ในยามสายที่ลมพัดเย็นสบาย ลูกน้องคนสนิทของเหวินเจาเหยียนเดินเข้ามาหาเขาที่ลานจวน ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
“นายท่าน… การค้าที่เมืองหยางโจวเกิดปัญหาใหญ่ขอรับ
ดูเหมือนจะมีคนจงใจหาเื่เรา”
เหวินเจาเหยียนขมวดคิ้ว ความกังวลแทรกผ่านแววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าปิดตา “เ้าหมายความว่ายังไง?”
“มีข่าวว่าคู่ค้ารายใหญ่ของเราถูกซื้อตัวไปโดยคู่แข่ง อีกทั้งยังมีข่าวลือแพร่สะพัดว่าเรากำลังล้มละลาย ทำให้พ่อค้าหลายคนเริ่มลังเลที่จะร่วมงานกับเรา”
คำพูดนั้นทำให้เหวินเจาเหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “เตรียมตัวเดินทาง ข้าจะไปที่นั่นด้วยตัวเอง”
ลูกน้องรีบไปจัดการตามคำสั่ง ขณะที่เหวินเจาเหยียนเดินกลับไปยังเรือนพักของเขาเพื่อเตรียมตัว หยางลี่เจินที่กำลังเดินเล่นอยู่ในลานจวนบังเอิญเห็นเหตุการณ์
“พวกเขากำลังทำอะไรกันนะ?” เธอพึมพำ ก่อนจะเรียกบ่าวคนหนึ่งมาถาม “นายท่านของพวกเ้ากำลังจะไปไหน?”
บ่าวที่ถูกถามลังเลเล็กน้อยก่อนตอบ “นายท่านกำลังจะเดินทางไปเมืองหยางโจวเ้าค่ะ มีปัญหาเกี่ยวกับการค้าของตระกูล”
คำตอบนั้นทำให้หยางลี่เจินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะยิ้มเล็กน้อย “เมืองหยางโจวงั้นเหรอ? น่าสนใจดีนี่”
เมื่อเหวินเจาเหยียนกำลังตรวจสอบการจัดเตรียมรถม้าและสัมภาระ หยางลี่เจินเดินเข้ามาหาเขา ท่าทางของเธอดูมุ่งมั่นจนเขาต้องหันไปมอง
“เ้า้าอะไร?” เขาถามเสียงเรียบ
“ฉันจะไปหยางโจวด้วย” เธอกล่าวโดยไม่ลังเล
คำพูดนั้นทำให้เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“เ้าจะไปด้วย? เ้าลืมไปหรือว่าร่างกายของเ้ายังไม่ฟื้นตัวดี?”
“อยู่ที่จวนแบบนี้น่าเบื่อตายไป” เธอตอบกลับ “ฉันไม่ได้อยากอยู่นิ่งๆ โดยไม่ทำอะไร”
“เ้าไม่จำเป็ต้องทำอะไร” เขาพูดเสียงเย็น “ข้าจะจัดการเื่ทั้งหมดเอง”
“แต่ฉันอยากไป” เธอยืนยัน “ฉันไม่อยากปล่อยให้คุณต้องรับมือคนเดียว และบางที… ฉันอาจช่วยคุณได้”
เหวินเจาเหยียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขามองเธอด้วยสายตาที่ไม่สามารถอ่านได้ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
“เ้าช่างดื้อรั้นจริงๆ” เขาพูดเสียงเรียบ “แต่ถ้าเ้า้าไป ก็เตรียมตัวให้พร้อม ข้าไม่้าพาคนที่อ่อนแอไปเป็ภาระ”
หยางลี่เจินยิ้มเล็กน้อย แม้คำพูดของเขาจะฟังดูเ็า
แต่เธอกลับรู้สึกถึงความยินยอมในคำพูดนั้น
“ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง” เธอกล่าวอย่างมั่นใจ
เหวินเจาเหยียนเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันไปจัดการเื่การเดินทางต่อ
ยามสาย รถม้าของตระกูลเหวินเริ่มออกเดินทางจากจวน ล้อไม้ขนาดใหญ่บดไปบนถนนดิน เสียงฝีเท้าของม้าดังเป็จังหวะ ขบวนเดินทางประกอบด้วยรถม้าสำหรับพระเอกและนางเอกหนึ่งคัน และรถบรรทุกสัมภาระตามมาอีกสองคัน
ภายในรถม้า หยางลี่เจินนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง
เธอรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แม้จะยังเจ็บแผลอยู่ แต่การได้ออกจากจวนก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น
เหวินเจาเหยียนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ท่าทางของเขาดูสงบและเคร่งขรึม ผ้าสีดำยังคงปิดดวงตา ใบหน้าที่นิ่งเฉยทำให้บรรยากาศในรถม้าเงียบงัน
หยางลี่เจินเหลือบมองเขา ก่อนจะเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ “นี่เป็ครั้งแรกที่ฉันได้ออกเดินทางไกลแบบนี้”
เหวินเจาเหยียนไม่ได้ตอบในทันที เขานั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ “ถ้าเ้ามองว่าการเดินทางครั้งนี้เป็เื่สนุก ข้าคงต้องเตือนเ้าว่ามันไม่ใช่”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินขมวดคิ้ว “ฉันรู้ว่าคุณกำลังไปแก้ปัญหา แต่การนั่งอยู่ในจวนเฉยๆ มันแย่กว่านี้อีก”
เหวินเจาเหยียนหันหน้ามาทางเธอเล็กน้อย “เ้าดูเหมือนจะชอบหาเื่ใส่ตัว”
“แล้วคุณล่ะ?” เธอแย้ง “คุณเองก็ชอบหาเื่หนักๆ มาให้ตัวเองเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
คำพูดนั้นทำให้เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ตอบกลับ
ระหว่างการเดินทาง รถม้าผ่านทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปจากเมืองหลวงสู่ชนบท ทุ่งนาเขียวขจีและูเาไกลลิบทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย
หยางลี่เจินมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความตื่นตาตื่นใจ “ฉันไม่เคยคิดว่าฉันจะได้เห็นวิวแบบนี้ในชีวิตจริง”
เหวินเจาเหยียนฟังคำพูดของเธอโดยไม่แสดงความรู้สึก
เขาสังเกตเห็นว่าท่าทางของเธอดูเหมือนคนที่ไม่ได้มาจากที่นี่จริงๆ
“เ้าเป็ใครกันแน่?” เขาถามขึ้นกะทันหัน น้ำเสียงของเขานิ่งแต่เต็มไปด้วยความสงสัย
หยางลี่เจินหันกลับมามองเขา ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย “ฉันก็แค่คนธรรมดา… คุณถามทำไม?”
“เพราะั้แ่เ้าฟื้นขึ้นมา เ้าก็ไม่เหมือนเดิม”
เขาตอบเรียบๆ
หยางลี่เจินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนี “คุณคิดมากไปเองหรือเปล่า?”
“บางที…” เขากล่าวเบาๆ แต่แววตาภายใต้ผ้าสีดำยังคงจับจ้องเธอ
หลังจากเดินทางมาเกือบทั้งวัน ขบวนหยุดพักที่ศาลาพักริมทาง เหวินเจาเหยียนลงจากรถม้าพร้อมลูกน้องเพื่อหารือเื่เส้นทางและแผนการ หยางลี่เจินที่ลงมาพักเช่นกันนั่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ พลางยืดเส้นยืดสาย
ขณะที่เธอมองดูเหวินเจาเหยียนที่กำลังพูดคุยกับลูกน้อง ท่าทางของเขาดูสง่างามและน่าเกรงขาม เธออดสงสัยไม่ได้ว่าผู้ชายที่เ็าและซับซ้อนเช่นนี้ กำลังคิดอะไรอยู่
“เขาไม่ใช่แค่พ่อค้าธรรมดาแน่ๆ” เธอพึมพำกับตัวเอง
หยางลี่เจินนั่งลงบนม้านั่งใต้ร่มไม้ ใบหน้าของเธอยังคงมีรอยยิ้มเล็กๆ เมื่อเธอสูดลมหายใจลึก ชื่นชมทิวทัศน์ธรรมชาติรอบตัว
“ที่นี่สงบดีจัง…” เธอพึมพำเบาๆ
เหวินเจาเหยียนที่ยืนอยู่ไม่ไกลหันมามอง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “เ้าชอบความสงบแบบนี้หรือ?”
