“ แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงกันดี ”
พนักงานฝ่ายผลิตถามทุกคนที่อยู่ภายในห้องประชุมที่มีอยู่ราว 53 คน ความมืดมิดทำให้เธอเริ่มหวาดกลัวกับทุกอย่าง ขณะที่ทุกคนกำลังกลัวกับหลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทันหัน ทั้งเื่ซอมบี้ สัญญาณโทรศัพท์ใช้งานไม่ได้แล้วยังมีเื่ไฟฟ้าดับ ชายคนเดิมยังคงพูดจาเหน็บแหนมเช่นเคย บาสกลับไม่สนใจเขาเลือกจะอธิบายด้วยเหตุผลแทน
“ ก่อนจะมาที่นี่ผมพาเพื่อนไปที่รถหวังจะพาไปส่งโรงพยาบาล เราได้เปิดวิทยุบนรถดูแล้ว เพียงแต่ว่าไม่มีสัญญาณอะไรเลย ”
“ หมายความว่าวิทยุก็ไม่มีสัญญาณเหมือนกันเหรอคะ ”
“ ผมไม่รู้ว่า่เวลาที่เปิดวิทยุสถานีปิดไปหรือเปล่า ถ้ามีไฟน่าจะตอบคำถามนี้ได้ ”
“ พอจะหาแหล่งจ่ายไฟได้ไหมคะ ”
“ เครื่องสำรองไฟแบบพกพาที่แผนกของเรามีอยู่หลายตัว แบตเตอรี่ก็มีเช่นกัน แต่เราต้องออกไปเผชิญหน้ากับซอมบี้อีกครั้ง ผมไม่รู้ว่าตอนนี้พวกมันมาเยอะแค่ไหนแล้ว ”
“ ถ้าอย่างนั้นพวกแกทั้งสองก็กลับไปที่แผนกไปเอามันมาก็สิ้นเื่ ”
ความเงียบปกคลุมห้องเมื่อชายสวมสูทเอ่ยบางสิ่งที่ไม่สมควรออกมา บาสต้องเก็บความโกรธเอาไว้ต่อให้เขาอยากจะซัดหน้าอีกฝ่ายที่เหมือน้าให้พวกเขาไปตาย
“ รออีกสักหน่อย เผื่อเครื่องปั่นไฟจะดีเลย์ ” บาสออกความคิดเห็น แม้จะรู้ว่ามีโอกาสน้อยมากที่เครื่องจะทำงานดีเลย์เพราะตนเองและคนในแผนกเป็ผู้ตั้งค่า เขากลับต้องอ้างไปก่อน อย่างน้อยหากรออีกสักนิดซอมบี้อาจจะหนีออกไปจากหน้าห้องประชุม
“ โยฮัน โทรศัพท์ยังอยู่กับแกไหม ”
“ ยังอยู่พี่ ”
“ ดูเวลาให้หน่อย ”
“ เที่ยงสิบห้า ”
“ บ่ายสองค่อยออกไปดูก็แล้วกัน ”
โยฮันพยายามติดต่อพ่อและน้องสาวดูอีกครั้งหนึ่ง สัญญาณยังคงขาดหายเช่นเดิม อินเทอร์เน็ตก็ไม่สามารถใช้งานได้ เขาจึงเก็บโทรศัพท์เอาไว้เพราะไฟฟ้าไม่มีใช้จึงต้องประหยัดไฟให้ได้มากที่สุด
หลังจากทุกคนกลับสู่ความเงียบอีกครั้งหนึ่ง โยฮันจึงเปลี่ยนเลนส์ตาของตนเองให้เป็สัตว์ต่างๆจนเขาพอจะมองเห็นภายในความมืดได้เล็กน้อยจากการใช้เลนส์ตาของสิ่งที่กินเข้าไปทั้งหมดรวมกัน
ในขณะที่เขากวาดตามองดูทุกคนรอบๆว่าเป็อย่างไรบ้าง โยฮันกลับต้องรีบสะกิดพี่บาส เมื่อเขาเห็นว่าพนักงานจำนวน 3 นายนอนหมดสติบนพื้นดิน โดยไม่มีใครเห็นพวกเขาเพราะความมืด
