หลังจากที่หมอตรวจอาการของเธอเรียบร้อยก็ได้รู้ว่า ร่างกายของเธออ่อนแอและกำลังไม่สบายต้องพักผ่อนมากๆ..มาร์ครู้สึกโล่งใจที่มะลิไม่ได้เป็อะไรมาก ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป เขาได้เอาเบอร์มือถือของมิลยื่นให้หมอและให้หมอโทรตามมิลกลับมาดูแลมะลิที่บ้าน ส่วนตัวเขาเองนั้นก็รีบขับรถออกจากบ้านไปทันที..ในความร้ายกาจนั้นก็ยังมีความดีปะปนอยู่..เวลาผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมงหญิงสาวตัวเล็ก ลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศห้องที่เงียบสงบ
"ตื่นแล้วหรอมะลิ เป็ไงบ้าง?"
"นี่มะลิเป็อะไรไปหรอ?"
"ก็มะลิไม่สบาย ไข้ขึ้นสูงมาก นี่คุณหมอก็เพิ่งกลับไป..มะลิเป็ไงบ้างหิวน้ำไหม อยากทานอะไรหรือเปล่า?"
"มะลิดีขึ้นมากแล้วแหละ ขอบคุณมิลมากนะที่ช่วยดูแลในตอนที่มะลิไม่สบายน่ะ"
"อ๋อ..นั่นไม่ใช่มิลหรอก เพราะมิลเองก็เพิ่งจะรู้ว่ามะลิไม่สบายหนัก ตอนที่คุณหมอโทรไปบอกนี่แหละ"
"อ้าวหรอ..แล้วใครเป็คนโทรตามหมอมาที่นี่ก่อนล่ะหรือว่าจะเป็…"
"พี่มาร์คหรอ..ไม่ใช่หรอกเพราะตอนที่มิลกลับมาถึงบ้าน รถพี่มาร์คก็ไม่อยู่นะ เขาน่าจะออกไปกินเหล้าข้างนอกอีกเหมือนเดิมนั่นแหละ..ส่วนคุณพ่อวันนี้ท่านมีประชุมบ่าย คงออกไปตั้งนานแล้วมั้ง"
"งั้นหรอ..งั้นก็คงจะเป็ใครสักคนในบ้านนี้แหละ"
"ช่างเถอะมะลิไม่เป็อะไรมากก็ดีแล้ว..ว่าแต่ไม่สบายหนักขนาดนี้ ทำไมไม่โทรหามิลอ่ะ?"
"ั้แ่วันนั้น...วันนี้ก็ยังหามือถือตัวเองไม่เจอเลยไม่รู้ว่ามันไปหล่นที่ไหนอ่ะ ขอโทษนะเลยต้องรบกวนเวลาช้อปปิ้งของมิลเลยอ่ะ"
"ไม่เป็ไร อย่าคิดมาก ก็เราเป็เพื่อนกันนิ..ไม่ใช่สิเพราะตอนนี้สถานะของมะลิได้เลื่อนขั้นไปเป็ว่าที่พี่สะใภ้ของมิลนี่ จริงไหม ฮ่าฮ่าฮ่า..ว่าแต่พี่มาร์คเขาจะรู้หรือเปล่านะว่า ว่าที่ภรรยาของเขาป่วยหนักขนาดนี้" ในขณะที่พวกเธอกำลังคุยกันอยู่นั้นเสียงรถของมาร์คก็แล่นเข้ามาที่ลานจอดรถทันที..มาร์คลงจากรถและเดินเข้าไปในบ้านตามปกติเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"พี่มาร์คมาแล้ว ไปชวนพี่มาร์คมาเยี่ยมว่าที่ภรรยาของเขาดีกว่า เดี๋ยวมิลมานะ"
"อ้าว!!..เดี๋ยวสิมิล มิล!! เฮ้อ!!คนพันธุ์นั้นใครจะอยากเจอกันล่ะ โอ้ย!ยังมึนๆหัวอยู่อ่ะ" มะลิมือไปหยิบแก้วน้ำที่หัวเตียงมาดื่ม ในตอนนั้นเองประตูห้องของเธอก็เปิดออกมิลดึงเเขนมาร์คเดินเข้ามาใกล้ๆเตียงของมะลิแล้วยิ้มกว้าง
"ทั้งสองคนคุยกันไปก่อนนะ พอดีมิลนึกได้ว่าลืมปิดแก๊สในครัวน่ะ เดี๋ยวมิลนะมะลิ..ดีๆนะพี่มาร์ค!!" มิลเปิดโอกาสให้พวกเขาทั้งคู่อยู่ด้วยกันตามลำพังส่วนเธอเองก็ออกแบบฟังอยู่ด้านนอกอย่าเงียบๆ
"ไม่สบายเป็อะไร..ใกล้จะตายแล้วหรือไง?" แค่คำถามแรกของมาร์คก็ทำเอามะลิถึงกับกระอักเืแล้ว มะลิเงยหน้าขึ้นไปมองมาร์คด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์
"อะไร?..มองหน้าฉันแบบนั้นทำไม ไม่พอใจหรอ?"
"ถ้าไม่ได้ตั้งใจจะมาเยี่ยมหรือมาดูอาการ คุณก็ไม่ต้องลำบากเดินเข้ามาในห้องของฉันหรอกนะคะ"
"ห้องของเธองั้นหรอ ฮึ! ช่วยแหกตาดูรอบๆห้องด้วยว่าตรงไหนพื้นที่ไหนหรือตารางวาไหนที่เป็ของเธอ!!..อย่าคิดนะว่าพ่อฉันถือหางอยู่แล้วฉันจะต้องยอมเธอไปตลอด..ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่รีบเก็บข้าวของแล้วใสหัวออกจากบ้านหลังนี้ไปซะ ฉันไม่้าให้ผู้หญิงชั้นต่ำแบบเธอ เข้ามานั่งชูคออยู่ในบ้านของฉัน..อีกอย่างฉันก็ไม่ได้อยากเข้ามาในห้องนี้นักหรอก อย่าสำคัญตัว!!" มะลิแทบจะไปไม่เป็เมื่อได้ยินสิ่งที่มาร์คพูดออกมา เธอรู้สึกได้เลยว่ามาร์ครังเกียจเธอมากแม้กระทั่งหน้าของเธอ เขาก็ไม่อยากมองด้วยซ้ำ มะลิสะอึกในใจน้ำตาของเธอซึมเบ้าออกมาเล็กน้อย เวลานี้เธอทำได้แค่เพียงนั่งมองมาร์คเดินออกไปจากห้องเธอช้าๆเท่านั้น
"นี่ยัยมิล พี่ขอเตือนอะไรเธอไว้ก่อนเลยนะ ถ้าคิดจะคบกับยัยนี่เป็เพื่อน..ก็รบกวนช่วยบอกเพื่อนของเธอ ว่าอย่ามาสร้างปัญหาให้พี่อีก!!" มะลิน้ำตาไหลเพลือบ เมื่อได้ยินมาร์คพูดถึงเธอว่า เธอคือตัวปัญหาในชีวิตของเขา แต่ด้วยความที่เธอไม่มีทางเลือกและในตอนนี้เธอก็ไม่มีที่ไป เธอจึงจำใจที่จะต้องอดทน กัดฟันสู้กับความรู้สึกอันน่าอึดอัดนี้ให้ได้ มิลที่ยืนหน้านิ่วเพราะโดนพี่ชายต่อว่านั้น เธอเดินหน้าบึ้งเข้ามาหามะลิที่เตียงด้วยความไม่พอใจ
"ทำไมพี่มาร์คกลายเป็คนเ็า ไม่มีความรู้สึกแบบนี้นะ มิลไม่ชอบที่พี่มาร์คไม่เห็นใจความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้เลย..เดี๋ยวก็ฟ้องคุณพ่อให้จัดการซะเลยนี่!!ชิ ไอ้พี่ชายขี้เก้กเอ้ย!!"
"ไม่เอาน่ะมิล มะลิคงเป็ตัวปัญหาสำหรับพี่ชายมิลจริงๆนั่นแหละ บางทีมะลิก็เคยคิดนะว่าอยากจะมีเงินสักก้อนและออกไปจากที่นี่ จะได้ไม่ต้องทำให้ใครเดือดร้อนอีก"
"ไม่ได้นะ..ถ้ามะลิไม่อยู่แล้วมิลจะชวนใครไปช้อปปิ้งล่ะ เวลาที่มิลไม่สบายใจหรือโกรธคุณพ่อ ใครจะช่วยพูดปลอบใจมิลล่ะ"
"มะลิก็อยากจะอยู่ที่นี่กับมิลนะ..แต่ดูเหมือนว่า…"
"ไม่ต้องไปสนใจพี่มาร์คหรอก เพราะตราบใดที่คุณพ่อยังอยู่ พี่มาร์คไม่มีวันทำอะไรมะลิได้แน่ๆ" มิลดึงตัวมะลิเข้ามากอดเพื่อปลอบและเป็กำลังใจให้เธอสู้ต่อไปให้ได้..ซึ่งมะลิเองก็ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย เพราะอย่างน้อยๆมิลกับเคนก็ยังอยู่ข้างเธอเสมอ มิลกับมะลิพูดคุยกันจนดึกในตอนนั้นเองเคนก็กลับมาถึงบ้านพอดี มิลจึงต้องลงไปกินข้าวพร้อมเคน ซึ่งมะลินั้นเเน่นอนว่าเธอลงไปไม่ไหว เพราะเธอยังมีอาการเพลียๆจากพิษไข้อยู่ มิลจึงสั่งให้คนรับใช้ยกข้าวขึ้นมาให้เธอที่ห้อง
"กับข้าวมาแล้วค่ะคุณมะลิ"
"ขอบคุณนะคะ"
"ขอบคุณอะไรหรอคะ?"
"ก็ขอบคุณที่วันนี้ป้าตามหมอมารักษามะลิยังไงล่ะคะ มะลิต้องขอบคุณมากๆจริงๆ ถ้าไม่ได้ป้าไว้ ป่านนี้มะลิก็ไม่รู้ว่ามะลิจะเป็ยังไงบ้างค่ะ"
"อ๋อ..เื่นั้น..ป้าไม่ได้เป็คนโทรตามหมอหรอกค่ะ ป้าแค่เป็คนนำผ้ากับน้ำขึ้นมาเช็ดตัวเท่านั้นแหละค่ะ"
"อ้าวหรอคะ..แต่ถึงยังไงมะลิก็ต้องขอบคุณป้าอยู่ดีที่ช่วยเช็ดตัวให้มะลิน่ะค่ะ"
"ผิดคนแล้วล่ะค่ะคุณมะลิ เพราะป้าเองก็ไม่ได้เป็คนเช็ดตัวให้คุณมะลิค่ะ คนที่เช็ดตัวให้คุณมะลิและโทรตามหมอน่าจะเป็คุณมาร์คนะคะ เพราะคุณมาร์คเป็คนสุดท้ายที่อยู่กับคุณมะลิค่ะ"
"คุณมาร์คงั้นหรอคะ?...แต่ว่าตอนนั้น!!!"
"ใช่ค่ะ..คุณมาร์คเป็คนโทรตามหมอให้มารักษาคุณมะลิเพราะเห็นว่าอาการของคุณมะลิหนัก ส่วนเื่เช็ดตัวก็เป็คนเตรียมน้ำกับผ้าให้เท่านั้นค่ะเพราะคุณมาร์คบอกว่าจะเป็คนจัดการเองแล้วคุณมาร์คก็ไล่พวกป้า 2 คนออกมาข้างนอกห้องค่ะ คุณมะลิมีอะไรรึป่าวคะ?"
"อ่อ.เปล่าค่ะ มะลินึกว่าป้า 2 คนเป็คนช่วยมะลิไว้น่ะค่ะ มะลิก็เลยอยากขอบคุณ"
"อ๋อ..ถ้างั้นคุณมะลิต้องไปขอบคุณ คุณมาร์คแล้วล่ะค่ะ เพราะคุณมาร์คเป็คนจัดการเองทั้งหมด งั้นเดี๋ยวป้าขอตัวก่อนนะคะ มีงานบ้านต้องทำอีกเยอะเลยค่ะ" ป้าแม่บ้านยกอาหารไปวางไว้ที่โต๊ะก่อนจะขอตัวกลับออกไปทำงานบ้านต่อ มะลินั่งอึ้งอยู่พักใหญ่เพราะเธอไม่คิดว่ามาร์คจะเป็คนที่ช่วยเช็ดตัวและดูแลเธอใน่ที่เธอไม่สบาย มะลิคิดว่าในความเ็าและปากร้ายนั้นภายในเนื้อแท้ของมาร์คอาจจะเป็คนที่จิตใจดีอย่างที่มิลพูดก็เป็ได้ มะลิยิ้มมุมปากอย่างดีใจเธอคิดว่านี่อาจจะเป็ขั้นแรกที่เธอจะผูกมิตรกับมาร์คได้นั่นเอง มะลิกำลังนึกว่าถ้าเธอกลับมาหายดีแล้ว เธอจะตอบแทนมาร์คอย่างไร..มาเอาใจช่วยและลุ้นไปกับมะลิพร้อมๆกันใน EP หน้านะคะ