บทที่ 14 ความสามารถอันแปลกประหลาดของซิงซิง
ซิงซิงมองตุ๊กตากระต่ายน้อยที่มีดวงตาสีแดง แล้วก็หัวเราะ “แหะ ๆ” ออกมา
ในที่สุดเซี่ยจื่ออวี้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ขนตายาวของเด็กน้อยเปียกชุ่ม บนนั้นยังคงมีน้ำตาสั่นไหวไปมาอยู่
แต่ในดวงตาของเธอกลับมีประกายของความสุข
เซี่ยจื่ออวี้ยื่นมือไปเช็ดน้ำตาที่หางตาของซิงซิง ทั้งยังวางเธอไว้บนพื้นก่อนจะตบหัวเล็ก ๆ อย่างแ่เบา
“อยากไปดูพวกของเล่นใหม่ไหม?”
เด็กน้อยออกแรงพยักหน้า ขาสั้น ๆ วิ่งไปข้างหน้าสองก้าวก็โผเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่สุดทางด้านข้าง
ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่มาก! รู้สึกว่าเหมือนจะใหญ่เท่าพี่หกเลย!
นุ่มจัง ขนฟูด้วย ซิงซิงรู้สึกราวกับตัวเองกำลังอยู่ในก้อนเมฆ
เด็กน้อยซุกหน้าลงไปในอ้อมกอดของตุ๊กตาหมีและถูไถมัน
ในใจของเซี่ยจื่ออวี้พองโต
ทันใดนั้นข้างหลังของเขาก็ถูกแตะครั้งหนึ่ง
รอยยิ้มมุมปากของเซี่ยจื่ออวี้ถูกเก็บกลับไปในทันทีก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย และมองไปด้วยท่าทีไม่พอใจนัก
“ไม่ใช่ว่าให้นายเก็บของให้เรียบร้อยแล้วออกไปก่อนเหรอ?”
หลี่หยวนยืนอยู่ข้างหลังเซี่ยจื่ออวี้ด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
“พี่คิดว่าผมไม่อยากกลับเหรอ เป็พี่ที่กลับมาเร็วเกินไปต่างหากครับ! ผมเลยไม่ทันได้ออกไปเนี่ย!”
“พูดก็พูดเถอะพี่อวี้ พี่ทำแบบนี้กับผมได้ยังไง คิดจะใช้แล้วทิ้งแบบนี้เหรอครับ?”
ปลายนิ้วของเซี่ยจื่ออวี้หมุนไปมาด้วยความเคยชินที่อยากเอาบุหรี่มาสูบสักมวน
แต่เมื่อัักับกล่องบุหรี่ที่อยู่ในกระเป๋า หางตาก็เหลือบไปทางเด็กน้อย
จริงด้วย ในบ้านมีเด็กน้อยอยู่จะสูบบุหรี่ไม่ได้
ปลายลิ้นของเขาดุนกระพุ้งแก้ม เวลาที่ขมวดคิ้วก็ให้ความรู้สึกว่าเป็อันธพาล
“ขอบใจ”
หลี่หยวนยิ่งมีท่าทีหวั่นเกรง “พี่อวี้ พี่ด่าผมเถอะ พี่ทำแบบนี้ผมกลัวนะ”
‘เพียะ!’ ฝ่ามือของเซี่ยจื่ออวี้ฟาดลงไปที่ท้ายทอยของหลี่หยวน
“ฉันอุตส่าห์ไว้หน้าแก...”
พูดได้ครึ่งประโยคก็ต้องกลืนคำพูดลงไป
เพราะตอนนี้เด็กน้อยลุกขึ้นมาจากอ้อมกอดของตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ เอียงหัวพลางจ้องมองมาที่เขา
เมื่อสบสายตากับดวงตาทั้งสองข้างอันกระจ่างใสเปล่งประกาย เซี่ยจื่ออวี้ก็ไม่อาจด่าคนออกมาได้
ในตอนนี้เองที่หลี่หยวนได้พิจารณารูปลักษณ์ของซิงซิง
ถ้าไม่เห็นก็คงไม่รู้ว่าเด็กคนนี้หน้าตาดีมากจริง ๆ
เหมือนกับตุ๊กตาที่ถูกวาดออกมา ด้วยรูปลักษณ์แบบนี้ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็คงไม่ถูกละเลย
เธอประสานนิ้วมือตัวเองแล้วพูดอย่างจริงจัง
“พี่ชาย ตีคนไม่ดีนะคะ”
หลี่หยวนรู้สึกขึ้นมาทันทีว่าเด็กน้อยคนนี้คือเทพธิดาตัวน้อย!
“ซิงซิงใช่ไหม!” หลี่หยวนยิ้มออกมาอย่างที่คิดว่าเป็มิตรที่สุด “ฉันชื่อหลี่หยวน เป็เพื่อนของพี่ชายเธอ เธอจะเรียกฉันว่าพี่ชายก็ได้”
ซิงซิงมีท่าทีจริงจัง ทั้งยังเอ่ยอย่างว่าง่าย “พี่ชาย”
“โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย!!” หลี่หยวนรู้สึกได้ถึงความหวานล้ำจนตาหยี!
เป็อย่างที่คิดเลย! น้องสาวเป็เทพธิดาตัวน้อยที่น่ารักที่สุด!
เขาอยากจะพุ่งกลับบ้านไปตีน้องชายแสนดื้อของตัวเองเสียเดี๋ยวนี้เลย!
เซี่ยจื่ออวี้กลับดูไม่มีความสุขอยู่บ้าง
เขาจ้องมองหลี่หยวนอย่างดุร้าย หลังจากนั้นก็อุ้มซิงซิงขึ้นมา
“ซิงซิงเรียกแค่ฉันว่าพี่ชายก็พอ ส่วนคนอื่นเรียกแค่ชื่อ เขาชื่อหลี่หยวน”
ซิงซิง “พี่หลี่หยวน”
หลี่หยวนใจสั่นจนรู้สึกว่าตัวเองสามารถไถดินได้เป็สิบหมู่
เซี่ยจื่ออวี้ดุนกระพุ้งแก้ม “ซิงซิง เธอพูดถูกแล้ว การตีคนเป็เื่ไม่ดี แต่ถ้าพี่ชายตีคนไม่ดีล่ะ?”
หลี่หยวนเบิกตากว้าง ตกตะลึงกับการที่เซี่ยจื่ออวี้กำลังโน้มน้าวเด็กน้อย
เซี่ยจื่ออวี้หมายความว่าจะตีคนเลวหรือ? ทั้งที่ตัวเขาเองเป็คนที่เลวที่สุดเนี่ยนะ?
แต่เด็กน้อยก็มองเซี่ยจื่ออวี้ด้วยสายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อใจ “พี่ชายตีคนเลวเป็เื่ที่ถูกต้องค่ะ!”
หลี่หยวนปวดใจ ‘เซี่ยจื่ออวี้ทำแบบนี้จะเป็การนำพาเด็กน้อยไปในทางที่ไม่ดีนะ!’
เซี่ยจื่ออวี้โค้งมุมปาก “ดังนั้นพี่ชายตีหลี่หยวนก็ถูกแล้วเพราะหลี่หยวนเป็คนไม่ดี”
หลี่หยวน “?”
หลี่หยวนเริ่มคิดอย่างจริงจังว่าตกลงยังสามารถติดตามพี่ใหญ่คนนี้ได้อยู่หรือไม่
ซิงซิงเอียงหัวมองไปทางหลี่หยวนที่มีสีหน้าสับสนก่อนจะกระซิบเสียงนุ่มนวล
“แต่พี่หลี่หยวนไม่ใช่คนไม่ดีนะคะ”
หลี่หยวนได้ยินก็เบิกตากว้าง “ซิงซิง! เธอเป็เทพธิดาตัวน้อยจริง ๆ!”
เซี่ยจื่ออวี้ถูกบีบให้ยอมจำนน กระชับอ้อมแขนที่กอดเธอแน่นขึ้น
น้ำเสียงของเขาไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง “ซิงซิงรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดี?”
เธอเก็บสายตากลับมาจากหลี่หยวนทั้งยังมองเซี่ยจื่ออวี้อย่างจริงจัง
หลังจากนั้นก็ยิ้มหวานพลางกอดคอของเซี่ยจื่ออวี้
“ซิงซิงรู้ค่ะ ซิงซิงมองออก!”
“พี่ชายก็ไม่ใช่คนไม่ดี พี่ชายเป็คนที่ดีที่สุดในโลก”
แต่ไหนแต่ไร เธอก็ไม่เคยมีความสุขเท่าวันนี้มาก่อน ใบหน้าเล็กคลอเคลียกับคอของเซี่ยจื่ออวี้ไม่หยุด
ราวกับถูกแมวน้อยที่นุ่มนิ่มและเปราะบางตัวหนึ่งให้ความรักและความเชื่อใจทั้งหมด
เซี่ยจื่ออวี้ที่เดิมทีไม่สบอารมณ์อยู่บ้างพลันรู้สึกว่าโลกนี้สวยงามขึ้นมา
แม้แต่ใบหน้าของหลี่หยวนก็ยังไม่ขัดหูขัดตา
หลี่หยวนมองเซี่ยจื่ออวี้ด้วยความอิจฉา ในใจคิดไว้แล้วว่าถึงเวลาที่ต้องเร่งให้พ่อกับแม่ตัวเองให้กำเนิดน้องสาวให้เขาแล้ว
เซี่ยจื่ออวี้กอดเธอโยกไปมา
นี่เป็ครั้งแรกที่ได้รับสายตาโศกเศร้าถึงเพียงนี้ของหลี่หยวน
ทันใดนั้นเองโทรศัพท์ของหลี่หยวนก็ดังขึ้น
หลี่หยวนมองไปก็เบิกตากว้าง “แม่เ้า! พี่อวี้!”
“เมื่อกี้เพิ่งได้ข่าวว่าพวกหัวทองลูกน้องโจวอี้เฉวียนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์?!”
“ไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิตแต่ก็ค่อนข้างร้ายแรง”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ นี่มันกรรมตามทันชัด ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ พี่อวี้!”
หลี่หยวนมองไปทางเซี่ยจื่ออวี้กลับพบว่าสีหน้าของเซี่ยจื่ออวี้ไม่มีความแปลกใจแม้แต่น้อย
ถึงขั้นที่ขมวดคิ้วด้วยใบหน้าเคร่งขรึมอีกด้วย
เซี่ยจื่ออวี้นึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของเธอ
เขาเดินไปนั่งข้างโต๊ะ อุ้มเธอขึ้นมา มองตาเธอและพูดอย่างจริงจัง
“ซิงซิง เมื่อกี้ทำไมเธอถึงบอกว่าพวกหัวทองพวกนั้นจะมีอันตรายเหรอ?”
ซิงซิงรู้สึกได้ถึงความจริงจังของเซี่ยจื่ออวี้ ใบหน้าเล็กจึงตีหน้าขรึม
“ซิงซิงเห็นค่ะ”
เซี่ยจื่ออวี้ “ทำไมถึงเห็นล่ะ?”
เด็กน้อยบีบนิ้วมือ ดวงตามองไปรอบทิศก่อนจะชี้นิ้วเล็ก ๆ ออกไป
หลี่หยวนและเซี่ยจื่ออวี้มองตามไปก็เห็นกระดาษกับดินสอ
หลี่หยวนเต็มใจจะหยิบมันมาส่งให้ตรงหน้าของซิงซิง รู้สึกเพียงว่าเด็กน้อยถือดินสอแล้วรักมาก
นิ้วที่สั้นและจ้ำม่ำจับดินสอไว้
เธอเม้มริมฝีปากขณะวาดเส้นอย่างจริงจัง
มันมีทั้งหมดหกบรรทัด แต่ละบรรทัดจะเป็แนวนอนหนึ่งเส้น ยาว ๆ หรือแถวนอนสองเส้นสั้น ๆ
วาดเสร็จเธอก็วางดินสอ ชี้ไปที่เส้นขีดบนกระดาษและพูด
“เมื่อกี้บนตัวของพวกพี่ชายพวกนั้นดูแล้วตรงนี้เป็เสือขาว ตรงนี้เป็กัวกุ่ยเง้า คงบ้วงอยู่ตำแหน่งที่หก...”
ได้ยินคำพูดอันต่อเนื่องนี้เซี่ยจื่ออวี้ก็สับสน
เด็กน้องพูดแต่คำที่ฟังไม่เข้าใจ สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า “ลางร้ายลางร้าย!”
เซี่ยจื่ออวี้ไม่สามารถปิดบังความตกตะลึงไว้ได้ “ซิงซิง เื่นี้ใครเป็คนสอนเธอเหรอ?”
เด็กอายุไม่ถึงสี่ขวบคนหนึ่ง การที่จะมีเหตุมีผลหรืออีคิวสูงก็นับเป็เื่ปกติ แต่สิ่งที่พูดออกมานั้นแปลกเกินไป
ซิงซิงเอียงหัวคิดอย่างถี่ถ้วน “เป็คุณปู่เคราขาว! แต่คุณปู่ไม่มาหาหนูนานแล้ว...”
เซี่ยจื่ออวี้แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยเชื่อเื่เทพที่มีพลังแปลก ๆ
เธออยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาโดยตลอดจะไปเจอคุณปู่เคราขาวจากที่ไหนได้?
ท่าทีของหลี่หยวนกลับแปลกประหลาดเป็อย่างมาก
“นั่นมัน พี่อวี้ พี่อย่าบอกนะว่าสิ่งที่ซิงซิงพูดเกิดขึ้นจริง...เธอไม่ได้พูดเหลวไหล”
“พี่จำได้ไหมว่าผมเคยบอกพี่ว่าปู่ผมศึกษาเื่นี้อยู่ ตอนนี้ก็ยังฝึกอยู่ที่อารามเต๋าด้วย”
“ั้แ่ยังเด็กเขาก็บังคับให้ผมเรียนมาบ้าง มันเป็เื่ที่เกิดขึ้นจริง”
ซิงซิงก้มหัวใช้ดินสอแตะไปบนกระดาษอย่างระมัดระวัง และเงยหน้าขึ้นมาถามเซี่ยจื่ออวี้ด้วยความจริงจัง
“อีกสิบห้านาที พวกพี่ชายเมื่อกี้จะมีอันตรายในอีกสิบห้านาทีค่ะ”
ในใจของเซี่ยจื่ออวี้สั่นรัว ดูจากเวลาที่ได้รับข้อมูลมาก็ตรงกับที่เธอพูดหมด
ซิงซิงมองหลี่หยวนก่อนจะเบิกตากว้างเล็กน้อย
“พี่หลี่หยวน ที่บ้านพี่ไฟไหม้ รีบเรียกคุณลุงนักดับเพลิงเร็วค่ะ!”