“ แย่แล้วพี่ ดูเหมือนจะมีคนถูกกัดเข้ามาหลบกับเรา ”
“ แกรู้ได้ยังไง ”
“ ลองหลับตาให้ชินกับความมืดผมก็เห็นลางๆ เอาไงดีพี่ถ้าปล่อยไว้จะต้องมีการแพร่เชื้อในห้องแน่ๆ ”
บาสคิดหนัก เขากลับต้องแสดงความเป็ผู้นำเพื่อให้ห้องปลอดภัย
“ ทุกคน ก่อนเข้ามาที่นี่มีใครถูกกัดหรือถูกข่วนมาหรือเปล่า ผมอยากให้คนที่ถูกข่วนหรือถูกกัดช่วยมัดมือตนเองเอาไว้กับเก้าอี้ได้ไหม ”
ความตื่นตระหนกกลับมาอีกครั้ง หลายคนหวาดกลัวมากยิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่าภายในห้องอาจจะมีคนถูกกัด ในสถานการณ์ที่ทุกคนมองไม่เห็นสิ่งใดเลยทำให้ทุกคนพยายามใช้มือลูบคลำรอบข้างตนเองเพื่อหาอาวุธมาถือเอาไว้ในมือ บางคนได้เก้าอี้ บางคนได้โต๊ะกำบังตนเอง
โยฮันเห็นว่าสถานการณ์เริ่มย่ำแย่ เขาจึงปีนกลับขึ้นไปประตูที่เข้ามา ก่อนจะเปิดประตูให้กว้างที่สุดเพื่อให้แสงลอดผ่านเข้ามาในห้อง ทุกคนที่กลับมาเห็นอีกครั้งต่อให้จะเป็การเห็นแค่เลือนรางมันกลับเป็การมองเห็นที่มากพอให้พวกเขาแยกแยะได้ว่าใครถูกกัด
“ มีคนถูกกัดจริงๆด้วย ”
พนักงานที่อยู่ใกล้กับคนที่นอนหมดสติถอยห่าง บาสจึงรีบเข้าไปดึงผ้าม่านห้องประชุมแล้วนำมามัดมือและปากของคนที่นอนหมดสติบนพื้นเพื่อไม่ให้กัดใครได้ เมื่อทุกคนคิดว่าตัวเองปลอดภัยระดับหนึ่งจึงเริ่มพูดคุยกันเพื่อหาว่าใครถูกข่วนหรือถูกกัดมาอีก พวกเขาจำเป็ต้องแยกแยะคนปกติและกลุ่มเสี่ยงออกจากกัน
“ ใครถูกกัดถูกข่วนก็บอกมาสิเฮ่ย โตๆกันแล้ว ถ้าฉันรู้ทีหลังจะโยนแกออกไปข้างนอก ”
ชายสวมสูทยังคงแหกปากร้องะโเช่นเดิม โยฮันจึงเป็คนแรกที่ถอดเสื้อเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเขาไม่ได้ถูกกัดหรือมีรอยข่วนจนเกิดแผลลึก จากนั้นเขาจึงดึงขากางเกงทั้งสองข้างขึ้นเพื่อให้ทุกคนมองเห็น บาสจึงทำไม่ต่างกันเพื่อไม่ให้ถูกใครตำหนิ สถานการณ์ในตอนนี้ทุกคนแทบจะเป็บ้า หากเขาไม่ให้ความร่วมมืออาจจะเกิดปัญหาได้
ผู้ชายเริ่มถอดเสื้อและถอดกางเกง ทางฝั่งผู้หญิงใช้ผ้าม่านปิดพื้นที่แล้วตรวจสอบร่างกายให้กัน นับว่าโชคดีไม่น้อยที่มีเพียงแค่พนักงาน 3 คนเท่านั้นที่ถูกกัดและมีรอยข่วนจากซอมบี้
แฮ่ !
เสียงขู่ส่งผ่านลำคอหนึ่งในชายที่หมดสติ มือที่มัดเอาไว้กับโต๊ะออกแรงดึงจนโต๊ะล้มระเนระนาด ชายอีกคนพยายามลุกเช่นเดียวกันทำให้เก้าอี้หลายตัวที่มัดเอาไว้กับขาถูกลาก หญิงสาวอีกคนที่กลายเป็ซอมบี้เริ่มขู่ร้องคำราม เธอกลับถูกมัดมือและเท้าเอาไว้ด้วยกันทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ แม้ซอมบี้จะถูกมัดทุกคนกลับหวาดกลัวแต่ก็ไม่สามารถนำพวกมันออกไปด้านนอกห้องเพราะการเปิดประตูเท่ากับว่าเป็การเปิดทางให้ซอมบี้ด้านนอกเข้ามา ทุกคนจึงต้องจำใจหลบอยู่กับซอมบี้
“ โยฮัน แกคิดว่าจะเป็ยังไงถ้าซอมบี้ไม่ได้มีแค่โรงงานของเรา ”
ในขณะนั่งรอให้เวลาเลยผ่านไปเรื่อยๆเพื่อรอการช่วยเหลือจากข้างนอกโรงงาน โยฮันได้หันมองรุ่นพี่ของเขาอีกครั้ง บนใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความสนุก เขานั้นรู้ดีว่าทำไมอีกฝ่ายถึงแสดงความรู้สึกเช่นนี้นั่นก็เพราะว่ารุ่นพี่ของเขาไม่มีครอบครัว พ่อกับแม่ตายั้แ่ยังหนุ่ม แฟนและภรรยาไม่มี การแสดงออกทางสีหน้าที่ดูธรรมชาติของรุ่นพี่ ทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงจะเคยคิดให้โลกนี้ล่มสลาย ไม่ใช่เพราะขาดความรัก แต่เป็เพราะเบื่อหน่ายสังคมปัจจุบัน
“ ทำไมพี่ถามผมแบบนั้นล่ะ ”
“ ฉันอยากรู้ว่าแกจะทำอะไร ”
“ แล้วพี่จะทำอะไร ”
“ ฉันก็ไม่รู้ มีหลายอย่างอยากจะทำ ”
“ งั้นผมขอไปดู้าก่อน รู้สึกว่ามันจะปีนขึ้นไปสูงกว่านี้ได้ ”
“ ระวังตัวด้วย ”
โยฮันเดินไปยังบันไดหนีไฟแล้วปีนกลับขึ้นไปบนเพดานห้องประชุมก่อนจะลอดผ่านประตูบานเล็กจนโผล่ไปนอกห้อง ซอมบี้ยังคงยืนล้อมบันไดหนีไฟเอาไว้เช่นเดิมไม่ยอมไปไหน เขาจึงมองไปยังบันไดหนีไฟด้านข้างที่ไม่รู้ว่าจะพาไปที่ไหน หลังจากยื่นมือคว้าจับบันไดเขาก็เริ่มปีนป่ายขึ้นไปให้สูงที่สุด สิ่งที่เขาอยากเห็นคือภาพมุมสูง นอกจากโรงงานของเขาแล้วนอกโรงงานจะปรากฎเหตุการณ์เหมือนเดิมหรือไม่
จนกระทั่งเขาปีนมาถึงตำแหน่งสูงสุดของบันไดหนีไฟ โยฮันจึงเหยียบไปยังระเบียงหลังคาของโรงงาน อย่างไรก็ตามเขากลับมองเห็นซอมบี้ 3 ตัวกำลังหันมองเขาจากระเบียง เพียงแต่ว่าพวกมันไม่สามารถเดินมาหาเขาได้เพราะสายรัดที่คอยเซฟตี้ไม่ให้ร่วงตกลงไปจากระเบียงมัดร่างของพวกมันทั้ง 3 ให้หยุดอยู่กับที่
โยฮันจึงมองไปยังหลังคาโรงงานติดระเบียง ก่อนจะตัดสินใจไต่ลงไปเหยียบแล้วเดินขึ้นจุดสูงสุดของหลังคา แม้ระเบียงจะอยู่สูงมันกลับยังไม่พอจะทำให้เขามองเห็นรอบๆโรงงานได้
ลมเย็นๆพัดผ่านร่างสร้างความรู้สึกหวาดเสียวให้กับโยฮัน ต่อให้หลังคาจะถูกออกแบบมาให้สามารถรับน้ำหนักตัวของมนุษย์ได้ก็ตาม เขายังคงกลัวการร่วงหล่นเช่นเดิมจนต้องเปลี่ยนจากเดินเป็คลานไปตามสันหลังคาเพื่อใช้หลักการกระจายน้ำหนัก เขากลับยังคงหวาดกลัวเช่นเดิมจึงเปลี่ยนฝ่ามือทั้งสองข้างให้กลายเป็หนวดปลาหมึกแล้วเริ่มจับไปยังหลังคา ปรากฎว่าแรงดูดจากปุ่มที่ปรากฎขึ้นมาคล้ายกับหนวดปลาหมึกทำให้เขายึดติดกับหลังคาได้ดีมากยิ่งขึ้น
สองมือค่อยๆเปลี่ยนตำแหน่งเกาะเพื่อพาตนเองเคลื่อนที่ขึ้นสู่ที่สูง สองเท้าพยายามถีบพื้นออกแรงส่งช่วยแขนให้เคลื่อนที่ขึ้นไปช้าๆ ในระหว่างปีนป่ายเขาก็เริ่มเหงื่อไหลออกมาจากกลางหลัง เนื่องจากว่าความสูงในตอนนี้เป็ความสูงที่สูงที่สุดเท่าที่เขาปีนป่ายโดยไม่มีอุปกรณ์ในการช่วยชีวิต จนกระทั่งมาถึงจุดสูงสุดของหลังคาโรงงาน โยฮันจึงเริ่มชะโงกหน้าขึ้นจากหลังคาเพื่อมองดูรอบๆ
ลมร้อนจากสถานที่อันห่างไกลไหลผ่านหลังคากระทบเข้ากับร่าง มันมาพร้อมกลิ่นควันไฟจางๆลอยแตะจมูก เมื่อโยฮันกวาดตามองดูโรงงาน เขาพบว่ามีหลายจุดเกิดไฟไหม้ ด้านหน้าโรงงานมีรถยนต์หลายคันพุ่งชนกันจนทำให้เกิดควันไฟ ดูเหมือนว่าจะมีใครหลายคน้าใช้รถของพวกเขาหลบหนีแต่ก็ไม่พ้น สิ่งที่น่ากังวลใจคือพนักงานทั้งหมดกำลังเดินแบบไร้จุดหมาย จากสภาพที่เห็นทำให้รู้ว่าพวกเขากลายเป็ซอมบี้แล้ว
เมื่อมองออกไปให้กว้างเขาเห็นควันไฟพุ่งขึ้นฟ้าจากตัวเมืองจนเกิดเมฆหมอก ไม่ว่าจะมองไปทิศทางใดล้วนเต็มไปด้วยควันปกคลุมไปทั่ว เมืองที่เคยเต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวาเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ
ถนนเส้นหลักผ่านหน้าโรงงานเคยเต็มไปด้วยรถยนต์ขับผ่านไปมา ตอนนี้กลายเป็ลานโล่งมีซากรถยนต์ชนกันปิดเส้นทางเป็บางจุด ตึกใหญ่ที่เคยมีป้ายโฆษณาทั้งตอนเช้าและตอนกลางคืนถูกไฟไหม้จนเหลือแค่โครงเหล็กสีดำทะมึน
เมื่อหันมองไปยังจุดที่มีเสียงไซเรนส่งออกมาโยฮันพบเพียงแค่ว่ารถพยาบาลจอดนิ่งไม่ได้เคลื่อนตัวไปไหน เ้าหน้าที่ที่มากับรถไม่ได้หายไปไหน พวกเขายืนนิ่งอยู่ด้านข้างรถราวกับเป็หุ่นตัวหนึ่ง
เสียงลมพัดผ่านมาพร้อมเสียงครางเบาๆที่ดังมาจากทุกทิศทาง มันไม่ใช่เสียงของชีวิตเพราะเป็เสียงของซอมบี้ที่กำลังแพร่พันธุ์ แต่ละตัวล้วนแล้วเดินซวนเซไร้จุดหมายปลายทาง ทันใดนั้นพวกมันก็เริ่มเคลื่อนไหวหลังจากได้ยินเสียงกรีดร้องมาจากมุมหนึ่งของเมือง
บนใบหน้าของโยฮันปรากฎความรู้สึกวิตกเป็อย่างมาก ภายในบ้านของเขายังมีพ่อนอนพักผ่อน เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเดินทางไปทำงานแล้วหรือยัง สิ่งที่น่าเป็ห่วงไปกว่านั้นคือน้องสาว สถานที่ที่เธออยู่คือโรงเรียน หากมีซอมบี้ปรากฎมันจะกลายเป็สถานที่ที่น่ากลัวเป็อย่างมาก จำนวนพนักงานมีไม่กี่ร้อยยังน่ากลัวเช่นนี้ นักเรียนที่มีอยู่หลายพันจะต้องสร้างความวุ่นวายได้มากมายมหาศาลอย่างแน่นอน
เมื่อมองดูภาพ้าจนพอใจ โยฮันจึงนำโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแล้วปีนกลับลงไป เขาเลิกสนใจความสูงที่ปีนป่าย ตอนนี้เขา้าลงไปด้านล่างให้เร็วที่สุดเพราะ้ากลับไปหาครอบครัว
เสียงดังตึงตึงมาจากเพดาน ทุกคนภายในห้องประชุมจึงหันมองพร้อมกัน ทันใดนั้นโยฮันก็ลอดผ่านประตูบนเพดานเข้ามาในห้องแล้วไต่ลงมาหารุ่นพี่ในแผนกด้วยใบหน้าเป็กังวล
“ พี่ ไม่ใช่แค่โรงงานที่มีซอมบี้ ”
“ แกเห็นอะไร ”
“ ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยซอมบี้ ผมคิดว่าจะกลับบ้าน พี่จะเอายังไงต่อ ”
โยฮันนำโทรศัพท์ของตนขึ้นมาเปิดภาพให้บาสดู หลายคนที่อยู่ใกล้ๆขอดูเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็ภาพหรือวีดีโอจากโทรศัพท์ของโยฮันล้วนเปิดให้ทุกคนได้เห็นความวุ่นวายภายในโรงงานและภาพตัวเมือง.