SCHOOL LEGACY โรงเรียนซ่อนเร้น

    ทายาทตัวจริง

    ทันทีที่ครูรินลดาเดินผ่าน กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ แบบเดียวกับเมื่อวานก็ลอยมาแตะจมูกผม ครูวางหนังสือลงบนโต๊ะ สายตากวาดมองไปรอบห้องสำรวจดูความเรียบร้อย ก่อนจะยิ้มให้พวกเราอย่างพึงพอใจ


    หัวหน้าห้องไม่รอช้าลุกขึ้นสั่ง “นักเรียนเคารพ”


    เสียงนักเรียนทั้งห้องประสานกันอย่างพร้อมเพรียง “ซาหวาดดีครับ/ค่ะ คุณครู”


    “สวัสดีค่ะนักเรียนทุกคน เอาล่ะ นั่งสมาธิกันก่อน”


    ผมหลับตา เสียงในห้องค่อย ๆ เงียบลง


    สามนาทีผ่านไป “โอเค ทุกคนลืมตาได้”


    “วันนี้มากันครบใช่มั้ย ไหน… ใครไม่มาบ้างให้ยกมือขึ้น” ครูพูดพร้อมกับยกมือ “อ้าว… ไม่มีเลยเหรอ” มุกตลกของครูสร้างเสียงหัวเราะได้นิดหน่อย


    ครูตบมือเบา ๆ ให้ทุกคนเงียบ แต่ก็มีเสียงนักเรียนหลายคนที่ยังกระซิบกระซาบ กระทั่งเมย์ยกมือขึ้นถามอย่างลังเล


    “จริงหรือเปล่าคะที่ครูเป็๲หลานของคนที่สร้างโรงเรียนนี้”


    “ไม่ใช่หลานหรอกค่ะ” ครูรินยิ้ม “อันที่จริงครูเป็๲เหลน พ่อเลี้ยงจักรคำเป็๲คุณทวดของครูเอง ถ้านับทางพ่อนะคะ” ผมมั่นใจว่าครูตอบคำถามนี้มาแล้วเป็๲ร้อย ๆ ครั้ง


    “งั้นครูก็รู้เ๱ื่๵๹ขุมทรัพย์ใช่มั้ยคะ” เมย์ถามอย่างตื่นเต้น


    “เ๱ื่๵๹นั้นเขารู้กันทั้งเมืองแล้วค่ะ” ครูพูดพร้อมกับเดินวนไปตามทางเดินระหว่างแถวโต๊ะนักเรียน


    “แล้วมีสมบัติซ่อนอยู่ในโรงเรียนจริงหรือเปล่าคะ” คำถามยังดำเนินต่อ เมย์ไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดไป


    “ก็น่าจะจริง เพราะที่บ้านครูไม่มีสมบัติอะไรเลย สงสัยคุณทวดจะเอามาซ่อนไว้ที่นี่จนหมด” เสียงนักเรียนหัวเราะครืนทันทีที่ครูพูดจบ


    “แล้วครูมีแผนที่หรือลายแทงสมบัติมั้ยคะ”


    “แผนที่อะไรไม่มีหรอกค่ะ” ครูหยุดคิด “แต่มีคำกลอนที่คุณทวดท่านแต่งไว้ ไม่แน่นะมันอาจจะพาไปหาที่ซ่อนสมบัติก็ได้” คำว่าที่ซ่อนสมบัติทำให้บรรยากาศในห้องเรียนเต็มไปด้วยความคึกคักมากขึ้น


    “แบบว่า เป็๲ความลับของตระกูลงั้นเหรอคะ”


    “เปล่าค่ะ ไม่ใช่ความลับอะไรหรอก กลอนนี้ก็ติดอยู่ใกล้ ๆ ป้ายชื่อโรงเรียนตรงหน้าประตูนั่นไง ใครผ่านไปผ่านมาก็เห็น” ครูรินเดินไปหยุดที่โต๊ะกลางห้องและมองไปรอบ ๆ


    “อะไรคะ ไม่เคยอ่านกันเลยเหรอ” น้ำเสียงของครูผิดหวังเล็กน้อย “งั้นครูจะท่องแค่รอบเดียวตั้งใจฟังนะ”


    “ความดีย่อมนำใจให้เจริญ


    รู้เผชิญปัญหาไม่หวาดหวั่น


    คงวิชาศาสตร์ศิลป์ส่องชีวัน


    คุณอนันต์ล้ำเกินพรรณนา


    ค่าความรู้ประเสริฐเลิศคณานับ


    กว่าสินทรัพย์ศฤงคารและยศฐา


    เงินมากมายหากสิ้นไร้ปัญญา


    ทองนักหนายังสูญไปไม่ยั่งยืน”


    ผมฟังครูรินท่องกลอนอย่างตั้งใจ ก่อนที่เด็กหญิงเมย์จะร้องถามขึ้น “แล้วมันซ่อนปริศนาอะไรไว้คะ”


    “ไม่มีปริศนาหรอกค่ะ ความหมายของกลอนนี้ก็คือ ความรู้มีค่ามากกว่าเงินทอง” คำตอบของครูทำให้หลายคนผิดหวัง


    “ครูครับ สมมติถ้าครูเจอสมบัติแล้วจะเอาไปทำอะไรครับ” เสียงมาจากเด็กผู้ชายโต๊ะหลังห้อง


    “ไม่รู้สิคะ ติดแอร์ในห้องเรียนมั้ง” ครูพูดเหมือนอ่านใจผมออก


    “งั้นที่ครูมาสอนโรงเรียนนี้เพราะอยากหาสมบัติด้วยใช่มั้ยครับ” เด็กชายคนนั้นยังคงคาดคั้น


    “ไม่หรอกค่ะ ที่ครูมาสอนก็เพราะว่าอยากให้นักเรียนทุกคนมีความรู้ต่างหาก” ผมเชื่อว่าคำตอบของครูคงเรียกคะแนนจากเวทีประกวดนางงามได้เลย


    “เอาจริง ๆ สิครับครู”


    “อยากรู้จริง ๆ เหรอว่าทำไมครูถึงมาสอนที่นี่” ครูเดินกลับมาหน้าห้อง นักเรียนรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ


    “เพราะครูต้องทำงานยังไงล่ะคะ สักวันพอโตขึ้นเป็๲ผู้ใหญ่ พวกเธอทุกคนก็ต้องทำงานเหมือนกัน ดังนั้นตั้งใจเรียนนะคะ จบมาจะได้ทำงานที่สร้างประโยชน์ให้กับตัวเองและสังคม” ครูพูดพลางยิ้มให้นักเรียน


    “เอาล่ะ ๆ เ๱ื่๵๹ขุมทรัพย์พักเอาไว้ก่อน อย่าลืมว่าความรู้มีค่ามากกว่าเงินทองนะคะ” จากนั้นครูรินก็พาเราย้อนกลับสู่กรุงศรีอยุธยาอย่างรวดเร็ว


    “ใครพอจะบอกครูได้บ้างว่าช้างทรงของพระนเรศวรชื่ออะไร” 


    “ก้านกล้วยครับ!” นักเรียนคนหนึ่งยกมือขึ้นตอบอย่างมั่นใจ ต้องโทษกันตนาที่ทำให้เด็กเข้าใจผิดกันทั้งประเทศ


    แล้วการเรียนการสอนในคาบวิชาประวัติศาสตร์ก็เริ่มต้นขึ้น ไม่เปิดโอกาสให้นักเรียนคุยเ๱ื่๵๹ที่ไม่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอีกจนหมดคาบ