หนูน้อยผู้สะสมบุญข้ามภพ มาเกิดใหม่พร้อมระบบร้านค้าบุญกุศล

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 53 แผนตัดหัวงูพิษ

            ตระกูลซ่งและจวนเป่ยกุยอ๋องระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อสืบเสาะหาตัวการใหญ่เบื้องหลังกลุ่มข้ารับใช้ราชวงศ์เฉิง

            ด้วยเครือข่ายข่าวกรองอันกว้างขวางของซ่งจิ้งอัน ผนวกกับกำลังพลทหารใต้บัญชาของซ่งติ้งหย่วนและเป้ยจิ้งหาน ในที่สุดเบาะแสอันกระจัดกระจายก็ถูกปะติดปะต่อเข้าด้วยกันจนปรากฏเป็นรูปธรรม เผยโฉมหน้าผู้นำกลุ่มที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด

            "ฉีจิ้งจง" ซ่งจิ้งอันเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง "เขาคืออดีตแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรแห่งราชวงศ์เฉิง บุรุษผู้มีความจงรักภักดีอย่างสุดโต่ง ยามที่ราชวงศ์เฉิงล่มสลายลงเมื่อสามสิบปีก่อน เขาอาศัยความเจ้าเล่ห์หลบหนีการกวาดล้างและซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมาโดยตลอด คอยรวบรวมขุมกำลังผู้ภักดีที่ยังหลงเหลือเพื่อรอคอยวันที่จะกอบกู้ราชวงศ์เฉิงขึ้นมาอีกครั้ง"

            "และบัดนี้ เมื่อเขารู้แน่ชัดแล้วว่าทายาทสายเลือดสกุลเฉิงคนสุดท้ายอย่างเป่ยกุยอ๋อง ไร้ซึ่งปณิธานที่จะก่อกบฏล้มล้างแผ่นดินปัจจุบัน เขาจึงหันเป้าหมายมาที่อันอันแทน" เป้ยจิ้งหานเอ่ยเสริมขึ้น ดวงตาคู่คมทอประกายเย็นเยียบดุจเกล็ดน้ำค้างแข็ง

            เหยาเหยาซึ่งนั่งฟังอยู่ข้างๆ เริ่มครุ่นคิด

            'ฉีจิ้งจง... คนที่มีความภักดีอย่างบ้าคลั่งและสุดโต่งเช่นนี้น่ากลัวที่สุด เพราะเขาปักใจเชื่ออย่างแรงกล้าว่าสิ่งที่ตนทำคือความถูกต้องอันชอบธรรม เพื่ออุดมการณ์บ้าคลั่งนั้น เขาย่อมไร้ซึ่งความปรานี และพร้อมทำทุกวิถีทางโดยไม่สนวิธีการ... แม้กระทั่งการลักพาตัวเด็กบริสุทธิ์'

            ทว่าวิกฤตในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภัยคุกคามจากกลุ่มกบฏราชวงศ์เฉิงเท่านั้น

            ในเวลาเดียวกัน ราชสำนักต้าเหยียนก็กำลังย่างก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ฮ่องเต้เซียวเฉิงต้าทรงพระชราภาพและมีพระอาการประชวรบ่อยครั้งขึ้น รัชทายาทจิ่งเฉินจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทในการบริหารราชการแผ่นดินและว่าราชการแทนมากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการสืบราชสันตติวงศ์

            และในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออันแสนอ่อนไหวเช่นนี้ ขุนนางบางกลุ่มในราชสำนักก็เริ่มพุ่งเป้าและจับตาดูเป่ยกุยอ๋องด้วยสายตาหวาดระแวง

            "เป่ยกุยอ๋องมีสายเลือดของราชวงศ์เฉิงไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่ง มิหนำซ้ำในมือยังกุมกำลังทหารชายแดนไว้มหาศาล" ขุนนางผู้หนึ่งกระซิบกระซาบกับพวกพ้องในมุมมืดของท้องพระโรง

            "เวลานี้พวกกลุ่มกบฏราชวงศ์เฉิงเริ่มเคลื่อนไหวอย่างโจ่งแจ้งขึ้นเรื่อยๆ ใครจะรับประกันได้ว่าเป่ยกุยอ๋องไม่ได้แอบสมคบคิดกับพวกมันอยู่เบื้องหลัง? หากฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ เป่ยกุยอ๋องผู้นี้อาจกลายเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุด..."

            กระแสข่าวลืออื้อฉาวเช่นนี้เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วราชสำนักอย่างรวดเร็ว ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยโหมกระพือ สร้างแรงกดดันอันหนักอึ้งให้แก่เป้ยจิ้งหานอย่างเงียบๆ

            ——————

            ทันทีที่เหยาเหยาทราบเรื่องข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัดในราชสำนัก นางก็มองทะลุปรุโปร่งถึงแผนการร้ายของพวกเขาในทันที

            'นี่มันคือแผนการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ!' นางวิเคราะห์ในใจอย่างรวดเร็ว 'ด้านหนึ่ง กลุ่มกบฏราชวงศ์เฉิงต้องการลักพาตัวอันอันไปเป็นหุ่นเชิด แต่อีกด้านหนึ่ง พวกมันก็จงใจเคลื่อนไหวให้ราชสำนักเกิดความระแวงว่าพี่หานกำลังสมคบคิดกบฏ... หากเราเดินหมากพลาดเพียงก้าวเดียว ต่อให้ปกป้องอันอันไว้ได้ พี่หานก็อาจถูกราชสำนักตราหน้าว่าเป็นกบฏและถูกกำจัดอยู่ดี'

            'ที่ร้ายกาจที่สุดคือ กลุ่มกบฏนั่นอาจจงใจเปิดเผยร่องรอยการเคลื่อนไหว เพื่อบีบให้ราชสำนักลงมือกับพี่หาน หากเขาถูกราชสำนักบีบคั้นจนไร้ทางออกหรือถูกกำจัด พวกมันก็จะใช้โอกาสนี้ประกาศกร้าวว่า ‘ราชวงศ์ต้าเหยียนฆ่าทายาทสายเลือดราชวงศ์เฉิง’ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างอันชอบธรรมในการปลุกระดมผู้คนให้ลุกฮือขึ้นก่อกบฏ!'

            จากนั้นเหยาเหยาจึงถ่ายทอดข้อวิเคราะห์อันเฉียบแหลมนี้ในที่ประชุมครอบครัว ทุกคนที่ได้ฟังต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดและตระหนักถึงความรุนแรงของสถานการณ์

            "เหยาเหยาคิดได้ทะลุปรุโปร่งยิ่งนัก" ซ่งจิ้งอันพยักหน้าเห็นด้วย สีหน้าฉายแววกังวลไม่น้อย "ฉีจิ้งจงไม่ได้ต้องการเพียงตัวอันอัน แต่เขากำลังวางแผนทำลายความไว้วางใจระหว่างเป่ยกุยอ๋องกับราชสำนักอย่างย่อยยับ ช่างเป็นอุบายที่อำมหิตและแยบยลยิ่งนัก!"

            "ดังนั้น เราต้องดำเนินแผนการสองทางไปพร้อมกัน" เหยาเหยาเสนอแนะ "หนึ่งคือต้องปกป้องอันอันและพลิกแผ่นดินล่าตัวฉีจิ้งจง สองคือพี่หานต้องแสดงความจงรักภักดีต่อราชสำนัก โดยเฉพาะต่อรัชทายาทจิ่งเฉินผู้ที่จะขึ้นครองราชย์ในภายภาคหน้า เพื่อทลายความระแวงแคลงใจทั้งหมดให้สิ้นซาก"

            เป้ยจิ้งหานเห็นพ้องกับแผนการอันชาญฉลาดของภรรยา เขาจึงตัดสินใจเข้าเฝ้ารัชทายาทจิ่งเฉินด้วยตนเองเพื่อเปิดอกพูดคุยและแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างตรงไปตรงมา

            ภายในตำหนักรัชทายาทอันโอ่อ่า เป้ยจิ้งหานกราบทูลความจริงทั้งหมดอย่างไม่มีปิดบัง ทั้งเรื่องที่กลุ่มกบฏราชวงศ์เฉิงพยายามลักพาตัวอันอัน และเจตนาชั่วร้ายของพวกมันที่จะใช้สายเลือดราชวงศ์เฉิงในตัวบุตรชายของเขาเป็นเครื่องมือในการก่อกบฏ

            "ทูลฝ่าบาท" เป้ยจิ้งหานคุกเข่าประสานมือเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "กระหม่อมไม่เคยมีความคิดที่จะกอบกู้ราชวงศ์เฉิง และไม่มีวันสมคบคิดกับกลุ่มกบฏเหล่านั้นอย่างเด็ดขาด ตรงกันข้าม พวกมันคือศัตรูคู่อาฆาตที่หมายเอาชีวิตและเสรีภาพของบุตรชายกระหม่อม กระหม่อมจึงมาที่นี่ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีต่อราชวงศ์ต้าเหยียนและต่อใต้ฝ่าพระบาทด้วยชีวิตตราบจนลมหายใจสุดท้าย"

            รัชทายาทจิ่งเฉินมองลึกลงไปในดวงตาของเป้ยจิ้งหานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ ด้วยความอบอุ่น "ข้าเชื่อใจเจ้า เป่ยกุยอ๋อง เจ้าได้พิสูจน์ความจงรักภักดีให้ข้าเห็นประจักษ์มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ทั้งยามร่วมมือกันปราบกบฏอ๋องรอง และยามที่เจ้าเอาชีวิตเข้าแลกในศึกสงครามชายแดน... ข้าจะไม่มีวันหูเบาหลงเชื่อข่าวลือไร้สาระเหล่านั้น และข้าจะยืนเคียงข้างเจ้าเพื่อกวาดล้างกลุ่มกบฏราชวงศ์เฉิงนี้ให้สิ้นซาก"

            เซียวจิ่งเฉินนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจและซาบซึ้ง "อันที่จริง ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้าดี... มนุษย์เรามิอาจเลือกกำเนิดได้ แต่เจ้ากลับเลือกที่จะภักดีต่อแผ่นดินที่เจ้าอาศัยและปกป้อง มากกว่าสายเลือดเก่าก่อนที่ไหลเวียนอยู่ในกาย การตัดสินใจเช่นนี้ต้องใช้ความเด็ดเดี่ยวและจิตใจที่หนักแน่นมั่นคงอย่างที่สุด... เป่ยกุยอ๋อง ยามที่ข้าขึ้นครองราชย์ ข้าหวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีขุนนางผู้ซื่อสัตย์และภักดีเช่นเจ้ายืนเคียงข้างข้าเสมอไป"

            เป้ยจิ้งหานน้อมรับคำด้วยความซาบซึ้งใจ "ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ"

            ——————

            ด้วยแรงสนับสนุนและความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยมจากรัชทายาท เป้ยจิ้งหานจึงได้รับมอบอาญาสิทธิ์ในการกวาดล้างกลุ่มกบฏราชวงศ์เฉิงอย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยสลายม่านหมอกแห่งความหวาดระแวงในราชสำนักลงไปจนหมดสิ้น

            'ช่างโชคดีเหลือเกินที่รัชทายาทจิ่งเฉินทรงเป็นผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมและเชื่อมั่นในตัวพี่หาน' เหยาเหยาคิดพลางลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก 'นี่คือผลลัพธ์จากการที่ครอบครัวเราเลือกหนุนหลังรัชทายาทมาตั้งแต่ต้น และความซื่อสัตย์ที่พี่หานเพียรสร้างมาตลอด... มิตรภาพและสายสัมพันธ์อันดีในวันวาน ได้กลายมาเป็นร่มเงาปกป้องเราในยามที่พายุพัดกระหน่ำเช่นวันนี้!'

            ทว่านางรู้ดีว่าสงครามครั้งนี้ยังไม่จบ ตราบใดที่ฉีจิ้งจงยังคงลอยนวลอยู่ อันอันน้อยย่อมไม่มีวันปลอดภัยอย่างแท้จริง

            'ก้าวต่อไปคือการลากคอฉีจิ้งจงออกมา' นางคิดคำนวณในใจ 'แต่จิ้งจอกเฒ่าที่ซ่อนตัวในเงามืดมานานถึงสามสิบปีย่อมไม่ใช่เหยื่อที่จะจับกุมได้ง่ายๆ... ข้าต้องคิดแผนการที่แยบยลเพื่อล่อให้มันยอมเผยตัวออกมาเอง'

            ——————

            ในค่ำคืนอันเงียบสงบ เหยาเหยานั่งครุ่นคิดหาทางจัดการกับฉีจิ้งจงอยู่ข้างเตียงนอนของอันอันที่กำลังหลับใหล

            'ฉีจิ้งจงต้องการตัวอันอันเพราะสายเลือดราชวงศ์เฉิงที่ไหลเวียนอยู่ในกายเขา' นางคิดวิเคราะห์อย่างละเอียด 'ตราบใดที่มันยังเชื่อว่ามีโอกาสชิงตัวอันอันได้สำเร็จ มันย่อมส่งคนมาลอบโจมตีไม่หยุดหย่อน... เช่นนั้น เหตุใดข้าไม่ใช้ความปรารถนาอันบ้าคลั่งของมันมาเป็นเหยื่อล่อเล่า?'

            แผนการหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในสมองอันชาญฉลาดของนาง 'หากเราจงใจ ‘เปิดช่องโหว่’ จัดฉากให้ดูเหมือนว่าการคุ้มกันอันอันหละหลวมลง เพื่อล่อให้ฉีจิ้งจงทนไม่ไหวจนต้องลงมือด้วยตัวเอง แล้วเราค่อยตลบหลังจับกุมมันคาหนังคาเขา...'

            'แต่ไม่ได้... การเอาอันอันไปเสี่ยงเป็นเหยื่อล่อมันอันตรายเกินไป' นางรีบส่ายหน้าปฏิเสธความคิดนั้น พลางกระชับอ้อมกอดดึงลูกน้อยเข้ามาแนบชิดด้วยความหวงแหน 'ไม่ ข้าจะไม่มีวันเอาลูกชายสุดที่รักไปเผชิญกับความเสี่ยงแม้เพียงเสี้ยวเล็บเด็ดขาด... ต้องใช้วิธีอื่น ใช้ ‘ตัวปลอม’ หรือ ‘ข้อมูลลวง’ ในการล่อหลอกแทน'

            'จริงด้วย! ข้าคิดออกแล้ว!' ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ 'เราจะปล่อยข่าวลือลวงออกไปว่า เพื่อความปลอดภัยของอันอัน เราจะแอบส่งตัวเขาไปเลี้ยงดูที่ตำหนักนอกเมืองอันห่างไกล จากนั้นก็จัดตั้งขบวนรถม้าลวงที่ดูเหมือนมีการคุ้มกันอย่างหละหลวม ล่อให้ฉีจิ้งจงนำกำลังเข้าโจมตี ทว่าในขบวนรถม้านั้นจะไม่มีอันอันอยู่จริง มีเพียงกับดักมรณะและกองกำลังยอดฝีมือที่เราเตรียมต้อนรับพวกมันไว้พร้อมสรรพ!'

            เหยาเหยายกยิ้มบางเบาที่มุมปาก ไหวพริบอันเฉียบแหลมที่นางใช้เอาตัวรอดและพลิกชะตาชีวิตมาตั้งแต่เยาว์วัย บัดนี้พร้อมแล้วที่จะถูกนำมาใช้เพื่อปกป้องแก้วตาดวงใจของนาง

            'คอยดูเถอะ ฉีจิ้งจง...' นางคิดในใจด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็น 'เจ้าบังอาจคิดจะใช้ลูกชายของข้าเป็นเครื่องมือทางการเมือง... แต่เจ้านั่นแหละที่จะต้องเดินเข้าสู่ลานประหารที่ข้าจัดเตรียมไว้ให้ด้วยตัวเอง!'

            เป้ยจิ้งหานที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง ทันเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แสนซนที่มุมปากของฮูหยิน เขาก็รู้ได้ทันทีว่านางคิดแผนการอันร้ายกาจออกแล้ว "คิดแผนการดีๆ ได้แล้วหรือ"

            "เจ้าค่ะ" เหยาเหยาพยักหน้ารับ ดวงตากลมโตทอประกายระยับด้วยความมั่นใจ "พี่หาน ข้ามีแผนการเด็ดหัวฉีจิ้งจงแล้ว... ทว่าแผนการนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน"

    คล้ายกับเรื่องหนูน้อยผู้สะสมบุญข้ามภพ มาเกิดใหม่พร้อมระบบร้านค้าบุญกุศล ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498