บทที่ 31 เขินอาย
หลังทานอาหารเย็น หลินอี้เสวียนก็เริ่มนวดให้ซุนอิงตามปกติ ขณะที่นวดถึง่เอว เขาก็นึกถึงคำพูดของลุงที่เจอขึ้นมา ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในหัว
หรือว่า หลังจากที่เขานวดเสร็จแล้ว เขาแกล้งทำเป็ปวดเอวดีนะ แต่ในฐานะลูกผู้ชาย การแกล้งปวดเอวเพื่อที่จะได้นอนกอดภรรยามันดูไม่แมนเอาเสียเลย หลินอี้เสวียนจึงรู้สึกสับสนเล็กน้อย
ในขณะที่กำลังชั่งใจอยู่ว่า ระหว่างการได้กอดภรรยาที่แสนนุ่มนิ่มกับการรักษาหน้าตาของลูกผู้ชาย เขาควรจะเลือกอะไรดี จินซูก็เดินออกมาจากห้อง พร้อมกับถือกระเป๋าใบเล็กเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก
“จะไปไหนเหรอ” หลินอี้เสวียนเห็นว่าข้างนอกใกล้จะมืดแล้ว จึงถามขึ้นอย่างไม่ได้คิดอะไร
“ไปร้านขายของ… ซื้อผ้าอนามัย”
“ผมไปเป็เพื่อน” หลินอี้เสวียน ลุกขึ้นยืน ใบหูของเขาเริ่มแดงก่ำ
“ไม่ต้องหรอก นายนวดต่อไปเถอะ ฉันไปเองได้” จินซูโบกมือปฏิเสธ เธอไม่ได้สนใจท่าทีของหลินอี้เสวียน เธอเดินออกไปอย่างใจเย็น
หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็หันกลับมามอง เห็นว่าหลินอี้เสวียนไม่ได้ตามออกมา จินซูก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก การแกล้งทำเป็ใจกว้างทั้งหมดมลายหายไปสิ้น เธอยกมือขึ้นซับเหงื่อที่หน้าผาก ตอนที่เธอเอ่ยปากพูดคำว่า ซื้อผ้าอนามัยมันช่างร้อนผ่าวไปหมด
ก่อนหน้านี้ เธอเอาแต่ครุ่นคิดอยู่ในห้องนานหลายนาที ลังเลใจระหว่างการแอบปีนหน้าต่างออกไปซื้อผ้าอนามัย กับการทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สุดท้ายก็เลือกอย่างหลัง
เพราะอาชีพของหลินอี้เสวียน ทำให้การหลอกล่อเขาไม่ใช่เื่ง่าย ถ้าเธอแอบปีนหน้าต่างออกไป เขาย่อมต้องรู้แน่ แบบนั้นเธอจะไม่ดูเป็คนเื่มาก เอาแต่ใจไปหน่อยเหรอ
บอกเขาแค่ว่าออกมาซื้อของ ด้วยนิสัยของเขา เขาต้องตามมาปกป้องเธอแน่ ถ้าถึงตอนนั้นถูกจับได้ มันก็คงจะน่าอายอยู่ดี ซื้อของเสร็จแล้ว จินซูก็เดินกลับบ้าน ในใจก็ยังรู้สึกสับสน เธอรู้สึกว่าเื่วันนี้มันแปลก ๆ แปลกตรงไหนนะ
สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้า ความร้อนผ่อนคลายลงเล็กน้อย จินซูใช้มือััใบหน้าเบา ๆ มันร้อนนิดหน่อย นี่เธอ... เขินเหรอเนี่ย ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัว มันก็เหมือนน้ำเดือดที่กำลังเดือดพล่าน ร้อนจนจินซูสะดุ้ง เลิกสนใจทางเดินแล้ว เพียรพิงกำแพงครุ่นคิดเื่ราวต่าง ๆ
เธอไม่เคยรู้สึกละอายกับเื่ประจำเดือน ไม่เคยคิดว่าเป็เื่น่าอับอาย ผู้หญิงทุกคนต้องพบเจอ เป็เื่ธรรมชาติที่พูดคุยกันได้ เธอก็เคยขอให้ลูกน้องซื้อผ้าอนามัยให้ ไม่เห็นจะต้องกระมิดกระเมี้ยนแบบนี้ พูดเื่ของใช้ส่วนตัวต่อหน้าเขา ทำไมต้องอายด้วย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ขณะที่จินซูกำลังครุ่นคิด เสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากข้างหน้า ทำให้เธอหลุดจากภวังค์ เพียงแค่แวะซื้อของ แสงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว ความมืดเริ่มโรยตัว บรรยากาศรอบข้างเริ่มมองเห็นได้เลือนราง
สายตาเลือนรางของเธอมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งถูกล้อมรอบไปด้วยผู้ชายสามคน พวกเขากำลังโต้เถียงกันเสียงดัง จินซูตัดสินใจพักเื่ราวของตัวเองไว้ก่อน แล้วเดินไปทางกลุ่มคนอย่างเงียบเชียบ
พอเดินเข้าไปใกล้ ๆ เธอจึงเห็นว่าผู้ชายสามคนนั้น พวกเขากำลังหัวเราะคิกคักและจ้องมองผู้หญิงด้วยสายตาหื่นกระหาย
“ทำไมกางเกงเธอถึงมีเืล่ะ”
“ไสหัวไป!” เสียงหญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธและอับอาย เธอคือ จางสุ่ยหลิง
“โอ๋ ๆ ๆ เป็เมนส์เหรออ” ชายหนุ่มหัวโจกผิวปาก แล้วยังหันไปส่งซิกให้พรรคพวกอีกสองคนทำตาม น้ำตาคลอหน่วย จางสุ่ยหลิงรู้สึกอับอายจนแทบอยากจะตายเสียตรงนั้น
“เป็เมนส์แล้วไง แม่แกไม่ได้เป็เมนส์รึไง” เสียงเข้มดังขึ้นขัดจังหวะ ก่อนที่เขาจะดึงจางสุ่ยหลิงหลบไปอยู่ด้านหลัง แขนของหญิงสาวเย็นเฉียบ ดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว เขาตบบ่าเธอเบา ๆ เพื่อปลอบขวัญ พร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างมั่นใจ
“ไม่ต้องกลัว ปล่อยให้เื่พวกสวะนี่เป็หน้าที่ฉันจัดการเอง”
“ไม่ต้อง เธอไปเถอะ…” เสียงของจางสุ่ยหลิงเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน หากตั้งใจฟังดี ๆ จะได้ยินเสียงสะอื้นไห้เจือปนอยู่ด้วย
“นี่เธอโผล่มาจากไหนกัน ยิ่งดูยิ่งสวยแฮะ” ชายหนุ่มหัวโจกผู้มีกลิ่นเหล้าคละคลุ้ง เอ่ยชมเธอพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาสนุกสนาน
“ว่าไง เธอมีประจำเดือนด้วยเหรอ กางเกงเธอมีเืป่ะ เอามาให้พวกพี่ดูหน่อย!” คนอื่น ๆ พากันยุยง จางสุ่ยหลิงน้ำตาไหลพราก หน้าแดงก่ำกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
สำหรับหญิงสาวที่ยังไม่แต่งงาน คำพูดที่หยาบคายและต่ำช้าเช่นนี้สร้างทั้งความโกรธ ความรำคาญ และความกลัว แม้แต่จางสุ่ยหลิง ที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าเป็เพียงเด็กสาวที่เติบโตท่ามกลางความหยาบกระด้าง ก็ยังทนต่อความอับอายเช่นนี้ไม่ได้
“อยากดูเหรอ มานี่ เข้ามาใกล้ ๆ สิ ฉันจะให้ดู” จินซูควักเรียก ชายหนุ่มที่มึนเมาถูกมอมด้วยเสน่ห์จนลืมตัว ก้าวเข้ามาหาเธอ
“ยัยหนูนี่ก็ร่านใช้ได้… โอ๊ย!” เสียงร้องดังลั่น ชายคนนั้นทรุดลงกุมเป้ากางเกงไว้ ดวงตาเบิกกว้างเหงื่อเย็นไหลพราก
“ไอ้พวกไร้มารยาท บ้านไม่มีกระจกหรือไง ถึงไม่เคยส่องดูเงาหัวตัวเองว่าเป็ยังไง ถึงได้กล้ามาลวนลามฉัน พวกแกมันไม่คู่ควร!” จินซูยังไม่สาแก่ใจเตะซ้ำอีกที ก่อนจะชี้หน้าสองหนุ่มที่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความใะโ
“ใครอีก! ใครอยากโดนตัดทิ้งแบบไม่ต้องพึ่งมีดผ่าตัดก็เข้ามาเลย ฉันไม่กลัวเปลืองแรง เตะมันทุกคนนั่นแหละ!” คำดุด่าอันเฉียบขาดนั้น ทำให้สติของสามเมาเหล้ากลับมาครึ่งหนึ่ง สองคนที่ไม่ได้โดนเตะมองสภาพเพื่อนที่กำลังหนีบขาด้วยความเ็ป พวกเขากลืนน้ำลายอย่างรู้สึกผิดไปด้วย การเตะแบบนั้น แค่มองก็เจ็บแล้ว
“ยัยเด็กบ้า ถือว่าแกโชคดี ไว้เจอกัน!” ชายสองคนขู่ฟ่อก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไป คนที่โดนเตะตรงนั้นเจ็บจนขยับไม่ได้ เขาสงสัยอย่างมากว่าไข่ของเขาน่าจะแตกแล้ว… เขาเดินไม่ได้ จินซูก็ไม่ยอมปล่อยเขาไป เธอเตะเขาอีกครั้ง แล้วชี้ไปที่จางสุ่ยหลิงที่ยืนอึ้งอยู่ด้านหลัง
“ขอโทษ!”
“ขะ ขอโทษ ผมผิดไปแล้ว”
“ผิดอะไร” จินซูถามต่อ หน้าผากของชายคนนั้นเริ่มมีเหงื่อไหล ไม่รู้ว่าเพราะเจ็บหรือเพราะโดนเธอถาม
“ผม ผมแค่พูดเล่น ไม่คิดว่าพวกคุณจะโกรธขนาดนี้”
“ล้อเล่นเหรอ คิดว่าแบบนี้มันตลกมากหรือไง” จินซูยกขาขึ้นเตะซ้ำเข้าที่ชายคนนั้นอีกครั้ง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเขา ชายคนนั้นนิ่วหน้าด้วยความเ็ปจนตาเหลือก โอ๊ย… ผู้หญิงคนนี้ทำไมโหดร้ายแบบนี้
“คำพูดแบบเดียวกันนี้ คุณจะกล้าพูดกับผู้หญิงในครอบครัวของคุณไหม ไม่ว่าจะเป็แม่ พี่สาว น้องสาว ภรรยา หรือลูกสาว ถ้าคุณไม่พูดกับคนในครอบครัว แล้วทำไมถึงมาพูดกับผู้หญิงข้างนอกแบบนี้ แถมยังทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอีก” ชายคนนั้นก้มหน้าก้มตาเอามือกุมเป้าฟังเธอสั่งสอน จนพูดไม่ออก
ตอนที่เขาพูด เขาแค่สนุกปากไปอย่างนั้นเอง พอเห็นผู้หญิงสวย ๆ กางเกงเปื้อนประจำเดือน ก็แค่อยากแกล้ง พวกเขาชอบใจที่ได้แกล้งผู้หญิงขี้อายจนร้องไห้
“ดูจากอายุแล้ว นายอายุไม่น่าจะต่ำกว่าสี่สิบเก้า มีลูกสาวหรือยัง แล้วถ้าเกิดมีคนกลุ่มหนึ่งรุมล้อมลูกสาวนาย แล้วพูดว่า โอ๊ะ ๆ เป็ประจำเดือนเหรอจ๊ะ จะรู้สึกยังไง” จินซูถามต่อ ชายคนนั้นก้มหน้า ริมฝีปากสั่นเทา ผ่านไปเนิ่นนานเขาก็พูดออกมาว่า
“ขอโทษครับ ผมรู้แล้วว่าผมผิด” ที่จริงเขาอายุแค่ยี่สิบแปดเองนะ
“ขอโทษน้องเขาเดี๋ยวนี้!” จินซูสั่งสอนเสร็จก็รู้สึกโล่งไปทั่วทั้งตัว ประจำเดือนยังมาแบบสบาย ๆ เลย
“ขอโทษครับ ผมจะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้ว” ชายคนนั้นโค้งคำนับเก้าสิบองศาให้กับจางสุ่ยหลิง
“ไสหัวไป ไว้ให้ฉันเห็นแกยังไม่สำนึกผิด พ่นคำหยาบคายออกมาอีก ฉันจะ…” คำพูดรุนแรงของจินซูยังไม่ทันจบ เสียงร้องอย่างทุกข์ทรมานของผู้ชายดังมาจากทางที่จากไป
“เห็นไหม พวกของแกยังไม่สำนึกผิดเลยได้รับผลกรรมแล้ว!” เธอพูดพร้อมกับกระตุกมุมปาก ชายคนนั้นกลัวจนตัวสั่น แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า แต่นั่นคือเสียงของเพื่อนเขา เขาจำได้
“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก!” เธอสั่งเสียงเข้ม ชายคนนั้นไม่สนใจความเ็ปตรงหว่างขาอีกต่อไป รีบวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามโดยไม่สนใจเพื่อนแล้ว
“นี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น” จางสุ่ยหลิง ได้ยินเสียงกรีดร้องจากข้างหน้า เธอกลัวจนต้องจับชายเสื้อของจินซูไว้แน่น ตอนกลางคืนแบบนี้ คงไม่ใช่ผีหลอกหรอกนะ