ตอนนี้เธอนั่งซ้อนท้ายจักรยานพี่สะใภ้รองอย่างสบายอารมณ์โดยมีเบาะที่เธอยัดนุ่นและให้แม่ชิงเย็บติดเบาะซ้อนจักรยานทั้งสองคันให้ ส่วนรถมอเตอร์ไซค์มาคราวหน้าเธอต้องเอาออกมาใช้ให้ได้ เธอเห็นแหล่งซื้อน้ำมันในตัวอำเภอแล้วส่วนจักรยานอีกคันก็มีพี่ใหญ่ขี่จักรยานอยู่ที่ฝึกขี่แป๊บเดียวก็ขี่ได้โดยมีแม่ชิงซ้อนท้ายอยู่ ส่วนพี่สะใภ้ใหญ่ดูแลเด็กๆ อยู่ที่บ้าน พ่อหลิวหย่งก็อยากจะมาเหมือนกัน แต่ก็อยากให้ลูกชายตัวเองไปเปิดหูเปิดตา ตัวเองจึงอยู่บ้านแทน ไว้คราวหลังแล้วกัน
ตอนนี้ทุกคนมาอยู่ที่บ้านเช่าในเมืองเรียบร้อยแล้ว พอพี่ใหญ่และแม่ชิงเห็นบ้านหลังนี้กว้างขวางสะอาดสะอ้านก็พอใจมาก กินอาหารง่ายๆ เสร็จ จิงจิงก็พาทุกคนไปดูร้านเสื้อผ้า
“พี่จีเหยา ฉันกับพี่สะใภ้รองกลับมาแล้ว” จิงจิงที่เห็นพี่จีเหยาส่งลูกค้าที่ซื้อผ้าเสร็จก็ส่งเสียงทักทายทันที จีเหยาเห็นจิงจิงพร้อมกับพี่สะใภ้หลิวเหมยมาแล้วก็ดีใจมาก
“จิงจิงเธอมาแล้ว นี่ คือ” พอเห็นคนที่ตามมากับจิงจิงก็สอบถามขึ้น
“นี่คือแม่ฉันเยี่ยชิง และก็พี่ใหญ่หลิวตี๋ พี่ แม่ นี่พนักงานที่ฉันจ้างมา พี่จีเหยาค่ะ” จิงจิงแนะนำทุกคน
แม่ชิงยิ้มหน้าบานอีกครั้ง ลูกสาวเธอถึงกับจ้างพนักงานในอำเภอได้ ดูสิเธอลูกสาวเธอเก่งขนาดไหน เมื่อเห็นร้านเสื้อผ้าสวยงามแห่งนี้ ผ้าก็ดูสวยมาก พอเห็นป้ายราคาที่เขียนไว้ตามแบบก็อ้าปากค้าง คนในเมืองนี่ช่างมีเงินซะจริงเชียว ชุดละตั้ง10 20 หยวนก็ยังซื้อกันใส่ เธอนำผ้ามาตัดเองจะสักกี่หยวนเชียว แต่พอดูแบบต่างๆ ในร้านก็ต้องอึ้ง แต่แล้วก็ต้องภาคภูมิใจ จิงจิงเคยบอกว่าเธอเป็คนออกแบบเสื้อผ้าพวกนี้ อีกด้วย
“แม่ แม่เลือกผ้าสัก2ชุดเถอะ ชุดที่หนูเอาไปให้เป็อีกแบบส่วนพี่ใหญ่เรายังไม่มีเสื้อผ้าผู้ชายขาย พี่ใหญ่ก็ให้พี่สะใภ้ตัดเย็บให้สักหลายตัวเถอะ” จิงจิงเห็นแม่ชิงที่ตาลายมองดูเสื้อผ้าในร้านก็หัวเราะพูด
“อั๊ยโย๋ แม่จะใส่เสื้อผ้าแพงๆ นี้ไปทำไมกัน ถ้าฉันรู้ว่าราคาเสื้อมันแพงขนาดนี้ฉันไม่กล้าใส่หรอก” ถึงแม่ชิงจะพูดอย่างนั้นแต่ก็หยิบเสื้อมาทาบตัวแล้ว จิงจิงไม่ได้พูดอะไรมากคนแก่ก็อย่างนี้ปากอย่างใจอย่าง อีกอย่างแม่ชิงเป็แม่ของเธอเพราะเธอหล่อหลอมรวมเข้ากับร่างนี้แล้วอย่างแท้จริงเหมือนที่ระบบบอก
“แม่ แม่ต้องแต่ตัวสวยๆ หน่อยไม่ใช่เหรอ ส่วนเครื่องสำอางครีมบำรุงต่างๆ แม่ก็ใช้ซะเถอะ อย่างเสียดายไปเลย พอวันหน้า แม่ที่เดินคู่กับฉันกับพี่สะใภ้ ผู้คนจะได้มองว่าแม่เป็พี่สาวพวกฉันยังไงละ ฮ่าฮ่า” จิงจิง ตอนนี้ที่หยอกเย้าแม่ชิงอย่างมีความสุขซะจนต้องถูกมองค้อน
“พี่จีเหยา วันนี้ฉันฝากร้านพี่อีกวันหนึ่งนะคะ ฉันดูบัญชีแล้วไม่มีปัญหาอะไร แถมรายรับที่ผ่านมาค่อนข้างดีเลย วันนี้ฉันจะพาแม่และพี่ใหญ่ไปเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าสักหน่อย”
“ได้เลย ไม่ต้องห่วงทางนี้นะ พี่ทำได้อยู่แล้ว” จีเหยาบอกจิงจิงอย่างร่าเริง
“พี่อยู่ช่วยที่ร้านเอง น้องสาวไปกับแม่และพี่ใหญ่เถอะ” สะใภ้รองที่ตอนนี้อยากทำงานเต็มแก่แล้ว เธอชอบทำงานและชอบงานนี้มาก
จิงจิงเห็นดังนั้นก็ไม่ขวาง “ก็ได้ค่ะ ฉันจะพาแม่ไปซื้อของซะหน่อย แล้วก็ซื้อของมาทำอาหารทานกันที่บ้านวันนี้ ไม่แน่พี่รองอาจจะกลับมาวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ได้”
จิงจิงพาแม่และพี่ใหญ่ที่พึ่งเคยมาห้างสรรพสินค้าครั้งแรก ทั้งสองดูตื่นเต้นมือไม้สั่นจนจิงจิงแทบจะทนดูไม่ไหว
“แม่ พี่ใหญ่พี่อยากจะดูอะไรหรือซื้ออะไรไหม” จิงจิงถามอย่างใจกว้าง
แม่ชิงที่แรกตื่นเต้นกับความโอ่งอาของห้างสรรพสินค้า แต่เห็นราคาก็ทนซื้ออะไรไม่ได้ ตอนนี้เธอไม่ใช่มาห้างสรรพสินค้าแล้วหรือยังไง แค่ได้เข้ามาก็สามารถเอาไปโม้ที่หมู่บ้านได้หลายวันก็พอแล้ว “ไม่ ไม่ล่ะ อะไรๆ ที่นี่ก็แพงซะจริง”
“นั่นสิ สินค้าก็แพงกว่าที่ตลาดจริงๆ นั่นแหละ แถมยังใช้คูปองอีก ไป อย่างนั้นเราไปที่ตลาดอีกฝั่งเถอะที่นั่นฉันเคยไปบ่อย มีทั้งอาหารเสื้อผ้า และของแปลกใหม่ที่ผู้คนเริ่มเอามาขายแล้ว ซ้ำยังมีเครื่องประดับอีกด้วย แถมบางร้านไม่ต้องใช้คูปองซื้อ ใช้เงินหยวนซื้อก็พอแล้ว”
ตอนนี้จิงจิงจึงพาแม่ชิงมาเดินที่ตลาด ที่มีของขายมากมายแล้ว ตอนนี้จิงจิงยืนอยู่ร้านเครื่องประดับร้านหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ผู้คนเริ่มซื้อเครื่องประดับกันใส่แล้วไม่ว่าจะเป็ ทอง เงิน หยก หรือเครื่องประดับชนิดต่างๆ ก็นำออกมาขายได้แล้ว ร้านนี้ค่อนข้างเก่าแก่ อาจจะเคยเป็ร้านขายเครื่องประดับมาก่อนหน้านี้แล้ว
“แม่เลือกสักชิ้นสองชิ้นเถอะ แม่ไม่เคยใส่เครื่องประดับอะไรเลยนี่หนา แล้วให้พี่สะใภ้ทั้งสองด้วยฉันซื้อให้เอง”
“นี่ นี่มันจะดีหรือ มันแพงน่าดู” ถึงจะอยากได้กำไลสีทองตรงหน้าขนาดไหนแต่เห็นได้ยินราคาที่เถ้าแก่ร้านบอกมาแม่ชิงก็เสียดายเงินจริงๆ นี่มันแพงมาเลยทีเดียว วงละตั้ง 150 หยวน ลูกสาวถึงจะหาเงินมาได้ แต่นี่พึ่งไม่นาน ลูกสาวต้องใช้เงินอีกเยอะ เธอจะมาซื้อเครื่องประดับพวกนี้ไม่ได้หรอก
จิงจิงที่เห็นแม่ชิงที่กำกำลัยทองวงนั้นซะแน่น แต่ก็ตัดใจวางลงพร้อมกับถอดหายอย่างเสียดาย ก็ยิ้มขึ้น นี่แหละนะเหตุผลว่าทำไมเธอถึงดีกลับครอบครัวนี้ขนาดนี้ เพราะทุกคนรักเธอด้วยใจจริงไม่ได้หวังสิ่งไหนจากเธอเลย
พอถามราคากับเถ้าแก่ ต่อรองราคาเสร็จจิงจิงก็ชี้ทันที “เอาวงนี้เถอะค่ะ กับวงนี้ แล้วก็ต่างหูคู่นี้ พี่ใหญ่เลือกต่างหูให้พี่สะใภ้ใหญ่สักคู่เถอะค่ะ”
ในที่สุด จิงจิงก็ซื้อเครื่องประดับพวกนี้ให้ แม่ชิง ซึ่งมีกำไรทอง 1วง ต่างหู1คู่ ส่วนพี่สะใภ้ใหญ่พี่สะใภ้รองก็ได้ต่างหูทองกันคนละคู่ โดยพี่ใหญ่เลือกให้พี่สะใภ้ใหญ่ส่วนเธอเลือกให้พี่สะใภ้รอง ส่วนเธอได้กำไลหยกมาคู่หนึ่ง ดูสวยมาก
จิงจิงไม่ชอบใส่ทอง เธอชอบใส่เป็หยกหรือเครื่องเงินมากกว่า อีกอยากเธอก็เห็นของพวกนี้จนชิน ในมิติเธอเครื่องประดับ เพชรพลอยอีกหลายอย่างทั้งของเธอและของคุณแม่ ส่วนค่าเสียหายวันนี้ค่อนข้างเยอะจริงๆ แต่เธอไม่เสียดายเงินพวกนี้ที่ซื้อทองไปหรอก เงินไม่ถึงพันหยวนซื้อทองมาตั้งหลายชิ้น วันข้างหน้ามีเงินแค่ 1000 หยวน ไม่สามารถซื้อได้ข้างหนึ่งของต่างหูคู่นี้ด้วยซ้ำ
แม่ชิงตอนนี้ลูบคลำต่างหูบนหูทั้งสองข้างกับกำไลทองที่แขนก็แทบจะหุบยิ้มไม่ได้ เธอไม่เคยมีเครื่องประดับเลยจริงๆ ตอนนี้ลูกสาวเธอสามารถซื้อให้เธอได้ แต่เงินก็มากซะขนาดนั้นแต่ลูกสาวเธอจะซื้อให้เธอจนได้ เธอจะทำอะไรได้จริงไหม?
ค่ายฝึกทหารพิเศษ
วันนี้เป็วันหยุดที่ทหารทุกคนสามารถหยุดพักผ่อนได้ ตอนนี้หลิวฮั่นซึ่งขออนุญาตออกจากค่ายแล้วเพราะเขาจะออกไปหาครอบครัว ก็ได้รับอนุมัติแล้ว หลังเก็บข้าวของบางส่วนเสร็จก็เดินออกมาจากห้องนอนรวมของตัวเอง สักพักก็เห็นกงลู่เหวินที่เดินสวนมาพอดี จึงทักทายตามประสา “หัวหน้ากองกงลู่เหวิน”
กงลู่เหวินได้ยินก็พยักหน้าเบาๆ พอจะก้าวเดินต่อก็หันมาถามหลิวฮั่นเหมือนว่านึกเื่อะไรขึ้นได้ “คุณจะกลับไปหาครอบครัวงั้นเหรอ?”
“ใช่ครับ” หลิวฮั่นที่กำลังจะเดินไปก็หันมาตอบอย่างมึนงง
“อ้อ พอดีเลยผมพึ่งนึกได้ว่าตอนนั้นผมซื้อภาพวาดของน้องสาวคุณแต่ยังไม่ได้ไปเอา วันนี้ผมหยุดพอดี งั้นเดียวผมไปพร้อมคุณเลยแล้วกัน” กงลู่เหวินพูดขึ้นมาอย่างบังเอิญว่าพึ่งจะจำได้เมื่อสักครู่นี้เอง
พอหลิวฮั่นได้ยินก็พูดว่า “หัวหน้ากงลู่เดียวผมกลับไปแล้วตอนกลับมาผมนำมันมาให้คุณก็ได้ครับจะได้เป็การเสียเวลาคุณ”
“ไม่ดีกว่าผมต้องได้เห็นภาพก่อน ว่าพึงพอใจผมหรือเปล่า ผมจ่ายเงินไปแล้วตั้ง 15 หยวนให้น้องสาวคุณนะ” กงลู่เหวินพูดขึ้นยิ้มๆ
หลิวฮั่นสะดุ้ง ซื้อภาพของจิงจิงตั้ง15หยวน จิงจิงไปขายภาพวาดให้หัวหน้ากองกงลู่เหวินั้แ่เมื่อไหร่ แล้วดูเหมือนว่าจะบังเอิญเกินไปไหมที่เจอหัวหน้ากองกงลู่ที่นี่ ปกติหัวหน้ากงลู่มาแถวที่พักทหารกองพวกเขาด้วยหรือ?
ตอนนี้จิงจิงแม่ชิงและพี่ใหญ่เดินซื้อของและอาหารกันจนขาลาก ตอนนี้ก็ปั่นจักรยานกลับมาที่บ้าน พอเดินเข้ามาที่บ้านห็เห็นชายในชุดทหารสองคนยืนอยู่ ทั้งหมดก็นิ่งอึ้งไปแต่พอมองไปชัดๆก็ต้องรีบพูดขึ้นเสียงดับ
“ลูกรอง น้องรอง!!”
แม่ชิงที่ไม่ได้เห็นหลิวฮั่นมานานขนาดนี้แล้ว พอเห็นก็ดีอกดีใจ พี่ใหญ่ก็ไม่ต่างกัน ส่วนหลิวฮั่นก็อึ้งเล็กน้อย แม่มาในเมืองเหมือนที่น้องสาวพูดไว้จริงๆ “แม่ พี่ใหญ่”
“อั๊ยโย๋ แกไม่ได้กลับบ้านมาเป็ปีแล้วทำไมดำขึ้นขนาดนี้ละ?” แต่พอพูดไปสักพัก แม่ชิงที่พึ่งสักเกตเห็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาข้างๆ อีกคน “นี่คือ?”
“นี่คือหัวหน้ากองกงลู่เหวินเป็หัวหน้ากองที่ค่ายครับ วันนี้พอดีหัวหน้ากงลู่จำได้ว่าซื้อภาพของจิงจิงไว้ วันนี้จึงมารับภาพครับ”
กงลู่เหวินก็อึ้งไปเล็กน้อยที่มีคนเพิ่มมา แต่สักพักก็ยิ้มและเอ่ยอย่างสุภาพ “สวัสดีครับคุณป้า ผมกงลู่เหวิน”
“อั๊ยโย๋ ทำไมเป็เด็กหนุ่มที่ดีหล่อเหลาและสุภาพอ่อนโยนขนาดนี้” แม่ชิงที่เห็นกงลู่เหวินที่ตอบกลับอย่างสุภาพก็ตกตะลึง เด็กหนุ่มคนนี้เป็ถึงระดับหัวหน้าแล้ว แต่เด็กขนาดนี้เชียว อั๊ยหย๊า ช่างเป็เด็กหนุ่มที่มีความสามารถอะไรขนาดนี้ ยิ่งพินิจเท่าไหร่ก็ยิ่งดูดี ยิ่งพึงพอใจ