ในโลกของเหล่ามอนเตอร์ วิวัฒนาการสามารถทำได้เพียงแค่สองวิธีเท่านั้น หนึ่งคือใช้ระยะเวลาและให้ร่างกายซึมซับสสารไวรัสที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งโลกอย่างช้าๆ ยิ่งพวกมันมีชีวิตอยู่นานมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น ไม่ต่างไปจากนักสู้พันธุกรรมเลยซักนิด
สำหรับอีกวิธีนึงมันก็คือการกลืนกิน ในร่างกายของมอนเตอร์ทุกตัว เต็มไปด้วยยีนส์พันธุกรรมที่เกิดการกลายพันธุ์ขึ้น ถ้าอยากจะพัฒนาให้ได้อย่างรวดเร็ว มอนเตอร์ระดับต่ำก็จำเป็ต้องกัดกินมอนเตอร์ระดับสูง และยิ่งกลืนกินมากเท่าไหร่ ความเร็วในการพัฒนาก็จะยิ่งมากเท่านั้น
ซากศพของอสรพิษเหล็กกล้าจึงไม่ต่างไปจากของขวัญครั้งใหญ่สำหรับฝูงหมาป่าเขี้ยวโลหิต ยกเว้นหมาป่าจันทราโลหิตที่มีระดับเดียวกัน
ทุกตนที่ได้รับอนุญาติก็รีบเข้ามากัดกินร่างไร้ชีวิตกันอย่างละโมบ พวกมันทราบดีว่านี่คือโอกาสที่จะทำให้ตนเองวิวัฒนาการยกระดับขึ้นได้อย่างก้าวะโ เพราะยีนส์กลายพันธุ์ในมอนเตอร์ระดับ 5 นั้น พวกมันทั้งหมดก็ไม่ต่างไปจากยาชูกำลังชั้นเลิศ
“ว่าแต่แกวิวัฒนาการมายังระดับนี้ได้ยังไงหมาป่าจันทราโลหิต?”
“ในฝูงมีระดับแค่ 1-2 ทว่าแกกลับยกระดับมาถึงขั้น 5 ได้เนี่ยนะ”
ทันย่าประหลาดใจที่หัวหน้าฝูงกลุ่มนี้มีระดับเหนือยิ่งกว่ามอนเตอร์อื่นๆในเมืองอย่างชัดเจน โดยปกติหมาป่าจันทราโลหิตที่วิวัฒนาการมาจากหมาป่าคมเขี้ยวโลหิต พวกมันจะมีระดับเพียงแค่ 3 เท่านั้น แต่เหมือนเ้านี่จะแตกต่างไปจากเพื่อน มันพัฒนาขึ้นอย่างก้าวะโ
“หงึก!หงึก!หงึก!”
ร่างขนาดใหญ่ที่นอนหมอบอยู่ด้านข้างก็อธิบายออกมา พลางส่งเสียงครวญครางขึ้นอยู่เล็กน้อย ทำเหมือนอธิบายเป็ภาษามนุษย์
“หือ? จะบอกว่าแกไปเจอผลไม้ชนิดนึง?”
ในตอนนั้นดวงตาของทันย่าก็หรี่ลง จากการรับฟังด้วยยีนส์พันธุกรรมเบฮีมอท ข้อสรุปของเขาก็บอกได้ว่าเ้านี่โชคดีมากยิ่งกว่าใครเพื่อน
ตอนที่ตัวมันยังเป็หมาป่าคมเขี้ยวโลหิต มันได้บังเอิญไปพบเจอกับผลไม้ประหลาดลูกนึง ผลไม้ขนาดเท่ากำมือ ลวดลายอันแปลกประหลาดเปล่งแสงอย่างวูบวาบ เพียงแค่มองก็ทำให้สัญชาตญาณในส่วนลึกต้องตื่นตัว มีความปรารถนาในการกลืนกินผลไม้ชนิดนี้อย่างถึงที่สุด
มันไม่รอช้ารีบกลืนกินผลไม้ลูกนั้นเข้าไป ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ทำให้ตัวของมันวิวัฒนาการขึ้นได้อย่างก้าวะโ ยกระดับสายพันธุ์จากหมาป่าคมเขี้ยวโลหิต กลายมาเป็หมาป่าจันทราโลหิตอย่างสมบูรณ์ แถมพลังจากระดับ 2 ก็ก้าวะโขึ้นมาถึงระดับที่ 5 โดยตรงเลยด้วย
ดาวาลที่นั่งอยู่ด้านข้างก็แสดงความสนใจ นางรีบอธิบายถึงข้อมูลนี้ให้กับลูกศิษย์ของตนเองฟัง
[ไม่ผิดอย่างแน่นอน มันคือผลไม้วิวัฒนาการ ถือเป็ทรัพยากรล้ำค่าที่นักสู้พันธุกรรมมากมายต่างก็้ามัน]
[ในอดีตนอกจากเผ่าพันธุ์ต่างๆที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาลแล้ว พวกพืชเองก็ถือว่าเป็สิ่งมีชีวิตรูปแบบหนึ่งเช่นเดียวกัน]
[เมื่อพวกมันได้ซึมซับสสารแห่งดวงดาว กระบวนการในการเจริญเติบโตก็เกิดการแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน มีบางต้นที่ถือกำเนิดขึ้นใหม่เป็พืชพันธุ์อันล้ำค่า ผลของพวกมันอัดแน่นไปด้วยสสารแห่งดวงดาว มีคุณประโยชน์ต่อเหล่ามอนเตอร์และนักสู้พันธุกรรมเป็อย่างมาก]
[บางพีชพันธุ์ก็ล้ำค่าอย่างถึงขีดสุด เพียงแค่กินเข้าไปลูกเดียวก็ทำให้นักสู้พันธุกรรมสามารถยกระดับไปเป็นักสู้ดาวเคราะห์ได้โดยตรง บางชนิดก็ทำให้อายุขัยของตนเองเพิ่มพูนมากขึ้น หรือบางชนิดก็สามารถปรับปรุงยีนส์พันธุกรรมของตนเอง เพิ่มพูนศักยภาพและพร์]
[แม้แต่ภายในจักรวาลเอง ต้นไม้กลายพันธุ์เหล่านี้ก็ถือเป็ทรัพยากรชั้นสูง ไม่ว่าจะฝั่งไหนก็้าพวกมันทั้งสิ้น]
คำพูดของเธอทำให้ทันย่าต้องพยักหน้ารับ ั์ตาของเขาวาวโรจน์ เหมือนมีความปรารถนาที่จะได้รับพวกมัน
[หลังจากนี้ถ้าพวกเราได้ไปพบเจอพวกมันบ้างก็คงจะดีซินะ]
จนถึงตอนนี้ ดาวาลยังคงนึกเสียใจที่เธอนั้นไม่มีทรัพยากรหลงเหลืออยู่เลย
ถ้าเป็ในอดีต่ที่เลโกลัสยังคงมีชีวิตอยู่ ทันย่าคงสามารถวิวัฒนาการขึ้นได้อย่างรวดเร็ว พัฒนาทั้งพลังรวมถึงยีนส์พันธุกรรมของตนเอง ขอเพียงได้รับทรัพยากรรูปแบบใดรูปแบบนึง ทันย่าก็ไม่จำเป็ต้องมาติดอยู่ในร่างตัวอ่อน
ป่านนี้คงวิวัฒนาการไปยังระดับเติบโต หรือไม่ก็อาจยกระดับขึ้นไปอีกขั้น กลายเป็ร่างระดับเจริญวัยเลยก็ว่าได้
“เอาน่าท่านอาจารย์ ยังไงพวกเราก็ยังมีเวลาอยู่อีกมาก”
“ไม่แน่ว่าสักวันพวกเราอาจได้พบเจอทรัพยากรเหล่านี้”
ทันย่ารีบเข้าไปปลอบใจผู้เป็อาจารย์ของตน ทำให้เด็กสาวกลับมามีสีหน้าที่ดูเบิกบานขึ้นอีกครั้ง
[ถูกต้องแล้วศิษย์รัก นึกเสียดายไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา พวกเราควรโฟกัสอยู่กับปัจจุบันตังหาก]
ไม่่นานหลังจากที่ทั้งสองกำลังวางแผนกันว่าจะทำอะไร ร่างขนาดใหญ่กว่าสิบเมตรของอสรพิษเหล็กกล้าก็ถูกพวกฝูงหมาป่าคมเขี้ยวโลหิตกัดกินไปจนเกลี้ยง มีหมาป่าหลายสิบตัวที่วิวัฒนาการขึ้นมาอยู่ในระดับที่ 3
ร่างกายของพวกมันสูงใหญ่มากยิ่งขึ้น มวลกล้ามเนื้อยกระดับ มีพละกำลังและความแข็งแกร่งที่ร้ายกาจ
ซึ่งมันก็เป็ผลลัพธ์ที่ดีต่อทันย่าอยู่อย่างมาก พวกมันถือเป็แขนขาที่สามารถใช้งานได้อย่างไร้ขีดจำกัด
“ไปกันเถอะ วันนี้พวกเราจะพักผ่อนซักหน่อย”
“ฉันเองก็กลืนกินมอนเตอร์กลายพันธุ์พวกนี้ไปมาก จำเป็ต้องใช้เวลาในการดูดซึบ”
คำสั่งของผู้ปกครองถือเป็อะไรที่เด็ดขาด หมาป่ามากมายนับไม่ถ้วนส่งเสียงหอนเป็การตอบรับ ก้าวเดินติดตามหลังของทันย่าไปกันอย่างเป็ระเบียบ ราวกับเป็ขบวนรบที่แข็งแกร่ง ตลอดทางมอนเตอร์สายพันธุ์ต่างๆที่เห็นก็ต่างหวาดกลัว รีบหลบหนีออกไปกันให้จ้าละหวั่น
เมื่อกลับมาถึง ทันย่าก็สั่งให้หมาป่าจันทราโลหิตเฝ้าอยู่เคียงข้าง ประหนึ่งเป็ผู้พิทักษ์และมือขวาของเขา ส่วนทันย่าในเวลานี้ก็ได้เข้าสู่โลกพันธุกรรมที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของตนเอง เขาได้เปิดใช้เทคนิคการขัดเกลาร่างกายดวงดาว ดูดกลืนสารอาหารมากมายที่ยังไม่ย่อย
เพียงแค่เปิดใช้งาน ยีนส์พันธุกรรมที่อยู่ภายในร่างกายก็เริ่มเดือดพล่าน เปล่งแสงประหนึ่งเป็ดวงดาวบนท้องฟ้า ทุกเซลล์พันธุกรรมเปล่งแสงสว่างไสว กลืนกินพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายด้วยความละโมบ เริ่มพัฒนาดัชนีพลังภายในร่างกายขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
เทคนิคการขัดเกลาร่างกายดวงดาวถือเป็กระบวนการรูปแบบพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ในจักรวาลก็ถือว่าเป็วิชาระดับสูงสุด
ตัวของเขาแค่มุ่งเน้นความคิดเข้าไปในอณูของเซลล์ เปลี่ยนเซลล์ทุกเซลล์ให้เป็ดวงดาวแห่งอนันต์ เปลี่ยนหยดเืที่ไหลเวียนให้เป็กาแล็กซี่ดาราจักร จินตนาการว่าร่างกายคือดวงดาวที่เปลี่ยนแปลงไร้ที่สิ้นสุด ความแข็งแกร่งก็สามารถยกระดับขึ้นอย่างก้าวะโ
ในระดับที่ 1-5 เทคนิคการขัดเกลาร่างกายดวงดาวจะมีรูปแบบที่ตายตัว อาจเรียกได้ว่าเป็รากฐานที่ต้องสะสมไปอย่างช้าๆ
เพียงแค่จินตนาการและดูดกลืนสารอาหารเข้าไปเรื่อยๆ ร่างกายก็จะแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการดูดกลืนได้อย่างรวดเร็ว ทว่าั้แ่ระดับที่ 6 ขึ้นไป เทคนิคการขัดเกลาร่างกายจะมีวิวัฒนาการที่แตกต่างออกไปจากมหาศาล ซึ่งในระดับนี้แม้แต่เขาก็ยังไม่สามารถอธิบายออกมาได้
“เฮ้อ กลืนกินมาก็เยอะแล้ว แต่เทคนิคการขัดเกลาร่างกายดวงดาวยังไม่เข้าสู่ระดับที่ 2 เลย”
“แต่พละกำลังและร่างกายกลับแข็งแกร่งมากขึ้น ตอนนี้อาจเทียบเท่าได้กับมอนเตอร์ระดับ 6”
หลายชั่วโมงผ่านไป ทันย่าก็ได้ดูดซึมสสารที่กลืนกินเข้ามาไปจนหมดสิ้น ความแข็งแกร่งของเขาในเวลานี้ยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะโดยปกตินั้น การจะพัฒนาไปยังระดับต่อไปซักขั้นนึง พวกเขาจำเป็ต้องใช้เวลานับเดือนหรือนับปี แถมยังต้องมีทรัพยากรในการช่วยเหลือ
ทว่าเบฮีมอทนั้นไม่ใช่ ตอนนี้เขาเริ่มการฝึกฝนพลังมาไม่ถึงหนึ่งเดือน แต่ก็สามารถมาถึงยังระดับ 6 ได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งมันก็เทียบเท่าได้กับนักสู้พันธุกรรมมากมายที่ต้องใช้ระยะเวลาหลายปี กว่าที่พวกเขาจะมาถึงระดับนี้ได้
และเมื่อยกระดับมาถึงขั้นนี้ นักสู้พันธุกรรมระดับ 6 ก็ถือว่าเป็กองกำลังหลักชั้นเลิศของโลก พวกเขามีสถานะและอำนาจที่แข็งแกร่ง มีอิทธิพลรวมถึงชื่อเสียงที่เลื่องลือเป็อย่างมาก
[ไม่เลว! เป้าหมายต่อไปของเ้าคือรูปแบบการเติบโต สิ่งนี้ไม่ใช่อะไรที่ง่ายดายเหมือนกับการกลืนกินพัฒนา]
[พวกเราจำเป็ต้องมีทรัพยากรล้ำค่าเป็ตัวกระตุ้นยีนส์ ้าพลังงานที่มากมายมหาศาลเป็อย่างมาก]