ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 75 ผู้มีพระคุณคือน้องชาย

            หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จสวีหว่านหนิงก็เขียนขั้นตอนและสัดส่วนของส่วนผสมในการต้มลูกท้ออย่างละเอียด

            เธอเฝ้าดูแม่หลินต้มลูกท้อจนเสร็จแต่หลังจากชิมรสชาติแล้วก็ยังรู้สึกว่าขาดอะไรไปบางอย่าง

            “แม่ทำตามที่ลูกเขียนมาทุกอย่างไม่รู้ว่าผิดพลาดตรงไหน” แม่หลินขมวดคิ้วมุ่น

            สวีหว่านหนิงปลอบใจแม่หลินแล้วหันไปพูดกับหลินเฉวียนว่า “เธอลองทำดูสักหม้อสิฉันว่าสัดส่วนที่ฉันเขียนอาจจะมีปัญหา หรือไม่ก็เป็นเพราะสาเหตุอื่น”

            เพราะทำให้คนในครอบครัวกินจึงไม่ต้องบรรจุใส่ขวดโหลปิดสนิทใช้เวลาไม่นานก็ทำเสร็จ

            สวีหว่านหนิงชิมลูกท้อไปหนึ่งคำแล้วค่อยซดน้ำเชื่อมตามก่อนจะพูดกับหลินเฉวียนว่า “รสชาติใกล้เคียงกับที่ฉันทำ”

            มีความแตกต่างแค่เล็กน้อยเท่านั้นซึ่งต้องเป็นคนระดับมาสเตอร์เชฟอย่างเธอถึงจะแยกออก

            คนทั่วไปคงแยกความแตกต่างไม่ได้อีกอย่างมันยังต้องถูกบรรจุเอาไว้ในโหลแก้ว

            ได้ยินดังนั้นแม่หลินก็ลองชิมบ้าง “เหมือนจะอร่อยกว่าที่แม่ทำนิดหน่อยเฉวียนเฉวียนทำทุกขั้นตอนเหมือนที่แม่ทำแล้วทำไมรสชาติที่พวกเราทำออกมาถึงแตกต่างกันขนาดนี้?”

            “ความแรงของไฟรวมถึงปริมาณของน้ำตาลที่แตกต่างกันจะส่งผลให้รสชาติไม่เหมือนกันค่ะ”

            ตอนนี้เตาไฟที่ใช้เป็นเตาถ่านซึ่งควบคุมความแรงของไฟได้ยาก กอปรกับไม่มีตาชั่งไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานการใส่น้ำตาลกรวดจึงเป็นการกะตามปริมาณ

            ปริมาณที่ว่าควบคุมได้ไม่ง่าย

            แม่หลินมองลูกท้อในตะกร้าตรงมุมกำแพงที่เริ่มร่อยหรอแล้วล้มเลิกความคิดที่จะลองทำอีกครั้ง

            หลายคนกำลังคุยกันอยู่ในบ้านทันใดนั้นก็มีเสียงคนตะโกนชื่อสวีหว่านหนิงจากด้านนอกเสียงนั้นดังอย่างต่อเนื่องและดังขึ้นเรื่อยๆ

            “ตอนนี้พวกเขาควรไปที่สำนักงานฝ่ายคณะใหญ่กันหมดแล้วไม่ใช่เหรอคะใครจะมาบ้านเรากัน?”

            ทว่าสวีหว่านหนิงกลับฟังออกว่าเป็นเสียงของใคร

            “หลี่เชี่ยนเชี่ยน”สวีหว่านหนิงปลดผ้ากันเปื้อนวางไว้บนโต๊ะ “แม่ ฉันจะออกไปหน่อยนะคะ”

            แม่หลินอยากห้ามเธอรู้สึกว่าหลี่เชี่ยนเชี่ยนไม่ใช่คนดี ก่อนหน้านี้เคยร่วมมือกับกู้จวิ้นลักพาตัวอาหนิงไป

            แต่แม่หลินรู้ว่าจือชิงสองคนนั้นมาจากบ้านเกิดเดียวกันกับอาหนิง ทั้งสามคนเคยสนิทกันมากไม่รู้ว่าทำไมตอนหลังถึงได้ทะเลาะกันจนแตกหัก

            เธอเห็นสวีหว่านหนิงเปิดประตูไม้เดินออกไปแล้วสุดท้ายก็ไม่ได้ห้ามไว้

            “แม่คะพี่สะใภ้ยังไปมาหาสู่กับสองคนนั้นอยู่อีกเหรอ”

            แม่หลินถลึงตาใส่หลินเฉวียน“พี่สะใภ้ของลูกรู้ขอบเขตดี อย่าพูดเหลวไหลเด็ดขาด”

            “ค่ะๆๆฉันเข้าใจแล้ว”

            หน้าบ้านหลี่เชี่ยนเชี่ยนเห็นสวีหว่านหนิงออกมาก็พูดด้วยน้ำเสียงดีใจ “หว่านหนิงฉันกะแล้วว่าเธอต้องยอมออกมาเจอฉัน เธอไม่มีทางหลบหน้าฉันอยู่แล้วในใจของเธอคงยังเห็นฉันเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดจริงไหม?”

            ความมั่นใจของหลี่เชี่ยนเชี่ยนทำให้สวีหว่านหนิงอยากต่อยคน

            ยังมีหน้ามาพูดแบบนี้กับเธออีกหรือ?

            “หลี่เชี่ยนเชี่ยนคนเราต้องรู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฉันเป็นอย่างไรเธอรู้ดีแก่ใจทำไมต้องพยายามยกตัวเองให้ดูดีขึ้นด้วย ไม่รู้สึกอายบ้างเลยหรือ”

            “หว่านหนิง...”หลี่เชี่ยนเชี่ยนเบะปาก ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ ทำเหมือนน้ำตากำลังจะไหลลงมา“เมื่อก่อนเธอไม่เป็นแบบนี้ ทำไมถึงเปลี่ยนไปราวกับคนแปลกหน้าล่ะ”

            เมื่อเห็นหลี่เชี่ยนเชี่ยนพยายามใช้ความตอแหลกล่อมประสาทตนสวีหว่านหนิงก็รีบเอ่ยขัดว่า

            “หลี่เชี่ยนเชี่ยนเธอกับกู้จวิ้นรวมหัวกันวางแผนร้ายกับฉัน คิดจริงหรือว่าฉันไม่รู้เมื่อก่อนฉันตาถั่วถึงได้ถูกพวกเธอสองคนหลอกเอาได้ ฉันมันโง่เองแต่คนเราไม่มีทางโง่ไปได้ตลอดชีวิต”

            “หยุดพูดได้แล้ว!”หลี่เชี่ยนเชี่ยนเก็บสีหน้าน่าสงสารกลับไป ตอนมองมาที่สวีหว่านหนิงอีกครั้ง แววตานั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาและเกลียดชังอย่างปิดไม่มิด

            “สวีหว่านหนิงเธอมักจะทำตัวสูงส่งแบบนี้เสมอ ราวกับคนอื่นเกิดมาเพื่อเป็นไม้ประดับให้กับเธอฉันรู้ดีว่าพวกเราแตกหักกันแล้ว ฉันคร้านจะพูดพล่ามเรื่องอื่น ฉันจะบอกจุดประสงค์เลยแล้วกันตำแหน่งงานยี่สิบตำแหน่งนั่น ยกให้ฉันตำแหน่งหนึ่งด้วยล่ะ”

            สวีหว่านหนิงหลุดหัวเราะ“เธอมีสิทธิ์อะไร”

            ผู้หญิงคนนี้สมองเพี้ยนไปแล้วหรือเปล่าในเมื่อรู้ดีว่าแตกหักกันแล้ว ยังจะมีหน้ามาขอตำแหน่งงานอีกหรือ?

            หรือว่าในมือของหลี่เชี่ยนเชี่ยนมีข้อมูลอะไร?

            สวีหว่านหนิงได้รับความทรงจำต่อจากร่างเดิมรู้รายละเอียดความสัมพันธ์ของร่างเดิมกับหลี่เชี่ยนเชี่ยน

            เรื่องที่หลี่เชี่ยนเชี่ยนจะเอามาข่มขู่สวีหว่านหนิงได้มีแค่เรื่องเดียวเท่านั้น

            “เธออยากรู้มาโดยตลอดว่าคนที่ช่วยเธอตอนตกน้ำเป็นใครไม่ใช่หรือไง ถ้าเธอยอมให้ตำแหน่งงานกับฉัน ฉันจะบอกว่าผู้มีพระคุณของเธอคือใคร”

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนนึกว่าหลังพูดเรื่องนี้แล้วจะสามารถควบคุมสวีหว่านหนิงได้ด้วยเหตุนี้สีหน้าของเธอจึงเต็มไปด้วยความสะใจ

