“พี่สาว แม่ทัพจางอี้หลงมาสู่ขอท่าน”
ลี่ชินหยูวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาด้านใน
“เบาๆ หน่อยเ้าไม่สำรวมสักนิดดูรึ ท่านแม่ถึงได้บ่นว่าเ้าชอบทำตัวไม่รู้จักโตเสียที”
ลี่ชินเหอปรามน้องสาวร่วมบิดาเบาๆ ลี่ชินหยูสีหน้าสลดลงในทันที แม้จะมีแววตาสดใสแต่ทว่าไม่ช่างพูดเท่าที่ควรความจริงนางมักจะเป็คนที่พูดมากยามอยู่กับคนสนิทอย่างเสี่ยวจูหรืออวิ้นจูสาวใช้ข้างกายวัยไล่เลี่ยกัน
มารดามักจะก้าวล่วงนางมากไปบางทีก็พูดว่าที่ชินหยูเป็แบบนี้เพราะมารดาเป็เพียงคนต่ำชั้นผิดกับเหอหยินที่นางเป็ถึงองค์หญิงแต่งมาในตำแหน่งฮูหยินเสนาบดีกรมคลังที่ยิ่งใหญ่ ทั้งประทานงานสมรสและข้าวของมากมาย แต่ในที่สุดใต้เท้าลี่บิดาก็ยังคงมีลี่ชีหยูฮูหยินรองที่สดใสน่ารักเหมือนซินหยู
ของเรา
“พี่สาว เสี่ยวจูบอกข้าว่าท่านแม่ทัพดูดีที่สุดหล่อเหลาที่สุด อีกทั้งยังให้เกียรติพี่สาวยิ่ง เพิ่งจะกลับจากการนำทัพหลวงรบชนะมายังวังหลวง ฝ่าาประทานงานสมรสขอเพียงเลือกหญิงงามที่้าไว้เป็ฮูหยินแม่ทัพ พี่สาวรู้ไหมว่าท่านแม่ทัพ เอ่ยชื่อท่านก่อนใคร”
เว้นระยะให้อีกคนรู้สึกตื่นเต้น
แววตาเคลิ้มฝันของชินหยู ทำให้ชินเหอยิ้มบางๆ มือของซ้ายบีบมือข้างขวาด้วยความตื่นเต้นทว่า ไม่ได้แสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้าเพราะถุกอบรมมาเช่นนั้น
“ท่านแม่ฮูหยินใหญ่ให้ข้ามาช่วยพี่สาวแต่งกาย”
ปากก็พูดมือก็สาละวนกับการดึงมวยผมที่ยุ่งเหยิงจากการที่เพิ่งตื่นนอน ชินเหอนางแม้จะเพียบพร้อม แต่หาใช่ผู้ที่ต้องใช้แรงงานไม่ชินเหอมีหน้าที่เพียงวางท่าดังคุณหนูของตระกูลลี่เท่านั้น ผิดกับชินหยูที่ทุกอย่างล้วนต้องลงมือกระทำ ด้วยมารดาเพียงแค่อนุอีกทั้งยังฐานันดรต่ำต้อย
วางสีชาดลงบนปากบาง ชินเหองับเอาสีชาดบางเบาริมฝีปากสีแดงสวย ชินหยูยิ้มกับผลงานของตัวเอง พี่สาวช่างอ่อนหวานงดงามยิ่งกว่าหยกล้ำค่าน่าทะนุถนอมยิ่งนัก ไม่แปลกใจเลยว่าบุรุษใดได้พบนางเพียงครั้งแรกจึงยากจะลืมเลือน
“คุณหนูรองเ้าขา ฮูหยินใหญ่ให้มาเร่งท่านพาคุณหนูใหญ่ออกไปพบหน้าท่านแม่ทัพจาง”
เสียงสาวใช้ที่ถูกใช้ให้มาเร่ง
ชินหยูสะบัดอาภรณ์สีฟ้าสวย ห่มคลุมร่างอ้อนแอ้นของพี่สาว ดึงสายรัดเอวให้ตึง ส่งให้เอวคอดกิ่วยิ่งน่ามอง
ก้มมองใบหน้าที่แต่งแต้มงดงามก่อนจะพยักหน้ากับกระจกเงา
“พี่สาวสวยแล้วสวยที่สุดในสามโลก”
ชินเหอลุกขึ้นช้าๆ มีชินเหอและสาวใช้ช่วยพยุงไปยังห้องรับรองแขกบ้าน
ห้องกว้างที่บัดนี้ เสนาบดีลี่ ฮูหยินใหญ่ไร้ซึ่งมารดาของชินเหอที่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้มานั่งรับรองแขก ร่างสูงของแม่ทัพจาง ที่ยืนเอามือไพล่หลังทั้งตื่นเต้นและร้อนใจ กลัวว่าชินเหอจะไม่ยอมออกมาพบหน้าในเมื่อเป้นเขาที่ใฝ่ฝันถึงนางมาตลอด รอเวลาที่จะมาสู่ขอ
