Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 52

            เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งคนเรามักจะหวาดระแวงกับเรื่องเรื่องหนึ่งขึ้นมาแม้แต่ตัวเองก็ยากที่จะเข้าใจมันได้เช่นกัน

     

           อย่างเช่นในตอนนี้ ชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าเขาเซี่ยเจิงและเซี่ยเจิงอีกคน ความสัมพันธ์ของทั้งสามคนเปลี่ยนไปอย่างประหลาด

     

           พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ตราบใดที่คนเราไม่ได้ตาบอดพวกเขาก็จะมองเห็นว่าเซี่ยเจิงยังมีใจให้เซี่ยเจิงอยู่ไม่เช่นนั้นทันทีที่เลิกเรียนคาบเรียนตัวตัวเองภาคค่ำเธอก็คงจะไม่รีบวิ่งร่าอย่างมีความสุขเพื่อมาขอให้เขาไปงานเลี้ยงวันเกิดของตัวเองเช่นนี้ทั้งที่จริงแล้วเพียงส่งข้อความมายังได้เลย

     

           ส่วนเรื่องของเขากับเซี่ยเจิงนั้นได้จบลงไปนานแล้ว ความรู้สึกที่ยังปล่อยวางไม่ได้สำหรับชวีเสี่ยวปอแล้วยิ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่ หากจะพูดในแบบของเขาก็คือ“ฉันจะมัวแต่อืดอาดยืดยาดอยู่แบบนี้ได้ยังกัน”

     

           แต่ทว่า ความรู้สึกที่ไม่มีความสุขนี้มันกลับคือเรื่องจริง

     

           ซึ่งมันก็ทำให้ชวีเสี่ยวปอรู้สึกคาดไม่ถึงมากเช่นกัน

     

           เขาอยากที่จะหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลมาอธิบายความรู้สึกที่เป็นอยู่เช่นนี้แต่น่าเสียดายที่มันไม่มี

     

           แค่รู้สึกไม่มีความสุข รู้สึกไม่มีความสุขเพียงเท่านั้น

     

           ไม่ใช่แค่ว่าตัวเองไม่อยากไป แต่เขาก็ไม่อยากให้เซี่ยเจิงไปด้วย

     

           แล้วตัวเองมีเหตุผลอะไรที่จะไม่ให้เซี่ยเจิงไปด้วยล่ะ?

     

           เห็นได้ชัดว่าไม่มี

     

           ดังนั้นจึงรู้สึกไม่มีความสุขเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าเป็นตัว

     

           “นายนี่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลยนะ”เซี่ยเจิงมองเขาด้วยท่าทางที่กำลังครุ่นคิด “นายยังไม่กล้าเท่าผู้หญิงเขาเลยนายอย่าทำแบบที่ว่าพอสารภาพรักไม่สำเร็จแม้แต่เพื่อนก็เป็นไม่ได้สิ”

     

           “มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น” ชวีเสี่ยวปอเดินไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ“แต่ฉันแค่รู้สึกอารมณ์ไม่ดี นายจะมาสนใจคนอารมณ์ไม่ดีทำไมเนี่ย? ”

     

           “เธอพูดแล้วว่า” เซี่ยเจิงรีบเดินขึ้นไปสองก้าวให้ตามเขาทันจากนั้นก็จับไหล่ชวีเสี่ยวปอไว้ “เป็นงานปาร์ตี้ นอกจากเราสองคนแล้วยังมีคนอื่นอีกนายจะคิดอะไรเยอะแยะเล่า? ”

     

           “ใครคิดเยอะฮะ” ชวีเสี่ยวปอทำเสียงจิ๊ปาก “โอเค ไปก็ไปก็แค่ไปกินข้าวมื้อเดียวเองไม่ใช่หรือไง? ”

     

           แม้ว่าปากจะพูดออกไปเช่นนั้นแต่ในเมื่อตัดสินใจที่จะไปแล้วก็ต้องแสดงความจริงใจสักหน่อย

     

           วันถัดมาก่อนเวลาพักกลางวัน ชวีเสี่ยวปอตัดสินใจแล้วว่าตอนพักกลางวันเขาจะไปซื้อของขวัญวันเกิดให้เซี่ยเจิง

     

           “ช่วงนี้ผู้หญิงเขาชอบอะไรกันอะ? ” ชวีเสี่ยวปอเกาศีรษะอย่างรู้สึกติดไม่ตก

     

           “ฉันคิดว่านายน่าจะรู้ดีกว่าฉันอีกนะ”เซี่ยเจิงชำเลืองมองไปบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของชวีเสี่ยวปออชวีเสี่ยวปอกำลังค้นหาคำว่า “ของขวัญวันเกิด” บนแอปพลิเคชันเถาเป่าอยู่เพียงแต่ว่าของขวัญที่ไว้จีบสาวพวกนั้นช่างดูไม่เข้าตาเลยสักชิ้น

     

           “ไปให้พ้น เมื่อก่อนที่ฉันให้ของเธอไปเธอก็ไม่เคยรับเลยสักอย่าง”ชวีเสี่ยวปอเกาศีรษะต่อ แล้วจึงพูดขึ้นมาว่า : “ตอนนี้พวกผู้หญิงคงจะชอบลิปสติกอะไรทำนองนี้ล่ะมั้ง?ครั้งก่อนฉันเห็นจ้าวชิวเจียโพสต์รูปเซตลิปสติกกล่องหนึ่งลงในโมเมนต์ของเพื่อนมันก็ดูดีอยู่นะ”

     

           “ดีมันก็ดีอยู่หรอก แต่ว่าเธอคงจะไม่ได้ใช้น่ะสิ”เซี่ยเจิงคิดดูอยู่ครู่หนึ่ง “เธอไม่ได้แต่งหน้า”

     

           “นายสังเกตซะละเอียดเชี่ยวนะ? ” ชวีเสี่ยวปอปัดหน้าจอมือถืออีกสองสามครั้งแล้วจึงทำเสียงไม่พอใจออกมา

     

           “จะหาเรื่องอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย” เซี่ยเจิงยื่นมือไปกดปิดหน้าจอมือถือของชวีเสี่ยวปอทันใดนั้นเขาก็มองเห็นใบหน้าตัวเองที่เต็มไปด้วยความตกใจแฝงไปด้วยความงุนงงผ่านหน้าจอมือถืออยู่หลายวินาทีจากนั้นชวีเสี่ยวปอจึงหันหน้าไปหาเซี่ยเจิงทันที “เซี่ยเจิงฉันต่อยนายแน่ !”

     

            “ไม่ต้องดูแล้ว ฉันซื้อเรียบร้อยแล้ว” เซี่ยเจิงพูด

     

           “อะไรนะ? ” ชวีเสียวปอตกใจ “นายซื้ออะไร?”

     

           “เมื่อเช้าตอนออกจากบ้านสั่งเค้กเอาไว้น่ะ”เซี่ยเจิงหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเปิดรูปเค้กให้ชวีเสี่ยวปอดู “อันนี้แหละ”

     

           “พอได้อยู่” ชวีเสี่ยวปอชะโงกหน้าไปดู เค้กตกแต่งอย่างจัดเต็มอลังการพอเห็นก็รู้เลยว่าต้องเป็นแบบที่ผู้หญิงต้องชอบแน่ๆ “นี่ถ้าเอาเค้กไปแค่ก้อนเดียวมันจะดูน่าเกลียดไปหน่อยหรือเปล่าอะ? ”

     

           “โอะ” เซี่ยเจิงตั้งใจลากเสียงยาว “ไม่เหมือนเมื่อวานที่นายบอกไม่อยากไปละเหรอ?”

     

           “ถ้าไม่โดนต่อยสักวันนายก็จะรู้สึกไม่สบายตัวหรือไงฮะ”ชวีเสี่ยวปอต่อยไปบนตัวเซี่ยเจิงสองทีเพื่อแก้แค้นแทนตัวเอง :  “แบบฉันนี่เรียกว่ามีมารยาท !”

     

            “งั้นก็ซื้อดอกไม้อีกสักช่อเป็นไง”เซี่ยเจิงหัวเราะพร้อมทั้งรับทั้งสองหมัดนั้นไว้“ตอนไปเอาเค้กก็ซื้อดอกไม้จากร้านนั้นไปด้วยเลย”

     

           ก่อนเลิกเรียนในช่วงเย็นเซี่ยเจิงส่งโลเคชั่นสถานที่จัดงานปาร์ตี้มาให้ก่อนล่วงหน้าตั้งแต่หลังจากที่ต้วนเหล่ยเกิดเรื่องขึ้นครั้งก่อนโรงเรียนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงก็ล้วนมีการตรวจตรากันอย่างเข้มงวดไม่ให้นักเรียนจับกลุ่มกันหลายๆ คนอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียนดังนั้นเซี่ยเจิงจึงให้พวกเขาตรงไปที่ร้านอาหารได้เลย

     

           แต่พวกเขาทั้งคู่ต้องไปเอาเค้กด้วยพอดี จึงไม่ได้รีบร้อนอะไรโดยเฉพาะเมื่อเห็นดอกไม้ที่ถูกจัดวางไว้เต็มร้าน ชวีเสี่ยวปอก็หยิบๆ เลือกๆอย่างรู้สึกสนใจ

     

           ส่วนพนักงานในร้านที่เป็นเด็กสาววัยรุ่นก็คอยเดินตามชวีเสี่ยวปอเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับดอกไม้ต่างๆแม้ว่าชวีเสี่ยวปอจะจำไม่ได้เลยก็ตาม

     

           “เลือกเสร็จหรือยัง? ” เซี่ยเจิงเดินมาในมือถือก็ถือเค้กที่ใส่กล่องเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

     

           “ฉันเลือกจนตาลายไปหมดแล้ว”ชวีเสี่ยวปอชี้ไปยังดอกไม้ที่ถูกจัดวางไว้เป็นกองๆ “มันสวยทุกดอกเลย”

     

           “เป็นโรคกลัวที่จะต้องเลือกเหรอคะ? ” พี่พนักงานหัวเราะออกมา“คุณน้องจะเอาไปให้ใครคะ? เดี๋ยวพี่ช่วยแนะนำให้ค่ะ”

     

           “เพื่อนนักเรียน เป็นผู้หญิง งานฉลองวันเกิดครับ”ชวีเสี่ยวปออธิบายสถานการณ์ไปอย่างคร่าวๆ

     

           “แบบนี้ก็ได้คะ” พี่พนักงานชี้ไปยังดอกไม้ช่อหนึ่งที่ห่อเอาไว้เรียบร้อยแล้ว“ดอกไลเซนทัสจับเข้าคู่กับดอกทานตะวัน แบบนี้ขายดีมากเลยนะคะเด็กผู้หญิงเขาชอบกัน”

     

           “งั้นก็เอาช่อนี้นะ? ” ชวีเสี่ยวปอหันไปมองเซี่ยเจิงเป็นเชิงว่าจะถามความเห็นจากเขา

     

           “ได้ ดูสดใสมาก” เซี่ยเจิงพยักหน้า

     

           ตอนที่ถือดอกไม้ออกมา ชวีเสี่ยวปอรู้สึกไม่ค่อยชินสักเท่าไหร่แต่เขาก็ไม่กล้าบอกเซี่ยเจิง อันที่จริงครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขาซื้อดอกไม้ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยอยากจะซื้ออยู่เหมือนกันแต่เขามักจะรู้สึกว่าการกอดช่อดอกไม้เอาไว้แบบนี้มันดูติ๊งต๊องมากเลยทีเดียว

     

           จะติ๊งต๊องก็เพราะไม่รู้ว่าคนที่จะเอาไปให้เขาจะรับหรือเปล่านี่สิ

     

           แต่วันนี้ไม่เหมือนกันต่อให้จะเป็นคนติ๊งต๊องก็มีเซี่ยเจิงเป็นเป็นเพื่อนด้วย

     

           การซื้อดอกไม่ทำให้เสียเวลาไปไม่น้อยเลย ทั้งสองคนจึงรีบเรียกรถและตรงไปยังที่หมายทันที

     

           ร้านอาหารที่เซี่ยเจิงเลือกคนค่อนข้างเยอะพอสมควรเมื่อเดินเข้ามายังห้องโถงใหญ่ของร้านชวีเสี่ยวปอเห็นว่ามีอยู่โต๊ะหนึ่งดื่มจนลงไปนอนแล้วสามคนส่วนเซี่ยเจิงก็เดินไปแจ้งหมายเลขห้อง พนักงานจึงเดินนำพวกเขาไปขึ้นยังด้านบน

     

           พอเปิดประตูเข้าไปชวีเสี่ยวปอรู้ได้เลยว่าอะไรคือ“คลื่นเสียงที่ดังสนั่นจนสะเทือนลงมายังพื้น”

     

           ในห้องอาหารแบบส่วนตัวนี้ราวกับว่ามีไก่โอ๊กที่บีบแล้วมีเสียงวางอยู่ประมาณหนึ่งร้อยตัวได้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อครู่พนักงานเห็นพวกเขาสองคนแล้วถึงได้เอาแต่ขมวดคิ้ว

     

           “มาแล้วๆ มาแล้วๆ !”มีคนตะโกนขึ้นมาเสียงดัง “หลบให้พวกเขาหน่อยสิ! ทำไมมีตาแต่ไม่มีแววขนาดนี้เนี่ย! ”

     

           จากนั้นก็มีคนให้ห้องเสียสละที่นั่งข้างๆเซี่ยเจิงให้เขาทั้งสองคนทันที

     

           “สุขสันต์วันเกิด” ทั้งสองคนพูดขึ้นมาพร้อมกันเซี่ยเจิงวางเค้กลงบนโต๊ะ ส่วนชวีเสี่ยวปอก็ยื่นช่อดอกไม้ส่งไปให้

     

           “ขอบคุณนะ !” เซี่ยเจิงรับเอาไว้เนื่องจากเมื่อครู่เธอดื่มเหล้าไปนิดหน่อยจึงทำให้หน้าแดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดแต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสุขนั้นเป็นเหมือนกับประกายไฟที่กำลังเริงระบำมันช่างทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตาไปได้เลย

     

           ชวีเสี่ยวปอมองไปรอบๆ ครั้งหนึ่ง ในห้องนี้นอกจากเซี่ยเจิงแล้วก็มีผู้หญิงเพียงอีกแค่หนึ่งคนที่เขารู้จักเธอเป็นเพื่อนนักเรียนก่อนที่จะแยกห้องไป แต่ปกติแล้วเขาก็ไม่เคยคุยด้วยเลย

     

           “พวกนายสองคนมาช้าต้องถูกลงโทษแก้วหนึ่ง”

     

           นั่งก้นยังไม่ทันจะร้อนเลยก็มีผู้หญิงผมยาวประบ่าคนหนึ่งก็ถือแก้วเขย่าไปมาพร้อมทั้งยื่นมาให้เขาทั้งสองคน“ใช่ไหม เซี่ยเจิง !”

     

           “อ่า? ” เซี่ยเจิงมองเซี่ยเจิง “ไม่ต้องก็ได้”

     

           “อุ๊ย”สาวผมยาวประบ่าคนนี้ช่างมีความสามารถในเปลี่ยนบรรยากาศเสียจริงๆ “ทำไมเหรอ?เป็นห่วงขึ้นมาแล้วเหรอ? ”

     

           เห็นได้ชัดว่าคนในห้องนี้ล้วนรู้ว่าเซี่ยเจิงกำลังมีใจให้กับเซี่ยเจิงอยู่เพราะหลังจากสิ้นเสียงของคนคนนั้น ทุกคนในห้องก็หันมามองเขาทั้งสองคนพร้อมทั้งตะโกนแซวและหัวเราะออกมา

     

           ยกเว้นชวีเสี่ยวปอ

     

           “ดื่มก็ดื่ม” ชวีเสี่ยวปอลุกขึ้นยืนจากนั้นจึงหยิบขวดเบียร์ขึ้นมาและใช้ตะเกียบเปิดฝาขวดอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเทใส่แก้วตัวเอง

     

           “ฉันยอมรับการลงโทษ”

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120