ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 5 บทที่ 147 ปกปิด

            ฉู่อู่หมิงไม่ได้อยากรับเจียงหงป๋อเป็นศิษย์ด้วยเหตุนี้จึงใช้ยาพิษทุกปีมีวันนี้มาขู่

            ไม่อาจรู้ได้เลย

            ว่าเด็กที่ดูอ่อนแอผอมกะหร่องจะไม่กลัวตายเช่นนี้

            บอกว่าจะกินก็กินแบบไม่คิด

            เขารู้สึกนับถือเช่นกัน

            เหี้ยมกับผู้อื่นไม่ถือว่าเก่งต้องเหี้ยมกับตัวเองต่างหากถึงจะแน่จริง

            ถ้า…เด็กคนนี้ร่ำเรียนวิชาสำเร็จไม่แน่ว่าหุบเขาแพทย์พิษอาจมีวันได้ฟื้นคืน ไม่ต้องจบสิ้นในมือเขา

            สูญสิ้นไปจากโลกนี้

            “เรื่องของหุบเขาแพทย์พิษออกจากประตูไปแล้วเจ้าจงโยนออกจากหัวเสีย เจ้าเป็นศิษย์ของข้าเพียงผู้เดียวจำไว้นะเจ้าหนู หากเจ้ายังไม่มีกำลังเพียงพอคำว่าหุบเขาแพทย์พิษจะไม่ต่างกับยันต์เร่งเอาชีวิตเจ้า”

            “ขอรับศิษย์น้อมฟังคำสั่งท่านอาจารย์” หงป๋อตอบ

            “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเจ้าย้ายมาอยู่กับข้า วันนี้กลับไปเก็บข้าวของเสีย” หมอฉู่พูด

            เจียงหงป๋อทำความเคารพให้เขาช่วยประคองแขนพาออกมาจากศาลบรรพบุรุษอย่างรู้ได้ด้วยตัวเอง

            “หงป๋อ!” เห็นหงป๋อประคองบุรุษเฒ่าที่สีหน้าไม่ชัดเจนออกมาหลินหวั่นชิวก็รู้ว่าเด็กคนนี้คงทำให้บุรุษเฒ่าเสียหน้า จนต้องรับเขาเป็นศิษย์

            “พี่สะใภ้ท่านอาจารย์รับข้าเป็นศิษย์แล้วขอรับ” หงป๋อยิ้มแม้เด็กหนุ่มจะตัวผอมบางแต่กลับยืนได้อย่างสง่างาม

            “เยี่ยมไปแล้วกลับไปแล้วพี่สะใภ้จะทำของอร่อยให้กิน!” หลินหวั่นชิวบอก

            “นังหนู เจ้าเอาของพวกนี้มาจากที่ใด? คนที่หามาให้เจ้าอาจสอนน้องชายเจ้าได้ดีกว่าข้า” หมอฉู่ถาม เขาอยากรู้ที่มาของของพวกนี้

            “แม่ชีจากภูเขาหลงเหว่ยมอบให้ข้าก่อนตายข้าเกือบเอามาเผาเป็นฟืนเสียแล้ว!” หลินหวั่นชิวตอบแบบขอไปที “นึกไม่ถึงว่าท่านจะอยากได้ขยะพวกนี้!”

            หมอฉู่โมโหจนเคราสั่น “เหลวไหล จะเป็นขยะได้อย่างไร! ดีแล้วที่เจ้าให้ข้า อยู่กับเจ้าไปก็เสียของเปล่า!”

            หึ! คิดจะหลอกเขาหรือ?

            หากไม่รู้ว่าของพวกนี้มีไว้ทำกระไรนางจะเอามาเกลี้ยกล่อมเขาหรือ?

            ช่างเถิด

            นังหนูเฉลียวฉลาดคนนี้…น่าเสียดายที่แต่งงานแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาพอช่วยเป็นพ่อสื่อให้แต่งกับตระกูลร่ำรวยได้

            “ไปเถิดๆ อย่ามาขวางหูขวางตาข้า!” หมอฉู่รีบเอ่ยปากไล่ ไม่เหลือท่าทีเมตตาแบบตอนตรวจคนไข้

            “เช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อน!” หลินหวั่นชิวยิ้ม คนแก่ก็เช่นนี้ หงุดหงิดง่ายเป็นเรื่องปกติ

            ทั้งสามคนออกจากบ้านหมอฉู่ หลินหวั่นชิวถามเจียงหงป๋อ “ท่านอาจารย์ได้รังแกเจ้าหรือไม่ก่อนเข้าไป เขาดูมั่นใจว่าเจ้าจะไม่ยินดีเข้าสำนัก ต้องมีเงื่อนไขที่ทารุณมากเป็นแน่”

            เจียงหงป๋อตอบด้วยสีหน้านิ่งเรียบ “ท่านอาจารย์ขู่ข้าบอกว่าเรียนแพทย์ต้องชิมสมุนไพรเป็นร้อยๆ ต้องท่องหนังสือหลายเล่ม แต่ข้าไม่กลัวเขาเลยให้กินหวงเหลียน[1]ต่อ ถ้าข้าไม่คายจะรับเป็นศิษย์พี่สะใภ้ ข้าอดทนไว้ได้ เคี้ยวหวงเหลียนจนละเอียดและกลืนลงไป”

            เขายิ้มให้หลินหวั่นชิวเมื่อพูดจบทำท่าเหมือนรอคำชม

            ทำเอาหลินหวั่นชิวสงสาร…

            “เด็กคนนี้นี่ หวงเหลียนขมยิ่งนัก…”

            “พี่สะใภ้ตอนที่ท่านยังไม่มาบ้านพวกเรา ข้ากินยาแทนข้าว หวงเหลียนจึงไม่ได้ขมสำหรับข้า”

            เทียบกับวันเวลาเมื่อก่อนรสขมของยาทุกปีมีวันนี้ไม่นับว่าเป็นกระไรเลย

            พี่สะใภ้เป็นคนมอบชีวิตให้เขา

            ชีวิตเขาเป็นของพี่สะใภ้

            เด็กหนุ่มคิดแล้วหูแดง

            “ต้าเกอ พี่สะใภ้ ตั้งแต่วันพรุ่งท่านอาจารย์ให้ข้าย้ายไปอยู่ด้วย” เจียงหงป๋อพูดขึ้นขณะที่ใกล้ถึงบ้าน

            “หา…ต้องย้ายไปอยู่หรือถ้ากินไม่ดีจะทำอย่างไร เจ้ากำลังโต ถ้าโดนกลั่นแกล้ง...” หลินหวั่นชิวไม่คิดเรื่องนี้มาก่อน

            “พอแล้ว ลูกผู้ชายก็สมควรลำบากบ้าง!” เจียงหงหย่วนทนไม่ไหว หึงหวงหนักมาก ตั้งแต่ไปบ้านหมอฉู่จนถึงตอนนี้ ภรรยาตัวน้อยไม่มองเขาสักครั้งความสนใจอยู่ที่เจียงหงป๋อหมด

            เขาไม่พอใจ

            ไม่พอใจสุดๆ!

            เจียงหงป๋อเห็นต้าเกอพูดด้วยน้ำเสียงไม่ดีก็กลัวหลินหวั่นชิวโกรธ “พี่สะใภ้วางใจเถิดในเมื่อท่านอาจารย์รับข้าเป็นศิษย์แล้วย่อมไม่กลั่นแกล้งข้าเป็นแน่อีกอย่างข้าก็ไม่โง่ หากกินไม่อิ่มก็ออกไปซื้อของกินได้”

            หลินหวั่นชิวรู้สึกว่าเขาพูดถูกเริ่มคิดแล้วว่าจะเตรียมเงินให้เจียงหงป๋อพกติดตัวไป

            กลับถึงบ้านนางทำน้ำแกงหวานให้เจียงหงป๋อหนึ่งหม้อ

            น้ำแกงหวานเข้าปากไม่เพียงแค่หวานไปทั่วปากเจียงหงป๋อ แต่ยังหวานไปถึงใจ

            นึกถึงเรื่องที่เจียงหงป๋อต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นถ้าทำเสื้อผ้าบนเสียนอวี๋ตอนนี้คงสะดุดตาเกินไปหลินหวั่นชิวจึงออกจากบ้านไปซื้อรองเท้าสองสามคู่กับเสื้อชุดใหม่อีกหลายชุดให้เขา

            นางเดินซื้อของตลอดทั้งบ่ายน้ำส้มสายชูในใจเจียงหงหย่วนขยายจากไหเล็กเป็นโอ่งใหญ่

            วิ่งวุ่นมาทั้งหมดล้างหน้าล้างตาสะอาดแล้วเข้าห้อง ชายฉกรรจ์กอดภรรยาตัวน้อยโยนขึ้นเตียง

            ลงมือจูบนางชุดใหญ่

            ออกแรงจูบ

            ไหน้ำส้มสายชูแตกออก จูบจนปากหลินหวั่นชิวบวม

            เจ้าบ้านี่!

            ในบ้านมีคนอยู่เยอะ นางจะร้องก็ไม่ได้

            เขาแรงเยอะมาก นางผลักอย่างไรก็ไม่สำเร็จ

            ท้ายที่สุดนางเลิกเปลืองแรง นอนปล่อยให้เขาทำตามใจ

            “ภรรยาจ๋า…เจ้าเป็นของข้า” เจียงหงหย่วนยอมปล่อยหลินหวั่นชิวในท้ายที่สุด พึมพำข้างหูนาง

            ลมหายใจอุ่นร้อนลดลงบนคอ ใบหน้านางร้อนผะผ่าวทันที

            ร้อนจนลวก

            “เป็นบ้ากระไรขึ้นมา?” หลินหวั่นชิวถาม จู่ๆ มาพูดเช่นนี้ นางไม่ได้จะไม่ต้องการเขาแล้วเสียหน่อย

            “อยากเห็นข้าเป็นบ้าหรือ?” เจียงหงหย่วนเงยหน้าขึ้น เขาโน้มตัวลงข้างหลินหวั่นชิวปลายจมูกทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ

            หลินหวั่นชิวต้องพยายามมากที่จะไม่ตาเหล่เวลาจ้องหน้าเจียงหงหย่วน

            นางถูกกลิ่นอายของเขาปกคลุม

            ส่วนเขาก็สูดดมกลิ่นอายนางอย่างละโมบ

            กลิ่นอายผสมเข้าด้วยกัน ดวงตาประสานกันบรรยากาศคุกรุ่นขึ้นมาทันที

            “ข้าจะบ้าให้เจ้าดู…”

            “อย่านะ!”

            “อย่าเด็ดขาด!”

            “ข้าไม่อยากเห็น!”

            หลินหวั่นชิวใช้มือดันอกเขาออก ใจเขาเต้นโครมครามเต้นระรัวและมีพลังมาก

            นางเกลียดตัวเองที่พูดไม่คิดหมอนี่บ้าขึ้นมาคงได้จับนางกินเป็นแน่!

            แม้แต่กระดูกก็ไม่เหลือ

            ดวงตาเขาเหมือนหมาป่าที่หิวจนตาลาย

            “ไม่อยากเห็น…ถ้าเช่นนั้นก็ทำตัวดีๆ” ชายฉกรรจ์ใช้ปากคลายเสื้อผ้านางเมื่อพูดจบ

            ขณะเดียวกันก็จับมือทั้งสองของหลินหวั่นชิวที่ดันตัวเขาอยู่ด้วยมือข้างเดียวจับไปชูไว้เหนือศีรษะ อกเสื้อถูกเขาคลายออก

            เผยให้เห็นชุดชั้นในที่ประหยัดเนื้อผ้าของนางเนินเขาสีขาวโพลนสั่นกระเพื่อมตามการเต้นของหัวใจ

            เนื้อผ้าขนาดเล็กเจาะเป็นโพรงเผยให้เห็นวัตถุสีขาว…ประหนึ่งเกล็ดหิมะ

            เจียงหงหย่วนรู้สึกเพียงว่าศีรษะอุ่นร้อนในจมูกมีของเหลวส่งกลิ่นคาวไหลออกมา แปะๆ…

            เลือดกำเดาหยดลงบนร่างภรรยาตัวน้อยเหมือนดอกเหมยแดงร่วงบนพื้นหิมะ

            เจียงหงหย่วนเงยหน้าแล้ววิ่งออกไป

            ขายหน้าชะมัด!

            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า…” หลังเจียงหงหย่วนออกไป หลินหวั่นชิวกลั้นขำไม่ไหวลุกขึ้นกุมท้องหัวเราะเสียงดัง

            ไอ๊หยาแม่เจ้า สมน้ำหน้า!

            หัวเราะจนพอก็ไปลงกลอนประตูเปลี่ยนเสื้อผ้าเช็ดคราบเลือดแล้วขึ้นเตียงนอน!

            เพื่อความปลอดภัยนางไม่กล้านอนร่วมเตียงกับชายฉกรรจ์อีกแล้ว

             

            เชิงอรรถ

            [1] หวงเหลียน(黄连) เป็นพืชท้องถิ่นในจีนเปลือกสีน้ำตาล เนื้อในสีเหลืองทอง ตรงกลางมีลายแดงอมน้ำตาลในตำรายาจีนใช้ทำยาขับพิษ ขับร้อน ใช้ย้อมสีผ้าฝ้ายและเส้นใยได้

             

    คล้ายกับเรื่องภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน