ฟุ่บ!!!!!!!!
จู่ๆ ก็มีวัตถุบางอย่างพุ่งเข้ามา ถึงจะเบี่ยงตัวหลบแต่มันก็ยังบาดเข้าไปที่แขนขวาของเขาอยู่ดี ทว่าจู่ๆ สิ่งนั้นก็เด้งกลับไปข้างหลัง กอนจึงเพ่งตามองให้ดีๆ ก็เห็นมีดที่มีเชือกเหล็กผูกติดอยู่ ชายที่สวมผ้าปิดปากเก็บมีดไว้ที่เอวก่อนจะดึงดาบออกมาแล้วชี้ไปที่หน้าของเขา
“ถอนกำลัง พาคนเจ็บหนีไปก่อน”
ชายคนนั้นพูดออกมาแล้วพุ่งเข้าหากอนด้วยความเร็วสูง โดยที่ภายนอกร่างกายก็ไม่ได้ใช้ธาตุช่วยเหลือแม้แต่น้อย กอนได้แต่คาดเดาว่าอาจจะเป็วิชากายผสานธาตุที่สามารถเพิ่มพลังด้านต่างๆ ให้แก่ร่างกายได้
มันบุกเข้าหากอนจนกอนต้องถอยเพื่อตั้งหลัก และเพลงดาบแต่ละท่าล้วนมุ่งสังหารเขาให้ตกตาย ทว่าตอนนี้เือาบเต็มแขนขวาของกอน เพราะเขายังไม่ได้รักษาาแจากมีดเมื่อสักครู่
เขารีบโคจรพลังธาตุดินแล้วเรียกกำแพงขึ้นมา จากนั้นก็บังคับมันให้พุ่งไปที่ชายคนนั้นเพื่อนถ่วงเวลา แล้วเขาก็ดึงน้ำจากอีกฝั่งของกำแพงเข้ามาหาตัวเขา ก่อนจะเรียกใช้กำแพงดินปกคลุมรอบตัวเองเอาไว้ น้ำที่ถูกดึงมาก็นำมากระตุ้นให้ร่างกายรักษาาแ แต่เหมือนทุกอย่างจะไม่ได้เป็อย่างที่คิดเอาไว้
“ความหนาแน่นของกำแพงธาตุดินมีขนาดนี้ คงอยู่ระดับิญญาธาตุสินะ” มันพูดกับตัวเองพลางทดสอบความแข็งแกร่งกำแพงดินของกอน
“แต่ก็นะ ระดับของเ้ามันยังห่างจากข้าหลายขั้น” มันบีบอัดพลังธาตุิญญาให้หนาแน่นแล้วแปลงให้เป็ธาตุดินจากนั้นก็สร้างหนามนิดขนาดใหญ่กระแทกไปยังกำแพงดินของกอน
กำแพงดินของกอนจึงแตกออกไม่เหลือเค้าโครงเดิม ทำให้เขาต้องหยุดการรักษาาแเอาไว้ก่อน แม้จะยังไม่หายดีแต่เืก็หยุดไหลแล้ว บุคคลตรงหน้าทำให้เขาตึงมือพอสมควร หากมีเวลาฝึกมากกว่านี้เขาคงไม่ต้องงัดอะไรหลายๆ อย่างออกมาใช้ก่อนเวลาอันควร ดังนั้นในตอนนี้กอนจึงตัดสินใจใช้ลมปราณทันที
เมื่อโคจรลมปราณลงขาเสร็จ ทันใดนั้นความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นจนชายผู้นั้นถึงกับใ กอนพุ่งตัวเข้าไปหามันอย่างรวดเร็ว และผนึกลมปราณลงไปในกระบอง จนส่งเสียงเล็กแสบแก้วหูออกมา เมื่อชายคนนั้นรับกระบองเขากอน มือของมันก็เกิดอาการชาทันที
“อะไรกัน!!!!!” มันอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก
“อยู่แค่ระดับิญญาธาตุขั้นต้นๆ แต่ทำไมแรงจากการเสริมพลังของธาตุถึงได้มากขนาดนี้”
