ปึก!
เสียงหมากกระทบเข้ากับกระดานจนดังก้องไปทั่วทั้งท้องพระโรง...ดวงตาของราชามู่หดลงพร้อมกับใบหน้าที่หมองคล้ำขณะมองไปยังมือเล็กๆของเย่ฉีที่ค่อยๆ ถอนออกไปจากตัวหมาก การเดินหมากของทั้งสองคนนั้นผ่านมาแล้วสามวันเต็มๆและก็อยู่ในช่วงสุดท้ายของเกมแล้ว
เย่ฉีนั้นไม่ได้นับว่าเป็นเซียนการเดินหมากแต่ก็ยังนับว่าเป็นยอดฝีมือ!การเดินหมากก็เหมือนกับสงครามขนาดเล็กที่ต้องคิดและพลิกแพลงไปอย่างนับไม่ถ้วน!ตลอดเวลาที่ผ่านมาเย่ฉีเดินหมากกับตัวตนลึกลับมานับไม่ถ้วนและยังมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งจากการเฝ้ามองสนามรบมาตั้งแต่ยุครกร้าง!หากนับความสามารถด้านการเดินหมากราชามู่ยังห่างกับเขาอีกช่วงใหญ่!
“นี่...นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?”
ดวงตาของราชามู่ค่อยๆเบิกกว้างหลังจากพิจารณารูปแบบของหมากทั้งกระดานอย่างถี่ถ้วนก็พบว่าโดยไม่รู้ตัวแม้ว่ารูปแบบมากจะต่างกันแต่กลับทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับหมากที่เขาไม่สามารถแก้ไขได้ก่อนหน้านี้!ราชามู่จ้องมองหมากอยู่เช่นนั้นจนกินเวลาไปอีกนับปีก่อนจะถอนหายใจออกมาและมองไปยังเย่ฉีที่เพียงยิ้มอย่างสงบให้กับเขาเท่านั้น
“หมากตานี้เรียกว่าหมื่นผันมายา...ถึงแม้ว่ารูปแบบจะต่างกันแต่ก็เป็นหมากตาเดียวกับที่เจ้าพิจารณาก่อนหน้านี้”
“หมื่นผันมายา? ตาหมากในตำนานที่จักรพรรดิปิงใช้เพื่อปลดเอกราชจากโลกนักปราชญ์?”
เย่ฉีมองไปยังราชามู่ก่อนจะพยักหน้าออกมาเขาเองก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ถึงแม้ว่าราชามู่จะมีสายเลือดของเห่ยหมิงแต่ยังไงเขาก็คือประชากรของโลกมนุษย์ที่อ่อนแอแม้ว่าจะนำโดยสี่จักรพรรดิในยุคนั้นก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าพวกเขาขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับโลกในเขตแดนระดับกลางด้วยเวลาเพียงสั้นๆ พวกเขาสามารถรับเอาอารยะธรรมและความรู้มาได้เท่านี้ก็นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว!ทั้งเก้าโลกแบ่งออกเป็นสูง กลาง ต่ำ แม้จะเป็นเพียงชื่อเรียกสั้นๆแต่ความจริงแล้วกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
“มิผิดหมื่นผันมายาคือหมากตาสุดท้ายของการเดินหมากมายาในหมากตาสุดท้ายนั้นแฝงเอาไว้ด้วยวิธีการเอาชนะนับหมื่นวิธีแต่ในเวลาเดียวกันในแต่ละวิธีก็จะปรากฏความผิดพลาดเล็กๆที่จะทำให้พ่ายแพ้ทันทีหากเดินหมาก!อย่างไรก็ตามในหมากสายมายานั้นหมากตานี้คือขั้นสุดยอดและก็เป็นหมากตาสุดท้ายด้วยเช่นกัน!หากอีกฝ่ายสามารถแก้หมากตานี้ได้รูปแบบทั้งหมดก็จะพังทลายลงและพ่ายแพ้ในทันที”
เย่ฉีกล่าวออกมาอย่างสบายๆโดยที่มีราชามู่นั่งฟังอย่างตั้งใจเดิมทีเย่ฉีไม่ได้รู้ว่าราชามู่จะหลงใหลในการเดินหมากแต่เมื่อเห็นเขานั่งพิจารณาหมากในตอนแรกจึงลองโยนหินถามทางดูและคำพูดของเขาก็เหมือนเป็นการบอกให้ราชามู่รู้กลายๆว่าเขาเองก็พอจะมีฝีมืออยู่บ้างและล่อให้ราชามู่มาติดกับในที่สุดด้วยความอยากรู้อยากเห็นนี้เย่ฉีมั่นใจมากว่าหากเขาแสดงตาหมากหมื่นผันมายาออกมาการจะต่อรองเรื่องวิชาลับค่ายกลเวทก็ไม่ได้ยากอีกต่อไปแล้ว!
“ยอดเยี่ยมจริงๆไม่คิดว่าการเดินหมากเองก็เปรียบได้กับหนึ่งเต๋าที่ลึกล้ำเช่นนี้!”
สายตาของราชามู่มองไปยังกระดานหมากอย่างหลงใหลก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกและมองไปยังเย่ฉีที่นั่งอย่างสงบอยู่เบื้องหน้า
“ข้าแพ้แล้ว! ตามสัญญาข้าจะถ่ายทอดวิชาลับค่ายกลเวทให้ท่านหนึ่งอย่าง!แล้ว...เอ่อ...ถ้าหากท่านยอมบอกวิธีการแก้หมากหมื่นผันมายาออกมาข้าก็จะตอบคำถามท่านสามข้อ!”
ดวงตาของเย่ฉีเป็นประกายขึ้นทันทีแน่นอนว่าเพื่อแลกกับวิธีการทำลายหมากนี้ราชามู่ถึงกับยอมแลกด้วยค่ายกลลับของเผ่ยหมิง!แต่ด้วยกฎที่ถูกสร้างขึ้นเขาเองก็ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดให้กับเย่ฉีได้ทั้งหมดและเพียงหนึ่งค่ายกลก็ถือว่าเขาทำผิดไปมากแล้วดังนั้นการตอบคำถามของเย่ฉีก็คือวิธีที่ดีที่สุด!
“ตกลง!”
***
“เฮ้อ...เจ้าบ้านั่นทำได้จริงๆ !”
หลี่หลิงเทียนถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อคิดย้อนไปถึงเรื่องที่เขาเดิมพันกับเย่ฉีไว้และเกิดความอิจฉาขึ้นเล็กๆเมื่อรู้ว่าเย่ฉีเข้าสู่ห้องมรดกราชาไปแล้วสุดท้ายเขาก็ส่ายหัวออกมาและเดินออกจากห้องลับไปยังเขตของประตูสีท้องด้วยความแข็งแกร่งของหลี่หลิงเทียนแน่นอนว่าเขาสามารถเก็บเอาตราประทับอีกยี่สิบดวงจากอ๋องทั้งสองมาได้อย่างสบายจึงทำให้เขามีตราประทับเหลืออยู่อีกสี่สิบดวง
“ช่างมันเถอะยังไงข้าก็แพ้เจ้านั่นมาหลายครั้งแล้ว...แพ้อีกครั้งจะเป็นไรไป?”
ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วหลี่หลิงเทียนมีความคิดเช่นไรแต่อารมณ์ขุ่นมัวในใจก็จางหายไปอย่างรวดเร็วบางทีตั้งแต่อดีตในยุคของเขานั้นก็แพ้ให้กับเย่ฉีมาโดยตลอดจนกระทั่งกลายเป็นสหายกันในที่สุดจึงทำให้เขาไม่ค่อยใส่กับเรื่องนี้มากนักแม้ว่าปากจะก่นด่าออกมาไม่หยุดก็ตาม
หลี่หลิงเทียนเลือกประตูสีทองบานหนึ่งก่อนจะใช้สามสิบตราประทับเปิดเข้าไปด้วยความตื่นเต้นและนำสิ่งที่อยู่ภายในออกมาอย่างรวดเร็วเขามองไปที่ฝ่ามือก็เห็นว่ามันคือลูกบาศก์ลูกหนึ่งที่ดูหม่นหมองอย่างไรก็ตามดวงตาของเขาก็ยังเต็มไปด้วยประกายแห่งความตื่นเต้นก่อนจะหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆ คิดไม่ถึงจริงๆ ว่ามันจะมาอยู่ที่นี่หากว่าเจ้ามังกรบัดซบนั่นไม่พบปัญหาและต้องการพบราชามู่บางทีเขาอาจจะเอามันไปแล้ว!ฮึ่ม! มาดูกันว่าครั้งนี้เจ้าจะต้องอ้อนวอนข้ายังไง ฮ่าๆ ”
อย่างไรก็ตามในเวลาที่เขากำลังหัวเราะอยู่นั้นก็ถูกบางอย่างขัดจังหวะทำให้ต้องชะงักไปทันทีหลี่หลิงเทียนถอนหายใจออกมาราวกับว่ารู้อยู่แล้วว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ก่อนจะกล่าวกับตัวเองอย่างปลดปลงว่า’ ทำไมต้องเป็นข้ามาคอยตามล้างตามเช็ดให้เจ้าทุกที?’ แล้วนำหยกชิ้นหนึ่งที่เรืองแสงขึ้นมาถือไว้ในมือและกระตุ้นส่งพลังปราณเข้าไป
“ท่านพ่อ...ตอนนี้เกิดเรื่องแล้ว!”
“ข้ารู้แล้ว...เสร็จเรื่องแล้วข้าจะรีบกลับไป!”
“รู้แล้ว? เสร็จเรื่อง? นี่มันเรื่องใหญ่นะท่านพ่อ!หากไม่รีบจัดการ...”
หลี่หลิงเทียนขมวดคิ้วออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะตวาดกลับไป
“บัดซบ!เจ้าเป็นถึงจักรพรรดิสวรรค์แต่เรื่องแค่นี้ก็ยังจัดการไม่ได้? ถ้าไม่มีข้าแล้วเจ้าจะทำอย่างไร?”
หลี่หลิงเทียนตัดการเชื่อมต่อจากหยกทันทีก่อนจะเก็บมันเข้าไปแน่นอนว่าเขารู้ดีที่สุดว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นเมื่อทัณฑ์สายฟ้าผ่าลงมายังพระราชวังแห่งนี้ก็เป็นธรรมดาที่สายตาคนนับไม่ถ้วนจะจ้องมายังโลกมนุษย์แล้วความลับเรื่องนี้จะสามารถปกปิดได้อย่างไร?สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจออกมาพร้อมร่างที่กลายเป็นแสงเจ็ดสีพุ่งออกจากพระราชวังไปทันที
****
ภายในห้องมรดกราชาตอนนี้เวลาผ่านไปแล้วอีกสี่ปี!เย่ฉีจ้องมองไปยังม้วนภาพที่สลักรูปแบบของค่ายกลเวทเอาไว้และศึกษามันภายใต้สภาวะไร้สำนึกนี่คือแผ่นบันทึกรูปแบบของวงจรทั้งเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าวงจรที่ผนึกคัมภีร์ลับของมหาปราชญ์บูรพาเอาไว้!การจะได้รับคัมภีร์นั้นมีแต่ต้องแก้วงจรเวทที่มีอักขระเกือบหนึ่งล้านตัวเอานั้นจึงจะได้รับมันมา
คำถามแรกนั้นเย่ฉีถามถึงรูปแบบของตัวอักขระทั้งหมดของสายเห่ยหมิงคำถามที่สองคือแก่นแท้ของวิชาค่ายกลสายเห่ยหมิง และคำถามที่สามก็คือรูปแบบของวงจรที่ผนึกคัมภีร์เอาไว้!สำหรับค่ายกลที่เย่ฉีเลือกรับถ่ายทอดมาแน่นอนว่าต้องเป็นค่ายกลสายป้องกันที่ทรงพลังที่สุด!เขาต้องใช้มันในการป้องกันทัณฑ์สายฟ้าจนกว่าเขาจะมีกำลังพอที่จะจัดการปัญหานี้ได้อย่าแท้จริงนั่นก็คือ...การกำราบทัณฑ์สายฟ้า!
ทัณฑ์สายฟ้านั้นคือกลุ่มก้อนพลังที่เกิดจากแก่นแท้ของกฎโบราณและกฎธรรมชาติกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังและมีอำนาจมากที่สุดบนจักรวาลนี้อย่างไรก็ตามกลุ่มก้อนพลังนี้ย่อมไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เองอย่าแน่นอน ทุกๆหนึ่งล้านปีภายในทัณฑ์สายฟ้าจะมีจิตวิญญาณเกิดขึ้นดวงหนึ่งและรับเอาหน้าที่จากกฏโบราณและธรรมชาติเข้ามาโดยมีอายุหนึ่งล้านปีก่อนจะสลายไปมันจะดำเนินไปเช่นนี้เรื่อยๆจนกระทั่งหนึ่งล้านปีก็จะเกิดจิตวิญญาณดวงใหม่มาแทนที่และเย่ฉีเองก็เคยเกิดเป็นจิตซิญาณนั้น
นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงไม่สามารถควบคุมมันได้ถึงครั้งหนึ่งเคยเกิดเป็นทัณฑ์สายฟ้าก็ตามทัณฑ์สายฟ้าจะเคลื่อนไหวตามจิตวิญญาณที่อยู่ด้านในเท่านั้น!และความลับนี้ก็คงมีเพียงเขาคนเดียวเช่นกันที่รู้เรื่องนี้...
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วนับจากที่เย่ฉีเริ่มศึกษาวิชาลับค่ายกลเวทด้านนอกก็ผ่านไปแล้วสี่วันในเวลาสี่วันนี้เหลือคนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ยังอยู่ในพระราชวังสำหรับคนที่เหลือต่างออกมารอด้านนอกกันหมดแล้วมีทั้งคนที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว หรือกระทั่งคนที่ตกตายไประหว่างการทดสอบ!
ในจำนวนทั้งหมดกว่าหมื่นคนนั้นมีเพียงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบคนเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จในพระราชวังแห่งนี้แบ่งออกเป็นห้องทองแดงปราสาทอ๋องหนึ่งร้อยหกสิบคน ห้องเงินปราสาทอ๋องหกคน!สำหรับอีกสี่คนที่เหลือนั้นคือผู้ที่เข้าสู่ปราสาทราชา! นั่นก็คือพวกเย่ฉีและต้วนหลิงเทียน
ในตอนนี้ส่วนใหญ่คนที่ยังไม่ออกมาคือผู้ที่กำลังเลือกหาสมบัติอยู่ทั้งนั้นรวมไปถึงต้วนหลิงทียนและเสวี่ยชิงด้วยสำหรับหลี่หลิงเทียนนั้นได้จากไปนานแล้วภายในปราสาทราชาทั้งคู่ดูจะตื่นเต้นเป็นอย่างมากและตัดสินอย่างยากลำบากด้วยเช่นกันเดิมทีทั้งคู่สะสมได้ถึงหกสิบตราประทับซึ่งทำให้หลี่หลิงเทียนเอ่ยชมไม่หยุดและต้องการเข้าสู่ปราสาทอ๋องเพื่อเปิดห้องเงินแต่ถูกหลี่หลิงเทียนหยุดเอาไว้และแนะนำให้เข้าสู่ปราสาทราชา
จนเวลาผ่านไปอีกหนึ่งวันคนทั้งหมดก็ออกมาจากพระราชวังชนเผ่าโบราณและยืนรออยู่ด้านหน้าในจำนวนคนทั้งหมดที่เข้ามานั้นนอกจากผู้ที่ตกตายไปก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ได้ออกมานั่นก็คือเย่ฉีส่วนหลี่หลิงเทียนนั้นแม้ว่าจะไม่มีใครหาพบแต่ชื่อของเขาก็ปรากฏบนแผ่นศิลาในลำดับที่หนึ่งเรียบร้อยแล้ว!เนื่องจากแผ่นศิลานี้จะประกาศผลเมื่อผู้เข้าทดสอบออกจากพระราชวังเท่านั้นจึงทำให้คนที่ด้านนอกรู้ว่าเย่ฉียังไม่ออกมาและเฝ้ารอเพื่อดูผลการทดสอบของเขาว่าจะสามารถสั่นสะเทือนได้มากกว่าหลี่หลิงเทียนหรือไม่!