ตอนที่ 1 โลงศพที่ส่งมาเป็ของขวัญวันเกิด
“แอชลี่..เฮ้ “แคทเทอรีนะโเพื่อปลุกแอชลี่เหมือนอย่างเคยใน่เช้าแคทเทอรีนเป็หญิงผิวแทนซึ่งแลดูเหมือนอายุประมาณยี่สิบปี เธอคือแฟนสาวของแอชลี่ั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยจนกระทั่งปัจจุบันแคทเทอรีนทำงานในสำนักงานสังคมสงเคราะห์ในขณะที่แอชลี่ยังคงศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกในด้านเทคโนโลยีอาหาร
เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับแต่อย่างใดจากแอชลี่ แคทเทอรีนจึงเดินมาเปิดประตูห้องและพบกับแอชลี่ซึ่งแต่งตัวด้วยชุดเสวทเตอร์สีดำและหมวกไหมพรมพร้อมที่จะออกไปข้างนอก
“โอ้....ตื่นอยู่แล้วหรอกเหรอ วันนี้พายุจะเข้าหรือเปล่าเนี่ย..มีอะไรพิเศษ..ค่าแรงโน้มถ่วงของโลกไม่ได้ลดลงไปใช่มั้ยทำไมนายถึงสลัดแผ่นหลังออกจากที่นอนได้ั้แ่เช้า...”
แคทเทอรีนถามแอชลี่ที่กำลังสวมรองเท้าเพื่อที่จะออกไปข้างนอก
“ก็ไม่ได้มีอะไรเป็พิเศษนี่ถ้าพอจะฟังดูเหมือนวันนี้ต่างจากวันอื่นหน่อยก็คงเป็เพราะมันเป็วันคล้ายวันเกิดปีที่26 ของฉันแหละมั้งนะ..” แอชลี่ก้มมัดเชือกรองเท้าของตนก่อนที่จะเดินออกมาตรงประตูห้องซึ่งในตอนนี้แคทเทอรีนยืนพิงอยู่
“นายไม่ได้ป่วยแน่ใช่มั้ยแอช...“ แคทเทอรีนถามอีกครั้ง
“เงียบไปเลยแคทคนเราก็มักจะทำอะไรพิเศษๆ ในวันเกิดของตัวเองกันทั้งนั้นแหละ ”
“นายอาจจะลืมไปว่าฉันอยู่กับนายจนผ่านวันเกิดนายมา7 ครั้งแล้วนะ..”
”เธออาจจะลืมไปว่าฉันอายุ26 นะแคท เจ็ดครั้งก่อนหน้านี้อาจเป็เป็ส่วนน้อยก็ได้อีกสิบกว่าครั้งที่เหลือฉันอาจจะทำอะไรพิเศษให้ตัวเองทุกวันเกิดก็ได้นะ”
“นายทำอะไรพิเศษให้ตัวเองั้แ่1 ขวบเลยเหรอ??”
“สิบกว่าครั้งที่ว่านี่มันไม่ได้เจาะจงนะมันอาจจะหมายความว่า 12 หรือ 13 ครั้งก็ได้..”
“ถ้ามันหมายความว่า12 ครั้ง งั้นฉันก็คิดถูกว่าวันเกิดนาย นายก็ไม่ได้ทำตัวพิเศษขึ้นน่ะสิ”
“ไม่เอาน่า.. ถ้าว่ากันในทางสถิตินั่นมันก็ครึ่งๆเลยนะ จะสรุปว่าฉันไม่สนใจวันเกิด ด้วยสถิติครึ่งต่อครึ่งเนี่ยเหรอ”
“แล้วนี่นายจะออกไปไหนละเนี่ย..”
“วิ่ง..ออกกำลังกายข้ามูเาสักสองสามลูก”
“ดูหนังอินเดียมากไปแล้วนะ”แคทเทอรีนกล่าวพร้อมกับใช้มือขยำศีรษะของแอชลี่ก่อนเดินออกจากประตูที่ตนยืนพิงอยู่ “เฮ้... ทรงนี้ฉันเซ็ทมานานนะ..”
“อ่อเหรอ”
“มีพัสดุมาส่งครับ..”
“ครับกำลังไปครับ” แอชลี่ะโตอบกลับและเดินออกไปที่ประตูหน้าของห้อง
เมื่อเปิดประตูออกไปเพื่อรับพัสดุแอชลี่ก็ต้องใกับกล่องขนาดใหญ่ที่สูงกว่าประตูห้องของเขาเองซึ่งนั่นเป็กล่องพัสดุที่เขาต้องรับ
“พัสดุของใครเหรอครับ”
“ของ..คุณ...เอ่อ.. แอชลี่ โจเซฟ เบนส์ ครับ!”
“ของผมงั้นเหรอ..”แอชลี่ถามในขณะที่มือของเขาเซ็นรับพัสดุไปเรียบร้อยแล้ว
“เป็วันพิเศษจริงๆด้วยสินะวันเกิดเนี่ย..” แคทเทอรีนเดินมาจากด้านหลังพร้อมกับแซวแอชลี่เื่วันเกิด
หลังจากที่ขนกล่องพัสดุขนาดใหญ่เข้าห้องแอชลี่ก็พยายามมองหาตามด้านข้างกล่องว่าใครส่งมาของมาให้กับเขา อย่างไรก็ตามไม่มีชื่อหรือรายระเอียดของผู้ที่ส่งเลยแม้แต่น้อยจนทำให้เขาไม่มั่นใจว่าเขาควรเปิดมันดีหรือไม่
“เป็อะไรงั้นเหรอ?” แคทเทอรีนถามแอชลีที่กำลังชั่งใจว่าจะเปิดพัสดุดังกล่าวดีหรือเปล่า
“มันไม่มีชื่อผู้ส่ง..”
“แล้ว?..”
“มันอาจจะเป็อะไรก็ได้ ฉันไม่รู้ว่าใครคือคนที่ส่งของนี้มาและไม่รู้จุดประสงค์ของคนที่ส่งมาด้วย บางทีในนี้อาจจะเป็ะเิ หรืออะไรแย่ๆก็ได้..”แอชลี่ตอบ
“นายสร้างศัตรูไว้เยอะจนต้องกังวลเื่พรรณ์นั้นเลยเหรอ..”
“จริงด้วย.. ฉันไม่มีศัตรูที่ไหนนี่นะ.”หลังจากที่สบายใจแล้วแอชลี่ก็ตัดสินใจเปิดกล่องพัสดุขนาดใหญ่ที่ส่งมาถึงเขาเมื่อเขาเปิดกล่องออกมาเขาก็ได้พบว่าด้านในก็ยังมีกล่องอีกชั้นซึ่งคราวนี้เขาก็ได้รู้ว่าใครที่เป็คนส่งของมาให้เขา เพราะ เขาเห็นตราของตระกูลซึ่งเป็รูปนกฮูกซึ่งมีฉากหลังเป็พระจันทร์เต็มดวง
“นกฮูกเหรอ..? ..แล้วข้างหลังนั่นมันอะไร ส้ม..”
“พระจันทร์.. มันเป็...ตราประจำตระกูลฉันน่ะ..”
“ฟังดูเหมือนพวกขุนนางเลยนะมีตราประจำตระกูลกันด้วย.. ไม่ใช่ว่าตระกูลนายมีคฤหาสน์เก่าที่เป็ของตระกูลอยู่หรอกนะhahah..”
‘จริงๆก็มีนั่นแหละ’ แอชลี่คิดในใจ
“ฉันว่าบางทีฉันไม่เปิดต่อดีกว่า..”
“ทำไมล่ะ‘ที่บ้าน’ส่งของมาให้ไม่ใช่เหรอ ก็ถ้าดูจากวันที่ส่งมาถึงก็น่าจะ้าให้นี่เป็ของขวัญครบรอบวันเกิดของนายพอดีเลยนี่...หรือไม่ใช่??”
“เธอไม่รู้จักตระกูลฉันเห็นได้จากที่เธอใช้คำว่า ‘ที่บ้าน’ ส่งของมาให้..”
“ก็นายไม่เคยพูดถึงมันเลย...ฉันก็ต้องไม่รู้แหงอยู่แล้ว”
“ก็เพราะฉันไม่อยากพูดถึงมันเลยไง”
“แอช..ฉันว่าพวกเขาตั้งใจส่งมาให้เป็ของขวัญวันเกิดนายนะ..ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายกับครอบครัวมีปัญหาอะไรกันแต่...บางที นายรู้มั้ย ..ฉันเองก็อยากมีปัญหากับครอบครัวบ้างเหมือนกัน...แล้วแต่นายนะ”แคทเทอรีนกล่าวพร้อมกับดวงตาที่เศร้าสร้อย
“แคทเทอรีน... ....เธอเป็ครอบครัวของฉัน...”
“ขอบคุณนะ..”
“และเชื่อเถอะ ฉันถนัดสร้างปัญหา..”
“พระเ้า ฉันเกือบจะซึ้งอยู่แล้ว ...ไปทำงานก่อนล่ะฉันี้เีฟังอีริคบ่นตอนที่ฉันเข้าสาย”
แคทเทอรีนจูบแก้มของแอชลี่ก่อนที่จะเดินออกประตูไปทิ้งแอชลี่ไว้กับกล่องปริศนาที่ส่งมาจากตระกูล
ใช้เวลาสักพักในที่สุดแอชลี่ก็ตัดสินใจแกะกล่องทั้งหมดออกเมื่อเค้าเห็นเค้าโครงรูปร่าง เขาก็ต้องกุมขมับเพราะของที่ส่งมาให้เขา คือ ‘โลงศพ’ โลงศพไม้โอ๊คสลักลวดลายนกฮูกซึ่งเป็เครื่องหมายประจำตระกูลของเขาพร้อมกลิ่นเครื่องหอมที่ซึมผ่าน เนื้อไม้
“นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย..” เขาหัวเสียและเดินจากไปโดยหวังว่าจะทิ้งโลงศพและเื่บัดซบเหล่านี้ไว้และไปสร้างวันคล้ายวันเกิดดีๆที่เขาหวังด้านนอก อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเดินออกไปถึงด้านหน้าประตูเขาก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้
“อย่าบอกนะว่า...”
แอชลี่รีบวิ่งกลับมาที่โลงศพเขามองซ้ายขวาเพื่อที่จะหาวิธีเปิดฝาของโลงศพออกเพื่อดูด้านใน ถูกต้อง..ตอนนี้เขาไม่ได้คิดว่ามันอาจจะไม่ได้ส่งมาแค่โลงศพเขากลัวว่าจะมีศพใครสักคนติดมาด้วย และถ้าเป็แบบนั้นคงไม่ดีแน่หากเขาทิ้งไว้และจากไปเฉยๆตอนนี้
ครืด.... ครืดดดดดด........
ฝาของโลงศพในที่สุดก็ถูกเปิดออก .และโชคดีที่ไม่มีศพอยู่ในนั้นมีเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีดำ ซึ่งเป็ตัวอักษรหวัดๆ อยู่ในโลงศพ
“เฮ้อ...”
แอชลี่ถอนหายใจโล่งอกก่อนที่เขาจะหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน
08/05/xx
“สวัสดีไอ้หลานชาย..ฉันจำได้ว่าวันนี้เป็วันเกิดของแก ปีที่เท่าไหร่แล้วนะ 25 รึเปล่า? ช่างมันเถอะ ยังไงก็ตามฉันมีของขวัญที่สำคัญที่จะให้แกในวันคล้ายวันเกิดของแก ฉันไม่ได้ล้อเล่นถึงมันจะดูคล้ายแบบนั้นก็ตาม สิ่งนี้เป็สิ่งสำคัญของตระกูลเรา มันมีเหตุผลอยู่ว่าทำไมพ่อและแม่แกถึงเรียกแกว่าแอช (ash) แกจะไม่แสดงคุณค่าที่แท้จริงของตัวแกจนกว่าแกจะกลายเป็เถ้า เมื่อถึงเวลา...ใช้มันกับตัวเอง อย่ายอมให้ใครใช้สิ่งนี้แทนแก เก็บมันไว้ให้ดีและอย่าให้ใครเห็นสิ่งนี้
ฉันทำข้อตกลงกลุ่มคนที่ไว้ใจได้แล้วและพวกเขาจะจัดการทุกอย่างเมื่อเวลามาถึง ตระกูลของเรามีศัครูและมันอันตรายถ้าจะเก็บสิ่งนี้ไว้กับคนแก่แบบฉัน ฉันปกป้องมันไม่ได้ มันตลกดีที่แกที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองมีเืของ ตระกูลเบนส์อยู่ในตัวกลับเป็คนเดียวที่พึ่งพาได้ในเวลานี้ แกเป็เบนส์คนเดียวที่ไม่โดดเด่น อย่างน้อยก็จนกว่าแกจะกลายเป็ธุลี จะไม่มีใครจับตามองแกในฐานะคนของตระกูลเบนส์และเพราะแบบนั้นฉันจึงคิดว่าเมื่อสิ่งนี้อยู่กับแกมันจะปลอดภัยที่สุด
สุดท้ายฉันหวังว่าแกจะทำตามคำแนะนำของฉันอย่างเคร่งครัด เพื่อที่แกจะไม่จำเป็ที่จะต้องใช้มันเร็วขนาดนั้น และเพิ่มความมั่นใจให้กับฉันว่าแกจะได้ใช้มัน เพราะถ้าหากมีพวกศัตรูจากตระกูลอื่นๆรู้เื่นี้ แกจะต้องตายและไม่ได้ใช้มัน
โชคดีไอ้หลานรัก…”
โจเซฟ เบนส์
“โชคดีไอ้หลานรักงั้นเหรอ?? ฮึ่ม ตาแก่บ้าเอ้ยแหงละฉันคงต้องซ่อนมันอยู่แล้ว โลงศพอันเบ้อเร่อขนาดนี้มีครอบครัวไหนที่เขาส่งของพรรค์นี้ให้คนในครอบครัวกันเล่าเพราะแบบนี้ไงฉันถึงได้ไม่ยอมพูดถึงครอบครัวให้ใครฟังแม้แต่แคท ให้ตายเถอะ..”
