บทที่ 3 นอนกับผู้ชายงั้นเหรอ
อะไรกันเนี่ย!
จวีซือหนานแทบจะะโออกจากเตียง เพราะข้าง ๆ เธอดันมีผู้ชายนอนอยู่!
เธอลืมเื่เมื่อวานไปจนหมดสิ้น หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เกิดคำถามว่า ‘หรือว่าเมื่อคืนเธอเมาแล้วเผลอไปมีอะไรกับเขางั้นเหรอ’
เธอทำเื่ใหญ่ขนาดนี้ไปแล้วเหรอเนี่ย
จวีซือหนานเหลือบมองเงินที่กระจัดกระจายอยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย
ผู้ชายคนนี้อาจจะเป็พวกให้บริการพิเศษของทางผับ
หน้าตาก็ดูดีเหมือนกัน ถือว่าไม่ขาดทุนเลย
ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ชายหนุ่มก็พลิกตัวเบา ๆ เผยให้เห็นใบหน้าทั้งหมดของเขา
โครงหน้าคมเข้มราวกับถูกแกะสลักโดยช่างฝีมือดีจาก์ จมูกโด่งเชิดขึ้น ริมฝีปากบางได้รูป
ใบหน้าด้านข้างแลดูประณีต รูปร่างดูสมบูรณ์แบบ
นี่มันกงเจ๋ออวี่ ประธานบริษัทเจิ้นถิง กรุ๊ป ที่เด็ดขาดในการตัดสินใจไม่ใช่เหรอ!
พระเ้า!
จวีซือหนานไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองคนข้าง ๆ อีก เธออยากจะหยิบไม้มาทุบหัวเขาให้ความจำเสื่อมไปซะให้สิ้นเื่!
เธอรีบใส่เสื้อผ้าอย่างร้อนรนแล้วย่องออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
ท่าทางเธอคล่องแคล่วราวกับคลาสโนวี่ตัวแม่
ตอนที่กงเจ๋ออวี่ตื่นขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้
ยังไงก็ต้องหนีเอาตัวรอดไว้ก่อนจะดีกว่า!
จวีซือหนานรีบกลับมาที่บ้าน คิดอยู่ว่าจะขึ้นไปชั้นบนยังไงไม่ให้ถูกจับได้
แต่เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็ได้กลิ่นแปลก ๆ
เข้ามาไม่ทันไรก็เห็นหานเกาอี้นั่งอยู่กับพ่อของเธอ
เธอไม่อยากคุยกับไอ้คนเ้าชู้คนนี้ แล้วก็ไม่อยากจะเจอหน้าพ่อของตัวเองด้วย จวีซือหนานปิดประตูเบา ๆ เตรียมจะแอบหนีขึ้นบันไดจากห้องโถงข้าง ๆ
ตอนแรกก็ราบรื่นดี ทว่าเมื่อจวีซือหนานก้มตัวลงและเขย่งปลายเท้าขึ้นบันได จู่ ๆ ก็มีเสียงกระแอมดังขึ้น ทำให้เธอหยุดนิ่งอยู่กับที่
เธอเกร็งตัวและลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันกลับมาอย่างฝืน ๆ พร้อมทั้งเผยยิ้มแห้ง ๆ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะพ่อ”
“จวีซือหนาน!”
“อายุแค่นี้ก็เที่ยวเตร่ค้างคืนนอกบ้านซะแล้ว!”
จวีกั๋วเจิ้งฟาดโต๊ะดัง ‘ปัง’ พร้อมทั้งคำรามลั่นใส่จวีซือหนาน ทำให้เธอสะดุ้งเฮือก
“เมื่อวานหนูอารมณ์ไม่ค่อยดีเลยไปดื่มนิดหน่อย แล้วก็เรียกรถไม่ได้เลยนอนที่โรงแรมค่ะ”
จวีซือหนานอธิบายเสียงแ่ เท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดก็ยิ่งสับเร็วขึ้นไปอีก
“เหอะ แล้วรูปภาพที่เธอส่งมาให้ฉันล่ะ หมายความว่ายังไง?” หานเกาอี้เยาะหยัน พลางโยนรูปถ่ายรวมลงบนโต๊ะอย่างแรง ในรูป จวีซือหนานส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มดั่งแมวป่าตัวน้อยซุกตัวแนบชิดกับกงเจ๋ออวี่
กงเจ๋ออวี่หรี่ตามองอย่างแปลกใจ เขากระตุกริมฝีปากพร้อมกับวางมือไว้บนไหล่ของจวีซือหนาน
ทั้งหมดมันบ่งบอกถึงความสนิทสนมอย่างเหลือล้นของทั้งคู่
จวีกั๋วเจิ้งเหลือบมองภาพถ่าย จากนั้นก็คว้ามาดูให้ถี่ถ้วน บุคคลในรูปไม่ใช่ใครที่ไหน กลับเป็จวีซือหนานลูกสาวของเขาเอง!
ส่วนผู้ชายที่ยืนโอบไหล่เธอนั้นเขาไม่สนใจว่าเป็ใคร แต่ที่แน่ ๆ คนคนนี้ไม่ใช่หานเกาอี้!
เมื่อคิดได้ว่าลูกสาวของตนเองกล้าสวมเขาให้คุณชายหานผู้สูงส่ง หัวใจเขาก็เต้นรัวไม่หยุด
เขาเดินตรงไปหาจวีซือหนาน ปาภาพถ่ายใส่หน้าเธออย่างจัง “แก… แกนี่เป็คนแบบไหนกัน! รีบไปขอโทษคุณชายหานเดี๋ยวนี้เลย!”
จวีซือหนานใไปชั่วขณะ นึกไม่ถึงเลยว่าไอ้สารเลวคนนี้จะกล้าโยนความผิดให้เธอ แถมยังเอาภาพถ่ายไปฟ้องพ่อของเธออีก!
จวีซือหนานสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นก็มองหานเกาอี้ด้วยสายตาไม่ยี่หระ “หนูเลิกกับเขาไปแล้ว” เธอเว้น่ไปครู่หนึ่ง “เลิกก่อนจะไปถ่ายรูปกับผู้ชายคนนี้อีก”
จวีกั๋วเจิ้งตะลึง ลูกสาวของตัวเองกล้าบอกเลิกกับหานเกาอี้งั้นเหรอ?
เธอไม่นึกถึงตระกูลจวีบ้างเลยหรือไง!
เขายกมือขึ้นตบหน้าเธอในทันที แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร เสียงของหานเกาอี้ก็ดังขึ้นเบา ๆ จากทางด้านหลัง
“เธอคิดจะเลิกกับผมหลังจากนอกใจเนี่ยนะ ถ้าบ้านคุณอบรมสั่งสอนลูกสาวมาแบบนี้ละก็ ผมว่าต่อไปเราคงต้องคุยเื่การลงทุนกันใหม่แล้วละ”
หานเกาอี้พาดแขนและขาเอนกายอยู่บนโซฟา เขาแกว่งขาไปมาอย่างหน้าตาเฉย ในดวงตามีแววคุกคามฉายชัดอยู่
“หานเกาอี้เล่นชู้กับจวีซือเฝยต่อหน้าต่อตาหนู ทั้งที่เขาเป็คนทำผิดก่อน แต่ทำไมหนูต้องเป็ฝ่ายขอโทษ?”
ใบหน้าด้านขวาของจวีซือหนานบวมแดงจากการถูกตบ แต่เธอก็ยังเงยหน้าขึ้นสู้โดยไม่ยอมอ่อนข้อให้
“หยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้ว ถ้ายังดื้อด้านก็อย่ามาโทษว่าฉันไม่นึกความสัมพันธ์พ่อลูก รีบไปขอโทษคุณชายหานซะ!”