“ใช่” เธอตอบโดยไม่ลังเล “มันต่างจากในจวนหรือในเมืองใหญ่… ไม่มีเสียงวุ่นวาย มีแค่เสียงลม เสียงนก”
“บางทีเ้าก็เหมือนคนที่ไม่เคยอยู่ในที่แบบนี้มาก่อน”
เขากล่าว น้ำเสียงของเขาเหมือนซ่อนความสงสัย
หยางลี่เจินชะงักไปครู่หนึ่ง แต่รีบตอบกลับด้วยรอยยิ้มเล็กๆ “ฉันแค่ชอบธรรมชาติ ไม่แปลกใช่ไหม?”
ลูกน้องของเหวินเจาเหยียนนำอาหารมาให้พวกเขาที่ศาลา
หยางลี่เจินหยิบขนมชิ้นเล็กขึ้นมากัด พลางเหลือบมอง
เหวินเจาเหยียนที่นั่งนิ่ง
“คุณไม่ทานอะไรหน่อยเหรอ?” เธอถาม
“ข้าไม่หิว” เขาตอบสั้นๆ
“คุณนี่เป็แบบนี้ตลอดเลย” เธอพูดพลางยิ้ม
“เ็า ไม่ยอมผ่อนคลายบ้าง”
เหวินเจาเหยียนยกมุมปากเล็กน้อย “ข้าจะต้องผ่อนคลายไปเพื่ออะไร? มีเ้าก็พอแล้วสำหรับการทำให้ข้ารู้สึกยุ่งยาก”
หยางลี่เจินหลุดหัวเราะเบาๆ “คุณนี่พูดทีไรก็ไม่เคยชมคนอื่นเลยจริงๆ”
ขณะที่พวกเขากำลังพักผ่อน ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
“นายท่าน! มีคนแปลกหน้ามาสังเกตการณ์เราอยู่ไม่ไกลจากที่นี่”
เหวินเจาเหยียนหันมาทางเขาทันที น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นขึ้น “พวกเขาอยู่ที่ไหน?”
“หลังต้นไม้ใหญ่ฝั่งตะวันตกขอรับ”
หยางลี่เจินที่ได้ยินรีบพูดขึ้น “คุณคิดว่าเป็ใคร?”
“ไม่ใช่เื่ของเ้า” เขาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้อง “จับตาดูพวกมันไว้ แต่ยังไม่ต้องเคลื่อนไหว ข้าต้องรู้ว่าเป้าหมายของพวกมันคืออะไร”
หลังจากนั้น ขบวนพักผ่อนต่อไปอย่างระมัดระวัง ห
ยางลี่เจินสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศ ทุกคนดูเคร่งเครียดขึ้น เธอรู้ดีว่าเื่นี้ไม่ใช่แค่การเดินทางธรรมดา
“ฉันควรระวังตัวไว้บ้างแล้วสินะ…” เธอพึมพำเบาๆ
ขณะมองไปยังทิศทางที่ลูกน้องบอกว่ามีคนเฝ้าดูอยู่
เหวินเจาเหยียนที่นั่งนิ่งเงียบข้างๆ เหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ไม่ต้องกังวล ข้าอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครแตะต้องเ้าได้”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใจเขามากแค่ไหน แต่คำพูดของเขาก็ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย
“การพักผ่อนที่ดูสงบกลับกลายเป็่เวลาที่เต็มไปด้วยความระแวง พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรต่อไป?”