“มาแล้ว ชินเหอของแม่”
เสียงฮูหยินใหญ่เหอหยิน เอ่ยปากดังๆ เรียกสติของจางอี้หลงให้กลับมา
ร่างสูงในอาภรณ์สีขาวสะอาด องอาจผึ่งผายอีกทั้งร่างสูงใหญ่บึกบึนสมกับตำแหน่งแม่ทัพที่กรำศึกเหนือใต้ หันหน้ามาช้าๆ ชินหยูอ้าปากค้าง กับใบหน้าหล่อเหลา ราวมิใช่ผู้ที่ต้องทำศึกเหนือใต้แต่หล่อเหลาราวกับองค์ชายในวัง ผิดแต่ไร้ท่าทีสำอางดังเช่นองค์ชาย อกผึ่งผายอัดแน่นด้วยมัดกล้าม แทบจะเดาได้ทันทีว่าภายใต้อาภรณ์นั้น ต้องเต็มไปด้วยเนื้อหนันและร่องรอยแผลเป็ สายตาแสดงความพึงพอใจเมื่อมองมายังชินเหอ ที่ไม่ยอมเงยหน้าให้อีกคนได้เห็นความงดงามอ่อนหวาน เพียงแต่ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
“ชินเหอ ท่านแม่ทัพอยากพบเ้า”
ใต้เท้าลี่เอ่ยปากเสียงดัง
ชินเหอจึงได้เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคมจ้องไม่กะพริบแววตาเหมือนจะยิ้มได้ ชินหยูยิ้มบางๆ
เหมาะสมกันยิ่งนักทั้งสองคน …กิ่งทองใบหยก…อย่างปฏิเสธไม่ได้ชินหยูนึกวาดภาพ แม่ทัพที่มีหลังบ้านคอยปรนนิบัติด้วยความอ่อนหวานอ่อนโยน และฮูหยินแม่ทัพที่ใครเห็นจะต้องอิจฉากับความงามและความเพียบพร้อม ชินหยูย่อกายลงช้าๆ หันหลังก้าวเดินออกจากตรงนั้นไป
ทุกอย่างสำเร็จแล้วเหลือเพียงงานมงคลก็เท่านั้น จะดีเพียงใดหากพี่สาวชินเหอแต่งงานออกเรือนไปเสียที
สามวันผ่านไป
"อาภรณ์ในวันแต่งงานของพี่สาวเ้าที่มอบให้เ้าตัดเย็บเรียบร้อยหรือยัง"
เสียงเข้มของฮูหยินใหญ่ทำเอาชินหยูเสียบเข็มเข้ากับนิ้วมือบางจนสะดุ้ง
"ใกล้แล้วค่ะฮูหยินใหญ่"
"หือ เ้าจงใจทำให้ล่าช้าหรือไม่ เห็นได้ชัดว่า ใช้เวลาถึงสามวันป่านนี้ยังตัดเย็บไม่แล้วเสร็จ"
"ชินหยูเร่งมือแล้วเ้าค่ะ"
"หากไม่ติดว่า ฝีมือตัดเย็บของเ้าดีกว่าคนอื่นข้าคงให้ใครทำแทน"
"เ้าค่ะฮูหยินใหญ่"
ไม่ต่อคำคิดเสียว่าเป็การตักเตือนสั่งสอนด้วยความหวังดี
ร่างท้วมก้าวเดินจากไป
"ท่านแม่ ท่านแม่เ้าขาข้าข้าไม่อยากเข้าหอกับท่านแม่ทัพจาง"
"หือเ้าพูดจริง หรือแค่เพียงความเขินอาย"
"ท่านแม่ท่านก็รู้ว่าชินเหอ…ป่วยไข้มาั้แ่กำเนิดอีกทั้งยังไม่อาจ ให้กำเนิดบุตรได้เพราะชินเหอ บกพร่องเื่บนแท่นนอน"
"เ้าเพียงแต่กลัว ใครกันบอกเ้าว่าเ้าเป็เช่นนั้น"พยายามสร้าง กำลังใจให้ชินเหอด้วยนางขาดความมั่นใจในตัวเองต่างจากชินหยู ที่กล้าคิดกล้าพูด
"ท่านแม่ลูกแม้กระทั่งรอบเดือนลูกยังไม่เคยจะมีกับคนอื่นเขา"
"เหลวไหล เื่แบบนี้ใครให้เ้าป่าวประกาศ ฮูหยินแม่ทัพ หญิงใต้หล้าล้วนมุ่งหวัง เื่สมควรพูดจึงพูดเื่ไม่สมควรพูดเก็บงำไว้เสีย"ส่งเสียงลอดไรฟัน
"แต่ท่านแม่ ข้าไม่อาจให้ความสุขสมกับท่านแม่ทัพได้ ท่านแม่ข้า ข้า"ไม่ทันจะพูดจบมารดาเอื้อมมือบิดที่แขนเล็กอย่างแรง
"ท่าแม่ได้โปรดเถิด ชินเหอ กลัวว่าท่านแม่ทัพจะ…ขอหย่าถ้าหากรู้ว่า.."
