หลังจากเหตุการณ์ฆ่าล้างหมู่บ้านอิเซเรียในวันนั้น ฝนก็ตกลงมาโดยไม่มีท่าทีที่จะหยุดเลย แถมฝนที่ตกลงมานั้นก็ไม่ใช่ฝนแบบปกติแต่เป็ฝนที่มีสีแดงเหมือนกับเืชาวบ้านในดินแดนฟาโรแลนต่างพากันกลัวฝนสีโลหิตนี้เป็อย่างมาก พวกเค้าเอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านกันดินแดนฟาโรแลนจากเมื่อก่อนที่มีแต่เสียงร้องความครื้นเครงของชาวบ้านเดี๋ยวนี้เหลือแต่ความว่างเปล่ากับเสียงกรีดร้องโหยหวนของชาวบ้าน ที่ถูกกองทัพซากศพที่มีกลิ่นเหม็นเน่าค่อยๆทำลายไปทีละหมู่บ้าน โดยกองทัพซากศพค่อยๆ เคลื่อนพลไปยังทิศเหนือเรื่อยๆ
**********
ณ ปราสาทบารอน เป็ปราสาทขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนูเาทางเข้าของปราสาทแห่งนี้มีอยู่เส้นทางเดียว ก็คือทางลาดจากตีนเขาเป็บันไดค่อยๆขึ้นมาถึงตัวปราสาท ในขณะนี้พระาาโกเทียกำลังนั่งประชุมหน่วยหัวหน้าลาดตระเวนเกี่ยวกับกองทัพปีศาจที่ไม่มีที่ไปที่มานี้อยู่
“มันเกิดขึ้นได้อย่างไร” พระาาโกเทียถามกับหน่วยหัวหน้าลาดตระเวน
“กระหม่อมก็ไม่รู้อยู่ดีๆ ก็มีกองทัพปริศนามาจากตอนใต้ของเกาะ พวกมันค่อยๆไล่ฆ่าคนในหมู่บ้านของเกาะเราไปเรื่อยๆ ” หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนตอบพระาาโกเทียอย่างเคร่งเครียด
“แล้วทำไมเ้าถึงไม่ยกทหารไปปราบพวกมันละเื่แค่นี้เอง” พระาาโกเทียพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่าทำไมถึงปล่อยให้เื่เหล่านี้บานปลายใหญ่โตได้
“กระหม่อมไม่สามารถฆ่าพวกมันได้” หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนตอบอย่างรวดเร็ว
“ทำไมละก็แค่ทหารไม่กี่คนเอง”พระาาโกเทียถามด้วยความสงสัย
“ก็กระหม่อมไม่สามารถฆ่าพวกมันได้พวกทหารของกระหม่อมได้ทั้งเอาดาบฟันหัว ทั้งเอาธนูไปยิ่งหน้าอก พวกมันก็ล้มลงไปนอนกับพื้นแต่เมื่อผ่านไปไม่กี่นาที พวกมันก็ลุกขึ้นพร้อมทั้งฟื้นฟูร่างกายในส่วนที่พวกมันถูกตัดไปอย่างถ้าพวกมันถูกตัดแขนพวกมันก็จะสามารถงอกแขนขึ้นมาใหม่ได้ กองทัพของกระหม่อนไม่สามารถสู้ได้จึงได้ล่าถอยกลับมาตั้งรับที่ปราสาทแห่งนี้” หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนอธิบายถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
“องค์พระาาเกิดเื่ใหญ่แล้ว ท่านรีบออกมาดูที่หน้าต่างของวังเถอะ”ทหารข้าผู้น้อยวิ่งมาปล่อยพระาาโกเทียด้วยสีหน้าที่ตื่นกลัว
“มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ”พระาาโกเทียพูดพร้อมทั้งเดินออกไปดูที่นอกหน้าต่าง ภาพที่พระราโกเทียเห็นนั้นเป็กองทัพขนาดใหญ่จำนวนไม่ต่ำกว่า4000 – 5000 คน กำลังเดินอย่างช้าๆ จากตีนเขาเข้ามาสู้ยังปราสาท พระาาโกเทียเริ่มสังเกตเห็นว่ากองทัพปริศนานี้ใส่เครื่องแบบทหารของปราสาทบารอนและยังมีบางส่วนที่เป็ชาวบ้านที่พักอาศัยตามหมู่บ้านต่างๆ ของเกาะแห่งนี้
“แย่แล้วนี่มันเคลื่อนพลมาถึงปราสาทแล้วเหรอตอนนี้เ้าชายไอเซ็นอยู่ไหนแล้วนะ” พระาาโกเทียเริ่มแสดงสีหน้าใกลัวเกิดขึ้นพร้อมถามถึงลูกชายสุดที่รักของเค้า
“ตอนนี้เ้าชายไอเซ็นบรรทมอยู่ในห้องนอน”ทหารชั้นพูดน้อยตอบกลับ
“แล้วตอนนี้อัลเบลอยู่ที่ไหน” พระาาโกเทียถามต่อ
“ท่านอัลเบลตอนนี้กำลังฝึกทหารอยู่ที่โรงฝึกทหาร” ทหารชั้นพูดน้อยตอบกลับ
พระาาโกเทียมองตาทหารชั้นพูดน้อยอย่างเคร่งเครียดพร้อมพูดกับทหารว่า “งั้นเ้ารีบไปบอกอัลเบลเลยว่าให้อัลเบลคุ้มกันองค์ชายไอเซ็นไปมหาวิหารแกรนด์เซียร่า โดยด่วน เร็วรีบไปซะ!!!!”
“พะยะค่ะ”ทหารชั้นพูดน้อยตอบพร้อมรีบวิ่งออกจากท้องพระโรง
“แล้วท่านไม่เสด็จตามเ้าชายไปด้วยเหรอ” หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนถามด้วยความสงสัย
“ไม่ข้าเป็ถึงกษัตริย์แห่งปราสาทบารอนข้าไม่มีทางทิ้งประชาชนกับทหารของข้าหรอก เราจะสู้เคียงบาเคียงไหล่ไปด้วยกัน” พระาาโกเทียตอบกลับด้วยสีหน้าที่ดูกังวล
**************
ณ โรงฝึกทหาร ที่อยู่ด้านล่างของตัวปราสาท มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีรูปร่างไม่สูงใหญ่มากกำลังต่อสู้กับทหารถึง10 นาย แต่ถึงแม้ว่าจะจำนวนที่มากกว่าถึง 10 นาย ทหารเหล่านี้ก็ไม่สามารถโจมตีเด็กหนุ่มคนนั้นได้เลยมิหนําซ้ำเด็กหนุ่มคนนั้นยังค่อยๆ เก็บทหารไปทีละคนด้วยการใช้ดาบไม้ฟันเข้าที่จุดต่างๆของร่างกาย จนทหารทั้ง 10 นายนั้นลงไปกองนอนลงกลับพื้น
“55555พวกเ้ายังต้องฝึกอีกเยอะนะ”เด็กหนุ่มพูด
“โห่พวกผมสู้ท่านอัลเบลไม่ได้จริงๆ ท่านอัลเบลนอกจากมีความว่องไวสูงแล้ว ยังมีทักษะการใช้ดาบเป็ระดับต้นๆของกองทัพกระทิงแดงเลย” ทหารที่กำลังนอนกองกับพื้นคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“ท่านที่มีอายุแค่นี้ยังได้เป็ถึงรองหัวหน้าหน่วยกระทิงแดง ข้าว่าในอนาคตท่านต้องเป็ผู้กล้ารอยคนที่2 ได้แน่น”ทหารที่กำลังนอนกองกับพื้นอีกคนพูดขึ้น
“55555555 พวกเ้าของชมข้ามากไปข้าไม่กล้าเทียบท่านผู้กล้ารอยหรอก ท่านทั้งเก่งและกล้าหาญข้ายังห่างไกลว่าท่านผู้กล้ารอยยิ่งนัก” อัลเบล ยิ้มที่มุมยิ้มเล็กน้อยพร้อมพูดว่าตัวเองยังต้องฝึกอีกเยอะ
“ท่านอัลเบลท่านอัลเบล ”ทหารชั้นผู้น้อยวิ่งมาด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานไปทั่วปราสาท
“ใจเย็นๆก่อน มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ”อัลเบล พูดให้ทหารชั้นผู้น้อยคุมสติของตัวเองก่อน พร้อมถามสิ่งที่ทหารชั้นผู้น้อย้าจะสื่อ
“องค์พระาามีคำสั่งให้ท่านรีบพาองค์ชายไอเซ็นไปที่มหาวิหารแกรนด์เซียร่าโดยเด่น”ทหารชั้นผู้น้อยถ่ายทอดคำสั่งเร่งเด่นของพระาาให้อัลเบลรู้
“ทำไมถึงต้องเร่งด่วนละมีอะไรเกิดขึ้นเหรอ”อัลเบลถามด้วยความสงสัย
“ก็...........ก็ตอนนี้กองทัพปีศาจได้บุกมาถึงหน้าปราสาทแล้ว” ทหารชั้นผู้น้อยพูด
“อะไรนะก็ส่งหน่วยลาดตระเวนไปปราบปรามแล้ว ยังกำจัดไม่ได้เหรอ”อัลเบล ถามด้วยความแปลกใจเพราะหน่วยลาดตระเวนนี่รวมหัวกะทิของหน่วยกระทิงแดงเอาไว้เลยนะ
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม เสียงของประตูไม้ใหญ่หน้าปราสาทแตกลง กองทัพปีศาจเริ่มค่อยๆบุกเข้ามาสู้กับทหารทีละคนในประสาท
“ท่านอัลเบลท่านเร็วไปคุ้นกันองค์โดยเร็ว เดี่ยวพวกข้าจะช่วยหน่วยเวลาไว้ให้” ทหารทั้ง10 ที่พึ่งสู้ต่อสู้กับอัลเบลเมื่อกี้ยกขึ้น พร้อมหยิบอาวุธชนิดต่างๆ ที่อยู่ในในห้องฝึกซ้อมหมายต่อสู้กับศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า
“โอเคเข้าใจละ พวกเ้าระวังตัวด้วยนะ” หลังจากที่พูดเสร็จอัลเบลก็รีบวิ่งขึ้นปราสาทไปยังห้องขององค์ชายโดยเร็วทันที่เค้าจะทำได้
***************************
ณ ห้องบรรทมขององค์ชายไอเซ็น เป็ห้องที่ประดับประดาไปด้วยสิ่งของที่ขึ้นชื่อของฟาโรแลนอย่างเตียงไม้ที่ทำจากต้นเลอลิซเป็ต้นไม้ที่มีเพียงไม่กี่ต้นของดินแดนฟาโรแลน เค้าว่ากันว่าไม้ชนิดนี้จะมีสรรพคุณช่วยให้ผู้นอนรู้สึกผ่อนคลายนอนหลับสบาย องค์ชายไอเซ็นนั้นเป็คนที่เ้าสําราญรักความสบายเวลาในส่วนใหญ่ของพระองค์มักจะนำพานางสนมในปราสาทมาร่วมหลับนอนกับพระองค์บนเตียงไม้เลอลิซนี้
ในขณะนี้องค์ชายไอเซ็นกำลังนอนหลับจากสบายบนเตียงไม้เลอลิซแห่งนี้
“ก๊อกๆ”เสียงเคาะประตูดังมาจากที่ประตูของนอนขององค์ชายไอเซ็น
“อะไรวะคนจะหลับจะนอน” องค์ชายไอเซ็นบ่นด้วยความรำคาญ
“ข้าเองอัลเบลข้าขอให้พระองค์ลุกออกจากเตียงเดี๋ยวนี้” อัลเบลพูดด้วยน้ำเสียงที่รีบร้อง
“เ้าคิดว่าเ้าเป็ใครวะมาสั่งข้าได้ ข้าเป็ถึงองค์ชายนะ เ้าไม่แค่ขี้ข้าของข้า” องค์ชายไอเซ็นเริ่มโมโหที่มีคนมารบกวนเวลานอนของพระองค์
“ท่านอย่าพึ่งอารมณ์เสียท่านลองเปิดหน้าต่างในห้องนอนของท่านดู” อัลเบล เริ่มอธิบายสถานการณ์ต่างๆให้องค์ชายรู้
“ก็ได้ถ้ามันไม่มีอะไรนะ เ้าจะจับเ้าตัดหัวเดี๋ยวนี้เลย ถึงแม้ว่าเ้าจะเป็คนโปรดของเสด็จพ่อแต่ในสายตาของข้าเ้ามันก็แค่ทหารขี้ข้าคอยรับใช้ข้าคนหนึ่ง” หลังจากที่พูดเสร็จองค์ชายไอเซ็นก็เอาเท้าของตัวเองถีบที่หน้าต่างแล้วก็ชะเง้อมองหน้าขึ้นไปดูที่หน้าต่างแล้วองค์ชายไอเซ็ตก็ใสะดุ้งตกลงจากเตียง วิมานที่องค์ชายเคยอยู่อย่างสุขสบายบัดนี้ได้กลายเป็สนามรบไปแล้ว มีการต่อสู้ในทุกพื้นที่สายตาขององค์ชายจะกวาดไปเห็น
“เ้า........เ้า.......... รีบนำทหารมาคุ้มกันข้าโดยเร็ว” องค์ชายพูดด้วยความตื่นกลัวพร้อมทั้งเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว
“ข้าได้เตรียมทหารคุมกันพระองค์ไว้30 นายแล้ว ถ้าพระองค์พร้อม ข้าจะคุ้มกันพระองค์หนีไปทางลับท้ายดินของปราสาท ”อัลเบล เล่าถึงแผนการที่จะพาองค์ชายหนีออกจากประสาท
“แล้วข้าจะช้าอยู่ใยละรีบไปสิ” องค์ชายเปิดประตูออกมาเสียงดังพร้อมทั้งรีบวิ่งลงไปชั้นใต้ดินของปราสาทโดยทันที
*****
ณ ชั้นใต้ดินของปราสาทเป็สถานที่ลึกลึบที่มีแต่เชื้อพระวงศ์ถึงจะเปิดทางเข้าไปใช้สถานที่แหล่งนี้ได้โดยสิ่งที่จะเปิดประตูห้องใต้ดินของประสาทได้นั้นจะมีกุญแจอยู่ 3ดอกด้วยกันนั้นก็คือ กุญแจท้องฟ้า กุญแจผืนดิน และกุญแจอัศนี โดยกุญแจทั้งสามดอกนี้จะอยู่ที่เชื้อพระวงศ์แต่ละคนนั้นก็คือพระาาโกเทีย องค์ชายไอเซ็น และก็องค์หญิงเรียร่าสำหรับสถานที่ห้องใต้ดินของปราสาทนั้นเป็อุโมงค์ ที่ทอดยาวตรงไปถึงบริเวณป่าเฮล์มดาลซึ่งเป็ป่าที่ใช้ผังศพของเหล่าเชื้อพระวงศ์
แอ๊กกกกกกกกกกก เสียงเปิดประตูดังขึ้นหลังจากที่องค์ชายไอเซ็นใช้กุญแจท้องฟ้าเปิดประตูเข้าห้องชั้นใต้ดินของปราสาท
“อัลเบลเ้าเข้าไปดูก่อนสิว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นไหม” องค์ชายไอเซ็นพูดด้วยน้ำเสียงที่เร่งรีบเพื่อให้อัลเบลเดินเข้าไปสำรวจพื้นที่ในห้องใต้ดินก่อนว่าปลอดภัยไหม
หลังจากที่อัลเบล สำรวจเส้นทางอยู่ประมาณ 2นาทีก็หันไปบอกกับองค์ชายว่า “ทางสะดวกองค์ชายท่านเข้ามาได้เลย”
“งั้นเร็วเราวิ่งเดินทางเถอะข้าไม่รู้ว่าตาแก่มันจะต้านกองทัพนี้ได้นานแค่ไหนกัน ”องค์ชายไอเซ็นพร้อมผนักให้อัลเบลเดินต่อไปข้างหน้าพร้อมทั้งมีทหารคุ้มกันจากด้านหลังถึง 30 นายด้วยกัน และในระหว่างที่กำลังวิ่งหนีอยู่ในห้องใต้พื้นนั้นพวกอัลเบลกับองค์ชายก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความเ็ปของทหารที่อยู่ข้างบนตลอดทั้งทางรวมถึงเสียงดังของร่างกายทหารที่ตกลงกระทบกับพื้น พร้อมทั้งเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆเคลื่อนตัวไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับที่พวกเค้ากำลังหนีอยู่
“ เ้าได้ยินเสียงตึกๆอะไรไหม ” ทหารที่คุ้มกันคนหนึ่งพูดขึ้นในระหว่างที่กำลังหลบหนีอยู่
“เร็วไปเถอะอย่าไปใส่ใจเลยมันก็เป็เสียงอะไรที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ข้างบนแหละ เรารีบไปกันเถอะ” ทหารอีกคนตัดบทพร้อมบอกให้ทหารอีกคนจดจ่อกับภาระกิจที่ตัวเองกำลังได้รับอยู่
หลังจากที่เดินทางในอุโมงค์ใต้ดินอยู่ประมาณ 10นาที ก็เริ่มเห็นแสงสว่างที่ส่องผ่านเข้ามายังประตูของทางออกแล้ว องค์ชายหยุดลงพร้อมโยนกุญแจท้องฟ้าให้ทหารนายหนึ่งไปเปิดโดยมีทหารอีก 29 คนและอัลเบลคอยคุ้มครององค์ชายอยู่ข้างๆ
“เปิดและออกไปสำรวจข้างนอกก่อนว่าเป็ยังไงแล้วค่อยรายการข้า”องค์ชายสั่ง
“ขอรับ”ทหารคนหนึ่งในกองอารักขารับคำสั่ง พร้อมไขกุญแจเปิดประตูแล้วก็ชะโงกหน้าออกไปดูบริเวณรอบๆป่าเฮล์มดาล หลังจากที่ดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว ทหารก็หันกลับมาบอกกับองค์ชายว่า “กระหม่อมไม่เห็นสิ่งใดที่ผิดปกติเลยทางสะดวก พระองค์ออกมาได้เลย”
และทันทีที่องค์ชายกำลังจะก้าวเท้าออกจากอุโมงค์องค์ชายก็ได้ยินเสียงะโลงมาฟันดาบอย่างรุนแรงดัง ฉ๊าบ ร่างของทหารคนนั้นถูกผ่าออกมาเป็สองครึ่งแล้วร่างกายของทหารคนนั้นก็แยกกันไปคนละทิศทาง พื้นที่ทางออกตรงหน้าประตูอาบไปด้วยเสียงแดงภาพที่ปรากฏให้องค์ชายเห็นนั้น เป็ทหารคนหนึ่งที่ใส่เครื่องแบบทหารของบารอน ดวงตาเป็สีแดงปากบิดเบี้ยวกำลังเดินเข้ามาหาในจุดที่องค์ชายยืนอยู่และไม่ใช่มีแต่ทหารบารอนเท่านั้น ยังมีชาวบ้านที่มีลักษณะท่าทางเหมือนกับทหารบารอนคนนั้นเดินตามทหารบารอนคนนั้นมา ด้วยท่าทางเดินเซไปเซมา