอา
ชายหนุ่มออกคำสั่งซื้อแบบลกลี้ลกล่นเสร็จแล้วได้รับของรีบเดินออกจากร้านด้วยความเร่งรีบ
“ถ้าขื่นมัวแต่ดูไม่ซื้อมีหวังคงไม่เกิดศึกหรือก็โดนไล่ตะเพิดก่อนจะได้ซื้อโชคยังดีที่ทางร้านไม่ว่าอะไร”
ขณะที่เตโชกำลังเก็บถุงใส่บรรจุขนมไว้ในรถยนต์เอสยูวีด้านผู้โดยสารข้างหน้าอยู่นั้นก็ได้มีสายเรียกโทรศัพท์มือถือดังจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต
“ตือตื้อ...ตือตื้อ...”ได้หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอที่มีอักษรขึ้นอยู่ “คุณป้าเกสร” ได้กดรับสาย
[เตโช]“สวัสดีครับคุณป้า”พูดด้วยน้ำเสียงความสุขกับหน้ายิ้มแย้มผ่านจอสมาร์ทโฟนด้วยเห็นหน้าทั้งสองฝังจากวีดีโอคอล
[เกสร] “เตโชถึงไหนแล้วจ๊ะ” ภาพที่ปรากฎบนหน้าจอสมาร์ทโฟนหญิงสาววัยกลางคนผมยาวประบ่าเป็ลอนปล่อยสยายใบหน้าที่ดูเป็คนอ่อนโยนใจดีผิวสีน้ำผึ้ง มีความยุ่งบนใบหน้าเล็กน้อยแสดงถึงความรู้สึกกังวนเตโชมีท่าทีมึนงงกับคำถามก่อนจะตอบ
[เตโช]เอ่อ...ผมยังอยู่ที่ตลาดภาคกลางอยู่เลยมาซื้อของฝากพึ่งเสร็จกำลังจะออกเดินทางต่อครับ
[เกสร] “ขับดี ดี ไม่ต้องรีบง่วงไม่ไหวก็อย่าฝืน ซื้ออาหารไว้เยอะเยอะเวลาหิวก็จะได้มีอะไรทาน บา บาๆ”ป้าเกสรได้ร่ายคำพูดยาวจนมีเสียงนึงได้ดังขึ้นจากด้านข้างใกล้
[ลิน] “เยอะไปแล้วน่ะค่ะพี่ ”
เกสรไก้สะดุ้งกับเสียงเตือน ลำเสียงขนาดเล็ก จู่จู่ก็ได้เกิดใบหน้าเจื่อนการเตือนนั้นทำให้เกสรพูดตัดลัดรวบประโยคสุดท้ายก่อนจะวางสาย
[เกสร]“อืมถ้าอย่างไงถึงที่หมายแล้วก็อย่าลืมโทรบอกป้าด้วยน่ะจ๊ะ”
เตโช ได้พยักงึง งึง
[เตโช] “ครับ คุณป้า”
ตัวผมนั้นได้รับความเป็ห่วงเป็ใยที่ค่อนข้างจะมากเกินเป็พิเศษเป็ครั้งที่เท่าไรแล้วนั้นผมก็จำไม่ได้จนตัวผมนั้นมองเป็เื่ปกติถึงคุณป้านั้นจะไม่ใช่คุณป้าแท้แท้ของผม แต่ผมก็รักเหมือนคนในครอบครัวตลอดมาเหมือนดั่งเป็แม่คนที่สอง
ปึง... ประตูผู้โดยสารด้านหน้าได้ถูกปิดลง
“อือ...”เตโชได้ออกท่าทางยืดเส้นยืดสายอย่างกับคนบิดขี้เกียดเหมือนหลังจากตื่นนอน
“เสร็จซักที”ดันใช้เวลาเรียงของที่ซื้อมาก่อนหน้านี้กับข้าวของใหม่นานไปหน่อยชักช้าไม่ได้การแล้วออกเดินทางเลยดีกว่า รถเอสยูวีล้อหนากับภายในรถที่อัดแน่ไปด้วยของฝากได้ค่อยค่อย ขับออกจากสถานที่สู่ถนน
บรรยากาศยามเย็นแสงสีแดงที่ถึงดวงตะวันกำลังจะหายไปกับท้องถนนสี่เลนที่เต็มไปด้วยรถขวักไขว่เหมือนอย่างกับมดเดินเป็การบ่งบอกที่เวลาเลิกงานกลับบ้านทำให้จราจรแออัด
ระหว่างที่รถติดอยู่นั้นเตโชเหลือบมองด้านข้างรถที่ในรถเก๋งสีขาวพ่อแม่ลูกกำลังพูดคุยออกท่าทางสนุกสนานระหว่างที่กำลังรถติดเตโชได้มีสีหน้าที่ยิ้มเจื่อ เจื่อ ในเวลาเดียว
ความรู้สึกตอนนี้มันรู้สึกมีความสุขจากการที่ได้ภาพจากครอบครัวพ่อแม่ลูกนั้นจนคิดถึง่ที่ผมเคยใช้ร่วมกับพ่อแม่ขึ้นมาที่เคอหยอกล้อเล่นกันแต่ภาพเ่าั้ไม่มีอีกแล้วด้วยเหตุการณ์การหายไปของเครื่องบินโบอิ้งท่ามกลางกลางอากาศโดยไม่ทราบสาเหตุ
ฮือ!...เสียงถอนหายใจ
ผมนั้นก็ยังเชื่ออยู่ว่าพวกท่านทั้งสองยังมีชีวิตอยู่
******