หลังจากบ่นกับตัวเองมาได้สักพักเขาก็ขนโลงศพของเขาไปซ่อนเพราะไม่อยากให้แคทเทอรีนรู้เื่เขาไม่ได้คิดว่าแคทเทอรีนจะใหรือกลัวหรืออะไรทำนองนั้น แต่เขาคิดว่าเธอต้องล้อเขาแน่ๆเกี่ยวกับเื่นี้ เขาจึงหาที่ที่เหมาะและซ่อนมันไว้ในห้อง?..
หลังจากซ่อนโลงศพเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ออกจากห้องและวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้า พอวิ่งเสร็จเวลาปัจจุบันก็ปาไปแปดโมงเช้าแล้วแผนการทำให้วันเกิดเป็วันดีๆหลังจากนี้ก็คือการจิบกาแฟร้อนๆ ในวันที่หนาวเย็น พร้อมกับเดินไปในข้างแม่น้ำที่สวนสาธารณะ
เขาเดินเตร็ดเตร่อยู่สักพัก สูดอากาศที่ค่อนข้างจะเย็นจนแสบจมูกสายตาทอดออกไปในริมน้ำ
‘แค่ลืมเื่เมื่อเช้าไปวันนี้ก็เป็วันดีๆอีกวัน’ แอชลี่คิดในใจ
ในแม่น้ำบรรยากาศที่นั่นสงบสุขและดูอบอุ่นเหลือเกินฝูงนกที่จับปลาในน้ำ หงส์สี่ห้าตัวที่ว่ายน้ำไปกันเป็คู่ๆ ที่ริมแม่น้ำที่ใสสะอาดก็พอจะมองเห็นปลาที่แหวกว่ายอยู่ข้างใต้มีแม้กระทั้งแมวที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่ในน้ำ
“เอ๋...แมว...น้ำ...แมวในน้ำ..เฮ้ย”
แอชลี่ลบบรรยากาศสุนทรีของเขาออกไปทันทีก่อนที่จะพุ่งทั้งตัวของเขาลงไปในแม่น้ำที่เย็นเฉียบเขาจับแมวและชูมันขึ้นเหนือน้ำ อย่างไรก็ตามภายใต้น้ำที่ลึกประมาณสองเมตรและอยู่ห่างออกไปจากฝั่งเพียงไม่ถึงสิบเมตรแต่เขากลับไม่สามารถว่ายกลับเข้าฝั่งได้
“นี่มันอะไรกัน...บ้าเอ้ย”แอชลี่กัดฟันพูดกับตัวเอง เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมเขาไม่สามารถว่ายเข้าฝั่งได้ฝั่งของแม่น้ำดูเหมือนจะไกลขึ้นทุกทีๆ ระดับน้ำก็แลดูจะลึกขึ้นเรื่อยๆในที่สุดสติเขาก็หลุดไป ความมืดและมือที่ว่างเปล่าที่ชูขึ้นเหนือน้ำ ...มือที่เขาคิดว่าเขาอุ้มแมวไว้คือภาพสุดท้ายก่อนที่ความมืดจะกลืนกินความทรงจำทั้งหมด
…
…สวัสดีเ้าโง่ แกโดดลงมาในแม่น้ำทำบ้าอะไร..
นั่นคือเสียงแรกที่ได้ยินหลังจากแอชลี่ได้สติเสียงจากแมว?? แมวที่เขาคิดว่าเขาลงไปช่วย....