บทที่ 1 ทะลุมิติมาเป็ลูกเขยแต่งเข้าบ้าน เริ่มต้นก็เหมือนตกนรก!
[จุดเช็กอินสำหรับหนุ่มหล่อสาวสวย]
[จุดลงชื่อเข้าใช้ระบบ ลงชื่อเพื่อสุ่มรับระบบหนึ่งอย่าง]
[ท่านพ่อบุญธรรมโปรดเมตตา ทิ้งรีวิวห้าดาว 666 ไว้ แล้วจะได้รับความหล่อ +9999 แสนล้าน ความมั่งคั่ง +9999 แสนล้าน โชคลาภ +9999 แสนล้าน ความยาว +9999 แสนล้าน...]
"โอ้ ท่านเขยหลินยังคิดจะร่ำสุราอยู่อีกหรือ?
หลายปีมานี้ ตระกูลซูของพวกเราเลี้ยงดูท่านจนสุขสบายเกินไปแล้วสินะ?
คิดว่าอาศัยฐานะพ่อเลี้ยงของคุณหนูชิงลั่ว แล้วจะทำอะไรตามใจชอบในตระกูลซูของพวกเราได้งั้นรึ?!"
น้ำเสียงแหลมสูงบาดหูแว่วเข้าสู่โสตประสาทของหลินม่อ ทำให้สมองที่วุ่นวายอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจมากขึ้น
เขาเงยหน้าขึ้นอย่างมึนงง มองไปยังผู้ที่มาเยือน
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือ ชายฉกรรจ์ร่างกำยำสามคนแต่งกายประหลาด ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยแววตาความดูแคลน
"หือ? เกิดอะไรขึ้น ทำไมชุดของบริกรพวกนี้ถึงได้ดูย้อนยุคขนาดนี้? จำได้ว่าเมื่อวาน ยังมีสาวงามนุ่งน้อยห่มน้อยอยู่เลยนี่นา..."
ความคิดของหลินม่อยังปรับตัวไม่ทัน
ไม่ใช่แค่ชายฉกรรจ์ตรงหน้าที่ทำให้เขารู้สึกแปลกหน้าและไม่คุ้นตา แต่สภาพแวดล้อมรอบตัวยิ่งทำให้เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานบันเทิงหรือบาร์ที่ไหนเลย แต่มันคือห้องเก็บฟืน และที่ใต้เท้าของเขายังมีไหเหล้าเปล่ากระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น!
"ซี้ด!"
ยังไม่ทันที่หลินม่อจะเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า จู่ ๆ ก็มีความเ็ปแล่นเข้าที่ท้ายทอย จากนั้น ความทรงจำบางอย่างที่ไม่อาจระบุที่มาได้ ก็ผุดขึ้นมาในสมองของเขา
"แคว้นโจว... เมืองชิงอวิ๋น... ตระกูลซู!
ข้า... ทะลุมิติมาแล้ว!
ทะลุมิติมาเป็หลินม่อ เขยแต่งเข้าบ้านของตระกูลซูที่มีชื่อและแซ่เดียวกันไม่มีผิด!"
หลินม่อเบิกตากว้างราวกับไม่อยากจะเชื่อ
แต่ความทรงจำในหัวและภาพตรงหน้า ทำให้เขาต้องยอมรับว่าตนเองทะลุมิติมาจริง ๆ!
"ทะลุมิติก็ทะลุมิติเถอะ แต่ข้ายังมีลูกสาวบุญธรรมที่เป็อัจฉริยะด้วยหรือ?
เดี๋ยวนะ... ภรรยาของข้า... หายสาบสูญไปแล้ว?
แล้วข้ายังเป็เพียงไอ้ขยะที่ตันเถียนได้รับาเ็จนพิการอีกอย่างนั้นหรือ?
นี่มัน... จุดเริ่มต้นชีวิตแบบไหนกันเนี่ย?
ครอบครัวแตกแยก ภรรยาหายสาบสูญ ลูกสาวบุญธรรมหัวขบถ ส่วนข้าก็เป็เพียงขยะไร้ค่า?"