            ทว่าสวีหว่านหนิงกลับมองหน้าเธอเหมือนกำลังมองคนโง่

            “เธออยากจะบอกฉันว่าคนที่ช่วยฉันคือกู้จวิ้นหรือไง”

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนชะงักแล้วถามกลับทันทีว่า “เธอรู้ได้ยังไง”

            หลังพูดจบ หลี่เชี่ยนเชี่ยนก็ฉุกคิดได้ก่อนจะรีบแก้ตัวว่า “ไม่ใช่กู้จวิ้นอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงใช้เรื่องนี้มาขู่ให้เธอตอบแทนบุญคุณไปนานแล้ว”

            “อ้องั้นเธอบอกมาสิว่าเป็นใครกันแน่”

            “เป็น...”หลี่เชี่ยนเชี่ยนชะงัก “สวีหว่านหนิง เธอมันเจ้าเล่ห์นัก! ยังไม่ทันให้ตำแหน่งงานกับฉันแล้วทำไมฉันต้องบอกเธอด้วย อย่าคิดจะมาหลอกถามฉัน”

            “อ้อถ้าไม่อยากบอกก็ช่าง” สวีหว่านหนิงกล่าวเสียงเรียบเฉย“ถึงอย่างไรเรื่องมันก็ผ่านไปนานหลายปีแล้ว คนเขาไม่คิดจะมาขอให้ฉันตอบแทนบุญคุณก็แสดงว่าเขาไม่สนใจเรื่องนี้ แล้วทำไมฉันต้องยึดติดด้วยเล่า เอาละเธอพูดจบแล้วใช่ไหม ลาก่อน”

            สวีหว่านหนิงหันหลังเดินกลับทันที

            ที่เธอออกมาเพราะอยากดูสิว่าหลี่เชี่ยนเชี่ยนคิดจะทำอะไรกันแน่

            คราวนี้เธอเข้าใจแล้วหลี่เชี่ยนเชี่ยนกำลังสิ้นไร้ไม้ตอกแล้วสินะ

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนมองแผ่นหลังของสวีหว่านหนิงอย่างไม่อยากเชื่อแล้วตะโกนเสียงดังว่า “เขาเป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอเลยนะ เธอจะไม่สนใจแล้วจริงๆเหรอ?”

            “สวีหว่านหนิงทำไมเธอถึงใจจืดใจจำขนาดนี้”

            สิ่งที่ตอบรับเธอมามีแค่เสียงปิดประตู

            สวีหว่านหนิงฟังคำถามของหลี่เชี่ยนเชี่ยนแล้วลอบหัวเราะในใจ

            ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงถูกหลี่เชี่ยนเชี่ยนปั่นหัวสำเร็จ

            ด้วยนิสัยของร่างเดิมใครมีบุญคุณด้วยก็จะต้องตอบแทน นับประสาอะไรกับคนที่เคยช่วยชีวิตตัวเอง แต่หลังจากเธอเข้ามาใช้ร่างนี้บุญคุณหรือหนี้ชีวิตอะไรนั่น เธอไม่จำเป็นต้องรับช่วงมาด้วย

            แต่ครั้งก่อนตอนที่พี่รองมาเยี่ยมที่บ้านเธอพูดถึงเรื่องนี้โดยไม่ได้ตั้งใจ พี่รองบอกเธอว่าคนที่ช่วยชีวิตร่างเดิมขึ้นมาจากน้ำก็คือน้องชายแท้ๆ ของเธอเอง!

            เพียงแต่ตอนนั้นร่างเดิมสนิทสนมกับกู้จวิ้นและหลี่เชี่ยนเชี่ยนมากและทะเลาะกับน้องชายที่อายุน้อยกว่าตัวเองหนึ่งปีอย่างรุนแรง

            ดังนั้นหลังน้องชายช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำและมั่นใจว่าเธอพ้นขีดอันตรายแล้วจึงกลับไปโดยไม่บอกกล่าว

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนเห็นกับตาว่าน้องชายของร่างเดิมเป็นคนช่วยชีวิตร่างเดิมแต่กลับไม่ยอมพูด ผู้หญิงคนนี้เจ้าเล่ห์และร้ายกาจยิ่งนัก

            ในเมื่อคนช่วยชีวิตเป็นน้องชายแท้ๆบุญคุณครั้งนี้จะตอบแทนอย่างไรย่อมขึ้นอยู่กับเธอ

            หลังจากสวีหว่านหนิงเข้ามาในบ้านก็เห็นแม่หลินมองมาด้วยสีหน้าเป็นห่วง

             

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320