บทที่ 3 โชคชะตา
ท่ามกลางป่าไผ่และพฤกษานานาพันธุ์ สายลมโชยอ่อนพัดพากลิ่นอายของพืชพันธุ์ต่างส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ ใจกลางสวนพฤกษาปรากฏสำนักอันกว้างใหญ่พร้อมกับป้ายสำนักอันเด่นตระหง่านค้ำฟ้า สำนักเหนือ์
ชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมสีดำ ยกแก้วขึ้นจิบชาพลางทอดสายตามองไปยังสิ่งปลูกสร้างด้านหน้าของตน นี่คือสำนักยุทธ์ของข้าสินะ
“ข้าไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าตัวข้าที่เอาแต่ศึกษาเล่าเรียนไม่สนใจการฝึกยุทธ์ในอดีตนั้น บัดนี้กลับกลายเป็จอมยุทธ์อย่างเต็มตัวสุดท้ายยังเปิดสำนักเป็ของตนเองอีก สิ่งที่ข้ารับรู้มานี้อย่างกับเป็ฝันตื่นหนึ่ง”
“เ้าไม่ได้ฝันหรอกเ้าหนู นี่ก็คือโชคชะตาของเ้าและมันพึ่งจะเริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำ” ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังพึมพำกับตัวเอง ซินแสเฒ่าที่โผล่มาจากแห่งหนใดก็ไม่อาจทราบ ก็เอ่ยปากแนะนำชายหนุ่ม
เมื่อเห็นเช่นนี้ชายหนุ่มจึงหันกลับมาส่งยิ้มให้ชายชรา “ท่านเตรียมเื่ของสำนักเสร็จแล้วงั้นหรือซินแสเฒ่า แล้วแม่นางฉินซูละ นางยังจัดการเื่ของนางไม่เสร็จหรือ” สิ้นเสียง เสียงของสตรีสายหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้อง
“ข้าทำทุกอย่างตามที่ท่านอาจารย์กับท่านหลินตงสั่งเสร็จหมดแล้วเ้าค่ะ”
“ทุกอย่างตามที่ข้าและซินแสเฒ่าสั่งงั้นรึ” เมื่อคิดได้ชายหนุ่มจึงหันศีรษะไปทางชายชรา “ซินแสเฒ่าอย่าบอกข้านะว่าท่านใช้ให้แม่นางฉินซูไปทำงานส่วนของท่านและท่านก็ไปแอบหลับอีกแล้วหรือ” ได้ยินเช่นนั้นชายชราก็ส่ายหัวทันควัน
“ข้าจะไปทำเื่เช่นนั้นได้อย่างไรเหล่าเ้าหนูข้าเป็ถึงอาจารย์ของพวกเ้าเชียวนะ ใช่ไหมฉินซูศิษย์ข้า” เวลานี้ชายชราทำได้แต่ให้แม่นางฉินซูช่วยออกหน้าอีกแรง
เมื่อเห็นเช่นนี้ชายหนุ่มส่ายศีรษะพลันเอ่ย “ซินแสเฒ่าท่านคิดว่าข้าไม่รู้จักนิสัยพวกท่านจริงๆ งั้นหรือ แต่เอาเถอะหากเป็แบบนี้ต่อไปแม่นางฉินซูก็คงจะลำบากใจเปล่าๆ”
ชายหนุ่มนั้นรู้แก่ใจดีว่าชายชราตรงหน้านั้นชอบทิ้งงานให้ฉินซูส่วนตัวเองนั้นวันๆ เอาแต่เดินชมนกชมไม้ ส่วนฉินซูก็ไม่คิดจะโกหกข้าแน่นอนและก็จะไม่ปฎิเสธคำขอของซินแสเฒ่าด้วย สถานการณ์แบบนี้มีแต่ทำให้นางลำบากใจ
“เฮ้อ เอาเถอะๆ ข้าจะไม่ถามอะไรแล้ว ที่ข้าเรียกท่านทั้งสองมาที่นี่ข้ามีเื่จะปรึกษากับท่านและแม่นางฉินซู เวลานี้พวกเราได้รับศิษย์เข้าสำนักมาระยะหนึ่งแล้วข้าตั้งใจจะปิดรับศิษย์ในอีก1เดือนนับจากนี้และจะเปิดรับศิษย์รุ่นถัดไปในอีก5ปีข้างหน้า”
