แม้พลังแห่งความโกลาหลและต้นตอของมันจะถูกทำลายไปแล้ว หลี่มี่เยว่ และ มู่เหยียน ก็ยังคงรู้สึกถึง คำสาป ที่เชื่อมโยงพวกเขาไว้ด้วยกัน มันไม่ใช่การผูกมัดด้วยความชั่วร้ายอีกต่อไป แต่เป็พันธนาการที่มองไม่เห็นซึ่งยังคงส่งผลต่อชะตากรรมของพวกเขา
หลังจากการต่อสู้ในวิหารแห่งเงามืด ทั้งสองกลับมายังแดน์และดินแดนอเวจีอีกครั้ง ทว่าพวกเขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
หลี่มี่เยว่ พบว่าพลังแห่งการชำระล้างของเธอแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล จนบางครั้งก็ยากที่จะควบคุม พลังนั้นบริสุทธิ์และสว่างไสวเสียจนบางครั้งก็ทำให้จิตใจของเธอรู้สึกโดดเดี่ยว ราวกับว่าไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใจพลังที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุดเช่นนี้ได้
ส่วน มู่เหยียน พลังมารของเขาบริสุทธิ์และทรงพลังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขาไม่รู้สึกถึงความเ็ปจากรอยแผลเป็อีกต่อไป แต่เขากลับรู้สึกถึง ความปรารถนา ที่จะอยู่ใกล้ หลี่มี่เยว่ ตลอดเวลา หากห่างกันเพียงครู่เดียว เขาก็จะรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างประหลาด
"ข้าไม่เข้าใจเลยเ้าค่ะ" หลี่มี่เยว่ กล่าวกับ มู่เหยียน ขณะที่พวกเขากำลังพบกันที่ชายแดนระหว่างสองภพภูมิ "แม้พลังแห่งความโกลาหลจะถูกทำลายไปแล้ว แต่ทำไมข้าถึงยังรู้สึกถึงพันธนาการนี้"
"ข้าก็เป็เช่นกันเยว่ซิน" มู่เหยียน ตอบ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน แต่แววตาของเขากลับฉายแววความกังวล "ข้ารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังดึงดูดเราเข้าหากันตลอดเวลา"
พวกเขาพยายามค้นคว้าจากตำราโบราณในแดน์และดินแดนอเวจีอีกครั้ง เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับคำสาปที่แท้จริง
ในที่สุด พวกเขาก็พบกับบันทึกโบราณเล่มหนึ่งที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของห้องสมุดในแดน์ บันทึกนั้นเล่าถึง "คำสาปแห่งคู่แท้" ที่เกิดขึ้นจากการรวมพลังของแสงสว่างและความมืดมิดในอดีตกาล เพื่อผนึกพลังแห่งความโกลาหลขั้นสูงสุด
"เมื่อผู้ถือครองพลังแห่งแสงสว่างและผู้ถือครองพลังแห่งความมืดมิด รวมพลังกันเพื่อผนึกภัยพิบัติอันยิ่งใหญ่ ดวงิญญาของพวกเขาจะถูกผูกมัดเข้าด้วยกันด้วยพันธนาการแห่งรักแท้ชั่วนิรันดร์ หากพวกเขาพยายามจะแยกจากกัน พลังของทั้งสองจะปั่นป่วน และอาจนำมาซึ่งหายนะต่อทุกภพภูมิ" หลี่มี่เยว่ อ่านข้อความนั้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
มู่เหยียน ััได้ถึงความจริงของคำสาปนั้น "ดังนั้น... มันไม่ใช่คำสาปที่เกิดจากความชั่วร้าย แต่เป็คำสาปที่เกิดจากความรักของเรา"
"และเราไม่สามารถแยกจากกันได้ มิฉะนั้นจะเกิดหายนะขึ้น" หลี่มี่เยว่ กล่าวด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย แม้เธอจะรักเขามากแค่ไหน แต่การที่พวกเขาไม่สามารถแยกจากกันได้ อาจส่งผลต่อหน้าที่ของพวกเขาในแต่ละภพภูมิ
เทพแห่งวารี ซึ่งได้อ่านบันทึกเล่มเดียวกัน ก็เดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยสีหน้าจริงจัง "ตำนานนี้เป็ความจริง การรวมพลังของพวกเ้าเพื่อผนึกพลังแห่งความโกลาหลในอดีต ได้สร้างพันธนาการแห่งคู่แท้ขึ้นมา"
"แต่เราจะทำหน้าที่ของเราในแต่ละภพภูมิได้อย่างไรเ้าคะ ในเมื่อเราไม่สามารถแยกจากกันได้" หลี่มี่เยว่ ถามด้วยความกังวล
มู่เหยียน จับมือเธอไว้แน่น "เราจะหาทางเยว่ซิน เราจะพิสูจน์ว่าความรักของเราไม่ได้เป็อุปสรรคต่อหน้าที่ของเรา"
เทพแห่งวารีถอนหายใจ "มีเพียงทางเดียวที่จะคลายคำสาปนี้ได้... คือการหาสถานที่ที่พลังแห่งแสงสว่างและความมืดมิดสามารถหลอมรวมกันได้อย่างสมบูรณ์ โดยปราศจากผลกระทบต่อภายนอก... นั่นคือ "ดินแดนแห่งต้นกำเนิด" สถานที่ที่ทุกสรรพสิ่งถือกำเนิดขึ้น"
"ดินแดนแห่งต้นกำเนิด?" หลี่มี่เยว่ อุทาน
"ใช่... ดินแดนที่ซ่อนอยู่จากทุกสายตา เป็สถานที่ที่พลังทั้งสองขั้วสามารถหลอมรวมกันได้โดยไม่สร้างความปั่นป่วนใด ๆ" เทพแห่งวารีอธิบาย "แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน... มีเพียงตำนานเล่าขานกันมาเท่านั้น"
การค้นพบนี้ทำให้ความหวังของ หลี่มี่เยว่ และ มู่เหยียน กลับคืนมาอีกครั้ง พวกเขารู้ว่าภารกิจต่อไปของพวกเขาคือการค้นหา "ดินแดนแห่งต้นกำเนิด" เพื่อคลายคำสาปแห่งคู่แท้ และพิสูจน์ว่าความรักของพวกเขาสามารถอยู่ร่วมกับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์
"เราจะหามันให้พบเ้าค่ะ" หลี่มี่เยว่ กล่าวด้วยความมุ่งมั่น
"และเมื่อถึงเวลานั้น... เราจะอยู่ด้วยกันได้อย่างแท้จริง" มู่เหยียน เสริม พลางมองเธอด้วยความรัก