ขวัญและเพียงดาวโดนจับกลับมายังบ้านไม้เรือนไทยหลังเดิมเพียงดาวนั้นเอาแต่ร้องไห้สะอื้นมาตลอดทาง แต่ขวัญกลับนิ่งเงียบและสายตาเรียบเฉยไม่อาจจะเดาได้เลยว่าภายในใจนั้นคิดอะไรอยู่
“มึงกับแม่มึงนี่เหมือนกันไม่มีผิดเอาไม่เลือก !!”
“อย่าพูดถึงแม่ผมแบบนั้น!!!”
ทั้งพลเอกและขวัญต่างอารมณ์เดือดดาลกันทั้งคู่หากในมือมีอาวุธป่านนี้คงใส่กันไม่ยั้งไปแล้ว
“ไม่ใช่เพราะแม่มึงที่มีชู้เหรอมึงถึงโดนทิ้งไว้แบบนี้ ถ้าไม่ติดว่าในตัวมึงก็มีเืกูอยู่เหมือนกันมึงตายคาตีนกูแล้วไอ้ขวัญ”
“หึก็เอาเลยครับ”
“มึงอย่าท้ากูนะ!!!”
เพียะ!!
ฝ่ามือของพลเอกประทับลงไปบนใบหน้าของขวัญเพียงดาวที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับถลาเข้าไปกอดขวัญเอาไว้
“พ่อ!! อย่าทำพี่ขวัญเพียงขอร้อง ฮือ ๆ ๆ”
เพียงดาวยกมือกราบขอร้องพลเอกให้ไว้ชีวิตคนที่ตนรักเธอรู้ดีว่าอารมณ์ของพ่อเธอในตอนนี้นั้นสามารถฆ่าขวัญได้อย่างไม่ลังเล
ทันใดนั้นขวัญก็นั่งลงคุกเข่าต่อหน้าพลเอกพร้อมกับน้ำตาของลูกผู้ชาย
“อย่าพรากเราจากกันเลยครับอย่าพรากเพียงไปจากผมเลยนะพ่อ ผมขอร้อง”
ขวัญอ้อนวอนทั้งน้ำตาแต่ก็ไม่เป็ผลกลับกันยิ่งสร้างความเกรี้ยวโกรธให้อีกฝ่ายเป็อย่างยิ่ง
“กูใจดีกับมึงมามากแล้วถ้าเทียบกับสิ่งที่มึงทำ อย่าคิดว่ากูโง่ ตอนแรกกูคิดว่าจะขังมึงไว้ในห้องเก็บของแต่กูรังเกียจมึงจนไม่อยากร่วมชายคาเดียวกัน เพราะฉะนั้นมึงจงหนีไปให้พ้นอย่าให้กูเห็นหน้ามึงอีก !!”
“ขอร้องเถอะครับให้เราได้รักกันเถอะครับพ่อ”
ขวัญยกมือไหว้อีกฝ่ายทั้งน้ำตาแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร
“มึงเอาสมองส่วนไหนคิดก่อนที่มึงจะเอ่ยคำขอนั้นออกมา มึงสองคนเป็พี่น้องกันแม้จะต่างแม่แต่ในตัวมึงสองคนก็มีเืของกู มึงมีพ่อคนเดียวกันแล้วมึงจะรักกันได้ยังไง ห๊ะ ไอ้ขวัญ รีบออกไปจากบ้านกู !!!”
พูดจบพลเอกก็เดินจากไปชายร่างใหญ่สองคนจึงจับขวัญลงมายังใต้ถุนบ้าน
“โชคดีของมึงนะไอ้ขวัญที่หัวยังไม่หลุดจากบ่ารีบไปซะ”
หนึ่งในชายสองคนที่จับขวัญลงมาจากบ้านเอ่ยขึ้น
ขวัญรีบเดินออกมาและเดินอ้อมไปยังทางหลังเรือนเพราะจะผ่านห้องนอนของเพียงดาว เขาได้แต่ภาวนาให้อีกฝ่ายเปิดหน้าต่างไว้และมันก็เป็แบบนั้นจริง ๆ
“เพียงทางนี้ เพียง เพียงได้ยินพี่มั้ย”
ขวัญะโโบกมืออยู่ด้านล่างเพียงดาวที่ยืนร้องไห้อยู่ริมหน้าต่างเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็ก้มลงมายังพื้นดินด้านล่างทันที
“พี่ขวัญทำไมไม่รีบหนีไป”
เพียงดาวถามด้วยความใเมื่อเห็นขวัญยืนอยู่ด้านล่าง
“เพียงรอพี่นะเดี๋ยวพี่จะกลับมารับเพียง”
“พี่ขวัญห่วงตัวเองก่อนเถอะ รีบหนีไปก่อนเถอะพี่”
ขวัญพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะรีบวิ่งไปยังทางด้านหลังของบ้านไม้หลังนี้
เขาวิ่งมาจนถึงท่าน้ำอีกครั้งแต่ก็พบว่าเรือของเขาได้หายไปแล้ว ขวัญจึงจำต้องเดินเท้าเพื่อจะไปยังบ้านของเพื่อนสนิทที่อยู่ห่างออกไปทางเหนือ
เมื่อนึกย้อนถึงเื่ราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของขวัญนั้นความเศร้าที่เกาะกินหัวใจก็ปรากฏแจ่มชัดขึ้นในทันที
แม่ของขวัญนั้นเสียชีวิตั้แ่ขวัญอายุได้เพียงสามขวบยังไม่รู้เื่อะไรมากนัก ภาพจำสุดท้ายของแม่คือการล้มฟุบลงบนพื้นบ้านท่ามกลางกองเืสีแดงสดไหลนองเป็ภาพจำฝังใจที่เศร้าเกินกว่าเด็กสามขวบจะรับไหวในตอนนั้นเขารู้แค่ว่าจากนี้จะไม่มีแม่อีกแล้วแต่ด้วยสาเหตุอะไรที่แม่ต้องมาด่วนจากเขาไปก่อน ขวัญก็ไม่อาจรู้ได้
ขวัญเดินเท้ามาจนถึงเส้นทางลัดที่จะทำให้ไปถึงบ้านของเพื่อนสนิทที่อยู่ทางเหนือเร็วขึ้นเพียงแต่เส้นทางนี้ค่อนข้างจะเปลี่ยวและไม่มีคนสัญจรไปมามากนักแต่ด้วยระยะทางที่จะช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางได้มากเขาจึงตัดสินใจเดินเท้าไปในเส้นทางนี้
หลังจากเดินทางมาได้สักพักเขาก็สังเกตเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์สองถึงสามคนยืนอยู่เบื้องหน้าขวัญไม่คุ้นตามากนัก แต่ใจหนึ่งก็แอบคิดว่าจะเป็คนของพ่อรึเปล่า
“มึงจะไปไหน”
ชายคนหนึ่งถามขึ้นเมื่อขวัญเดินผ่านไปยังจุดที่ชายกลุ่มนั้นยืนอยู่
“เอ่อผมจะไปบ้านเพื่อนที่ทางเหนือครับ”
“จะเดินไปงั้นเหรอ”
“ครับ”
“ไปกับพวกกูเดี๋ยวจะพาไปส่ง”
พูดจบขวัญก็โดนหนึ่งในชายกลุ่มนั้นใช้ผ้าปิดตาและรู้สึกว่ามีอีกสองคนกำลังมัดมือและมัดเท้า
“ปล่อยปล่อยกู พวกมึงเป็ใคร ปล่อย !”
