“ท่านพ่อ!” กู้เยี่ยนเฉิงคุกเข่าลงตรงหน้าบ้าน ซึ่งเวลานี้บ้านของเขาเหลือเพียงซากกองเพลิงที่ถูกเผาไหม้เท่านั้น “ข้าผิดเอง ข้าผิดเองที่ไม่พาท่านไปด้วย”
ถังหลีเห็นกู้เยี่ยนเฉิงร้องไห้อย่างหนัก นางรู้สึกสงสารและยังรู้สึกผิดกับสามีเป็อย่างมาก “เยี่ยนเฉิง เป็เพราะข้า หากข้ายืนกรานให้ท่านพ่อไปกับเราด้วย ท่านพ่อก็คง...”
กู้เยี่ยนเฉิงหันมามองหน้าภรรยา “ไม่ใช่ความผิดของเ้า ตามประเพณี อย่างไรวันนี้ก็เป็วันที่ข้าต้องพาเ้ากลับไปเยี่ยมบ้านเดิมอยู่แล้ว อีกทั้งเวลาปกติท่านพ่อก็ไม่ค่อยจะออกจากบ้านไปไหน ข้าขอโทษที่ข้าไม่ระวังกิริยาจนทำให้เ้ารู้สึกไม่ดี”
ถังหลีมองสามีอย่างซาบซึ้งที่เขาไม่ใช่คนใจแคบและโยนความผิดทั้งหมดมาให้นาง นางกอดปลอบแล้วร้องไห้ไปกับเขา
“เยี่ยนเฉิง เวลานี้พ่อของเ้าก็ไม่อยู่แล้ว เช่นนั้นที่ดินผืนนี้ข้าคงต้องยึดคืนแล้วนะ” กู้เหนี่ยนบอกหลานชายทันทีที่มาถึง “ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่พ่อของเ้าเอาโฉนดที่ดินมาจำนองไว้กับข้าเอง”
“ข้าต้องขอบคุณที่อารองไม่ไล่เราสองคนพ่อลูกออกจากบ้านนานแล้วใช่หรือไม่ขอรับ” กู้เยี่ยนเฉิงหัวเราะเสียงเบา “ข้ายังไม่ทันจะได้จัดงานศพให้ท่านพ่อด้วยซ้ำ ท่านก็มาทวงที่ดินคืนเสียแล้ว หากท่านพ่อรู้ ท่านพ่อคงเสียดายเงินที่เคยสนับสนุนให้ท่านไปเปิดร้านค้าจนกลายเป็เถ้าแก่ร่ำรวยอย่างทุกวันนี้เป็แน่”
“เงินแค่ไม่กี่สิบตำลึงเท่านั้น เ้าอย่าได้รื้อฟื้นเื่เดิมขึ้นมาพูดอีกเลย อย่างไรที่ดินผืนนี้พ่อของเ้าก็เอามาจำนองกับข้าไว้ตั้งหลายปี ดอกเบี้ยสักเหวินข้าก็ไม่เคยได้รับ อย่างนี้ยังไม่เรียกว่าข้ามีน้ำใจกับพวกเ้าอีกหรือ อีกอย่างที่ดินผืนนี้ถูกไฟไหม้ก็นับเป็ลางร้ายและไม่เหมาะที่จะปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ข้ายังเต็มใจรับที่ดินผืนนี้ไว้และไม่ให้เ้าหาเงินมาคืนก็นับว่าข้าใจดีกับเ้ามากแล้ว”
“รอให้ข้าจัดงานศพให้ท่านพ่อเสร็จ ข้าจะไปทำเื่เปลี่ยนชื่อบนโฉนดที่ดินให้ท่าน” กู้เยี่ยนเฉิงมองกู้เหนี่ยน “นับจากนี้ข้ากับท่านก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”
“แต่ข้าเป็ญาติผู้ใหญ่ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของเ้านะ” กู้เหนี่ยนยังเสียดายเพราะกู้เยี่ยนเฉิงเป็บัณฑิตอนาคตไกล
“ท่านปู่กับท่านย่าตัดสัมพันธ์กับท่านไปแล้ว มีแต่ท่านพ่อที่ใจอ่อนและเป็ห่วงท่าน เขาจึงช่วยเหลือและดูแลท่านมาตลอด บัดนี้ท่านพ่อก็สิ้นไปแล้ว ข้าไม่จำเป็ต้องนับญาติกับท่านอีก” กู้เยี่ยนเฉิงโค้งศีรษะ “นับจากนี้ ให้ถือว่าข้ากับนายท่านกู้เป็คนแปลกหน้าต่อกันเถิด”
“ดี! เ้าจำคำของเ้าไว้ให้ดี หากวันหน้าเ้า้าความช่วยเหลือก็ไม่ต้องมาหาข้า” กู้เหนี่ยนเดินกลับบ้านของตนอย่างโมโห
กู้เยี่ยนเฉิงไม่สนใจอารองของตนอีก เขาอยู่จัดพิธีศพให้บิดาเป็เวลาห้าวัน หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านถังเจี่ยซึ่งเป็บ้านเดิมของภรรยา
“เ้าบอกว่าเ้าพลั้งมือทำร้ายคนจนตายอย่างนั้นหรือ?” โจวม่านหรูขมวดคิ้ว “เ้าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วใช่หรือไม่”
“ข้าทำลายหลักฐานทุกอย่างแล้วขอรับคุณหนู รับรองว่าเื่นี้จะไม่มีใครสาวมาถึงตัวท่านอย่างแน่นอนขอรับ” หลงเป่าบอก
“แล้วลูกน้องของเ้าเล่า เชื่อใจพวกเขาได้หรือไม่”
“ทุกคนมีสัญญาขายตัวเป็ตายอยู่กับข้า พวกเขาย่อมไม่กล้าเผยความลับอย่างแน่นอนขอรับ แต่...”
“แต่อะไร?”
“ลิ่วจื่อขอรับ ลิ่วจื่อที่เป็คนตีตาแก่นั่นจนตาย ตอนนี้เขายังอยู่ในอาการใ ข้าคิดว่าเขาคงทำงานกับเราไม่ได้แล้วขอรับ”
“เช่นนั้นก็ปิดปากแล้วเอาศพเขาไปทิ้งไว้ที่สุสานไร้ญาติเสีย คนตายเท่านั้นที่จะรักษาความลับไว้ได้”
หลงเป่าไม่แปลกใจเพราะเขาเป็อันธพาลที่ตระกูลโจวเลี้ยงดูมาหลายปี หากลูกน้องคนไหนทำงานไม่เป็ที่น่าพอใจหรือทำงานผิดพลาด จุดจบของคนผู้นั้นมีอยู่สถานที่เดียวคือสุสานไร้ญาติ
“ว่าแต่เวลานี้เ้าบัณฑิตจอมแส่คนนั้นไปอยู่ที่ใดแล้วเล่า” โจวม่านหรูถามในขณะที่มือของนางก็ตัดแต่งกิ่งไม้ไปพลาง “ต้องโทษเขาที่แส่ไม่เข้าเื่ หากไม่ใช่เพราะเขาทำให้ข้าต้องเสียเงินให้คุณชายเฟิ่งไปเป็แสนตำลึง บิดาของเขาก็คงไม่ต้องมาตายอย่างน่าอนาถเช่นนี้”
“ได้ยินว่าเขาย้ายไปอยู่ที่บ้านเดิมของภรรยาแล้วขอรับ คุณหนูยังจะให้ข้าส่งคนไปซ้อมเขาอยู่หรือไม่ขอรับ”
“ไม่ต้องแล้ว ถือเสียว่าบิดาของเขาช่วยเขาไว้ก็แล้วกัน” โจวม่านหรูนึกไปถึงบัณฑิตยากจนที่หอเฟิ่งไหลวันนั้น แต่นึกเท่าไหร่นางก็นึกหน้าเขาไม่ออก รู้เพียงว่าเขาสวมเครื่องแบบของสำนักศึกษาเหวินชางอยู่เท่านั้น
“ลิ่วจื่อ ครั้งนี้ข้าจะไว้ชีวิตเ้า และให้ถือว่าข้าได้ตอบแทนบุญคุณบิดามารดาของเ้าที่เคยช่วยเหลือข้ามาก็แล้วกัน นับจากนี้เราทั้งสองคนไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก” หลงเป่าบอก
เมื่อตอนที่หลงเป่ายังเด็ก บิดามารดาของเขาเสียชีวิตไปทั้งหมด บิดามารดาของลิ่วจื่อจึงรับเลี้ยงเขาไว้ เมื่อเขาโตพอที่จะทำงานได้ เขาก็เข้าเมืองมาทำงานและได้มาเป็อันธพาลที่จวนนายอำเภอโจวเลี้ยงไว้ให้ทำงานสกปรกเื้ั ไม่ว่าจะเป็คนคุมบ่อน เก็บหนี้ เก็บค่าคุ้มครอง เกณฑ์แรงงานไปทำงานให้ทางการ โดยพวกเขามีหน้าที่หักค่านายหน้าจากค่าแรงนั้นไปครึ่งหนึ่ง หรือแม้แต่เป็คนที่คอยจัดหาหญิงสาวส่งไปให้เส้นสายของนายอำเภอโจวตามสถานที่ต่างๆ จนเวลาผ่านไปหลายปีเขาก็ได้ขึ้นเป็หัวหน้า
ยังไม่ทันที่หลงเป่าจะได้กลับไปตอบแทนบุญคุณบิดามารดาของลิ่วจื่อ เขาก็ทราบข่าวว่าผู้มีพระคุณทั้งสองได้จากโลกนี้ไปแล้ว เหลือเพียงลิ่วจื่อเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่เพราะลิ่วจื่อร่ำเรียนอยู่ที่สำนักศึกษาและไม่เคยทำงานในไร่ เมื่อสิ้นบิดามารดา เขาจึงทำงานหาเลี้ยงชีพไม่เป็ ได้แต่ขายสมบัติของครอบครัวเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย แต่เมื่อสมบัติถูกขายจนหมด เขาก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับชีวิตของตัวเองอย่างไร จนหลงเป่าได้พาเขาเข้ามาอยู่ในกลุ่มอันธพาล แต่งานแรกลิ่วจื่อก็พลั้งมือทำให้กู้หนานเสียชีวิตเสียแล้ว
“ขอบคุณพี่หลงมากขอรับ” ลิ่วจื่อเดินออกจากบ้านพักพร้อมกับห่อผ้าใบหนึ่ง เขาหันกลับไปมองหลงเป่าอย่างขอบคุณเป็ครั้งสุดท้าย แม้ว่าหลงเป่าจะไม่ได้สังหารเขาตามที่คุณหนูโจวสั่งการ แต่ใบหน้าของเขาก็ถูกกรีดเป็แผลยาวที่แก้มขวา หากไม่รักษาให้ดี ใบหน้าของเขาก็จะทิ้งรอยแผลเป็ไว้ โอกาสที่เขาจะสอบเข้ารับราชการในภายหน้าก็จะไม่เหลือแล้ว แต่เขาก็ไม่โทษพี่หลงเป่า รอยแผลเป็แลกกับชีวิตนับว่าคุ้มค่าแล้ว และเขาก็ไม่คิดที่จะทำร้ายตัวเองด้วยเหตุผลนี้ เขาจะต้องลุกขึ้นสู้ เพียงแต่เวลานี้เขาไม่รู้ว่าเขาจะเริ่มต้นสู้อย่างไร และไม่รู้ว่าจะจัดการกับชีวิตของตัวเองต่อไปอย่างไรดี
หลงเป่ามองตามหลังลิ่วจื่ออย่างขอโทษ ‘ผู้มีพระคุณ พวกท่านอย่าได้โทษข้าเลย ลิ่วจื่อร่ำเรียนจนสอบเป็ซิ่วไฉได้แล้ว หากวันหนึ่งเขามีโอกาสกลับไปเรียนต่อแล้วสอบเข้ารับราชการได้ เขาอาจจะใช้อำนาจของเขากลับมาแก้แค้นข้าทีหลังก็ได้ รอยแผลเป็ที่ข้าสร้างไว้บนใบหน้าของเขา มันเป็หลักประกันว่าเขาจะกลับมาทำร้ายข้าไม่ได้อีกก็เท่านั้น’
ณ จวนตระกูลเฟิ่ง
“ท่านพ่อขอรับ อีกสิบวันข้าจะเดินทางไปอำเภอเสียนหู่นะขอรับ” เฟิ่งเฮ่ายื่นจดหมายที่อยู่ในมือให้บิดา
เฟิ่งชงจี๋รับจดหมายมาอ่าน “แม่นางถังผู้นี้นอกจากจะมีหัวการค้าแล้ว นางยังกล้าทำเื่ใหญ่อย่างการเปิดโรงงานขึ้นมาอีก ข้าอยากเจอนางสักครั้งจริงๆ”
“แต่ก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกันนะเ้าคะท่านพี่ หากนางยังไม่แต่งงาน ข้าคงไปสู่ขอนางให้มาแต่งกับเ้าใหญ่หรือไม่ก็เ้ารองของเราแล้วเ้าค่ะ” หนานหว่านซูหรือเฟิ่งฮูหยินบอกกับสามีอย่างเสียดาย
“ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ เ้าอยากได้นางมาเป็สะใภ้ เ้าถามความเห็นของเ้าใหญ่กับเ้ารองแล้วหรือยัง”
“ท่านพ่อกล่าวได้ถูกต้องแล้วขอรับ เวลานี้ข้ายังไม่คิดเื่แต่งงาน ท่านแม่ก็อย่าได้พยายามหาสตรีคนใดมาให้ข้าอีกเลยนะขอรับ” เฟิ่งเฮ่าถือโอกาสบอก
“เ้าอายุยี่สิบปีเข้าไปแล้วยังไม่คิดที่จะแต่งงาน คนอายุเท่าเ้าเขามีลูกกันไปหมดแล้ว และข้ากับท่านพ่อของเ้าก็คงจะมีหลานตัวน้อยๆ วิ่งเล่นจนเต็มลานบ้านไปแล้วเหมือนกัน”
“แต่ข้ามีข้อเสนอที่น่าสนใจมากกว่านั้นขอรับ หากข้าเสนอให้ท่านรับนางมาเป็ลูกบุญธรรม พวกท่านมีความเห็นว่าอย่างไรขอรับ” เฟิ่งเฮ่าเสนอ
“แม่ก็ต้องเห็นด้วยอยู่แล้ว เ้าก็รู้ว่าแม่อยากมีลูกสาว”
“ข้าก็เห็นด้วย แต่นางจะยอมหรือไม่เล่า” เฟิ่งชงจี๋ถาม
“เอาไว้ข้าจะไปถามนางอีกทีนะขอรับ”
“ท่านพ่อกับท่านแม่มารวมตัวกันเช่นนี้ แสดงว่ากำลังจะนัดดูตัวให้พี่ใหญ่อีกแล้วใช่หรือไม่ขอรับ” เฟิ่งฮวนเดินหัวเราะมาแต่ไกล
“ท่านแม่กำลังจะหาภรรยาให้เ้าต่างหาก” เฟิ่งเฮ่ามองน้องชาย “คงเพราะท่านแม่เห็นเ้าทำตัวเอ้อระเหยไปวันๆ กระมัง”
“อย่านะขอรับท่านแม่!” เฟิ่งฮวนวิ่งไปกอดมารดา “ข้าเพิ่งอายุสิบแปดปี ยังใช้ชีวิตวัยหนุ่มไม่เต็มที่เลย อีกอย่างงานของข้าก็รัดตัว ข้าไม่มีเวลามาดูแลผู้หญิงคนไหนหรอกขอรับ”
เฟิ่งฮูหยินตีแขนลูกชาย “โตขนาดนี้แล้วยังทำตัวเป็เด็กไปได้ รีบปล่อยแม่เดี๋ยวนี้เลย”
“ท่านแม่ไม่รักลูกชายคนนี้แล้วหรือขอรับ” เฟิ่งฮวนเบะปาก
เฟิ่งชงจี๋นวดขมับ “เห็นท่าทางของเ้าแล้วข้าชักจะปวดหัว”
“น้องรอง ลูกน้องของเ้าในกรมพระคลังรู้หรือไม่ที่เ้าทำตัวเป็เด็กแบบนี้” เฟิ่งเฮ่าถามน้องชาย
“ข้าทำตัวแบบนี้ตอนอยู่ที่บ้านเท่านั้นขอรับ ว่าแต่พี่ใหญ่ เมื่อกี้ข้าได้ยินว่าท่านจะเดินทางไปอำเภอเสียนหู่ใช่หรือไม่ขอรับ” เฟิ่งฮวนเปลี่ยนเป็ท่าทางจริงจัง
“อืม...คิดว่าอีกสิบวันจะออกเดินทางแล้ว เ้าถามทำไม”
“ข้าก็กำลังจะไปที่นั่นพอดี เช่นนั้นข้าจะเดินทางไปพร้อมท่านเลยนะขอรับ”
“เ้าจะไปแบบเปิดเผยหรือปลอมตัว” เฟิ่งเฮ่าเข้าใจงานของน้องชาย เพราะมีหลายครั้งที่น้องชายก็ติดตามเขาไปแบบนี้
“ปลอมตัวสิขอรับ” เฟิ่งฮวนตอบ
เฟิ่งฮวนเป็น้องชายของเฟิ่งเฮ่า ถึงแม้จะเกิดจากตระกูลพ่อค้า แต่เขาไม่ชอบงานด้านการค้าขายสักเท่าไหร่ ั้แ่เด็กเขาจึงตั้งใจเรียนจนสอบเข้ารับราชการได้ ถึงแม้เขาจะไม่ชอบด้านการค้า แต่เพราะเขาถูกฝึกให้ทำบัญชีมาั้แ่เด็ก ด้วยทักษะที่เก่งกาจเช่นนี้ เขาจึงถูกเ้ากรมการคลังในสมัยนั้นทาบทามให้เข้าไปรับตำแหน่งในกรมพระคลังเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการจัดเก็บภาษีโดยเฉพาะ
และงานที่เฟิ่งฮวนได้รับมอบหมายก็ประสบความสำเร็จมาโดยตลอด เมื่อมีหนังสือร้องเรียนเื่การจัดเก็บภาษีที่ไม่เป็ธรรมจากอำเภอเสียนหู่ส่งมา เขาจึงถูกมอบหมายให้รับผิดชอบงานนี้
“มีใครติดตามเ้าไปอีกหรือไม่” เฟิ่งเฮ่าถามน้องชาย
“มีฝานเส้าหย่วนจากกรมโยธาไปด้วยขอรับ”
“ข้าคิดว่าเ้ากับเส้าหย่วนคงแยกจากกันไม่ได้แล้วในชาตินี้” เฟิ่งเฮ่าหันไปบอกมารดา “หากท่านจะหาภรรยาให้เ้ารอง ท่านแม่อย่าลืมหาภรรยาให้เส้าหย่วนด้วยนะขอรับ”
“เอาไว้แม่จะไปคุยเื่นี้กับฝานฮูหยินเอง จับเ้าทโมนสองคนนี้แต่งงานไปพร้อมกันถึงจะดี ไม่เช่นนั้นเ้าสาวในอนาคตของพวกเขาก็คงจะช้ำใจตาย เพราะวันๆ หากไม่ไปขลุกอยู่โรงน้ำชาก็ไปขลุกอยู่โรงพนันไก่ชน พูดถึงเื่นี้ข้ารู้สึกผิดกับฝานฮูหยินจริงๆ ที่ปล่อยให้เ้าสองคนนี้โตมาด้วยกัน” เฟิ่งฮูหยินบอก
ฝานเส้าหย่วนที่นั่งเล่นอยู่โรงน้ำชาจามออกมา “มีใครกำลังพูดถึงข้ากันนะ ดูเหมือนจะไม่ใช่เื่ดีสักเท่าไหร่”