เมื่อดวงจันทร์ลับขอบฟ้า วันใหม่ก็เริ่มขึ้น เด็กน้อยนาม ฮุยฟงที่นอนเกาท้องของตนอยู่ก็ค่อยๆลุกขึ้น ทั้งๆที่สายตานั้น
ยังสะลึมสะลือ คล้ายกับนอนไม่เต็มอิ่มก่อนจะคว้าขนมปังแข็งขึ้นมาและกัดกิน โดยที่แก้มทั้งสองข้างนั้นเคี้ยวตุ่ยๆ อย่างน่ารักน่าชัง
"ได้เวลาอาบน้ำแล้ววว ฮ้าว~~"
ฮุยฟงพูดพร้อมกับขยีตา และเดินไปทางด้านหลังสุสานที่เป็ป่าที่พวกผู้ใหญ่นั้นค่อยเตือนว่าอย่างเข้าไป แต่เขาก็เข้าไปจนสัตว์แถว
นั้นยัง โบกมือทักทายแล้ว? หลังจากที่ขาสั้นๆของฮุยฟงเดินมาระยะไกลพอสำควร ตอนนี้เขาอยู่ประมาณเลยขอบนอกป่าไปเพียงเล็กน้อย
หรืออยู่ใกล้จุดศูนย์กลางของป่าก็ว่าได้ ก็ปรากฏน้ำตกแห่งหนึ่ง บ่อน้ำนั้นใสราวกับกระจกที่ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ใช้กัน ซึ่งราคานั้นสามารถ
ซื้อ ขนมปังแจ็งได้หลายแสนก้อนหรือมากกว่า? ภายในบ่อนั้นมีปลาตัวเล็กๆว่ายไปมา
ฮุยฟงถอนเสื้อผ้าตัวเก่งของตนตอนนี้สีซีดหมดแล้ว จนหลงเหลือเพียงร่างกายที่เปลือยเปล่า แต่ที่น่าแปลร่างกายของฮุยฟงนั้นกลับไม่เหมือนเด็กทั่วไปร่างกายของมันนั้นไม่ได้มีกล้ามเนื้ออย่างเด่นชัดแต่ก็ไม่ผอมจนเห็นกระดูกและไม่อ้วนเกินไป ส่วนผิวกายนั้นออกจะขาวเล็กน้อย
ใบหน้าของ ฮุยฟงนั้นถึงแม้จะมีฝุ่นเกาะเต็มใบหน้า แต่ก็ยังเผยให้เห็นเด็กชายที่มีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส หน้าตาไม่ถึงขั้นล่มอาณาจักร
แต่ก็พอให้เหล่าหญิงสาวน้อยใหญ่หันมามองได้
ฮุยฟงลงไปในบ่อน้ำไม่กลัวเหล่าปลามาโจมตีหรือความสกปรกของตนมาทำลายแหล่งอาศัยของเหล่าปากแม้แต่น้อยหลังจากว่ายเล่นไปสักพัก
เขาก็ลุกขึ้นและนำเสื้อผ้าของตนมาซัก และ ตากไว้ที่บริเวณหินก้อนใหญ่ซึ่งแสงส่องมาถึงและเขาก็นั่งรอให้ตัวแห้งอยู่แถวนั้นด้วย
ระหว่างนั้นก็จับปลาตัวเล็กแถวนั้นมาเล่นๆ ก่อนจะปล่อยลงสูบ่อน้ำอย่างเดิม
"ได้เวลาหาข้าวเช้าแล้ว"
หลังจากเสื้อผ้าของเขาแห้งเสร็จแล้ว เขาก็เดินทางกลับไปที่สุสานร้อยศพ
ทันทีที่เขากลับไปที่สุสาน ร้อยศพ หน้าหลุมศพ สี่ห้าหลุม ก็มีเครื่องเซ่นไหว้สำหรับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว แต่เขายังไม่กินเพราะว่าดูจาก
ขนมปังแล้วมันน่าจะใหม่อยู่และดุเหมือนจะเพิ่งเอามาวางไว้ เขามีกฏของเขา เขาจะกินอาหารหลังจากที่เวลาผ่านไป 10 นาที
เพื่อให้เหล่าดวงิญญากินอาหารที่เซ่นไหว้...
แต่ว่าทันใดนั้นก็มีกระดูกปามาทางฮุยฟงแต่เขาไม่คิดหลบทำให้โดนศีรษะเข้าอย่างจัง ฮุยฟงมองกระดูกที่หล่นมาบนพื้นดูจากลักษณะแล้ว
น่าจะเป็กระดูกของขาไก่เป็แน่แท้ ฮุยฟงชายตาไปมองทิศทางที่ปามาทำให้เห็น เด็กชายคนหนึ่งแก้มยุ้ย สวมเสื้อผ้าสีเขียวดูดี ในมือขวาถือขาไก่และกำลัง
เคี้ยวเนื้ออย่างเอร็ดอร่อย ข้างหลังมีเด็กผู้ชายอีก 3 คนยืนดูอยู่ข้างหลัง
"ไอ้ขอทานข้ามาให้อาหารเ้ารับไว้สิ ขาไก่นั้นข้าเหลือเศษเนื้อให้เ้าแล้วนะ"
เด็กชายแก้มยุ้ยกล่าวจบก็ส่งเสียงหัวเราะและเดินจากไปพร้อมกับเด็กคนอื่นๆ
ส่วนฮุยฟงนั้นก้มลงหยิบขาไก่ขึ้นมาก่อนจะหันหลังไปมองกลุ่มของเด็กชายแก้มยุ้ย ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายกำกระดูกขาไก่ไว้แน่น ก่อนจะง้างมือจนสุดแขน
"ระยะห่าง 20 ก้าว แรงลมปกติ ปาดขวา ขว้างเพื่อหวังผล ไก่ตก!"
พูดจบเดม่อนที่เล็งเป้ามาั้แ่ชาติที่แล้วก็ทำการขว้างกระดูกขาไก่ไป แรงลมนั้นราวกับฉีกอากาศ? กระดูกขาไก่พุ่งทะยานราวกับลูกธนูที่ถูกยิงโดยยอดฝีมือ?
กระดูกขาไก่พุ่งทะยานไปขาไก่ที่เด็กชายแก้มยุ้ยกำลังแก้มอยู่ แต่ตอนที่เด็กชายแก้มยุ้ยกำลังจะกัดขาไก่นั้นกลับััได้ถึงแรงบ้างอย่างมาโดนที่ขาไก่ของตน
จนขาไก่ของเด็กชายแก้มยุ้ย ตกลงพื้น
ในตอนนี้หางตาของเด็กชายแก้มยุ้ยเริ่มมีน้ำตาไหลรินออกมาแล้วก่อนจะะเิเสียงร้องไห้พร้อมกับล้มลงไปกับพื้น
ส่วน ฮุยฟง นั้นผิวปากไม่รู้ไม่ชี้เข้าป่าไปหาที่ร่มเพื่อนอนต่อ
เด็กชายแก้มยุ้ยคือลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้าน หมู่บ้านนี้ชื่อว่า หญ้าทมิฬ หรือหมู่บ้านหญ้าทมิฬ เหตุที่ได้ชื่อนี้ก็อันเนื่องมาจาก
หมู่บ้านแห่งนี้มีสมุนไพรที่ชื่อว่า หญ้าทมิฬ ซึ่งเป็ส่วนผสมหลักของ เม็ดโอสถหญ้าสามสี
เม็ดโอสถหญ้าสามสี จะทำให้การเพาะปลูกนั้นมีความบริสุทธิ์ซึ่งจะทำให้ พลังปราณ นั้นมีความบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้เลื่อนขั้นง่ายขึ้น
และถ้าความบริสุทธิ์ในพลังปราณมีมากอาจสามารถสู้ข้ามระดับขั้นได้เลยทีเดียว
"พลังปราณ..ข้าอยากฝึกบ้างจัง"
ฮุยฟงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก่อนจะถอนหายใจเสียงดัง ปกติคนที่สามารถฝึกฝนพลังปราณได้นั้น ขั้นแรกต้องปลุกพลังขึ้นมาก่อน
จากนั้นก็ต้องมี สิ่งที่เรียกว่า เส้นทางปราณ หรือ เทคนิคการเคลื่อไหวปราณ ถ้าเดินพลังผิดเส้นทางอาจทำให้ตัวะเิก็ได้
วิธีการเพิ่มพลังแบ่งได้เป็ สอง วิธีหลักๆคือ นั่งสงบ ดูดซับจากเม็ดโอสถหรือแก่นอสูร แก่นอสูรได้จากสัตว์อสูรหรือสัตว์ปราณ ซึ่งอยู่ภายในร่างของพวกมัน
ทำหน้าที่เหมือนกับหัวใจขอคน
'เด็กน้อยเ้าอยากฝึกปราณ?'
"......"
'เด็กน้อยเ้าอยากฝึกปราณ?'
ฮุยฟงที่กำลังนอนอยู่นั้นขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับที่ีิฝีปากนั้นสั้นเบาๆใบหน้าเริ่มซีดขึ้นมาทีละนิดก่อนจะลุกขึ้นและสับขาวิ่งไปด้วยความเร็วปานสายฟ้า
'......'