ความทรงจำอันแปลกประหลาดผุดขึ้นมาเป็ฉาก ๆ ยิ่งหลินม่อเรียบเรียงข้อมูล ใบหน้าของเขาก็ยิ่งมืดมนลง
ชาติก่อนเขาเป็เพียงพนักงานส่งอาหาร แต่ก็อยู่ในวัยหนุ่ม บางครั้งยังได้ไปเที่ยวสนุกปลดปล่อยอารมณ์ในบาร์ ไฉนพริบตาเดียวถึงกลายเป็พ่อหม้ายวัยสามสิบกว่าที่ต้องเลี้ยงลูกล่ะเนี่ย?
"หรือว่าเมื่อคืนจะสนุกเกินไป จนพาตัวเองทะลุมิติมาอยู่ที่นี่?"
หลินม่อยกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ
ชั่วขณะหนึ่ง เขาไม่สามารถยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ได้ ทว่า น้ำเสียงแหลมบาดหูนั้นกลับดังขึ้นมาอีกครั้ง
"อะไรกัน ท่านเขยหลินดื่มหนักจนเมามาย หรือว่าทำผิดไว้แล้วใจคอไม่ดีจนไม่กล้าเอ่ยปากพูด?
อย่าคิดว่าการนิ่งเงียบจะทำให้รอดพ้นความผิดไปได้!
เมื่อคืนนี้มีโอสถชำระไขกระดูกสามเม็ดถูกขโมยไปจากคลังสมบัติ แล้วก็มีคนเห็นพบเห็นท่านเดินวนเวียนอยู่แถวนั้นพอดี!
ผู้าุโสี่สั่งให้ข้ามาเรียกท่านไปสอบถาม"
ชายฉกรรจ์ที่เป็หัวหน้าใช้เท้าเตะไหเหล้าเปล่าที่ขวางทางออกอย่างแรง แล้วก้าวเท้าเข้ามาใกล้
หลินม่อเงยหน้าขึ้น พยายามค้นหาข้อมูลของคนผู้นี้จากความทรงจำที่วุ่นวาย
'ซูชี... หัวหน้าผู้คุมของตระกูลซู... แต่ว่า... เื่โอสถในคลังสมบัติถูกขโมย มันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?' หลินม่อขมวดคิ้ว
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม พ่อหม้ายอย่างเขาเป็เพียงผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง ที่ร่างกายพิการไร้ความสามารถ จะเป็ไปได้อย่างไรที่จะลอบเข้าไปในคลังสมบัติของตระกูล ที่มีเจินเหรินระดับสร้างรากฐานเฝ้าอยู่?
ดูยังไงก็ไม่ถูกต้อง!
'หรือว่าคิดจะป้ายสีข้า?'
หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง หลินม่อกำลังจะอ้าปากพูด แต่อาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงก็เข้าจู่โจม ฤทธิ์สุราที่ยังคงค้างอยู่ในร่างกายนี้ยังไม่หมดไป ร่างของเขาเซถอยหลังไปกระแทกชนเข้ากับกำแพงห้องเก็บฟืนอย่างแรง
"ดูเอาเถิด ขนาดเดินยังไม่ตรงทางเลย"
ซูชีหัวเราะเยาะเสียงดัง "สภาพน่าสมเพชเยี่ยงนี้ ยังคู่ควรที่จะเป็พ่อเลี้ยงของคุณหนูชิงลั่วอีกหรือ?
ข้าว่าท่านกลับไปหาที่สงบ ๆ ในชนบท สร้างสุสานหลอก ๆ ไว้สักแห่งจะดีกว่า แล้วก็นอนรอวันตาย ไปฝังอยู่กับภรรยาคู่บำเพ็ญที่หายสาบสูญของท่านเสีย จะได้ไม่มาขวางหูขวางตาคนในตระกูลซูของพวกเราให้รำคาญใจ!"
ซูชีมีสีหน้าดูแคลน พูดพลางก้าวเข้าไป เตรียมจะยืนมือไปฉุดกระชากหลินม่อออกไปด้านนอก
แต่ก่อนที่มือของเขาจะแตะต้องตัวหลินม่อ เสียงแหวกอากาศก็ดังสนั่น
เคร้ง!
