บทที่ 27 ไม่เชื่อใจคนทรยศอีกต่อไป
เบื้องหน้าประตูใหญ่ เยี่ยจ้านจูงมือเล็ก ๆ ของเยี่ยถวนถวนเดินออกไป
เยี่ยถวนถวนกะพริบตาโตด้วยความงุนงง แม้จะไร้ซึ่งเสียงใด ๆ ที่ดังเล็ดลอดออกจากห้องนั้น ทว่าดวงตากลมโตก็ยังคงมองเห็น... นางเห็นหยดเืสีแดงฉานไหลออกมาจากช่องประตู
เยี่ยจ้านจำใจต้องแบ่งมืออีกข้างมาปิดตาของนาง พร้อมกับเสียงกระซิบแ่เบา “อย่ามอง”
เยี่ยถวนถวนหยุดนิ่งอยู่เฉย ๆ ด้วยความเชื่อฟัง คิดในใจว่าจะต้องเชื่อฟังพี่รองให้ดี
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม
ในที่สุดเื่ราวภายในโรงพนันก็คลี่คลายจนสิ้นสุดลง
เมื่อเ้าของโรงพนันได้หายสาบสูญไป บัลลังก์ผู้ก็ตกเป็ของิชิวโดยปริยาย ส่วนผลกำไรของโรงพนันยังคงเป็ไปตามกฎเก่า นั่นคือหกส่วนจะถูกส่งไปยังจวนอ๋องเก้า ส่วนอีกสี่ส่วนจะส่งไปยังค่ายของิชิว
เมื่อิชิวคิดถึงเงินจำนวนมหาศาลที่รออยู่ เขาก็อดรู้สึกสดชื่นเบิกบานทั้งกายใจไม่ได้
ทว่าสีหน้าของท่านอ๋องเก้ากลับดูไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยเฉพาะเมื่อสายตานั้นแลเห็นเด็กน้อยทั้งสองที่ยืนอยู่หน้าประตู
เยี่ยถวนถวนเป็คนแรกที่แสดงกิริยาน่ารักและรู้ความ นางกำมือเล็ก ๆ ของตัวเองแล้วสอดเข้าไปในฝ่ามือใหญ่ของบิดา
แต่แล้วท่านอ๋องเก้าก็ดึงมือกลับ ไม่ได้จับมือของเด็กน้อยตอบ
เยี่ยถวนถวนรู้ว่าบิดาโกรธแล้ว ดังนั้นนางจึงรู้ความและยังคงพยายามยัดมือของนางใส่มือของบิดาต่อไป
ท่านอ๋องเก้าดึงมือของตนออกอีกครั้ง ไม่ยอมจับ
เยี่ยถวนถวนเองก็ยังคงทำต่อไป...
ิชิวที่เพิ่งเดินออกมาไม่รู้ว่าพ่อลูกคู่นี้กำลังทำอะไรกัน เขายังคิดว่าจวิ้นจู่น้อยไม่อยากเดิน
ดังนั้นเขาจึงย่อตัวลงด้วยความสมัครใจ “จวิ้นจู่น้อยที่น่ารัก ให้อาิอุ้มเ้าลงบันไดดีหรือไม่ อาิก็บินได้เหมือนกันนะ”
ดวงตาของเยี่ยถวนถวนเป็ประกายวาบ ยังไม่ทันได้ตอบ จู่ ๆ คอเสื้อด้านหลังของนางก็ถูกรั้งแน่น แล้วนางก็ถูกบิดาหิ้วขึ้นมาก่อนจะอุ้มนางไป
“...” ิชิว ขี้หวงเสียจริง!
ท่านอ๋องเก้าและเยี่ยถวนถวนเดินนำหน้า
ิชิวและเยี่ยจ้านก็เดินลงบันไดตามมา
เยี่ยจ้านดึงแขนเสื้อของิชิว พลางกล่าวอย่างประหม่า “การกระทำของข้าครั้งนี้ นับว่าเป็การเพิ่มทรัพย์สินให้จวนอ๋องหรือไม่?”
ิชิวสะบัดแขนเสื้อของตนกลับมา “เอ้อร์ซื่อจื่อไปพูดกับท่านอ๋องเก้าเองเถิดขอรับ”
อย่าได้ลากเขาให้ไปพูดเื่การลอบเข้าโรงพนันของเยี่ยจ้านให้กับท่านอ๋องเก้าโดยเด็ดขาด
เยี่ยจ้านรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาในใจ
…
เมื่อกลับมาที่ค่ายิหวัง ณ เขาิซาน
ท่านอ๋องเก้านั่งอยู่บนที่นั่งประธานในห้องโถงใหญ่ ตั้งใจจะจัดการเด็กสองคนนี้
เมื่อเห็นสีหน้าของบิดาเช่นนั้น ขาของเยี่ยจ้านก็เริ่มอ่อนแรง
ท่านอ๋องเก้าแกว่งแผ่นหยกในมือ “กล้าเอาแผ่นหยกของข้าไปจำนำ แล้วยังกล้าไปโรงพนันอีก”
แม้เสียงของผู้เป็บิดาจะไม่ดังมากนัก แต่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม
เยี่ยจ้านรู้สึกใมาก ทันใดนั้นก็ฟุบคุกเข่าลงทันที
“ท่านพ่อ ข้ารู้ตัวแล้วว่าผิด ขอท่านพ่อ…”
เยี่ยจ้านคุกเข่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ว่าควรจะช่วยวิงวอนให้เ้าเด็กแคระหรือไม่
แม้ว่าเ้าเด็กแคระจะชอบแย่งความรักไปจากเขา แต่ตอนนี้เขาก็ไม่ได้รังเกียจนางแล้ว
อีกทั้งนางยังเคยช่วยเหลือเขาไว้ ทั้งยังน่ารักและใสซื่อเช่นนี้
นางคงยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าจะถูกลงโทษ
เช่นนั้นเขาควรรับเื่ทั้งหมดไว้เอง บอกว่าเป็ความคิดของเขา ไม่เกี่ยวกับเ้าเด็กแคระ
ด้วยวิธีนี้ เขาคงจะไม่ต่อว่าเ้าเด็กแคระกระมัง
เมื่อคิดได้ดังนั้น จู่ ๆ หัวใจของเยี่ยจ้านก็พลันเปี่ยมล้นด้วยความรู้สึกองอาจในฐานะพี่ชาย อืม! ข้าต้องปกป้องน้องสาว!
อย่างมากก็แค่ถูกแขวนบนต้นไม้และถูกเฆี่ยนเท่านั้น เขาจะรับโทษแทนเ้าเด็กแคระเอง!!
เมื่อถึงเวลานั้น เ้าเด็กแคระจะต้องร้องไห้ฟูมฟายพลางขอบคุณเขาผู้เป็พี่รองอย่างแน่นอน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เยี่ยจ้านก็เงยหน้าขึ้นเตรียมจะส่งสัญญาณให้เ้าเด็กแคระ
ทว่าพอเงยหน้าขึ้น ก็ไม่เห็นเงาของเยี่ยถวนถวนเสียแล้ว
ได้ยินแต่เสียง “ตึง ตึง ตึง” แล้วชั่วขณะถัดมาก็เห็นเยี่ยถวนถวนปีนขึ้นไปนั่งบนตักของบิดาเรียบร้อยแล้ว
เยี่ยจ้านยังไม่ทันคิดให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
จากนั้นก็ได้ยินเยี่ยถวนถวนพูดจ้อกแจ้กด้วยปากน้อย ๆ ของนาง
“ท่านพ่อ ถวนถวนเพิ่งอายุสามขวบ ถวนถวนไม่เข้าใจอะไรเลย ถวนถวนถูกพี่รองพาไปยังสถานที่ยุ่งเหยิงนั่น”
“ถวนถวนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่เข้าใจว่าทำไมหยกประจำตัวของท่านพ่อถึงสามารถแลกเป็เงินได้มากมายขนาดนั้น ท่านพ่อ… ถวนถวนยังเด็ก หากท่านพ่อจะลงโทษก็ขอให้ลงโทษพี่รองเถิด พี่รองคลานออกไปทางช่องประตูสุนัขที่ห้องครัวด้านหลังนะเ้าคะ”
พูดจบนางก็มองบิดาด้วยสายตาไร้เดียงสา ท่าทางดูบริสุทธิ์สุด ๆ
ส่วนเยี่ยจ้านนั้น
เขารู้สึกสงสัยในชีวิตของตนเองทันที
นี่มันปีศาจน้อยระดับโลกอะไรกัน!!!!
เมื่อครู่นี้ยังพูดว่าจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขาผู้เป็พี่รองอยู่เลยไม่ใช่หรือ แต่บัดนี้กลับทรยศเขาเสียแล้ว
อีกทั้งนางยังทำตัวเองให้พ้นผิดอย่างสะอาดหมดจด
น่าเสียดายที่เขายังตั้งใจจะรับเื่ทั้งหมดไว้เอง
เ้าเด็กแคระนี่!
เขาโกรธแล้ว!
ิชิวที่กำลังยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ ได้ยินคำพูดของเยี่ยถวนถวน... หากไม่ใช่ว่าเขากลัวถูกมีดคมกริบของเยี่ยจิ่วแทงตาย ป่านนี้คงปรบมือไปแล้ว
ช่างเป็จวิ้นจู่น้อยที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ฮ่า ๆ ๆ
เขาชอบเด็กน้อยที่มีความเ้าเล่ห์เหลือล้นเช่นนี้เสียจริง เขาต้องหาทางรับนางเป็บุตรบุญธรรมให้ได้เสียแล้ว เพื่อให้นางได้เป็โจรูเาผู้ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับเขาในภายภายหน้า
ท่านอ๋องเก้าหันไปมองเยี่ยจ้าน “ออกไปคุกเข่าข้างนอก ห้ามลุกขึ้นหากไม่ได้รับคำสั่ง!”
เยี่ยจ้านรู้สึกทุกข์ทรมานยิ่งนัก
ขณะที่คุกเข่าอยู่ในลานเรือน เหล่านกที่บินผ่านไปมาราวกับกำลังเยาะเย้ยเขา
พวกมันเยาะเย้ยที่เขาถูกลงโทษให้คุกเข่าหรือ? หามิได้ แต่เป็การเยาะเย้ยที่เขาถูกเ้าเด็กแคระนั่นหักหลังต่างหาก
ยิ่งคิด เยี่ยจ้านก็ยิ่งโกรธ!! เขาจะไม่มีวันเชื่อใจเ้าเด็กแคระนั่นอีกเป็อันขาด!
ส่วนภายในห้อง เยี่ยถวนถวนกำลังนั่งอย่างว่าง่ายบนตักของบิดาใบหน้าแสดงออกถึงความไร้เดียงสาอย่างยิ่ง
ท่านอ๋องเก้าเพียงแต่บีบแก้มเล็ก ๆ ของนางเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “หากเ้าสามารถบอกเื่ที่พี่รองของเ้าทำผิดร้ายแรงได้สองเื่ ข้าจะยกโทษให้เ้าในวันนี้”
เยี่ยถวนถวนได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เปล่งประกายขึ้นทันที!
ดังนั้นนางจึงครุ่นคิดอย่างจริงจังครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “ท่านพ่อ พี่รองบอกว่าเขาใช้เงินที่เก็บมาได้จนหมดแล้วเ้าค่ะ”
ท่านอ๋องเก้าพยักหน้า เื่นี้เขารู้แล้ว “บอกเื่ที่สองมา”
เยี่ยถวนถวนคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วตัดสินใจพูดเื่ไม่สำคัญเพื่อหลอกท่านพ่อ
“พี่รองยังบอกว่าถวนถวนไม่รักษากิริยามารยาทของสตรีเ้าค่ะ”
“ไม่รักษาอะไรหรือ?” ท่านอ๋องเก้าคิดว่าตนเองได้ยินผิดไป
ส่วนิชิวที่กำลังดื่มน้ำอยู่ข้าง ๆ ก็ “พรวด…” พ่นน้ำชาออกมาทันที
สีหน้าของเยี่ยจิ่นหานเคร่งเครียดในทันใด ไม่รักษากิริยามารยาทของสตรี? พูดเช่นนี้ใช้กับน้องสาววัยสามขวบของเขาได้อย่างไร? ไม่ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดี รู้แต่จะไปโรงพนัน?
ดี! ดีจริง ๆ
“ไป๋จี ออกไปบอกเอ้อร์ซื่อจื่อว่าให้คุกเข่าแล้วคัดลายมือสิบรอบ คัดเสร็จเมื่อไหร่ เมื่อนั้นค่อยลุกขึ้นได้”
“ขอรับ”
เยี่ยถวนถวนนั่งอยู่บนตักของท่านอ๋องเก้า เห็นความโกรธของบิดาย้ายไปที่พี่รองแล้วก็โล่งอก
เยี่ยจิ่นหานก้มมองนางด้วยสายตาที่เห็นว่านางเ้าเล่ห์ราวกับลิง แต่ก็ไม่ได้คาดคั้นอะไรต่อ
เพียงแต่หยิบแผ่นหยกขึ้นมาถามนางว่า “เ้ายังกล้าเอาแผ่นหยกของข้าไปจำนำอีกหรือ?”
“ถวนถวนไม่กล้าแล้ว จริง ๆ นะเ้าคะ ไม่กล้าอีกแล้ว”
ขณะที่พูด นางยังเอาใบหน้ากลมป้อมของตนเองเข้าไปใกล้ให้ท่านพ่อได้บีบแก้ม แสดงท่าทางยอมรับผิดอย่างน่ารัก!
…
ยามค่ำคืน ทั่วทั้งค่ายโจรบนูเาต่างดับไฟมืดสนิท
เยี่ยถวนถวนคลำทางในความมืดลุกขึ้นจากเตียง แล้วนำอาหารเย็นที่ซ่อนไว้ออกมา
จากนั้นก็แอบย่องไปยังห้องด้านข้างอย่างระแวดระวัง
“พี่รอง พี่รอง ถวนถวนนำอาหารมาให้ท่านแล้ว”
เยี่ยจ้านที่กำลังก้มหน้าคัดตำราอยู่ใต้แสงตะเกียง “หึ! ข้าไม่อยากกินของของคนทรยศ เ้าไปซะ!”
เยี่ยถวนถวนรู้ว่าพี่รองโกรธ นางถืออาหารไปนั่งลงตรงข้ามเขา “พี่รอง ท่านกินสักคำเถิด อร่อยมากนะ”
“ไม่กิน ออกไป”
“พี่รองอย่าโกรธไปเลย ถวนถวนก็ไม่มีทางเลือก ถ้าถวนถวนถูกลงโทษด้วย แล้วใครจะนำอาหารมาให้พี่รองล่ะ? ถวนถวนคำนึงถึงภาพรวมนะเ้าคะ”
เยี่ยจ้านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนจะมีเหตุผลอยู่บ้าง แต่ก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง “แล้วเหตุใดเ้าจึงไปฟ้องท่านพ่อว่าข้าพูดว่าเ้าไม่รักษากิริยามารยาทของสตรีเล่า”
เยี่ยถวนถวนกะพริบตาปริบ ๆ แล้วเม้มปากน้อย ๆ ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อย่างน่าสงสาร
นางไม่รู้จริง ๆ ว่าสำนวนนั้นหมายความว่าอะไร ตอนนั้นแค่อยากจะหลอกท่านพ่อให้ปล่อยพี่รองไปเท่านั้นเอง ฮือ ๆ
เยี่ยจ้านเห็นนางทำท่าน่าสงสารเหมือนจะร้องไห้ ก็ใขึ้นมาทันที “เอาละ ๆ ข้าไม่โทษเ้าแล้ว อย่าร้องไห้เลย”
“จริงหรือ?!” เ้าตัวกลมน้อยยิ้มกว้างตาเป็ประกาย
“...” เยี่ยจ้าน นี่ข้าถูกหลอกอีกแล้วใช่หรือไม่?!