ซานซานหลังจากที่ถูกรถชนจนสลบไปราวกับคนตายบัดนี้กลับเริ่มได้ยินเสียงจอแจของผู้คนดังเข้ามาในโสตประสาท ร่างกายยังคงหลับใหลไม่อาจตอบสนองแต่ทว่าสมองและประสาทััอื่นกลับมาทำงานอีกครั้งทำให้ได้ยินเสียงสนทนาของผู้คนกลุ่มใหญ่ เสียงดนตรีและเสียงบรรยากาศโดยรอบผสมผสานกันจนแทบแยกไม่ออก
“ฉันยังไม่ตายเหรอเนี่ย ทำไมถึงได้ยินเสียงคนคุยกันล่ะ หรือจะเป็พวกยมทูต” ซานซานคิดในใจ ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ และพยายามพยุงตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล
“เอ๊ะ ไม่เจ็บแล้ว แต่ทำไมฉันถึงมาคลานอยู่แบบนี้ล่ะ ทำไมถึงยืนไม่ได้หรือว่าเจ็บจนชาไปแล้ว” ซานซานที่พยายามลุกขึ้นยืนแต่ก็รู้สึกว่าทำไม่ได้ ตอนนี้ภาพเบื้องหน้าที่เธอเห็น คือพื้นดิน รองเท้า ชายกระโปรง และขาของผู้คนมากมายราวกับว่าเธอกำลังคลานอยู่บนพื้น
“โอ๊ย อย่าเหยียบฉันนะ คนทั้งคนไม่เห็นรึไง โอ๊ยๆ อะไรกันเนี่ยคนพวกนี้ ไม่เห็นฉันกันเหรอ ช่วยพาฉันไปส่งโรงพยาบาลก่อนไม่ได้หรือไง คนพวกนี้แล้งน้ำใจเกินไปแล้ว ฉันจะตายอยู่แล้วนะ” ซานซานรีบคลานหลบเท้าของคนที่เกือบจะเหยียบเธอพร้อมกับบ่นพึมพำๆ
“โอ๊ย เจ็บๆ” ซานซานคลานกระเสือกกระสนขึ้นไปบนสะพานไม้ที่ไม่ค่อยมีผู้คน แต่จนแล้วจนรอดหัวก็ดันไปชนบางสิ่งบางอย่างเข้าจนได้
“เ้าแมวน้อย มาทำอะไรตรงนี้ตัวเดียว แม่เ้าไปไหน ฮึ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้มหน้ามองเธอ
“นายๆ ฉันถูกรถชนมา นายช่วยพาฉันไปส่งโรงพยาบาลหน่อยนะ” เมื่อมีคนมองเห็นเธอ ซานซานจึงรีบเอ่ยขอความช่วยเหลือทันที
มือหนาคว้าตัวเธอขึ้นมาจากพื้นแข็งๆ และโอบอุ้มตัวเธอไว้ อีกมือหนึ่งก็ลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน
“เฮ้ย นายอุ้มฉันทำไม แล้วลูบหัวคนอื่นแบบนี้ได้ยังไงกันเนี่ย” ซานซานบ่นโวยวาย
“ร้องใหญ่เลยนะเ้าแมวน้อย พลัดหลงกับแม่เ้าเหรอ ฮึ”
“ใช่เวลามาคุยเื่นี้ไหม แม่ฉันตายไปตั้งนานแล้วโว้ย แล้วแมวน้งแมวน้อยที่ไหนของนายอะ”ซานซานที่ดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในอุ้งมือหนาของท่านแม่ทัพยังคงโวยวายไม่หยุด
“เมี๊ยว เมี๊ยวๆๆๆ เมี๊ยววว”
“เ้านี่บ่นเก่งจริงๆ หิวนมอย่างนั้นหรือ แม่เ้าอยู่แถวนี้หรือไม่ เดี๋ยวข้าจะเดินหาแม่เ้าดูละกัน” ท่านแม่ทัพลูบตัวซานซานอย่างแ่เบา
นายคนนี้นี่แปลกจริง เอาแต่พูดจาประหลาดๆ ภาษาก็โบราณพิลึกราวกับหลุดมาจากนิยายย้อนยุคที่ฉันเคยอ่านมา หรือว่าจะเป็คนบ้า
“ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้” ซานซานดิ้นสุดแรงที่มีเพื่อให้หลุดจากการถูกพันธนาการ แต่ในมุมมองของท่านแม่ทัพนั้น เธอเป็เพียงลูกแมวตัวน้อยๆที่เอาแต่ร้องเมี๊ยวๆแล้วก็ดิ้นดุ๊กดิ๊กเท่านั้น
“นายฟังภาษาคนไม่รู้เื่รึไง คงจะเสียสติจริงๆสิท่า” เมี๊ยวๆๆๆ
“เดี๋ยวนะ เสียงแมวจริงด้วย มีแมวอยู่แถวนี้เหรอ หรือจะเป็ลูกแมวที่ฉันช่วยเอาไว้ ไหนๆๆ” ซานซานหันซ้ายหันขวามองหาเ้าแมวน้อยที่เธอช่วยไว้ก่อนจะถูกรถชน