ขวัญพยายามออกแรงสู้สุดฤทธิ์แต่ก็ไม่อาจสู้แรงของกลุ่มคนเ่าั้ได้และไม่นานหลังจากนั้นขวัญก็ไม่รู้สึกตัวอีก
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้เขารู้สึกตัวอีกทีเมื่อมีน้ำใส ๆ กระเซ็นสาดใส่หน้า เมื่อสำรวจร่างกายตามเนื้อตัวต่างๆ ไม่มีร่องรอยาแ มีเพียงอาการมึนงงเท่านั้น
“ฉันอยู่ที่ไหน”
ภาพแรกที่เห็นเมื่อลืมตาคือชายฉกรรจ์กลุ่มเดิมที่ต่างมองมายังขวัญเป็สายตาเดียวเมื่อมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าเขาอยู่ที่กระท่อมร้างหลังหนึ่งในป่า
ผู้ชายคนหนึ่งเดินก้าวออกมาจากกลุ่มชายฉกรรจ์เพื่อเผชิญหน้ากับขวัญ
“มึงอยู่กลางป่า”
“พวกแกจับฉันมาที่นี่ทำไม้าอะไร”
ขวัญเอ่ยถามและพยายามทำใจดีสู้เสือความคิดที่จะต่อสู้นั้นแทบไม่มีเพราะเขาตัวคนเดียว หากขัดขืนต่อสู้ก็คงไม่รอดแน่
“มึงจงอยู่ที่นี่และอย่ากลับไปที่บ้านพลเอกอีก เพราะถ้ามึงกลับไปไม่ใช่แค่มึงที่ตายแต่กูก็จะตายด้วย”
ขวัญคิ้วขมวดในทันทีเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น
“หมายความว่าไง”
“กูได้รับคำสั่งมาให้ฆ่ามึงซะแต่กูทำไม่ลง มึงกับลูกกูก็คงจะรุ่น ๆ กัน เพราะฉะนั้นมึงจงอยู่ที่นี่หรือหนีไปให้ไกลกว่านี้อย่ากลับไปที่นั่นอีกเด็ดขาด !!”
ขวัญนั่งนิ่งไปราวกับสติหลุดลอยเขาพยายามปลอบใจตัวเองว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นไม่ใช่ความจริงถึงแม้พลเอกจะเกลียดแม่ของเขามาก แต่กับเขาที่เป็ลูกคนหนึ่งเหมือนกันเขาคิดจะฆ่าได้ลงเลยหรือ เพียงเพราะเขารักเพียงดาวในแบบหนุ่มสาวเขาจึงไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างนั้นเหรอ ขวัญได้แต่นั่งคิดทบทวนเื่ราวต่างๆ อย่างเศร้าใจ
“มึงเข้าใจที่กูพูดหรือไม่”
ชายที่อยู่ต่อหน้าถามย้ำขวัญอีกครั้ง
“ครับ”
เขาตอบสั้นๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยและแววตาเศร้าหมอง
“จำไว้เด็ดขาดอย่ากลับไป !”
ชายคนเดิมพูดย้ำอีกครั้งก่อนที่เขาและกลุ่มชายฉกรรจ์คนอื่น ๆ จะเดินออกจากกระท่อมร้างหลังนั้นไป
ขวัญลุกขึ้นออกไปมองดูบรรยากาศรอบๆแล้วก็พบว่ากระท่อมร้างแห่งนี้ตั้งอยู่กลางป่าหากต้องอยู่ที่นี่ตลอดไปคงเป็ไปไม่ได้ในเมื่อไม่สามารถกลับไปหาผู้หญิงที่เป็ที่รักได้แล้วทางเลือกของเขามีเพียงทางเดียวคือไปอยู่ที่อื่น ที่ ๆ ไม่มีใครรู้จักเขา
