วังหลวงแคว้นไต้
"ฝ่าา เจียเกอนำตัวหญิงนางหนึ่งเข้าพบฝ่าา"
ขันที่ประสานมือตรงหน้าใบหน้าตื่นเต้นดีใจฟงหยางเงยหน้าจากกองฎีกา
"ให้เข้ามา"ส่งเสียงดังๆ ออกไปให้ได้ยิน เสี่ยวเจิ้งบีบมือเย็นเฉียบของตัวเอง
"เจียเกอถวายพระพรฝ่าา "
"ไหน นำใครมาพบข้า"
ขยับตัวถอยออกไปยืนข้างๆ ให้ฟงหยางเจิ้งได้เห็นใบหน้าของเสี่ยวเจิ้งชัดเจน
ดวงตาสีสนิมเหล็กขมวดเข้าหากัน เสี่ยวเจิ้งน้ำตาปริ่มขอบตาด้วยความดีใจเหมือนกับฟงหยางเจิ้งที่มีสีหน้าทั้งดีใจตื่นตะลึงและประหลาดใจ
“หยงเจิ้ง”
"เสด็จ...พ่อ"
ความทรงจำพรั่งพรูดุจสายน้ำเสี่ยวเจิ้งทรุดกายลงคุกเข่าเมื่อเื่ราวแต่หนหลังย้อนกลับมาอีกครั้ง
"เอาตัวนางไป ฆ่าแม่แล้วยังเหลือลูกพวกเ้าก็แค่อ้างว่ายุ่งเื่พิธีศพของพระสนมหลิวหลิวจนเผลอทำให้องค์หญิงหายไป"
"แต่ฮองเฮา องค์หญิงเพิ่งจะสามขวบ ฮองเฮาได้โปรดเพคะทรงเมตตาองค์หญิงด้วย"
มือขาวกับวงเล็บยาวเฟือยสีแดงคว้าเข้าที่ลำคอของนางกำนัลผู้นั้น จะให้ข้าเมตตานางหรือจะให้ข้าไว้ชีวิตเ้า"
“อะอะอั๊กกกก ไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วย”
นางกำนัลอีกคนส่งถ้วยยาในมือฮองเฮาโยว่ชิงกรอกยาพิษลงไปในปากของนางกำนัลที่เคยดูแลฟงหยงเจิ้ง
“องค์หญิงหยงเจิ้งจะต้องหายสาบสูญไปเสีย”ยิ้มโเี้
ประกาศก้องนางกำนัลคนเมื่อครู่ที่โดนกรอกยาดิ้นทุรนทุรายก่อนจะสิ้นใจน้ำลายฟูมปาก ส่วนคนอื่นที่นั่นต่างก็ก้มหน้าด้วยความกลัว
“หยงเจิ้งลูกพ่อ องค์หญิงของพ่อ”
ลุกเดินมาทรุดกายลงโอบกอดด้วยหยาดน้ำตา เจียเกอยิ้มถอนหายใจ
หยวนกังควบม้าพาป้อคุนยังด่านปงเปียง ร่างโชกเืหายใจรวยริน ตงฟางหัว ควบม้าตามไปติดๆ ยิ้มหยัน
“มากบดานที่ด่านปงเปียงกันทั้งหมด เื่นี้ข้าคงต้องส่งต่อกับฮองเฮากับฝ่าาให้ยกทัพมาจัดการพวกเ้าเสีย”
ชักบังเหียนม้ากลับไปยังวังหลวงแคว้นเหว่ย
“ตามหมอตามหมอเดี๋ยวนี้”
หยวนกังควบม้าเข้าไปในด่านปงเปียงอย่างเร่งรีบ ชิงกวานอ๋องสาวเท้าออกมา ทันที
“เสี่ยวเจิ้งเล่า”น้ำเสียงห่วงใยยิ่งนัก
“ข้าน้อยไปช้าไปคุณหนูถูกคนผู้หนึ่งช่วยไปเสียก่อนข้าน้อยตอนนั้นช่วยได้เพียงป้อคุนที่กำลังเพี้ยงพล้ำอาการสาหัส”
“ใครกันเป็คน ช่วยเสี่ยวเจิ้งไป”
ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ไม่ทราบขอรับคงไม่ใช่คนชั่วเพราะเขาก่อนหน้าช่วยป้อคุนและคุณหนูไว้ หากว่าให้คาดเดาตอนนี้คงยังไปไหนได้ไม่ไกล เพียงแต่เร้นกายเพราะพวกทหารของอินฉางฮ่องเต้ลาดตระเวณจนทั่วบริเวณ”
“หวังว่าเสี่ยวเจิ้งจะปลอดภัย ป้อคุนอาการสาหัสให้ท่านหมอดูแลเขาให้เต็มที่เรามีเวลาอีกไม่มากนัก อินฉางจะต้องส่งทัพมาจัดการกับพวกเราแน่”
วังหลวงแคว้นเหว่ย
“ิเยว่เ้าเลิกกินยาเ่าั้ได้แล้วเ้าไม่จำเป็ต้องทำเหมือนตอนที่อินเฉิงยังอยู่อย่างไร ข้าก็รักเ้าคนเดียว”ิเยว่หลับตาลงช้าๆ
“ข้า ร่างกายอ่อนแอท่านไม่รู้หรือไร”อินฉางขมวดคิ้ว
“เ้ายังยึดติดกับอินเฉิงอยู่เช่นเดิม รั้งเขาไว้ในใจเ้า”ิเยว่ยิ้ม
“ใจข้ามีเขา ใจเขามีนาง ใจท่านมีข้า ก็ถูกต้องแล้วเราทุกคนล้วนวนเวียนในวังวนของความรักใคร่ไม่อาจหลุดออกมาได้”
อินฉางกอดรวบร่างบางไว้แนบกาย
“ข้าจะทำให้เ้าลืมเลือนเขาไปจนสิ้น”
“ช่วยข้าที ช่วยให้ข้าลืมเลือนเขาไปที อินฉางตอนนี้ข้าทรมานยิ่งนักในเมื่อตื่นลืมตาครั้งใดไม่มีอินเฉิงอยู่ที่นี่ความรักใคร่แยกกันชัดเจนข้ารักเขา แต่ปรารถนารสสวาทจากท่านเช่นกัน แต่บัดนี้กลับรู้แล้วว่าใจข้าแทบสลายเมื่อรู้ว่าไม่มีอินเฉิง อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว”
หลับตาไล่หยาดน้ำตาช้าๆ
เจ็บแปลบในใจป่านนี้อินเฉิงจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรบ้าง
“ตงฟางหัว ถวายพระพรฝ่าาและฮองเฮา”
“ได้ความว่าอย่างไร”
“ชิงกวานอ๋อง อินเฉิงและหยวนกังป้อคุนตอนนี้กบดานที่ ด่านปงเปียงเหล่าทหารในด่านปงเปียงต่างเตรียมกำลังอารักขาเหนียวแน่น”
“ดี ส่งคนกวาดล้างพวกเขาให้หมด ขัดขืนฆ่าได้ทันที อย่าให้ใครได้มีโอกาสหนีไปและมีโอกาสรอดเป็เสี้ยนหนามกับข้าอีก”
วัหงลวงแคว้นไต้
หยงเจิ้งในอาภรณ์สีสวยสด ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อด้วยสีชาด นางกำนัลข้างกายสองคนยืนประกบซ้ายขวา
“องค์หญิงหยงเจิ้ง ฮองเฮาทรงประทานเครื่องเสวยรับขวัญ”นางกำนัลลำเลียงเครื่องเสวยเข้ามาข้างใน
หยงเจิ้งเหลือบตาขึ้นมองดวงตาดำขลับมีแววครุ่นคิด กลิ่นเครื่องเสวยชวนให้คลื่นเหียน ในไม่ช้าก็อาเจียนออกมาในทันที