“ในเวลา5ปีนี้ข้าตั้งใจจะให้ศิษย์สำนักรุ่นแรกทุกคนก้าวเข้าสู่ระดับยุทธ์ขั้นที่2 เป็อย่างน้อย แต่ปัญหาที่ข้าพบตอนนี้คือจำนวนอาจารย์ของสำนักเราไม่เพียงพอต่อจำนวนศิษย์ที่้าคำสอนเป็แน่”
เพราะในเวลานี้ในสำนักเหนือ์ มีจอมยุทธ์ระดับสูงเพียง3คนเท่านั้นเอง
จอมยุทธ์เ่าั้ก็คือพวกเขาทั้ง3ที่ยืนมองหน้ากันในเวลานี้นั่นเอง
“ข้าจะต้องสร้างรากฐานของสำนักนี้ให้แข็งแกร่ง ในอนาคตสำนักแห่งนี้จะต้องเป็ขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของข้า เดิมทีตัวข้าเองก็มิอยากมีสำนักแต่อย่างใด”
“ทว่าในวันที่ข้าเตรียมการจะทำลายสำนักเมฆาคราม ซินแสเฒ่าได้กำชับเื่นี้กับข้าไว้และเตรียมขั้นตอนให้ข้าทั้งหมด พร้อมเหตุผลที่ว่าในอนาคตตัวข้าจะมีบทบาทสำคัญในดินแดนถงเทียนแห่งนี้และข้าจำเป็ต้องมีขุมกำลังเป็ของตนเอง”
“ตัวข้าก็ได้แต่เชื่อคำพูดของซินแสเฒ่าเพราะชายชราจะไม่พูดถึงการทำนายอนาคตมั่วซั่วยิ่งระดับการฝึกยุทธ์สูงขึ้นข้าก็ ตระหนักได้ว่าการทำนายอนาคตขัดต่อเจตจำนง์และมีผลกระทบกับผู้ทำนายเพียงใด”
ด้วยเหตุนี้สำนักยุทธ์นี้จึงเกิดขึ้น
ขณะชายหนุ่มกำลังคิดถึงเื่ต่างๆ ภายในใจเสียงของชายชราก็ดังขึ้น “ข้าจะเล่าเื่ราวต่างๆ บนดินแดนแห่งนี้ให้พวกเ้าทั้งสองฟัง” ไม่รอให้ทั้งสองตอบชายชราได้เอ่ยต่อ
“แผ่นดินที่พวกเ้ากำลังยืนอยู่นั้นถูกเรียกว่ามหาทวีป ฟ้านิรันดร์เป็ดินแดนที่กว้างใหญ่ไพศาลและมีสิ่งมีชีวิตหลากเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่รวมกัน”
“ในมหาทวีปแห่งนี้จะแบ่งออกเป็ ดินแดนต่างๆ ซึ่งดินแดนที่เ้าอยู่นี้ถูกเรียกว่าดินแดนถงเทียนเป็ดินแดนรกร้างที่อยู่ขอบสุดแผ่นดินของมหาทวีปฟ้านิรันดร์”
"โลกภายนอกเรียกดินแดนนี้ว่าดินแดนต้องสาป และไม่มีจอมยุทธ์คนใดอยากย่างกายเข้ามาที่นี่
แต่นี่ก็ถือเป็เื่ที่ดีสำหรับเ้าหากเป็ดินแดนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ที่นี่ตัวเ้าคงถูกตัวตนระดับสูงของสำนักหมื่นพิษและสมาคมดับดาราจบชีวิตน้อยๆ ของเ้าไปนานแล้ว"
“ส่วนดินแดนอื่นๆ นั้นเอาไว้เ้าเป็นายเหนือหัวของดินแดนถงเทียนได้เมื่อใดถึงเวลานั้นเ้าจะรู้ได้ด้วยตัวของเ้าเอง ต่อไปข้าจะพูดถึงขุมอำนาจในดินแดนถงเทียนแห่งนี้ซึ่งเ้าก็คงได้รู้แล้วหลังจากที่อ่านข้อมูลต่างๆ ของสำนักเมฆาคราม”
“ตัวข้าจะเสริมความรู้ให้เ้าอีกสักนิด ในบรรดาขุมอำนาจของดินแดนถงเทียนนั้น มีสามเมืองใหญ่ที่เ้าควรจับตาดูเพราะนายเหนือหัวของทั้งสามเมืองนั้นเป็ระดับราชันย์ยุทธ์ เช่นเดียวกับเ้าที่สำคัญยังมีจอมยุทธ์ระดับ6อีกอย่างน้อย5คน”
“นี่คือคำแนะนำจากข้า จงรวบรวมจอมยุทธ์ระดับ6มาให้ได้มากที่สุดเสียก่อน ก่อนที่จะทำการสยบอีกสามเมืองใหญ่ การสังหารไม่ใช่วิธีการเดียวที่จะรวมอำนาจจงใช้เหตุผลก่อนเสมอ”
เมื่อสิ้นเสียง ชายหนุ่มจึงมองไปที่ชายชราอีกครั้ง “เหตุใดท่านถึงรู้เื่ราวต่างๆ เยอะมากมายถึงเพียงนี้ตัวท่านจริงๆ แล้วไม่ใช่คนของดินแดนนี้ใช่หรือไม่บิดามารดาและตัวข้าจริงๆ แล้วมาจากที่ใดกันแน่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายชราสบสายตากับชายหนุ่มในแววตานั้นเต็มไปด้วยความผันผวนของกาลเวลากำลังจับจ้องไปที่ชายหนุ่ม
เมื่อเห็นสายตาเช่นนั้นของชายชรา ร่างกายของชายหนุ่มแทบทรุดลงไปกับพื้นชายหนุ่มกัดฟันแน่นพร้อมยืนหยัดไม่ยอมหมอบลง ฉินซูที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็แทบจะทรุดตัวลงไปกับพื้นเวลานี้นางไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าหลินตงจะรับแรงกดดันขนาดไหน
ฮ่าๆๆ เห็นเช่นนี้ชายชราอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาประทับใจศิษย์ทั้งสองนี้เป็อย่างยิ่ง การที่จิตใจไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันของเขาก็ถือว่าผ่านบททดสอบสุดท้ายแล้ว “ถึงข้าจะปลดปล่อยออกมาแค่หนึ่งส่วนสิบก็ตามที” ชายชราพึมพำอยู่ในใจ
“เอาละเ้าหนูทั้งสอง พวกเ้าได้ผ่านบททดสอบสุดท้ายของข้าแล้ว”
“บททดสอบงั้นรึ ทดสอบอันใดกันซินแสเฒ่าชายหนุ่มอดถามออกไปไม่ได้”
“นี่คือการทดสอบจิตใจของพวกเ้า จอมยุทธ์นั้นต้องแกร่งทั้งกายใจหากขาดสิ่งใดไปก็ไม่อาจเป็ยอดยุทธ์ที่แท้จริงได้ และนี่ก็เป็การทดสอบสุดท้ายของข้า”
“ต่อจากนี้ไปพวกเ้าต้องเติบโตด้วยตัวเองจงจำและนำทุกสิ่งที่ข้าสอนไปปรับใช้ซะ หลินตง ฉินซู เหนือระดับราชันย์ยุทธ์นั้นยังมีระดับการฝึกฝนที่สูงกว่า ขณะอยู่ในระดับราชันย์ยุทธ์จงสร้างวิชาของเ้าเองซะและนั่นจะทำให้เ้าก้าวไปอีกละดับ”
เมื่อฟังสิ่งที่ชายชราเอ่ยจบ ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่งุนงง “ซินแสเฒ่าท่านพูดอย่างกับท่านจะจากพวกข้าไปเลย เหตุใดท่านจึงพูดเช่นนั้นรึ”
“เ้าเดาถูกแล้ว ข้ากำลังจะจากเ้าไป” ได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มจึงถามด้วยสีหน้าเป็ห่วง
“ซินแสเฒ่าท่านเป็อันใด ท่านมีแผลเก่ากำเริบหรือไม่ทำไมท่านไม่บอกพวกข้าก่อน ท่านใจแข็งไว้นะข้าและฉินซูจะช่วยรักษาท่านเอง ไหนขอข้าดูอาการท่านหน่อยเถิด”
เพี้ย!! ชายชราตบไปที่ศีรษะของชายหนุ่มพร้อมเอ่ย “ไอเ้าเด็กนี่ข้าไม่ได้จะตายซักหน่อย สภาพข้าเหมือนคนจะตายมากนักรึ หรือเ้าอยากให้ข้าตายกัน ห๊าาา!!”
ชายหนุ่มลูบศีรษะของตัวเองเบาๆ “แล้วเหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้นเล่า”
“จริงๆ แล้วตลอดระยะเวลาที่ข้ามาอยู่ที่ดินแดนแห่งนี้ตัวข้านั้นได้รับาเ็สาหัสข้าจึงพักฟื้นอยู่ที่ดินแดนแห่งนี้ในตอนที่ข้าใกล้สมบูรณ์ดีก็เกิดเหตุการของบิดามารดาเ้าและการที่ข้าช่วยเ้าไว้ก็ทำให้ข้าาเ็อีกครั้ง”
“ทว่าตอนนี้ข้านั้นกลับมาสมบูรณ์เยี่ยงเดิมแล้ว ถึงเวลาที่ข้าจะต้องกลับไปที่ๆ ข้าจากมาและกำจัดปมของข้าเสียที”
“ทะ…ท่าน” ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยปาก แต่ภาพตรงหน้านี้กลับทำให้ชายหนุ่มพูดไม่ออก ร่างกายของชายชราค่อยๆ จางหายไปทีละน้อย
“ฮ่าๆๆ ใละสิเ้าหนูนี่ก็คือหนึ่งในวิชาที่ข้า สร้างสรรค์ขึ้นมายังไงละ ภายภาคหน้าถ้าพวกเ้าเข้าสู่ทวีปฟ้านิรันดร์อย่างเต็มตัวเมื่อใด หากเ้าเผชิญปัญหาที่แก้ไม่ตกจงไปที่สมาคมการค้า์ และบอกคำนี้กับคนของสมาคม คืนเดือนดับข้าจับจันทรา”
สิ้นเสียงร่างของชายชราก็หายไปจากดินแดนแห่งนี้แล้ว
“ซินแสเฒ่า ท่านนะท่านจะจากไปทั้งที แม้แต่ชื่อท่านก็ไม่บอกข้า อนาคตถ้าข้าเจอท่านเมื่อไหร่ข้าจะไปป่วนท่านแน่ ซินแสเฒ่า”
ถึงชายหนุ่มจะพูดเช่นนั้นทว่าดวงตาของชายหนุ่มกลับมีหยาดน้ำหยดลงมาบนใบหน้าของชายหนุ่ม สตรีข้างกายเขานั้นก็ได้ส่งเสียงร่ำไห้ออกมา ถึงแม้เขาและนางจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงแล้ว แต่การจากลาที่กะทันหันเช่นนี้ก็ยากจะทำใจ
โดยเฉพาะคนที่จากไปนี้เป็ทั้งอาจารย์และคนในครอบครัวที่เหลือเพียงน้อยนิดของพวกเขา ถึงจะรู้ว่าในอนาคตจะได้เจอกันก็ตามที แต่อนาคตที่ว่าจะนานเท่าใดกัน1000ปี หรือมากกว่านั้น
“ฉินซูเ้าหยุดร่ำไห้เสียเถิดเราต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นและตามหาแม่นางจ้าวอ้ายฉิง จากนั้นพวกเราจะไปตามหาซินแสเฒ่าด้วยกัน” ในเวลานี้ดวงตาของชายหนุ่มกลับมาเฉียบคมอีกครั้ง
จากผู้เขียน: สวัสดีผู้อ่านทุกท่านด้วยนะครับ บทนี้อาจจะพูดคุยเยอะไปหน่อยแต่มันจะเป็การปูเนื้อเื่ไปบทอื่นๆ นะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานของข้าน้อยเป็อย่างยิ่ง คำผิดจะมาตรวจเพิ่มอีกทีนะครับ
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio