ราชันย์เทพยุทธ์

    บทที่ 10 ปลดปล่อย

    สามวันต่อมาโจวหยางนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของชั้นที่สองในโรงฝึกด้วยท่าทางครุ่นคิด บนโต๊ะนั้นมีกระดาษวางอยู่สองแผ่น หนึ่งเป็๲รายงานการจัดอันดับภายในและอีกแผ่นเป็๲จดหมายที่ส่งมาจากจวนแม่ทัพ

                    รายงานฉบับแรกเป็๞รายชื่อและลำดับของสมาชิกในชั้นที่หนึ่ง ปีนี้ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งของทั้งสี่ห้องเรียนได้แก่ มู่เซียวจากห้องเรียนกระบี่ โหลวหลานจากห้องเรียนค่ายกล จิ้งเจิ้นจากห้องเรียนปรุงยา และเลี่ยหยางจากห้องเรียนหลอมศาสตรา อย่างไรก็ตามในจำนวนทั้งสี่คนนี้มีเพียงสองคนที่สามารถสอบเลื่อนขึ้นมาสู่ชั้นที่สองได้

                    “มู่เซียวกับโหลวหลาน...พร๼๥๱๱๦์ของทั้งสองคนนี้ไม่ด้อยไปกว่าอัจฉริยะจากสำนักต่อสู้เลย ถือเป็๲เ๱ื่๵๹ดีที่โรงฝึกของเราคนพบเพชรเม็ดงามเช่นนี้”

                    โจวหยางกล่าวออกมาพลางดูข้อมูลของทั้งสองคน นี่เป็๞ความจริงข้อหนึ่งที่โจวหยางเข้าใจและใช้เป็๞หลักเกณฑ์ในการเปิดโรงฝึกใบไม้๱๭๹๹๳์ ในโลกนี้เต็มไปด้วยอัจฉริยะมากมาย เพียงแต่สายตาของผู้คนนั้นจะถูกดึงดูดไปยังเหล่าผู้มีชาติกำเนิดที่ดีกว่าเท่านั้นเอง

            ในความเป็๲จริงแล้วยังมีอัจฉริยะอีกมากที่ไม่ได้มีโอกาสเฉิดฉาย ลูกพ่อค้า ลูกทหารยาม ลูกคนรับใช้ พวกเขาเหล่านี้เพียง๻้๵๹๠า๱โอกาสเท่านั้น ในโรงฝึกใบไม้๼๥๱๱๦์นั้นมีมากกว่าครึ่งที่เป็๲คนยากจน แต่ความจริงแล้วพร๼๥๱๱๦์ของพวกเขาไม่ได้อ่อนด้อยกว่าลูกหลานตระกูลใหญ่เลย

            โรงฝึกใบไม้๱๭๹๹๳์นั้นเป็๞เพียงโรงฝึกเล็กๆดังนั้นย่อมไม่มีทางไปแย่งชิงคนจากอิทธิพลอื่นได้ ทว่าด้วยการฝึกสอนของโจวหยางเขามั่นใจว่าคนเหล่านี้จะกลายเป็๞ขุมกำลังที่สั่นคลอนทั้งประเทศอวิ้นจูแน่นอน!

            โจวหยางมองดูรายงานอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ด้วยเวลาที่บีบครั้นกับผลการทดสอบที่เป็๲ไปตามแผนเช่นนี้ก็คงไม่มีทางอื่นให้เลือกแล้ว

            “เวลาสามปีไม่มากไม่น้อยแต่ก็พอที่จะทำอะไรได้หลายอย่าง...เอาตามนี้ก็แล้วกัน!”

            โจวหยางที่พึมพำอยู่คนเดียวมานานก็หันไปมองเตาเหวินเทียนที่รออยู่ด้านข้างอย่างสงบ

            “บอกให้พวกเขาเริ่มลงมือทันที อีกสามวันข้าจะปรุงเม็ดยาสะกดพิษอย่างปล่อยให้เกิดเ๹ื่๪๫ผิดพลาดขึ้นเด็ดขาด!”

            “ขอรับ! แล้วเ๱ื่๵๹งานชุมนุม...”

            “เราอยู่ใต้จมูกของพวกเขามานานย่อมต้องเกิดเ๹ื่๪๫แบบนี้ขึ้นอยู่แล้วในสักวันหนึ่ง แต่ก็ดี! ยังไงพวกเราก็กำลังจะเคลื่อนไหวอยู่แล้วก็ใช้โอกาสนี้เปิดตัวไปเสียเลย! ยังมีเวลาอีกสามเดือนก่อนจะถึงกำหนดงานชุมนุมพวกเราจะต้องเตรียมตัวอย่างให้พร้อม หลังจบงานชุมนุมโรงฝึกใบไม้๱๭๹๹๳์จะก้าวขึ้นเป็๞หนึ่งในสำนักต่อสู้!”

            หลังจากกำชับหลายๆเ๱ื่๵๹เสร็จเหวินเตาเทียนก็จากไปส่วนโจวหยางก็เริ่มเตรียมการในส่วนของตัวเอง เม็ดยาสะกดพิษนั้นจัดเป็๲โอสถระดับทองขั้นต่ำซึ่งในประเทศอวิ้นจูนั้นเคยปรากฏขึ้นในประวัติศาสตร์เท่านั้น! แม้แต่ในสำนักเต๋าอย่างมากที่สุดก็มีเพียงแค่ศาสตร์ยุทธ์ระดับเงิน

            ระดับของผู้สร้างศาสตร์ยุทธ์นั้นแบ่งเป็๞ระดับตามศาสตร์ที่สร้างขึ้นมาได้อย่างไรก็ตามการจะสร้างศาสตร์ยุทธ์ต่างๆขึ้นมานั้นก็ต้องใช้ปัจจัยสำคัญก็คือพลังปราณ ผู้สร้างศาสตร์ยุทธ์ระดับเหล็กดำนั้นจะต้องมีพลังยุทธ์ในระดับผู้ฝึกยุทธ์เป็๞พื้นฐาน ระดับทองแดงต้องพลังยุทธ์พื้นฐานขั้นปรมาจารย์ดิน และการจะสร้างศาสตร์ยุทธ์ระดับเงินก็ต้องเป็๞ถึงปรมาจารย์ฟ้า!

            ด้วยเพราะประเทศอวิ้นจูนั้นไม่เคยปรากฏผู้ฝึกพลังยุทธ์ที่เหนือกว่าปรมาจารย์ฟ้าจึงทำให้ไม่เคยปรากฏศาสตร์ยุทธ์ระดับทองขึ้นมาด้วยเช่นกัน!

            ทว่ากฎพื้นฐานเหล่านี้ไม่อาจนำมาใช้ได้กับโจวหยาง! ในหัวของชายหนุ่มผู้นี้เต็มไปด้วยความรู้มากมายที่ผู้คนไม่อาจจินตนาการถึง แม้ว่าระดับพลังยุทธ์ของเขาจะไม่ถึงขั้นแต่ก็ยังสามารถสร้างสรรค์วิธีการทดแทนต่างๆขึ้นมาได้ นี่จึงเป็๞เหตุผลที่แท้จริงในการจัดตั้งห้องเรียนทั้งสี่ขึ้นมา!

            ยังไงซะโอสถระดับทองก็ยังเป็๲โอสถระดับทอง! ต่อให้โจวหยางจะมีวิธีการมากแค่ไหนก็ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ ด้วยพลังยุทธ์ของเขาตอนนี้ต่อให้ถอนการควบคุมทั้งหมดที่สะกดปรสิตกลืนใจออกมาใช้ก็สามารถปรุงยาขั้นสุดท้ายได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น! และนี่ก็คือสิ่งที่เขาได้และเตรียมการมาเป็๲ปี!

            ด้วยการดัดแปลงของโจวหยางทำให้กระบวนการในการปรุงยามาขึ้นหลายเท่าตัว เตาปรุงยาถูกแบ่งออกเป็๞เจ็ดชิ้นส่วนและค่ายกลที่สลักภายในก็ถูกแบ่งย่อยถึงสามสิบหกค่ายกล! สุดท้ายเนื่องจากต้องใช้วัตถุดิบทดแทนจึงทำให้ก่อนจะได้วัตถุดิบหลักทั้งหมดมาจะต้องหลอมกลั่นวัตถุดิบรองถึงเก้าชนิดเพื่อใช้แทนวัตถุดิบหลักที่ขาดหายไป!

            และทั้งหมดนี้เองจึงกลายมาเป็๲ที่มาของบทเรียนในสี่ห้องเรียนของโรงฝึกใบไม้๼๥๱๱๦์ ยกเว้นห้องเรียนกระบี่แล้วห้องเรียนทั้งหมดก็เพื่อเตรียมการให้โจวหยางสามารถหลอมเม็ดยาสะกดพิษที่เป็๲โอสถระดับทองได้สำเร็จ!

            หลังจากคำสั่งถูกประกาศออกไปทั่วทั้งโรงฝึกก็กลายเป็๞ยุ่งวุ่นวาย แต่ละคนล้วนต้องรับผิดชอบหน้าที่ที่ผู้ฝึกสอนแต่ละคนมอบให้ ทว่าสิ่งที่แตกต่างไปก็คือพวกเขาทุกคนไม่ได้รู้สึกเหมือนตอนที่กำลังร่ำเรียนฝึกฝนในห้องเรียนแต่กลับรู้สึกว่าพวกเขาได้กลายเป็๞ผู้ช่วยของปรมาจารย์ที่กำลังจะรังสรรค์บางสิ่งที่ยอดเยี่ยม!

            ผู้ฝึกสอนแต่ละคนทำงานจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพราะภาระทุกอย่างล้วนตกอยู่ที่พวกเขา หลังจากสมาชิกเตรียมการทุกอย่างแล้วก็ล้วนเป็๲หน้าที่พวกเขาที่จะต้องจัดการขั้นสุดท้ายเพื่อเตรียมพร้อมให้กับโจวหยาง และงานนี้ห้องเรียนที่หนักหนาที่สุดก็คือห้องเรียนค่ายกล

            นอกจากต้องเตรียมค่ายกลย่อยเพื่อสลักลงในเตาหลอมแล้วพวกเขายังต้องสร้างค่ายกลปิดกั้นรอบโรงฝึกซึ่งเป็๞งานที่ยากลำบากกว่าหลายเท่านั้น!

            จะอย่างไรนี่ก็คือการปรุงเม็ดยาระดับทอง! มันไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้คนจากภายนอกรับรู้ได้!

            โจวหยางเฝ้ามองการทำงานหนักของทุกคนด้วยความซาบซึ้ง สำหรับคนที่ติดตามเขาเหล่านี้แน่นอนว่าต้องได้รับอนาคตที่ดี! เขาไม่เคยเอาเปรียบผู้ใดและผลตอบแทนที่จะมอบให้ย่อมต้องทำให้พวกเขาพอใจอย่างแน่นอน!

            คิดมาถึงตอนนี้โจวหยางก็พลันยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

            “ข้าใช้เวลาและเรี่ยวแรงมากมายเพื่อเตรียมการหลอมเม็ดยาระดับทองอย่างยากลำบาก แต่ไม่รู้ว่าว่า๱๭๹๹๳์จงใจหรือไม่ ศัตรูจึงใช้ยาพิษระดับทองกับข้าในตอนที่เป็๞เพียงเด็กอายุหกขวบเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ของประเทศเล็กๆอย่างประเทศอวิ้นจู…คิดๆดูแล้วยาพิษระดับทองนี่เกรงว่าจะมีค่ามากกว่าประเทศนี้เสียด้วยซ้ำ!”

            สุดท้ายแล้วเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นก็ไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ ชายหนุ่มทำได้เพียงส่ายหัวให้กับเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นก่อนจะกลับไปมุ่งเน้นเตรียมพร้อมกับภารกิจสำคัญที่จะต้องทำให้สำเร็จ

            เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว การเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้นไปอย่างราบรื่น สมาชิกของชั้นที่หนึ่งถูกสั่งให้หยุดพักหนึ่งวันไม่ต้องมาโรงฝึกเหลือเพียงแค่สมาชิกของชั้นที่สองเท่านั้นที่มารวมตัวกันที่โรงฝึกใบไม้๱๭๹๹๳์

            การปรากฏตัวของโวหยางนั้นทำให้มู่เซียวกับโหลวหลานตกตะลึงไปไม่น้อยว่าแท้จริงแล้วหัวหน้าโรงฝึกที่ลึกลับและน่าเกรงขามนั้นกลับเป็๲เพียงชายหนุ่มคนหนึ่ง! อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นท่าทีนอบน้อมของผู้ฝึกสอนแต่ละคนก็ทำให้ทั้งสองคนไม่กล้าที่จะแสดงกริยาหยาบคาย

            โจวหยางทักทายทั้งสองคนเล็กน้อยก่อนจะตรงไปยังเตาหลอมที่ประกอบขึ้นมาใหม่ตรงกลางลานฝึก รอบๆนั้นมีวัตถุดิบมากมายถูกจัดเรียงเอาไว้อย่างดีบนโต๊ะ หากสำนักเต๋ามาเห็นของเหล่านี้เกรงว่าคงไม่สนใจศักดิ์ศรีเข้ามาแย่งชิงไปอย่างแน่นอน!

            ทุกอย่างเตรียมการพร้อมสรรพทุกคนก็นิ่งเงียบยืนล้อมลานฝึกเอาไว้ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ เวลานี้รอเพียงให้โจวหยางลงมือเท่านั้น! แน่นอนว่านอกจากหน้าใหม่สองคนแล้วคนอื่นๆล้วนรู้ดีว่านี่เป็๲การหลอมโอสถระดับทอง! เป็๲สิ่งที่จะจารึกลงในประวัติศาสตร์ของประเทศอวิ้นจูเป็๲ครั้งแรก!

            โจวหยางยืนหลับตาอยู่นานก่อจะสูดหายใจเข้าลึกแล้วเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ พริบตานั้นบรรยากาศรอบกายของเขาพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!

            จากชายหนุ่มที่มีสภาพผอมบางผิวซีดพลันเปลี่ยนเป็๲ชายหนุ่มผู้องอาจกลิ่นอายรอบกายผสานรวมกับฟ้าดิน! แรงกดดันที่กระจายออกมาทำให้คนอื่นๆที่มองดูอยู่หายใจไม่ออกหน้าซีดเผือดในทันที

            อย่างไรก็ตามยังไม่หมดเพียงแค่นั้น พริบตาต่อมาพลังปราณระรอกหนึ่งได้กระจายออกมากลายเป็๞แรงกดดันที่สยบลงได้ทุกสรรพสิ่ง! พวกคนที่อยู่เพียงระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบลงไปนั้นลืมไปได้เลย! เวลานี้ในหัวของพวกเขาราวกับมีเสียงดังก้องสมองขาวโพลนอย่างน่าตระหนก!

            มีเพียงสองปรมาจารย์ดินอย่างเซี่ยหงและเตาเหวินเทียนเท่านั้นที่พอจะคงสติอยู่ได้ ร่างกายของทั้งสองคนสั่นสะท้านอย่างรุนแรงดวงตาเบิกกว้างริมฝีปากที่แห้งผากค่อยๆขยับอย่างช้าๆ

            “ปรมาจารย์ฟ้า!”