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง แสงไฟหลากสีพุ่งขึ้นบนฟ้า สะเก็ดไฟกระจายตัวบานออกเป็รูปดอกไม้สวยงาม สว่างไสวอยู่ชั่วครู่และดับลง แล้วเกิดขึ้นใหม่และดับลงเป็จังหวะต่อเนื่องกันกับเสียงปังๆที่ดังสนั่นหวั่นไหว
“ดอกไม้ไฟนี่ ทะ ทำไม นะ น่ากลัวจัง” ซานซานสะดุ้งโหยง ตัวสั่นด้วยความหวาดผวา เมื่อก่อนครั้งยังเป็คนระดับเสียงเช่นนี้ก็อยู่ในระดับที่มนุษย์จะฟังได้ แต่ตอนนี้เสียงพลุดอกไม้ไฟนั้นถือว่าดังมากสำหรับลูกแมวตัวเล็กๆตัวหนึ่ง
“เ้ากลัวอย่างนั้นหรือ ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว เ้าอยู่ในมือของแม่ทัพอย่างข้าเชียวนะ ไม่มีอะไรทำอันตรายเ้าได้” ท่านแม่ทัพพูดพลางลูบป้อยๆบนตัวที่สั่นเทาของซานซาน
“เมี๊ยววว”
“อบอุ่นจัง” เมื่อเริ่มรู้สึกปลอดภัยซานซานจึงค่อยๆเงยหน้าที่ซุกอยู่ในอ้อมแขนของท่านแม่ทัพ แสงจากดอกไม้ไฟที่สว่างวาบขึ้นมาเป็ระยะ เผยให้ซานซานเห็นใบหน้าของชายผู้นี้แจ่มชัดขึ้น ั์ตาคมเข้มแต่ทว่ากลับจ้องมองมาที่เธออย่างอบอุ่น
“แต่ เดี๋ยวนะ ลูกแมวสีขาวตัวนั้น…” ซานซานตกตะลึงอย่างมากเมื่อเห็นลูกแมวจากั์ตาของชายตรงหน้า เธอจึงหันซ้ายหันขวาเพื่อเช็คให้แน่ใจอีกครั้งว่าไม่มีแมวตัวไหนอยู่แถวนั้น แล้วก็พบความจริงว่าเงาที่สะท้อนในตาของชายผู้นี้คือตัวเธอเอง
“ลูกแมวนั่นคือฉันงั้นเหรอ ฉันกลายเป็แมวไปแล้ว!” เมี๊ยวววว ซานซานใสุดขีดจึงะโออกจากอ้อมแขนของท่านแม่ทัพแล้ววิ่งหนีไปเรื่อยๆ ในหัวก็เอาแต่คิดถึงเื่ที่เกิดขึ้น มุมมองที่เธอเห็นนั้นยังคงต่ำเหมือนเดิม แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเธอไม่ได้าเ็จนคลานอยู่ที่พื้น แต่เธอเป็เพียงลูกแมวตัวน้อยๆที่กำลังวิ่งอย่างสุดความกำลังอยู่ต่างหาก แล้วเสียงเมี๊ยวๆที่เธอได้ยินก็ไม่ใช่แมวที่ไหน แต่มาจากเธอเอง เพราะเหตุนี้สิ่งที่พูดออกไปทั้งหมด แม้เธอจะโวยวายดังสักแค่ไหน ก็เป็เพียงความคิดที่ไม่มีใครได้ยินเท่านั้น
“เหนื่อย เหนื่อยเหลือเกิน” ซานซานพาร่างน้อยๆที่แสนอ่อนแอนี้มาหยุดพักที่โคนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ที่นี่ค่อนข้างห่างไกลผู้คนและเสียงอึกทึกจากงานเฉลิมฉลอง เพียงพอที่เธอจะได้ใช้เป็สถานที่พักแรมในคืนนี้ ลมเย็นในยามค่ำคืนพัดผ่านมากระทบร่างกายผอมบาง ขนปุยที่มีก็ยังไม่หนาพอที่จะให้ความอบอุ่น ซานซานจึงต้องนอนขดตัวคุดคู้เป็ก้อนกลมๆ เพื่อให้พอจะคลายความหนาวได้บ้าง ซานซานหลับตาลงพร้อมความคิดหนักอึ้งที่ฉายในหัวของเธอ
ก่อนหน้านี้ฉันเป็เพียงคนธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังจะไปเที่ยวงานเทศกาลดอกไม้ไฟกับเพื่อน เพียงเพราะฉันไปช่วยลูกแมวตัวนั้น ทำให้ฉันโดนรถชนแล้วทะลุมิติมาเป็แมวที่ฉันช่วยไว้งั้นเหรอ แล้วฉันต้องยังไงต่อไป ฉันจะกลับไปเป็คนได้ไหม ฉันจะกลับไปยังโลกของฉันได้รึป่าว หวังว่าเื่ทั้งหมดนี้จะเป็ความฝัน
“ถ้านี่คือความฝันจริงๆก็ช่วยให้ฉันได้ตื่นขึ้นมาในโลกของฉันเถอะค่ะ”
ซานซานคิดวิงวอนกับบางสิ่งบางอย่างโดยหวังว่าคงมีท่านเทพสักองค์เหมือนในนิยายที่จะช่วยประทานพรให้เธอได้กลับไปยังที่ๆจากมา