"เ้าก็ยอมๆ เขาหน่อยเื่แบบนี้ในครั้งแรกก็จะตื่นกลัวแต่พอนานเข้า เ้าจะต้องร่ำร้อง"แม้จะม่ค่้อยมั่นใจนักแต่ก็จำต้องพูดให้ชินเหอ วางใจ
"ท่านแม่ชินเหอ.. กลัวไม่ต้องเข้าหอในคืนแรกจะได้ไหมรอให้ข้ากับ…ท่านแม่ทัพจางคุ้นชินกันก่อน"
"หาใช่สิ่งที่ควรกระทำไม่ ผัวเมียคืนเข้าหอจะละเลยเื่บนแท่นนอนไม่ควรกระทำยิ่งคืนเข้าหอ ถือว่าเป็คืนที่สำคัญที่สุด"
ชินเหอก้มหน้า มารดาหาเคยเข้าใจไม่เื่อื่นใดล้วนมีแต่แม่รองมารดาของชินหยูที่ใส่ใจเรื่อยมา
มารดาแค่เพียง สั่งให้ทำตามใจด้วยถือยศถือศักดิ์
จวนแม่ทัพ
จางอี้หลงรอรับฮูหยินคนใหม่ด้วยใจจดจ่อ
เกี้ยวที่ประดับไปด้วยสีแดงดอกไม้สีแดงริ้วผ้าสีแดง ชุดเ้าสาวสีแดงริมฝีปากก็ยังสีแดง
"อาภรณ์ที่นางสวมใส่ ช่างงดงามสมกับนางเหลือเกิน"ดวงตาเป็ประกาย
จางอี้หลงเอ่ยปากชื่นชม
"ฝีมือเย็บปักของคุณหนูชินเหอ ที่ให้ความสำคัญกับอาภรณ์ในวันพิเศษยิ่งนัก"
แม่สื่อรีบพูดส่งเสริมลี่ชินเหอ.. จางอี้หลงยิ้ม อาภรณ์สีแดงสดงดงามสายรัดเอวคอดกิ่วสะโพกพายรับกระโปรงบานสีอ่อนขลิบด้วยดิ้นสีทองอร่ามตา เนื้อผ้าพลิ้วตามสายลม นางช่างใส่ใจกับอาภรณ์ที่จะสวมใส่ให้ดูงดงามที่สุดในวันพิเศษนี้
“แม่ทัพจางคุณหนูชินเหองดงามเพียงนี้ท่านแม่ทัพจะต้องทะนุถนอมนางในคืนแรกหน่อยนะเ้าค่ะ”เสียงแม่สื่อพูดทีเล่นทีจริง
จางอี้หลงยิ้มอ่อนโยน ครั้งแรกที่เขาพบนาง ในงานแสดงดอกไม้ไฟ นางเยื่องย่างดังนางหงส์ บนอาภรณ์สีเหลืองสว่างในครานั่น โลกทั้งใบของจางอี้หลงมืดมิดมีเพียง ที่ที่ชินเหอยืนอยู่เท่านั้นจึงสว่างสดใส เขาแทบจะหยุดหายใจ
ต่อมาจึงรู้ว่านางคือบุตรีใต้เท้าลี่ ที่ยังไม่ทันจะออกเรือนด้วยวัยสาวสะพรั่ง
จางอี้หลงหมายมั่นว่าหากเขากลับจากการรบครั้งนี้ สิ่งแรกที่จะทำคือสู่ขอนางมาเป็ฮูหยินแม่ทัพเสีย
ขยับเสื้อคลุมแน่นให้เข้ารูปก่อนจะสาวเท้ายังห้องหอที่เคยเป็ห้องนอนของเขาแต่บัดนี้ดัดแปลงเป็เรือนหอที่สุดจะงดงามตระการตา
“ท่านแม่ทัพได้เวลาแล้ว ขอรับ”
บ่าวรับใช้นามตงเฟิงเอ่ยปาก พร้อมกับประสานมือด้วยความนอบน้อม
“นางอยู่ในห้องแล้วใช่ไหม” กระดกสุราลงคอย้อมใจ ดวงตายิ้มได้
“ขอรับนายท่าน”
พยุงจางอี้หลงลุกขึ้นกลัวว่าเขาจะเซถลาเพราะดื่มไปมากเสียจนสุราหมดไปหลายไห จางอี้หลงโบกมือห้ามก่อนจะเดินเองเพียงลำพังไปยังห้องนอนที่ดัดแปลงเป็ห้องหอ
เขาเองนับว่าตรากตรำทำการรบแม้จะผ่อนคลายร่างกายหาทางปลดปล่อยบ่อยครั้งจนซ่ำชอง การรบพุ่งที่เหนื่อยหนักบางครั้งก็ต้องหาทางระบายอารมณ์เช่นบุรุษทั่วไป
จางอี้หลงสาวเท้ายาวๆ ยังห้องหอที่ประดับตกแต่งงดงามราวกับ์ย่อมๆ
แสงไฟสลัวที่ประดับไว้ สร้างบรรยากาศรัญจวนใจ กลิ่นกำยานหอมอบอวล จนเขารู้สึกว่าสมองเขากับโล่งจนกลวงเปล่า ทว่าร่างกายกลับรู้สึกร้อนรุ่ม
ตรงกึ่งกลางร่างกายที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามกับขมึงเกลียวจนปวดจุก ความรู้สึกอยากจะปลดปล่อยบางอย่างออกจากร่างกาย เมื่อก้าวเข้ามาในห้องนี่เขาเป็อะไรไปเมามากไปหรือ แม้จะนึกถึงหน้าตาอันหวานหยดของชินเหอยังนึกไม่ออก สาวเท้าไปหยุดยืนที่แท่นนอนหอมกรุ่นนั้น กลิ่นกำยานเข้มข้นจนเขาขมวดคิ้วกลิ่นหอมหวานยิ่งอยากจะสูดดม
ชินเหอนางไม่ได้นั่งรอเขาเปิดผ้าคลุมหน้า ทว่ากลับนอนเหยียดยาว จางอี้หลงลูบฝ่ามือที่ร้อนระอุลงบนเรือนร่าง ในอาภรณ์สีแดงรู้สึกขัดใจเมื่อไม่พบเนื้อเนียนควรจะเปลือยเปล่านุ่มเนียนจนเขาอดใจไม่ไหวนั่นต่างหากเล่า เอื้อมมือปลดแกะอาภรณ์ของร่างเล็กที่นอนยาวเหยียดบนแท่นนอนด้วยมืออันสั่นเทา บางอย่างตรงกลางลำตัวขมึงเกลียวจนอดใจไม่ไหว มือเล็กกลับปลดป้ายปัดเปิดเผยอกอูมออกมาให้เขาได้ยล จางอี้หลงรีบดึงอาภรณ์ออกจากร่างเล็กที่นอนบิดตัวไปมา
“งดงามเหลือเกิน”เสียงแหบพร่าจนกลายเป็สั่นกระเส่า
ร่างบางขาวโพลนใต้แสงเทียน จางอี้หลงพรมจูบไปทั่วใบหน้างดงามไล่ลงมาที่ไหล่บางท่อนแขนเรียวและเอวคอดกิ่ว ปลดอาภรณ์ของตัวเองออกจนเปลือยเปล่าเช่นกัน ร่างกายอัดแน่นเต็มไปด้วยมัดกล้าม รอยแผลเป็ชวนััทั่วร่างที่แน่นหนัน จางอี้หลงทิ้งตัวลงไปตะแคลงกอดร่างเปลือยจากด้านหลังกระซิบข้างหูแ่เบา ร่างเล็กปรือตามองเขา ก่อนจะขยับกายน้อยๆ เปล่งเสียงครางผะแ่เมื่อเขา จูบที่ซอกคอ
ชินหยูรู้สึกร้อนไปทั่วร่าง จำได้ว่ารู้สึกง่วงงุนคิดว่าเป็เพราะกรำงานหนักในวันวิวาห์ของชินเหอมาทั้งวัน แต่ทว่ากลับรู้สึกร้อนวูบวาบ ดึงมือปลดอาภรณ์ที่อกเสื้อออก เพื่อคลายร้อนแต่ทำไมกลับรู้สึกว่าอกอูมของตัวเองล้นทะลักออกมา ััอุ่นจากมือหนาของใครบางคนที่บีบเคล้นเต้าอูมไว้ไม่ปล่อย ร่างบางหนักอึ้งแต่อบอุ่น ััแปลกใหม่กับร่างใหญ่ที่ทาบทับพยายามลืมตาแต่ก็ไม่เป็ผล จูบชวนหวาบหวามที่ซอกคอ ทำเอาส่งเสียงครางน่าเกลียด สมองกลวงโล่งขาวโพลน แต่กลับรู้สึกพึงพอใจกับััอบอุ่นหนักอึ้งนั้น ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนพลิกร่างบางให้นอนหงาย เขย่าขย่มอยู่บนร่างเล็กของชินหยู แม้จะบิดตัวหนีด้วยความเ็ปในครั้งแรก แต่อาการเคลิบเคลิ้มล่องลอยคล้ายคนเมาชวนให้กอดรัดอีกคนไว้
มือบางลูบไล้แผ่นหลังแน่นไปด้วยเนื้อหนันและรอยแผล บุรุษแกร่งกล้าเช่นนี้เองหรือมิน่าเล่าจึงต้องยอมสยบกับร่างสูงใหญ่ที่ขย่มเขย่าบนร่างเล็ก
ชินหยูแปลกใจยิ่งนักนี่ชินหยูเป็อะไรไป จึงไร้เรี่ยวแรงอีกทั้งยังรู้สึกชื่นชอบ กับบทรักของคนที่กำลังมอบความรู้สึกแปลกใหม่ให้กับชินหยู
แก่นกายถูกชำแรกแทรกลงกลางลำตัวเล็กที่บิดเร่าเล็บยาวจิกลงบนแผ่นหลังแต่จางอี้หลงหาสะทกสะท้านไม่ กับกอดรัดร่างบางไว้แนบอก เมื่อร่างเล็กสะท้อนขึ้นมาด้วยความเ็ป ชินหยูเขินอายเมื่อเปล่งเสียงร้องครางน่าเกลียดยิ่งนัก
แสงไฟสลัวอ่อนแสงลง รอยหยดเืมองเห็นชัดเจนบนผ้าขาว
จางอี้หลงพลิกกายลงข้างๆ ร่างเล็กแต่ยังใช้มืออุ่นวางประทับกอดรัดไว้เหมือนกลัวว่าอีกคนจะหายไป กลิ่นกำยานยวนใจยังลอยคละคลุ้ง จางอี้หลงอยากจะลุกขึ้นมา จัดการกับร่างบางอีกครั้งแต่กลับรู้สึกง่วงงุนเสียแล้ว
ร่างเปลือยสองร่างกอดก่ายกันหลับไปภายใต้แสงไฟสลัวในยามอิ๋น (03.00-04-59น.)
ชินหยูลืมตาตื่นมาจากแท่นนอนด้วยความอ่อนเพลียร่างกายเหมือนถูกทำร้าย อาการป่วยไข้กำลังเกิดขึ้น มารดาเช็ดตัวให้อย่างเบามือสายตาอ่อนโยนยิ่งนัก
“ท่านแม่”
ลี่ชีหยู ยิ้มบางๆ
“เ้าตื่นแล้ว”
“ทำไมลูกรู้สึกว่า มีบางอย่างแปลกไป”
“อาจเป็เพราะเ้าอ่อนเพลียจากการเตรียมงาน วิวาห์ของคุณหนูใหญ่”
ชินหยูอยากจะอธิบายมากกว่านั้นแต่
“ชินหยู พี่สาวแวะมายกน้ำชาพร้อมกับพี่เขยเ้าไม่ออกไปต้อนรับหน่อยหรือ”
เสียงเล็กแหลมของฮูหยินใหญ่ดังมาจากหน้าห้อง ชินหยูพยุงกายลุกจากแท่นนอนช้าๆ
สวมเสื้อคลุมทับไปกับอาภรณ์ในชุดนอนที่ บัดนี้กลับหันมองไปด้านหลังกระโปรงที่เปรอะไปด้วยเืสีแดงเป็หย่อมๆ
“คุณหนูรองเ้าขานายท่านให้มาตามคุณหนูรองไปที่ ห้องรับรองแขก”
เสียงสาวใช้ นามอวิ้นจูที่เข้ามาในห้องด้วยความเร่งรีบ กลัวว่าจะทำให้นายท่านของบ้านหรือใต้เท้าลี่ไม่พอใจคุณหนูรองของนางที่รักใคร่กันดี ด้วยชินหยูมีน้ำใจไม่น้อย แต่เมื่อเหลือบตาพบว่าด้านหลังมีหยดเืเปรอะเปื้อนกระโปรงยาว อวิ้นจูกลับรีบพยุงคุณหนูรอง
“อย่าบอกใครเื่นี้ นะเสี่ยวจู”อวิ้นจูแม้จะขมวดคิ้วแต่ก็ พยักหน้าโดยดี
“รอบเดือนหรือเ้าค่ะ”
พยักหน้า ขึ้นลงภายในใจรู้ดีว่าหาใช่ รอบเดือนอย่างที่อวิ้นจูคิดไม่
“นายท่านเร่งให้มาตามคุณหนูรองเ้าค่ะ หากเป็เช่นนี้ อวินจูจะเรียนนายท่านว่าคุณหนูไม่สบาย”
“น่าเกลียดยิ่งนัก ข้าออกไปเพียงครู่เ้า เคี่ยวยาแก้ไข้ให้ข้าดีไหมข้ารีบไป รีบออกมา”อวิ้นจูพยักหน้า
ชินหยูก้าวขาออกจากห้องไป
รอยยิ้มสดใสบนหน้าหน้าของคู่บ่าวสาวคู่ใหม่ มือใหญ่กุมมือบางของชินเหอไว้ตลอดเวลา ชินหยูเลี้ยวเข้าไปในห้องสายตาคมเงยขึ้นสบกับใบหน้างดงามที่ปราศจากการแต่งแต้มแต่กลับงดงามยิ่งกว่าชินเหอด้วยซ้ำไป วันนี้จางอี้หลงกับ มีสายตาไว้มองผู้อื่นต่างจากวันนั้นที่เขามาสู่ขอชินเหอเขามีสายตาไว้มองชินเหอผู้เดียวจำไม่ได้ด้วยซ้ำไปว่ามีชินหยูในห้อง ชินเหอมองตามสายตาของจางอี้หลง
“ชินหยูเ้ามาพอดี”
“ชินหยูคารวะพี่เขยแม่ทัพจางอี้หลง พี่สาวท่าน คงหลับสบายเมื่อคืน”
ถามไถ่ตามมารยาทแม้จะรู้สึกว่ามีบางอย่างรบกวนจิตใจ ร่างสูงใหญ่ที่ขย่มเขย่าร่างของชินหยูเมื่อคืนทำไมดวงหน้ากลับเป็พี่เขยที่พบครั้งแรกก็อดชื่นชมไม่ได้คนนี้ รู้สึกเจ็บแปลบที่ใจและเกิดอาการคลื่นเหียน จะเป็ไปได้อย่างไร ในเมื่อคล้ายดังความจริงคล้ายดังความฝัน ครึ่งหลับครึ่งตื่น บางทีก็รับรู้ถึงความสุขสม บางทีก็รู้สึกว่าแค่เพียงล่องลอยคล้ายฝันไป
“เ้าเล่าหลับสบายดีไหม”ไม่ตอบคำถามแต่เอ่ยปากถามชินหยูกลับมา
ชินหยูพยักหน้าไม่ช่างพูดเหมือนเคย จะบอกได้อย่างไรว่ามีบางอย่างแปลกไป
พี่เขยที่รูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลากลับเอียงคอมอง พี่สาวชินเหอ
“เ้าสิเมื่อคืนไม่ได้พักเท่าไหร่วันนี้ ยกน้ำชาเสร็จแล้วพบน้องสาวของเ้าแล้วเราก็ควรกลับเ้าจะได้กลับไปพัก”
เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จนชินหยูััได้ ชินเหอก้มหน้ายิ้มอายๆ
“ท่านแม่ทัพ ใส่ใจชินเหอยิ่งแล้วแบบนี้ข้าค่อยเบาใจ”
เสียงฮูหยินใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยความปีติ ชินหยูเพียงย่อกายเดินหลบออกมาจากห้องเสีย
“ข้าอยากจะขอร้องท่านพ่อกับท่านแม่ ข้าอยากจะให้ชินหยูไปคอยดูแลข้าที่จวนแม่ทัพ”เหอหยินฮูหยินขมวดคิ้ว
“ชินเหอ เ้าหมายความอย่างนั้นจริงๆ หรือเป็เพราะเ้าไม่เคย ออกจากบ้านไปไหนจึงอยากให้คนใกล้ชิดไปอยู่ใกล้ๆ ”
“ท่านแม่ ข้ากับชินหยูสนิทชิดเชื้อข้า คิดถึงชินหยูเมื่อไม่มีนางคอยเจรจาพาที”
“เ้าดูแลนางได้หรือไม่หากคิดว่าดูแลนางได้ก็รับนางไปแต่คงไปๆ กลับๆ เพราะที่นี่ก็มีหลายอย่างที่ต้องให้ ชินหยูจัดการ”
ใต้เท้าลี่เอ่ยปากตัดบทเพราะรู้ดีว่าหากเหอหยินไม่ยอม มักจะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายและเสียเื่
“เ้าค่ะข้าอยากให้น้องไปอยู่ด้วย จวนแม่ทัพกว้างใหญ่ ข้าดูแลนางได้แน่นอน จริงไหมค่ะท่านพี่”
ประโยคสุดท้ายหันไปหาจางอี้หลงที่ยิ้มอ่อนโยน
“จวนแม่ทัพกว้างขวางข้าอยู่ที่นั่นกับอี้หลาง เพียงลำพังมานานปีบัดนี้มีฮูหยินแม่ทัพกับน้องสาวเข้าไปจึงนับว่าไม่เงียบเหงาท่านพ่อตาไม่ต้องห่วงใยข้าจางอี้หลงจะดูแลนางดังเช่นน้องสาวของข้าเช่นกัน”
รับปากมั่นเหมาะใต้เท้าลี่พยักหน้าขึ้นลง
ฮูหยินเหอหยิน ยิ้มเจื่อนๆ
“ข้าจะไปบอกข่าวดีกับน้องสาว ท่านพี่ท่านรอข้าที่เกี้ยว ข้าช่วยนางเตรียมสัมภาระนิดหน่อย”
น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ จางอี้หลงยิ้ม พยักหน้ามองชินเหอด้วยสายตารักใคร่ยิ่งนัก
ที่ห้องพักของชินหยู
“พี่สาว ข้าข้า”
“อย่าบอกนะว่าเ้าไม่อยากไป น้องสาว เ้าไม่อยากดูแลข้าหรือเราสองคนไม่เคยห่างกัน เ้าดูแลข้ามาตลอดรู้ใจข้ายิ่งกว่าใคร จะสาวใช้กี่คนก็ไม่เท่าเ้าที่รู้ใจข้ายิ่งนัก”
ชินหยูก้มหน้ามองมือตัวเอง
“ ข้าไม่ได้ให้เ้าอาศัยที่นั่นตลอดไปเสียหน่อย ไว้เ้าอยากกลับก็กลับได้ ข้าไม่หวงห้าม แต่ขอแค่เ้าไปอยู่กับพี่สาวให้ข้าคุ้นเคยกับจวนแม่ทัพเสียก่อนถือว่าช่วยข้า”ดึงมือชินหยูให้ลุกขึ้น
“เสี่ยวจูไปเก็บสัมภาระของเ้ากับคุณหนูรอง เรากำลังจะไปกันแล้ว”
จวนแม่ทัพ