มันคิดในใจโดยไม่ละสายตาจากกอน เมื่ออีกฝ่ายชะงักเล็กน้อยกอนก็ฟาดกระบองเข้าใส่อีกที และทันทีที่มันรับกระบองของกอนมันก็รู้ตัวว่ามันพลาดท่าเข้าให้แล้ว เพราะฝ่ามือของกอนกระแทกเข้ามาที่ชายโครงของมันจนเกิดเสียงดัง กร๊อบขึ้น ขนาดเบรนและมีนาที่แอบดูอยู่ยังได้ยิน
ทั้งคู่มองการต่อสู้ของกอนโดยไม่ละสายตา เพราะนี่คือโอกาสในการเก็บประสบการณ์ที่สำคัญสำหรับพวกเขา ทว่ากอนก็ไม่ได้ดีกว่าอีกฝ่ายเลย ทันทีที่มันรู้ตัวว่าพลาดมันก็เตะก้อนดินกระแทกใส่หน้าอกของกอน แต่ก่อนจะพละออกจากกัน กอนก็เหลือบไปเห็นรอยสักรูปกะโหลกที่มีเปลวไฟลุกท่วมบริเวณหัวไหล่ของอีกฝ่าย
“วิชาบ้าอะไรกันแน่เนี่ย ทำไมมันถึงได้รวดเร็วและรุนแรงขนาดนี้ แค่ฝ่ามือเดียวถึงกับทำให้กระดูกของข้าหักได้” มันได้แต่ขบฟันและะโถอยออกมา
เมื่อทั้งคู่พละออกจากกัน กอนก็ก้มตัวลงแล้วกระอักเืออกมา ขณะที่กำลังจะเตรียมตัวพุ่งเข้าไปอีกรอบ มันก็ปาะเิแสงออกมาซะก่อน
เมื่อแสงจากะเิค่อยๆ ลดลง กอนก็ไม่สามารถหาร่องรอยของมันเจอเลย เขาจึงนั่งลงแล้วเปิดขวดยาที่เป็ต้นแบบของรีซแล้วดื่มจนหมดขวด น้ำจากแม่น้ำนอกกำแพงถูกบังคับลอยมาเพื่อมาใช้กระตุ้นการรักษาแผบที่เหลือ เมื่อมีนาและเบรนเห็นพวกมันไปแล้วทั้งคู่ก็ออกมาดูอาการของกอน
“บ้าชะมัด ได้ไม่คุ้มเสียเลย ไหนบอกว่าพวกมันมีระดับสูงสุดแค่ยศเงิน ไอ้เ้าเด็กบ้านั้นมันยศทองชัดๆ ดีไม่ดีอาจจะเป็ระดับสูงเลยด้วยซ้ำ หากสู้กันต่อข้าคงไม่ได้มาคุยกับเ้าแบบนี้หรอก” มันบ่นลงแท่งแก้วสื่อสาร
“เอาน่า กลับมาแล้วก็มาเบิกยาจากหน่วยของฉันไปได้เลย ส่วนเื่ๆ อื่นๆ ไว้คุยกันตอนนายมาถึงละกัน” ปลายสายพูดจบสัญญาณก็ตัดไปทันที
“เจอกันคราวหน้าต้องใจเย็นกว่านี้ ไอ้เ้าเด็กนี่มันเหมือนจะยังไม่งัดฝีมือออกมาจริงเลยด้วยซ้ำ ดีที่ตัดสินใจถอยออกมาไม่อย่างนั้น.....” มันพูดกับตัวมันเองอย่างแ่เบาก่อนจะหายตัวออกไปจากเมืองนี้
เมื่อฟื้นฟูร่างกายจนกลับมาสภาพเดิมแล้วเขาก็ลืมตาแล้วลุกขึ้นยืน
“นายรู้จักรอยสักหัวกะโหลกแบบนี้ไหม” กอนไม่พูดเปล่า เขากระทืบเท้าลงไปบนดิน ลวดลายที่เหมือนกับรอยสักบนแขนของชายคนนั้นก็ปรากฏขึ้นบนพื้น แต่ทั้งสองคนที่มองดูก็ได้แต่สายหน้า
“ไม่เคยเห็นเลยแหะ” ทั้งมีนาและเบรนพูดออกมา
“ดูเหมือนว่ามันจะมาหานายนะ นายไปสร้างศัตรูแถวไหนมารึเปล่า” กอนถามเบรนอีกครั้งเพื่อให้เขานึกถึงเบาะแสให้ได้
“ส่วนมากก็มีเื่ชกต่อยนิดหน่อยกับคนในสมาคมน๊ะ ไม่น่าจะถึงขั้นลงมือแบบนี้นะ” เบรนพยามนึกหาเบาะแสต่างๆ แต่เขาเองก็นึกได้เพียงเท่านี้เพราะไม่เคยมีปัญหาใหญ่ๆ กับใครเลย
“ถ้ายังงั้น ก็แสดงว่าพวกมันคงตามนายมาหลังจากจบการประมูลแน่ๆ” เขาพูดออกมาให้ทั้งสองได้ยินแต่ก็ และก็มั่นใจว่าเขาคาดเดาได้ถูกต้อง
สูตรยาชนิดนี้ยังไม่มีที่ไหนในประเทศนี้ทำได้เลย หากเป็ใจกลางทวีปหรือทวีปอื่นๆ ก็ไม่แน่ ซึ่งหากได้สูตรมาทำยาขายคงจะทำกำไรเป็กอบเป็กำ และนี่ก็อาจเป็จุดเริ่มต้นให้พวกมันตามเบรนมาก็ได้ กอนจึงเดินนำทั้งสองกลับเข้าร้านของเบรน
ห่างจากพวกเขาไม่ไกลเท่าไหร่ มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังจับตามองพวกกอนอยู่
“แบ่งกลุ่มคอยติดตามเขาไว้ ส่วนนายรีบกลับรายงานนายท่านว่าพวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว” ชายที่เป็หัวหน้า สั่งลูกน้องของเขา และลูกน้องทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน เขาจ้องมองกลุ่มของกอนจนในไม่ช้ากกลุ่มของกอนก็หายไปจากสายตาของเขา
กอนกับพวกเดินมาเรื่อยๆ จนถึงร้าน พวกเขาก็นั่งคุยกันอยู่พักหนึ่ง และได้ข้อสรุปว่า่นี้อย่าพึ่งเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น เกี่ยวกับรีซเพราะมันอาจจะนำภัยเข้ามาหา แถมพวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าพวกชุดดำนั้นเป็พวกไหน และหัวหน้ากลุ่มเองก็มีฝีมือไม่น้อย หากสู้กันต่ออีกสักพักพวกเขาทั้งคู่คงต้องตกตายเป็แน่
ดังนั้นั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปจนกว่าจะถึงเวลาขายรีซ เขาจะต้องฝึกเบรนกับมีนาให้แข็งแกร่งขึ้นจนสามารถต่อกรกับพวกมันได้
และแล้วรุ่งเช้าแหง่นรกของการฝึกก็มาเยือนทั้งคู่ ก่อนจะเริ่มการฝึก กอนก็ตรวจสอบธาตุของเบรนและมีนา โดยเบรนมีธาตุหลักเป็ธาตุไฟส่วนธาตุรองเป็ธาตุตุลม และพลังธาตุิญญายังอยู่ในระดับิญญาหลอมรวมขั้นที่ 4
มีนามีธาตุหลักเป็ธาตุน้ำธาตุรองเป็ธาตุดิน นั่นจึงเป็เหตุผลว่าทำไมตอนที่เธอเสริมความเร็วด้วยธาตุลม จึงมีความเร็วไม่มาก พลังธาตุิญญาของเธอก็อยู่ในระดับิญญาหลอมรวมขั้น 7 ซึ่งก็มีหลายวิชาที่เธอสามารถเรียนได้
ตามปกติเมื่อเบรนควบคุมธาตุในการต่อสู้เขาจะทำได้แค่ควบคุมไฟให้เป็ลูกบอลแล้วปาออกไป ไม่ก็เป็การพ่นเปลวไฟออกจากตัว หรือการะเิเปลวไฟรอบๆ ตัวเท่านั้น ส่วนธาตุลมเขามักจะใช้ในการพลักตัวเองหรือเสริมความเร็วเพื่อหลบหลีกอันตรายต่างๆ
มีนามักจะใช้แส้น้ำในการโจมตีเสมอ เพราะเธอควบคุมน้ำได้ดีในระดับหนึ่ง ส่วนธาตุดินเธอมักจะทำเป็เกราะดินบางๆ เพื่อใช้รับการโจมตีก็เท่านั้น