หัวใจที่ไร้ความรักหล่อเลี้ยงนั้นช่างเป็หัวใจที่เหี่ยวเฉาและหดหู่ยิ่งั้แ่ขวัญหนีมาอยู่อีกหมู่บ้านที่ห่างไกลกันมากเขาก็ไม่ได้รับรู้เื่ราวของเพียงดาวอีกเลย
ขวัญอาศัยการจับปลาตามแม่น้ำลำคลองมาขายชาวบ้านในหมู่บ้านเพื่อยังชีพส่วนเื่หญิงสาวที่จะมาแทนที่เพียงดาวนั้นไม่เคยเกิดขึ้นในความคิดของขวัญเลยหัวใจของเขายังคงคิดถึงแต่หญิงที่เป็ที่รักยิ่งอยู่ทุกคืนวัน
แม้ชะตาจะกำหนดมาให้เป็พี่น้องต่างแม่แต่ในเื่ของความรู้สึกของหัวใจนั้น ไม่มีใครสามารถกำหนดได้แม้จะไม่ใช่เื่ที่ถูกต้อง แต่ความรักเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมเป็สิ่งสวยงามแก่คนทั้งคู่
ทางด้านของเพียงดาวนั้นเธอยังคงรอคอยการกลับของขวัญเสมอ เพราะขวัญบอกไว้อย่างนั้นก่อนไป
ทางด้านพลเอกก็พยายามหาชายหนุ่มมากหน้าหลายตาหลายต่อหลายคนมาพูดคุยกับเพียงดาวหวังจะให้ลูกสาวตนถูกใจใครสักคนแล้วจะจัดการหมั้นหมายแต่งงาน
แต่เพียงดาวก็ไม่ได้สนใจใครเลยสักนิด
จนกระทั่งวันหนึ่งเพียงดาวก็ได้เจอกับชาติศักดิ์ ลูกชายของตำรวจนายหนึ่งซึ่งสนิทสนมกับพลเอกชาติศักดิ์นั้นสนใจในตัวเพียงดาวมานานแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสได้ใกล้สักทีวันนี้คุณพ่อมาคุยงานกับพลเอกพ่อของเพียงดาว เขาจึงตามมาด้วย
ทันทีที่เขาเดินขึ้นบ้านมาพร้อมกับพ่อเพียงดาวที่นั่งร้อยมาลัยอยู่ก็เตรียมจะลุกหนีทันทีแต่เธอก็ไม่ลืมที่จะไหว้ทักทายผู้ใหญ่ก่อน
“สวัสดีค่ะคุณน้ามาเหนื่อย ๆ นั่งทานน้ำก่อนนะคะ สักครู่คุณพ่อคงมา”
เพียงดาวยกมือไหว้ตำรวจท่านหนึ่งที่แต่งตัวมาเต็มยศเครื่องแบบ
“สวัสดีจ้ะหนูเพียงนี่ลูกชายน้า ชาติศักดิ์ ทำความรู้จักกันไว้นะ”
เพียงดาวเข้าใจได้ทันทีในความหายของอีกฝ่ายแต่เธอก็ไม่ได้แสดงกิริยาใด ๆ ที่ไม่งามออกไป
“สวัสดีค่ะตามสบายนะคะ”
เพียงดาวยกมือไหว้ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้วเดินปลีกตัวกลับเข้าห้องไป สวนทางกับพลเอกที่กำลังขึ้นบ้านมาพอดี
“เพียงจะไปไหน อย่าเสียมารยาท”
พ่อของเพียงดาวดึงแขนลูกสาวตนไว้ในทันทีเมื่อเห็นว่าเพียงดาวกำลังจะเดินลงจากบ้านไป
“เพียงทักทายแขกของพ่อแล้วค่ะเพียงไม่เสียมารยาทขนาดนั้น”
พูดจบเพียงดาวก็สะบัดแขนออกจากมือของพลเอกและเดินลงจากบ้านไปในทันที
สวนดอกไม้หลังบ้านดูจะเป็สถานที่แห่งเดียวที่ทำให้เพียงดาวสบายใจได้มากที่สุดเมื่ออยู่ที่บ้านหลังนี้เธอเลือกที่จะมานั่งเล่นที่นี่ทุกครั้งเมื่อมีแขกมาที่บ้าน
เพียงดาวไม่ชอบสังคมไม่ชอบความวุ่นวาย แต่หากเป็การเข้าวัดทำบุญ ฟังธรรม เธอจะไม่ปฏิเสธนอกจากขวัญที่มักจะพาเพียงดาวไปวัดบ่อย ๆ ั้แ่เด็ก ๆก็ไม่เคยมีใครรู้ว่าเธอชอบไปวัด แม้แต่พลเอกเขาก็ไม่ได้ชอบอะไรแบบนี้นักพอนึกถึงเื่นี้ขึ้นมาหยดน้ำใส ๆ ก็ไหลอาบแก้มทันที
“นี่ก็หลายปีแล้วนะพี่อยู่ไหนนะพี่ขวัญ เป็ตายร้ายดียังไงบ้าง”
เพียงดาวได้แต่คิดถึงชายคนรักอยู่ทุกวันแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรมากกว่านี้ได้เลยั้แ่ขวัญหนีไปเธอก็ไม่ได้รับรู้เื่ราวใด ๆ ของขวัญอีก
“มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวละครับ”
เสียงของชาติศักดิ์ที่ดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้เพียงดาวหลุดจากภวังค์และรีบเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มจนแห้งสนิท
“มานั่งชมดอกไม้ค่ะ”
เพียงดาวตอบไปโดยที่สายตาไม่ได้เหลียวมองชาติศักดิ์เลยสักนิด
“พี่ว่าดอกไม้พวกนี้ยังสวยสู้เพียงไม่ได้เลยนะครับ”
ชาติศักดิ์ตอบแล้วเอื้อมมือมาจับมือเพียงดาว
เพียงดาวใมากเธอพยายามแกะมืออีกฝ่ายออกแต่ก็ไม่เป็ผล
“ปล่อยเพียงนะคะ!!”
ชาติศักดิ์ไม่ได้ทำตามคำร้องขอของผู้หญิงตรงหน้ากลับกันเขากลับฉุดมือเพียงดาวให้เดินตามไปยังพุ่มไม้ข้างสวนดอกไม้
“นี่พี่จะพาเพียงไปไหนปล่อยนะคะ ปล่อยเพียง !!”
เพียงดาวยื้อสุดแรงแต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงของอีกฝ่าย
“พี่ได้ยินมาว่าลูกสาวบ้านนี้หวงตัวเก่งเหลือเกินแม้แต่มือเรียวนี่ก็ไม่เคยมีใครได้แตะต้อง วันนี้พี่ขอชมหน่อยละกันว่าของที่หวงแหนมันจะหอมหวานขนาดไหนฮ่า ๆ”
ชาติศักดิ์หัวเราะอย่างชั่วร้ายพร้อมกับผลักเพียงดาวล้มลงบนพื้นหญ้าและขึ้นคร่อมร่างเล็กของหญิงสาวไว้
“ปล่อยฉันไอ้เลว ไอ้คนชั่ว ปล่อย !!”
ยิ่งเพียงดาวส่งเสียงร้องมากเท่าไหร่หรือขัดขืนแค่ไหน อีกฝ่ายก็ดูจะยิ่งชอบใจ
“ร้องไปเลยร้องอีกเลย ร้องดัง ๆ พี่ชอบ ฮ่า ๆ”
ชาติศักดิ์ก้มลงซุกไซร้ซอกคอของเพียงดาวและสูดดมอย่างหื่นกระหาย
เพียงดาวเ็ปไปทั้งกายและทั้งใจน้ำตาไหลปริ่มอาบสองแก้ม เสียงสะอื้นของเธอไม่ได้ทำให้คนชั่วช้าสงสารเธอแม้แต่น้อย
“เห้ยทำอะไรวะ !!”
เสียงของลุงสมชายคนสวนดังขึ้นชาติศักดิ์ใมากรีบปล่อยเพียงดาวในทันที
“ปะเปล่า ๆ“
ชาติศักดิ์ตอบหน้าตายแล้วเดินจากไปในทันที
“คุณเพียงครับคุณเพียงเป็อะไรรึเปล่าครับ”
“ลุงฮือ ๆ ๆ ฮือ ๆ ๆ”
เพียงดาวไม่ตอบอะไรเธอเพียงแต่ร้องไห้ออกมาอย่างหนักหน่วง
เหตุการณ์ในวันนั้นจบลงไปแบบเงียบๆ แม้ว่าพ่อของเธอจะทราบเื่แต่กลับไม่ปักใจเชื่อเพียงดาวเพราะคิดว่าชาติศักดิ์เป็ถึงลูกชายของตำรวจที่มียศใหญ่โต คงไม่ทำเื่แบบนั้นแน่ลูกสาวของตนคงจะแต่งเื่เพื่อหลีกเลี่ยงการหมั้นหมายเป็แน่
เหตุการณ์นั้นทำให้ความเศร้ากัดกินหัวใจเพียงดาวอยู่ตลอดเวลาเธอมักจะโทษตัวเองอยู่บ่อย ๆว่าไม่สามารถรักษาร่างกายนี้ไว้ให้แค่เพียงชายหนุ่มที่เธอรักแต่กลับมีชายอื่นเชยชมไปเสียแล้ว
นับวันความเศร้าก็ยิ่งก่อตัวในหัวใจมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงดาวเอาแต่อยู่ในห้อง ไม่รับประทานอาหาร ไม่ออกไปไหน ร่างกายซูบผอมทุกวินาทีมีแต่ความเศร้า ความเครียด ความหดหู่ใจจนท้ายที่สุดลมหายใจสุดท้ายของเธอก็หมดลง
เื่ราวการสิ้นใจของเพียงดาวเป็ข่าวหนาหูด้วยอายุที่ยังไม่ถึงวัยอันควร เป็ที่พูดถึงกันอย่างรวดเร็วจนข่าวนี้พูดกันปากต่อปากไปไกลจนถึงหมู่บ้านของขวัญเขาได้ยินชาวบ้านในตลาดพูดกันขณะที่เขากำลังเอาปลาที่หามาได้นั้นไปขาย
“เขาว่าตรอมใจหนะ”
“ยังสาวยังสวยอยู่เลย ไม่น่าเลยนะ”
“นี่แหละนะชีวิตคนเรามีพร้อมแต่ก็ไม่มีความสุข”
“ลูกเขาชื่ออะไรนะเพียงดาวใช่ไหม”
เสียงชาวบ้านที่ยืนซุบซิบนินทากันอยู่นั้นทำให้ขวัญได้ยินทุกอย่างชัดเจน เขายืนฟังอยู่ไม่ไกลจนเข้าใจทุกอย่างแจ่มชัด
“เพียงน้องคงทุกข์ใจจนไม่รอพี่แล้วใช่ไหม ฮึก”
ขวัญเดินหลบเข้ามาในป่าที่ห่างจากหมู่บ้านออกมาเขานั่งร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง หัวใจเขาในตอนนี้แตกสลายเป็เสี่ยง ๆผู้หญิงคนเดียวที่รักเขาและเขารักสุดหัวใจได้จากโลกนี้ไปแล้วบนโลกใบนี้เขาไม่เหลือใครอีกแล้ว
เมื่อคิดแบบนั้นขวัญจึงเงยหน้ามองกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ใหญ่ต้นนี้แล้วปีนขึ้นไปยังกิ่งสูงที่ดูแข็งแรงใช้ผ้าขาวม้าที่คาดเอวอยู่จบชีวิตตัวเองกับต้นไม้ใหญ่ต้นนี้
จิตสุดท้ายก่อนลมหายใจจะหมดสิ้นเขานึกถึงแต่เพียงใบหน้าของหญิงคนรักเพียงเท่านั้น
ชาตินี้เราสองคนไม่อาจรักกันได้หากคำอธิษฐานมีจริงพี่ขอให้ชาติหน้าเราได้รักกันอีกไม่ต้องเกิดมาในสถานะที่ไม่ถูกต้องเช่นนี้ไม่ว่าน้องจะอยู่ที่ไหนพี่อธิษฐานให้เราได้พบเจอกันในสักวันหนึ่ง รอพี่นะเพียงแล้วพี่จะไปหา โปรดรอพี่