สายตาคมกริบของจางอี้หลงเขม่นมองร่างเล็กบอบบาง ใบหน้างดงามที่ย่อกายลงตรงหน้าเขา ไม่เงยหน้ามองดวงตากลมโตสดใสนางซ่อนมันไว้เสีย
“ชินหยูคารวะท่านแม่ทัพจาง”
“ท่านพี่ ชินหยูจะมาอยู่กับเรา ข้าหากขาดนางคงแย่”
หลายเื่ที่ชินหยูจัดการแทนทั้งหมด ชินเหอแทบจะไม่ต้องลงแรงนางแค่เพียงวางตัวให้ สมฐานะก็พอ
“ดีแล้วมาอยู่เสียด้วยกัน เ้าจะได้ไม่เหงาที่นี่มีสาวใช้มากมายแต่ก็คงไม่สนิทใจเท่ากับพี่น้อง”
น้ำเสียงเรียบเฉย มือไพล่หลัง หันหน้าไปทางอื่นเสีย ชินหยูย่อกายลงช้าๆ
“เ้าค่ะ พี่เขย”
“เรียกข้าว่า ท่านแม่ทัพเหมือนเดิมดีแล้ว”
“เ้าค่ะท่านแม่ทัพ”ตั้งใจเว้นระยะห่าง
ชินหยูย่อกายจากไป จางอี้หลงหันกลับมา กอดรวบร่างบางของชินเหอไว้ในอ้อมแขนด้วยความรัก กดจมูกโด่งลงที่แก้มนุ่ม
“อย่าเพิ่งไป ข้าคิดถึงเ้าจริง”
ดึงมือชินเหอยังแท่นนอนชินเหอที่เอาแต่ก้มหน้าแกะมือใหญ่ออกห่าง
“ท่านพี่ ยังไม่มืดค่ำอีกอย่างข้าไม่ได้ไปไหนแค่เพียงแวะไปช่วยชินหยูนางจัดข้าวของ”
โกหกทั้งๆ ที่ไม่เคยหยิบจับอะไร
“รอมืดค่ำข้าคงใจจะขาดเสียให้ได้ ก่อนจะได้ใกล้เ้าเหมือนเมื่อคืน เมื่อคืนเรามีความสุขเพียงไหนเ้าทำให้ข้ามีความสุขเพียงไหนจำไม่ได้หรือไร”
ชินเหอ ยิ้มบางๆ เบี่ยงตัวหลบ
“วันนี้รอบเดือนของชินเหอมา ท่านพี่คงต้องอดใจรออีกหลายวัน” จางอี้หลง ถอนหายใจยาว
“ฮูหยินข้า ข้าคงจะต้องอดทนดังเ้าพูดจริงไหม”
ชินเหอยิ้ม ยกมือขึ้นลูบแก้มอุ่นของจางอี้หลงเบาๆ
“รอก่อน อีกไม่นานท่านพี่ท่านก็รู้ว่าข้า อย่างไรก็หนีท่านไม่พ้น”
จางอี้หลงยิ้มกลืนน้ำลายลงคออย่างแสนเสียดายทั้งๆ ที่รสรักเมื่อคืนถึงอกถึงใจเสียงครางกระเส่าหวานแววเมื่อคืนที่ผ่านมา ยังติดอยู่ที่หูของเขา
“ข้ายินดีรอ”
จางอี้หลาง เดินเอามือไพล่หลังชมนกชมไม้เหมือนที่เคยทำในทุกวัน
ร่างเล็กของชินหยูกำลังสารวนกับการกวาดลานบ้าน เสี่ยวจูหอบผ้าไปซักยังลำธารใสที่ไหลผ่านจวนแม่ทัพ เสียงกวาดใบไม้ดังสม่ำเสมอ อี้หลางยืนเอามือไพล่หลังมองร่างเล็กที่มีใบหน้างดงามอย่างเพลิดเพลิน
“อุ๊ย”มือเรียวเล็กจับมือของชินหยูไม่ให้ล้มลงไป
“เ้าเป็ใคร”ชินหยูยังไม่ทันจะตอบคำถาม
“อ๋อข้านึกออกแล้ว น้องสาวฮูหยินท่านพี่ แม่นางลี่ชินหยู”
ชินหยูยิ้มด้วยใบหน้าสว่างใสท่าทีเป็มิตรรอยยิ้มเปิดเผยยิ่งกว่าแม่ทัพจางอี้หลงที่แม้จะคมเข้มกว่าแต่ดวงตากลับคมกริบดังมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ในดวงตา
“ท่านเล่า คือใครกัน”
“ข้าจางอี้หลาง”ยิ้มอย่างเป็มิตร
“ยินดีที่ได้พบเ้าแม่นางชินชิน”
น้ำเสียงสดใส ชินหยูยิ้ม กว้างตอบกลับไป
หนึ่งเดือนผ่านไป
“คุณหนูรองเ้าขา ทำไมถึงใบหน้าซีดเซียวเพียงนั้น”