แสงเย็นวาบสว่างจ้าทั่วห้องเก็บฟืน
ฝักกระบี่ที่ควบแน่นจากผลึกน้ำแข็งฟาดเข้าที่ข้อมือของซูชี
ฉัวะ!
เืสาดกระเซ็น
"อ๊าก!"
ซูชีแผดเสียงร้องลั่น ร่างกายถอยหลังกลับไปตามสัญชาตญาณ เขากุมข้อมือที่โชกเืด้วยสีหน้าเ็ป ทั่วทั้งร่างสั่นสะท้าน ผู้คุมอีกสองคนต่างก็ใ รีบหันไปมองทันที
ก่อนจะพบกับเด็กสาวผู้มีสีหน้าเ็าในชุดคลุมกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ ผมสั้นสีเงิน ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าห้องเก็บฟืน
"ั้แ่เมื่อไหร่กัน... ที่คนรับใช้ตระกูลซู กล้าไล่ตะเพิดเ้าของบ้านเช่นนี้?" ซูชิงลั่วเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก เน้นย้ำทีละคำอย่างชัดเจน น้ำเสียงของนางเย็นเยียบ ทว่า สายตากลับจ้องมองเพียงแค่พื้นดิน
นางไม่ได้มองไปยังสายตาที่หวาดกลัวของคนรับใช้ทั้งสามเลยแม้แต่น้อย และไม่ได้มองสีหน้าแปลกประหลาดของหลินม่อเลยสักนิด นางเพียงใช้ฝักกระบี่ในมือเคาะลงกับพื้นห้องเก็บฟืนเบา ๆ
ต๊อก ต๊อก
เสียงนั้นใสกระจ่าง ทว่า เปี่ยมไปด้วยพลังกดดัน
ซูชีมองผู้มาเยือนด้วยใบหน้าไร้สีเื
ยามเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลินม่อ เขาสามารถวางท่าจองหองได้ เพราะอีกฝ่ายคือเขยขยะพิการที่ไร้ค่า ที่ทุกคนในตระกูลซูตราหน้า แต่เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับซูชิงลั่ว เขากลับไม่มีความกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ ด้วยซ้ำ เพียงเพราะอีกฝ่ายคืออัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นที่สุดของตระกูลซู!
ด้วยวัยเพียงสิบหกปี ก็สามารถบรรลุระดับกลั่นลมปราณขั้นที่หก ห่างจากระดับกลั่นลมปราณขั้นปลายเพียงก้าวเดียวเท่านั้น!
พร์เช่นนี้ หากมองไปทั่วทั้งเมืองชิงอวิ๋นก็นับว่าอยู่ในระดับสูงสุดเหนือผู้ใด!
อย่าว่าแต่เขาเลย ต่อให้คนที่หนุนหลังเขามาเอง ก็คงไม่กล้าล่วงเกินซูชิงลั่วเป็แน่!
"คุณ... คุณหนูชิงลั่ว" ซูชีเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ซูชิงลั่วยังคงนิ่งเฉย แววตาไม่ไหวติง คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ "คำที่เ้าเอ่ยปากออกมาเมื่อครู่ ข้าได้ยินทั้งหมดแล้ว
หากวันหน้าข้าได้ยินเ้าเอ่ยถึงท่านแม่ของข้าอีกแม้แต่คำเดียว เ้าต้องตาย!
ตอนนี้... ไสหัวไปให้พ้น"
ร่างกายของซูชีสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ขาทั้งสองข้างพลันอ่อนแรง
เขารู้ดีว่าครั้งนี้ตนเองทำให้ซูชิงลั่วโกรธจัดเข้าให้แล้ว จึงไม่กล้ารั้งจะอยู่ต่อ และรีบตะเกียกตะกายหนีออกไปทันที
ตอนนี้ภายในห้องเก็บฟืนจึงเหลือเพียงหลินม่อและลูกสาวบุญธรรมของเขา... ซูชิงลั่ว
หลินม่อใช้มือยันกำแพงลุกขึ้น ขาของเขายังคงอ่อนแรงอยู่บ้าง
เขามองเด็กสาวผู้มีดวงตากลมโตและฟันขาวสะอาด แต่เ็าราวกับน้ำค้างแข็งตรงหน้า พลาง้าจะเอ่ยปากพูดบางอย่าง
ฟึ่บ!
ทว่า ก่อนที่เขาจะได้อ้าปากพูดคำใดออกมา กลับเห็นเด็กสาวสะบัดมือ โยนขวดโอสถขวดหนึ่งมาให้
"โอสถชำระไขกระดูกสามเม็ดนี้ให้ท่าน ท่านจงไปบอกผู้าุโสี่ว่าเก็บได้โดยบังเอิญ
วันหลังอย่าให้ข้าได้ยินว่าท่านลอบขโมยของในตระกูลอีก!
ต่อให้ท่านจะเป็เพียงแค่ขยะไร้ค่า แต่ก็ควรเหลือหน้าให้ท่านแม่ของข้าบ้าง
เมื่อสามปีก่อน หากไม่ใช่เพราะท่านตันเถียนได้รับาเ็ ท่านแม่คงไม่ต้องเข้าไปหาตัวยาในแดนลับจนหายสาบสูญไปเช่นนี้
ด้วยเหตุนี้ ท่านควรจะรักษาชื่อเสียงไว้ให้ท่านแม่บ้าง
หากมีครั้งหน้า... อย่าหาว่ากระบี่ในมือของข้าไม่รู้จักคน" น้ำเสียงเ็าดังออกมาจากปากของซูชิงลั่ว
ขวดโอสถตกลงบนพื้น แผ่ไอหมอกสีขาวจาง ๆ ออกมา
หลินม่ออ้าปากค้าง มองใบหน้าด้านข้างที่เ็าของอีกฝ่าย คำพูดที่เตรียมจะพูดถูกกลืนลงคอไปในที่สุด
'ต่อให้ข้าอธิบาย นางก็คงไม่เชื่อคำพูดข้าหรอกกระมัง?
เฮ้อ... เด็กดีขนาดนี้ ทำไมถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้นะ?
สหายเอ๋ย... ดวงิญญาของเ้าบนสรวง์คงจะละอายใจแทนข้ายิ่งนัก'
หลินม่อทอดถอนใจในอก พลางเก็บขวดโอสถเข้าในแขนเสื้อ
รู้สึกว่าเป็เื่ที่น่าขันสิ้นดี
'ั้แ่มารดาของนางหายสาบสูญไป เ้าหมอนี่ไม่เคยทำหน้าที่พ่อเลยแม้แต่วันเดียว
แล้ววันนี้ยังมารอรับความช่วยเหลือจากลูกสาวบุญธรรมอีก...'
มุมปากของหลินม่อปรากฏรอยยิ้มเยาะหยันตัวเอง
เขาส่ายหัวและกำลังจะลุกขึ้น ทว่า ในสมองกลับมีเสียงที่ใสกระจ่างของจักรกลดังขึ้นอย่างกะทันหัน!
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับโอสถจากลูกสาวบุญธรรม]
[ทำการผูกมัดเข้ากับ ‘ระบบพ่อเลี้ยงสายเปย์’ สำเร็จ]
[นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ทุกสิ่งที่ลูกสาวบุญธรรมได้ฝึกฝน ไม่ว่าจะเป็ระดับพลัง ความเข้าใจ หรือพร์ จะถูกส่งคืนกลับมาให้โฮสต์เพิ่มขึ้นเป็สิบเท่า ในขณะเดียวกัน สิ่งของที่โฮสต์มอบให้ลูกสาวบุญธรรม จะถูกส่งคืนกลับมาให้โฮสต์เป็สิ่งของที่มีมูลค่าสูงขึ้นสิบเท่า]
[หมายเหตุ : สิ่งของที่ส่งคืนไม่สามารถมอบให้ผู้อื่นได้]
[หมายเหตุ : จำนวนเท่าที่ส่งคืนจะเพิ่มขึ้นตามการลดลงของ ‘ค่าความประทับใจ’ ยิ่งความประทับใจน้อย การส่งคืนยิ่งรุนแรง!]
[หมายเหตุ : หากค่าความประทับใจของเป้าหมายที่ผูกมัดลดลงถึงระดับ -100 แต้ม ระบบจะปิดตัวลง]
[เป้าหมายที่ผูกมัด : ซูชิงลั่ว ค่าความประทับใจปัจจุบัน -99 แต้ม]