ตอนที่ 3: ศึกอสูรเงา
เสียงคำรามของอสูรเงาดังก้องสะท้อนทั่วลานหิน มันพุ่งตรงเข้ามาอย่างดุดัน ร่างสูงใหญ่เกือบเท่าตึกสองชั้น ดวงตาสีแดงก่ำวาววับเหมือนเปลวเพลิงในความมืด
ภพหัวเราะอย่างตื่นเต้น “มาเลยเว้ย!!” เขากำหมัดเรียกเปลวเพลิงแผดเผาขึ้นรอบตัว ก่อนจะพุ่งไปข้างหน้าโดยไม่รอใคร
“ภพ! อย่าเสี่ยงเกินไป!” ดินะโเตือน แต่ก็รีบวิ่งตามพร้อมยกโล่เวทมนตร์ขึ้นรับแรงปะทะ
อสูรเงาฟาดกรงเล็บใส่ทันที โครม! โล่ของดินสั่นสะท้านจนเขาต้องถอยหลังไปสามก้าว แต่ก็ยังยืนหยัดไว้ได้
ณิชาไม่ปล่อยโอกาส เธอดึงสายธนูลมแล้วปล่อยออก ศรแห่งวายุพุ่งตรงไปยังหัวของอสูร ฟิ้ว! เสียงแตกอากาศดังสนั่น ศรทะลวงผ่านเกราะเงาได้บางส่วน จนมันร้องลั่นด้วยความเ็ป
“ดี…มันเจ็บละ!” ณิชากล่าวพลางเตรียมศรถัดไป
รินรีบยกไม้เท้า น้ำใสไหลวนรอบเพื่อน ๆ “พวกเธอสู้กันไป ฉันจะคอยฟื้นฟูให้” แสงน้ำสีฟ้าอ่อนส่องออกมา ห่อหุ้มเพื่อนทั้งสามคน ทำให้าแเล็กน้อยสมานทันตา
ภพใช้โอกาสนั้นะโขึ้นสูง เปลวไฟลุกโชนรอบแขนขวา “หมัดเพลิง—แตกซ่าน!!” เขาฟาดหมัดใส่หน้าอสูรตรง ๆ
ตูม! เปลวเพลิงะเิก้องทั่วสนาม เถ้าถ่านกระจายไปในอากาศ อสูรเงาผงะถอยหลังไปสามก้าว แต่ร่างมันยังคงมั่นคง
“โห…อึดกว่าที่คิดอีก” ภพกัดฟันพูด
อสูรเงากู่ร้องแล้วฟาดแขนลงกับพื้นทันที พลังมืดกระจายออกไปทั่วบริเวณ เสาหินทั้งสิบต้นที่พวกเขาต้องปกป้องเริ่มสั่นะเื
“ไม่ดีแล้ว! ถ้ามันทำลายเสาได้ การทดสอบเราจะล้มเหลวแน่” ดินะโ พลางวิ่งไปยันโล่กันเสา
ณิชาขมวดคิ้ว “งั้นฉันจะถ่วงมันเอง!” เธอก้าวขึ้นหน้าพร้อมปล่อยฝนลูกศรแห่งวายุพุ่งเข้าใส่อสูร ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว!
ร่างั์ร้องโหยหวน ถูกโจมตีรอบด้าน แต่ยังไม่ยอมล้ม
ทันใดนั้น รินก็หลับตาแน่น รวบรวมพลังเวทธาตุน้ำทั้งหมด “ิญญาวารีเอ๋ย จงกลายเป็พันธะพันธนาการ!”
น้ำจากพื้นดินพวยพุ่งขึ้น กลายเป็โซ่สายน้ำพันธนาการรอบขาและแขนของอสูรเงา ทำให้มันชะงักการเคลื่อนไหวชั่วครู่
“ตอนนี้แหละ ภพ!” รินะโ
เปลวไฟของภพลุกโชนกว่าเดิม เขากระโจนขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดินเสริมพลังด้วยการใช้โล่กระแทกด้านหลังอสูร ทำให้มันเสียหลักเงยหน้าขึ้น
ณิชาไม่รอช้า เธอรวมพลังทั้งหมดเข้ากับลูกธนู “ศรแห่งพายุ—ทะลวง์!”
ลูกศรแห่งวายุพุ่งขึ้นไปบนฟ้า ก่อนจะดิ่งลงมาพร้อมเสียงแตกอากาศรุนแรง ตูม! ปักเข้ากลางหน้าผากของอสูร
ในขณะเดียวกัน ภพซัดหมัดเพลิงใส่รอยแผลนั้นพอดี
บึ้มมมม!!
อสูรเงากรีดร้องสนั่น ก่อนที่ร่างทั้งหมดจะแตกสลายกลายเป็เถ้าควันหายไปกับม่านหมอก
—ความเงียบเข้าปกคลุมสนาม
ภพยืนหอบแฮ่ก ๆ แต่รอยยิ้มยังไม่หาย “ฮ่า…โคตรมันส์เลย!”
ดินวางโล่ลงพลางถอนหายใจ “นายเนี่ยนะ…ถ้าไม่มีพวกเราช่วย คงเละไปแล้วแน่”
รินรีบวิ่งเข้ามาตรวจดูาแของทุกคน ส่วนณิชายืนนิ่ง พลางเก็บธนูกลับเป็ประกายลมเล็ก ๆ
“ก็ดี…พวกนายไม่แย่เท่าไหร่” เธอพูดเสียงเรียบ แต่ในแววตามีประกายยอมรับเล็กน้อย
ทันใดนั้น เสาหินทั้งสิบต้นส่องแสงพร้อมกัน ก่อนจะเปล่งพลังขึ้นไปบนท้องฟ้า สร้างเป็ม่านเวทใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม
เสียงของอาจารย์สิริจันทราดังก้องขึ้นในหัวอีกครั้ง “พวกเ้าทำได้ดี…นี่เป็เพียงก้าวแรก แต่จงจำไว้ สิ่งที่เจอวันนี้เป็เพียงเงาสะท้อนจากความมืดที่แท้จริง ซึ่งกำลังจะมาเยือนโลกมนุษย์ในไม่ช้า”
นักเรียนทั้งสี่มองหน้ากันเงียบงัน แต่ในใจของทุกคนรู้แล้วว่า—
นี่ไม่ใช่แค่การทดสอบธรรมดา หากเป็การเตือนภัย…
และฟ้าที่สั่นะเืในวันนั้น อาจเป็เพียงจุดเริ่มต้นของหายนะที่ใหญ่กว่ามาก…
---
จบตอนที่ 3