เสี่ยวจูเอ่ยปากถามเบาๆ ราวกระซิบเมื่อเห็นว่าชินหยูไม่ยอมกินอะไรเอาแต่ โก่งคอโอ๊กอ๊ากแทบจะทุกเวลาอาหาร
“เ้าอย่านำเื่นี้ไปบอกใคร ถือว่าข้าขอร้อง”
เสี่ยวจูพยุงร่างเล็กไปนั่งบนแท่นนอน
“นายหญิง เสี่ยวจูหมายถึงคุณหนูใหญ่ คงจะทราบเื่นี้แล้วเพราะสาวใช้ข้างกายของคุณหนูใหญ่ เสี่ยวตื้อนางเห็นคุณหนูรองอาเจียนเมื่อวันก่อน”
“ข้ากลับไปที่ตระกูลลี่จะดีไหม”
“คุณหนูแบกรับเื่นี้เพียงลำพังไหวหรือไรหากมีคนถามถึงเื่พ่อของเด็กในท้อง”ชินหยูหลับตาลงช้าๆ
“ไม่มีใครเป็พ่อเด็ก มีเพียงข้าที่เป็มารดาเท่านั้น”
“เก็บข้าวของที่สำคัญให้ข้าข้าจะหนีไปเสียไปจากที่นี่แต่ไม่ใช่ตระกูลลี่ ส่วนเ้า”ดึงถุงเงินออกมาจากอกเสื้อ
“เงินนี่คงพอช่วยเ้าเริ่มต้นชีวิตใหม่”
"ไม่ คุณหนูเสี่ยวจูจะไปกับท่านไปไหนไปกันเสี่ยวจูจะดูแลคุณหนูเอง”
โอบกอดร่างเล็กของชินหยูไว้แน่น
………………………………………
"เด็กเดินยาอย่างเธอ เหมาะที่จะรับกรรมแทน"
“เด็กเดินยา”
เท้าที่สวมรองเท้าหนังเขี่ยไปที่ร่างเล็กที่นอนกุมท้องด้วยความเ็ป
ผู้กองหนุ่มที่เคยชมว่าหล่อที่สุดในสามโลกยื่นมือรับเงินปึกใหญ่
"ผู้กอง ทำไมทำแบบนี้ ผู้กองอย่าเพิ่งไปเรียกรถพยาบาลให้ตัวเล็กก่อนได้ไหม”
ร่างสูงก้าวเดินเหมือนนายแบบหนุ่มโบกตั๋วเครื่องบินในมือไปมา
“ลาก่อนตัวเล็กชาติหน้าค่อยพบกันใหม่”
“ผู้กอง ผู้กองทำไมทำแบบนี้เราเป็คู่หูกันนะ”ส่งเสียงตวาดดังไแต่อีกคนไม่หันหลังกลับ
“เอาเป็ว่าฉันจะเขียนรายงานว่าเธอตายในหน้าที่ ส่วนฉันขอเวลาทำใจลาออกจากงานบ้าๆ นี่ เงินที่พวกเขาให้ฉันคงพอจะบินไปชมูเาไฟฟูจิแล้วปั้นตุ๊กตาหิมะที่ญี่ปุ่นได้หลายปี”
“ผู้กอง ผู้กอง อย่าทำแบบนี้นะไอ้บ้า แกทำแบบนี้ได้อย่างไร อย่าเพิ่งไปอั๊กกกกกก”
ลมหายใจหลุดลอยเคว้งคว้าง ก่อนจะถูกดูดเหมือนอากาศธาตุเข้าไปยังอุโมงค์หลากสี หมุนวนจนมึนงง มึนงง สับสน เหมือนกลับร่างกายเบาหวิวเป็อากาศธาตุ
“อั๊กกกกกก”
“คุณหนูรอง คุณหนูรองฟื้นแล้ว”
เสียงเล็กๆ ของใครบางคนที่ตัวเล็กไม่คุ้นหูดังอยู่ใกล้ๆ
“รู้ว่าว่ายน้ำไม่เป็ยังกล้า พาตัวเองลงไปในน้ำ”
เสี่ยวจูปาดน้ำตา เจ็บใจกับคำพูดของจางอี้หลงที่ไม่ได้แสดงความห่วงใยหนำซ้ำยังตำหนิ
“ชินหยู ชินหยูน้องพี่ เ้า เ้า …โธ่น้องพี่เป็ข้าที่ผิดเองที่ปล่อยเ้า ว่ายน้ำไม่เป็ยังลงไปช่วยพี่ เป็ข้าเป็ข้าชินเหอที่ทำให้เ้าต้องตาย”
จางอี้หลงกอดรวบร่างบางของชินเหอที่ทรุดกายลงกับพื้นร้องไห้ปานจะขาดใจ
ตัวเล็กลืมตาขึ้นช้าๆ
“ฮูหยินของข้าเ้าอย่าได้เสียใจไปเลยนางยังไม่ตาย”เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย