ปิ่นวางโทรศัพท์มือถือลงข้างตัว ทิ้งตัวเอนแผ่นหลังอิงโซฟาจนลวดลายสีสดของผ้าที่หุ้มอยู่ย่นบุบตามรูปร่าง หญิงสาวระบายลมหายใจดังยาว
“เฮ้อออ..”
โล่งอกเมื่อโทรไปถามเพื่อนครูด้วยกันตอนเช้าแล้วรู้ว่า กิ๊ก กลับถึงบ้านพักอย่างปลอดภัยมีผู้ชายหน้าตาดีไปส่งแต่โทรศัพท์มือถือกิ๊กหายทำให้เมื่อคืนปิ่นติดต่อกิ๊กไม่ได้
ปิ่นรู้สึกแย่กับเื่ที่เกิดขึ้น เป็ความผิดของเธอเองที่ชวนเพื่อนไปในที่แบบนั้น ความคิดตื้นๆ ของคนไม่รู้จักโต เอาแต่ใจเอาแต่สนุก
คนขับรถอาสาจะไปส่งก็ไม่ยอมยืนยันจะขับรถไปเอง แล้วเป็ไง เพื่อนเกือบแย่ถ้ากิ๊กเป็อะไรไปมากกว่านี้ ปิ่นคงเสียใจไปตลอดชีวิต น่าจะเขกหัวตัวเองซะให้เข็ดปิ่นคิด แล้วมือน้อยของหล่อนก็ทำอย่างใจคิดเคาะไปบนหัวที่เส้นผมถูกมัดเป็มวยหลวมๆ เสียงดัง
“บึก”
เ้าตัวร้อง
“โอ๊ะ”
ออกมา ดี สม ที่จริงน่าจะโดนมากกว่านี้ โทษฐานทำอะไรไม่รู้จักคิดปิ่นสมน้ำหน้าตัวเอง เรียนมาก็เยอะ เมืองนอกก็ไปอยู่มาตั้งหลายปี แย่จริงเรานี่
ปิ่นมองออกไปนอกบ้านใบหน้าพี่ทิศตอนเด็กโผล่เข้ามาในหัว ทับซ้อนกับใบหน้าตอนโตของพี่ทิศที่หล่อนเห็นไกลๆ ในงานเลี้ยงของตัวเอง พอหล่อนจะเดินไปหาพี่ทิศกับน้องดาคุณแม่ก็เรียกให้ไปไหว้คนโน้นไปกราบคนนี้ตลอดงาน พอคนในงานเริ่มซา หล่อนก็ไม่เห็นใครที่อยากเจออีกเลย ทั้งพี่ทิศนายพงศ์แล้วก็น้องดา
ทำไมแคล้วคลาดกันตลอดปิ่นอยากเจอหน้าพี่ทิศใจแทบขาด แต่เหมือนโชคไม่เข้าข้างอยู่บ้านเวลาไปชะเง้อมองก็ไม่เจอจัง ๆเห็นเพียงร่างคนตัวใหญ่หน้าตาคุ้นเคยแวบไปแวบมา
แล้วก็นึกแปลกใจตงิดตงิดหล่อนกลับเมืองไทยมาเป็เดือน พี่ทิศกับคนบ้านโน้นไม่เคยมาเยี่ยมมาหาหล่อนบ้างเลยน้อยใจจัง
ปิ่นหน้างอหงุดหงิด แล้วก็เบื่อ อีกทั้งยังแก้ปัญหาเื่ที่ต้องแต่งงานกับชายเต้ไม่ได้ทำให้ยิ่งรู้สึกแย่ไปกันใหญ่ หาอะไรทำแก้เซ็งดีกว่า
แล้วหญิงสาวก็กระเด้งตัวขึ้นจากโซฟาเดินไปหลังบ้าน เห็นคนขับรถ คนสวน สาวรับใช้ และแม่ครัวนั่งจับกลุ่มกินข้าวกันอยู่ พอทั้งหมดหันมาเห็นหญิงสาวป้าแววคนที่ทำกับข้าวอร่อยที่สุดในสามโลกอย่างที่ปิ่นเคยเอ่ยปากชมหันมา ถาม
“คุณปิ่นจะรับอะไรค่ะ เดี๋ยวป้าทำให้”
พูดเสร็จคนร่างท้วมโยกตัวกดหัวเข่าหน้ายับเนื่องจากปวดหนึบทำท่าจะยกตัวขึ้น แต่เ้านายคนสวยปรามออกมา
“ไม่ต้องค่ะปิ่นไม่ได้จะเอาอะไร แค่”
เ้านายยังสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาสั้นหยิบธนบัตรสีเทาออกมาสองใบยื่นไปตรงหน้าคนตัวอ้วนที่กำลังจะลุกขึ้นแล้วบอกว่า
“ปิ่นยังไม่ได้ขอบคุณที่ป้าแล้วก็พี่ๆ ช่วยงานปิ่นวันที่จัดงานเลี้ยงเลย เหนื่อยกันแย่เลยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ อะ...นี่ค่ะ เอาไปหาซื้ออะไรอร่อย ๆ ทานกันนะคะ แล้วก็ ตามสบายเลย ไม่ต้องสนใจปิ่นปิ่นไม่เอาอะไรแล้วล่ะค่ะ”
“ขอบคุณค่ะคุณปิ่น”
ป้าแววรับเงินมากำไว้ในมือเงยหน้ามองเ้านายน้อยคนสวยของหล่อนอย่างชื่นชมประสาคนแก่ที่เด็กมองเห็นความสำคัญด้วยแววตาตื้นตันใจ
ปิ่นยิ้มรับสายตาขอบคุณของทุกคนที่มองหล่อนหญิงสาวเอามือไพล่หลังหันหลังขวับ อมยิ้มเดินกลับเข้ามาในบ้าน มานั่งอ่านหนังสือ
กะเวลาว่าพวกเขาออกไปซื้อของกลับมานั่งกินประมาณไม่เกินครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ทั้งหมดคงไม่สนใจว่าหล่อนจะทำอะไร
กระทั่งเวลาผ่านไม่ไปไม่นานอย่างที่หญิงสาวคาดการณ์และเสียงรถมอเตอร์ไซด์ของพี่เก่งคนขับรถที่ขับกลับมาจอดได้ยินเสียงไม่ไกล ได้เวลาของหล่อนแล้ว
ปิ่นลุกพรวดขึ้นยืน ชะเง้อคอไปหลังบ้านให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครขวางสิ่งที่หล่อนกำลังจะทำ
หญิงสาวเดินออกจากห้องรับแขก เลี้ยวไปข้างบ้านเดินตรงไปจนหยุดยืนอยู่ริมกำแพงบ้านตัวเองตรงส่วนที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่
หันไปเห็นบันไดอลูมิเนียมตัวใหญ่นอนทอดตัวอยู่ชิดกำแพง ปิ่นจัดแจงจับมันตั้งขึ้นให้แนบไปกับกำแพงแล้วหญิงสาวก็หันซ้ายหันขวา ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดไปทีละขั้นกระทั่งตัวหล่อนโผล่เลยรั้วประมาณ่เอว อาศัยใบไม้ที่ดกครึ้มของต้นไม้ต้นใหญ่อำพรางตัวกวาดสายตามองลอดใบไม้ไปสำรวจบ้านคนข้างบ้านอย่างช้า ๆ
ตัวบ้าน สนามหญ้าหน้าบ้าน ต้นไม้ ม้าหินทุกอย่างยังเหมือนเดิมเหมือนเมื่อครั้งที่หล่อนเคยวิ่งเล่นตอนยังเด็กมีต่างออกไปนิดหน่อยคือทุกอย่างดูเก่าสีซีดและบางส่วนทรุดโทรมเล็กน้อยแต่ก็มีบางส่วนที่คล้ายได้รับการปรับปรุงทาสีใหม่
ทำไมบ้านเงียบจัง ประตูหน้าต่างเปิดอยู่ แต่ไม่เห็นเงาคนในบ้านเลย เมื่อก่อนตอนปิ่นยังเด็กคุณแม่ปิ่นมาบ้านนี้ทุกวันมาดูแลทุกคนเพราะเด็กสามคนไม่มีญาติผู้ใหญ่เลย ทุกคนเสียหมด
พอปิ่นไปเมืองนอก ก็ไม่รู้อะไรอีกเลยกระทั่งกลับมา
ปิ่นรู้อย่างหนึ่งจากคนรับใช้ในบ้านปิ่นว่าบ้านหลังนี้ทุกคนเก่งมาก ทำเองหมดทั้งงานบ้านงานครัวและทำความสะอาดเพราะไม่มีคนรับใช้เหมือนบ้านปิ่น โดยจะจ้างให้คนมาทำความสะอาดครั้งใหญ่เพียงเดือนละครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น
ไม่อยากให้เวลาผ่านไปโดยไม่ได้อะไร สาวใจกล้าตัดสินใจก้าวขาขึ้นไปอีกขั้นมือจับขอบบนแล้วยกตัวเอาขาหนึ่งข้างปีนข้ามรั้วแต่พอขาข้างนั้นลอยข้ามมาอีกฝั่งซึ่งไม่มีอะไรรองรับอยู่ หญิงสาวกลับเสียหลักพลัดตกลงไปอีกฝั่งเสียง
“ว๊ายยยย”
ตามมาด้วย
“ตุ๊บ....โอ๊ยยย”
ทันที
“อูยยย...เจ็บจัง”
ปิ่นรีบยกมือขึ้นปิดปากกลัวเสียงตัวเองดังมากกว่านี้ ทั้งที่เจ็บระบมไปทั้งตัวจนหน้าหล่อนย่นก่อนจะใช้มือสองข้างยันพื้นดินที่มีหญ้าต้นสั้นปกคลุมยกตัวขึ้นแล้วเดินโขยกเขยกอ้อมไปทางหลังบ้านอย่างคุ้นเคย