เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 101 กลับบ้านนอก (2)

            รถบัสจากตัวเมืองวิ่งโยกเยกไปบนถนนตามทางเข้าสู่ชนบท

            ผ่านไปสามวันพวกเขาเข้าไปในตัวเมืองเพื่อรับบุตรสาวอีกครั้ง สองสามีภรรยาตระกูลซูดีใจราวกับเป็นวันฉลองปีใหม่อีกครั้งพวกเขาตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่เมื่อเห็นว่าวันนี้อากาศดีจึงนำผ้าห่มที่ทำใหม่มาตากที่ราวลวดกลางลานบ้านจากนั้นนั่งรถบัสรอบเช้าที่สุดเข้ามาในเมือง

            การเข้ามารับบุตรสาวเป็นไปอย่างราบรื่น ในรถบัสแถวหน้าสุดติดกับหน้าต่างเมิ่งเถียนเฟินนั่งอยู่แถวเดียวกับซูอิน พยายามอย่างสุดกำลังแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้ม

            ซูเจี้ยนจวินนั่งอยู่ข้างหลังสองแม่ลูกบนตักของเขามีของขวัญที่ซูอินนำกลับมาให้ท่าทีของเขาในตอนนี้ดูเหมือนกำลังมองทิวทัศน์ด้านนอกอย่างสบายใจแต่อันที่จริงสายตามองใบหน้าด้านข้างของบุตรสาวที่สะท้อนในกระจกหน้าต่างพลางเงี่ยหูฟังเสียงที่กระซิบกระซาบกันจากแถวหน้า

            เมิ่งเถียนเฟินและซูอินมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสที่คล้ายคลึงกันมากก่อนจะมีเสียงถามถึงสถานการณ์ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา

            “งานเลี้ยงฉลองวันเกิดเป็นยังไงบ้าง มีความสุขไหม”

            แน่นอนว่าต้องมีความสุข นั่นคือความรู้สึกโดยรวมของซูอิน

            แต่เธอก็เข้าใจ เมื่อเมิ่งเถียนเฟินถามด้วยท่าทีมีความสุขซึ่งคงไม่ใช่ความสุขเรื่องเดียวกันกับที่ตัวเธอรู้สึก

            เมื่อวานในงานฉลองวันเกิด เธอหักหน้าตระกูลหลิงต่อหน้าคนมากมายซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นแขกผู้ทรงเกียรติตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องปิดบังสองสามีภรรยาตระกูลซู

            “สนุกมากค่ะ แต่ว่าเกิดเรื่องตอนท้ายนิดหน่อย”

            “เรื่องอะไร”

            เมิ่งเถียนเฟินแสดงสีหน้าเป็นห่วง เสียงของสองคนแม่ลูกไม่ดังมากหากซูเจี้ยนจวินตั้งใจฟังก็ได้ยิน แต่ก็ไม่ดังจนรบกวนผู้โดยสารคนอื่นๆ บนรถ

            ซูอินอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยภาษาที่กระชับชัดเจนแต่ไม่ตัดเนื้อหา และไม่ปกปิดความคิดของตนเอง

            “ถึงบนเวทีจะพูดไปแบบนั้น แต่สิ่งที่หนูคิดคือ อยู่ห่างกันมาตั้งแต่เล็กเดิมทีก็ไม่ได้รู้สึกผูกพัน พวกเขาแค่ต้องการใช้ประโยชน์จากหนู แล้วทำไมหนูต้องยอมในเมื่อเกิดเรื่องขนาดนี้ ยังไงก็ต้องจากกัน ไม่ต้องติดต่อกันเลยจะดีกว่า”

            เมื่อชาติก่อนซูอินอดทนจนกระทั่งตัวเองเสียชีวิตแสร้งทำเป็นเชื่อฟัง ไม่ว่าเจอเรื่องอะไรก็อดทนและยอมให้ตลอด ยอมคนอื่นและสร้างความทุกข์ใจให้ตนเอง

            เธอทนมาเยอะแล้ว

            เมื่อกลับชาติมาเกิด ได้พบหน้าพ่อแม่อีกครั้งเธอปรารถนาที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระ จึงทำอะไรตรงไปตรงมา คิดสิ่งใดก็พูดออกไป

            สิ่งที่ได้รับรู้นี้ค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่เมิ่งเถียนเฟินกลั่นกรองอยู่สักพัก ความรู้สึกซับซ้อนมากมายก่อตัวขึ้นแม้แต่สีหน้าก็เปลี่ยนไป

            “ทำไมเมิ่งเมิ่งถึงได้…”

            บิดามารดาทุกคนต่างมองว่าบุตรของตนนั้นดีพร้อมเมิ่งเถียนเฟินก็เป็นหนึ่งในคนที่เข้าข้างบุตรสาวของตนเองมากเมื่อก่อนสำหรับเธอไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เมิ่งเมิ่งก็ดีไปหมดแต่หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวที่ซูอินเล่าหลายครั้งกลับทำให้ภาพลักษณ์ที่เธอวาดไว้เหล่านั้นพังทลายไม่เป็นท่าครั้งแล้วครั้งเล่า

            อาจเป็นเพราะความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่บอกเธอว่าทุกสิ่งที่อินอินกล่าวคือเรื่องจริง

            และเพราะเป็นเช่นนี้ ทำให้ชั่วขณะหนึ่ง เธอเกือบรับเรื่องนี้ไม่ได้

            แม้ว่าจะเกิดความขัดแย้งในใจ แต่เมิ่งเถียนเฟินอยู่ในวัยกลางคนผ่านประสบการณ์มามากมาย ไม่นานเธอก็เข้าใจเรื่องทั้งหมด

            เมิ่งเมิ่งคงต้องการสิ่งต่างๆ มาตั้งแต่เด็กน่าเสียดายที่ฐานะของพวกเขาไม่สามารถมอบสิ่งที่เธอต้องการตอนนี้เธอมีบิดามารดาที่มีทั้งเงินและหน้าตาในสังคมตรงตามปรารถนา หลังจากนี้เธอคงมีความสุขแน่นอน

            ขอแค่บุตรสาวมีความสุข ตนเองก็สบายใจ

            ตรงข้ามกับอินอิน ถึงแม้จะให้กำเนิดเธอตั้งแต่เล็กจนโตพวกเขากลับไม่เคยเลี้ยงดูเธอสักวันไม่ว่าตระกูลหลิงที่เคยเลี้ยงดูเธอก่อนหน้านี้จะมีฐานะดีเพียงใดทว่าตอนนี้พวกเขาซึ่งเป็นบิดามารดาที่แท้จริงก็ได้ตัวบุตรสาวกลับมาอยู่ด้วยแล้ว

            อันที่จริงหากคิดถึงแต่สิ่งดีๆพวกเขารู้สึกกังวลว่าความแตกต่างทางฐานะจะทำให้อินอินเสียใจที่เลือกกลับมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้เธอสะสางความสัมพันธ์กับฝั่งนั้นและปล่อยหัวใจกลับมาสู่ที่ที่มันควรจะอยู่

            เด็กคนนี้ช่างดีเหลือเกิน ไม่ว่าด้านไหนก็ดีไปเสียหมด

            ความสุขก่อตัวขึ้นในใจของเมิ่งเถียนเฟิน “เป็นอย่างนั้นก็ดีตระกูลหลิงร่ำรวยขนาดนั้น แม้ครอบครัวของพวกเราจะเทียบเขาไม่ได้ หากอยู่ใกล้อาจมีคนพูดเปรียบเทียบอยู่ห่างพวกเขาไว้ถือเป็นเรื่องดี”

            ซูอินเห็นอย่างชัดเจนว่าอารมณ์ความรู้สึกของเมิ่งเถียนเฟินเปลี่ยนไปทำให้รับรู้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจเรื่องนี้แล้ว ใบหน้าจึงเผยรอยยิ้ม

            “ใช่ค่ะ เป็นแบบนี้แหละ”

            การเดินทางผ่านไปช้าๆ สองแม่ลูกเริ่มพูดคุยกันอีก

            เมื่อเลี่ยงออกมาจากตระกูลหลิงบรรยากาศก็เกิดความกลมเกลียวอย่างรวดเร็ว สองแม่ลูกต่างก็เป็นคนเรียบง่ายมีจิตใจเป็นมิตรไมตรี ในตอนที่รถบัสหยุดที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านบรรยากาศระหว่างทั้งคู่ก็เปลี่ยนเป็นความคุ้นเคยและเข้ากันมากขึ้น

            ซูเจี้ยนเปิดช่องเก็บสัมภาระหยิบกระเป๋าออกมาแล้วปิดช่องเก็บสัมภาระ มือข้างหนึ่งยกกระเป๋าเดินทางไหล่สะพายกระเป๋าหนังสือใบใหญ่ที่ซูอินใช้ตอนเรียน มือถือถุงใส่ของหลายใบตอนนี้เขาดูเหมือนชั้นวางสัมภาระเคลื่อนที่อย่างไรอย่างนั้น

            “หนูถือเองได้ค่ะ”

            ซูอินยื่นมือจะไปถือถุงใส่ของจากซูเจี้ยนจวิน

            ซูเจี้ยนจวินส่ายหน้า จากตรงนี้ห่างจากบ้านราวๆ สองสามกิโลเมตรทางเดินเข้าหมู่บ้านไม่ค่อยดี หากถือของด้วยจะเดินไม่สะดวก

            “ไม่เป็นไร”

            เอ่ยจบเขาหันไปมองเมิ่งเถียนเฟิน ส่งสัญญาณเงียบๆ

            “พ่อของลูกแข็งแรง ของแค่นี้สบายมาก ให้เขาถือเถอะ”

            ซูอินเดินอยู่ข้างหน้ากับเมิ่งเถียนเฟินเดินตั้งแต่ถนนลาดยางจนไปถึงถนนลูกรัง มีนาข้าวขนาบสองข้างทางในช่วงฤดูทำนาที่วุ่นวาย ชาวนากำลังก้มตัวทำงานอยู่กลางทุ่งมองจากระยะไกลเหมือนจุดหมึกดำที่กำลังเคลื่อนไหว

            ระหว่างที่เดินหากพบชาวนาที่อยู่ข้างๆ คันนาเมิ่งเถียนเฟินก็จะหยุดทักทาย และซูอินก็จะถูกแนะนำโดยเมิ่งเถียนเฟินโดยเธอเอ่ยเรียกอย่างสุภาพว่า “คุณปู่ คุณย่า คุณลุง คุณป้า”

            เด็กสาวรูปร่างเพรียวบาง ผิวขาว หน้าใส ดวงตาเป็นประกายรอยยิ้มหวานที่เผยขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกเหล่าผู้อาวุโสไม่ต้องบอกเลยว่าน่าเอ็นดูมากเพียงใด

            การพบเจอเพียงครั้งเดียว ซูอินก็สร้างความประทับใจให้ผู้คนในชุมชนไม่น้อย

            “นี่คือลูกสาวของเถียนเฟินหรือนี่”

            “หน้าตาเหมือนเถียนเฟินเลย ครั้งนี้ไม่มีทางผิดตัวแน่นอน”

            “เถียนเฟินใบหน้าสวยตั้งแต่เด็ก บุตรสาวที่คลอดออกมาก็ขาวผ่องเหมือนกับเธอฉันว่าสวยกว่าเธอตอนเด็กๆ เสียอีก”

            คนชนบทส่วนใหญ่ตั้งใจทำงานหนัก และใช้ชีวิตเรียบง่ายคำพูดที่เอ่ยออกมาล้วนตรงไปตรงมาความปรารถนาดีและคำชื่นชมเพียงไม่กี่คำทำให้ซูอินรู้สึกดีขึ้นใบหน้าของเธอยิ่งเผยรอยยิ้มหวานกว่าเดิม

            เพราะความรู้สึกดีเหล่านี้ เมื่อเธอได้เห็นสภาพบ้านของตระกูลซูจึงไม่รู้สึกผิดหวังเลย

            สุดท้องนาคือหมู่บ้านตงผิงที่ตระกูลซูอาศัยอยู่หลายครัวเรือนในหมู่บ้านสร้างด้วยอิฐที่กว้างขวางและสว่างมีอีกจำนวนหนึ่งที่เป็นบ้านสองชั้นซูอินเดินเคียงข้างเมิ่งเถียนเฟินไปตามถนนสายหลัก ตรงไปจนสุดทางของหมู่บ้าน

            เลี้ยวเข้าซอยตรงปากทาง เดินตรงไปอีกไม่กี่ก้าวในที่สุดพวกเขาสามคนก็มาถึงหน้ารั้วด้านหนึ่ง

            “ถึงแล้วจ้ะ”

            เมื่อมองผ่านรั้วเข้าไปก็เห็นผ้าห่มตากไว้ที่ลานบ้านตัวบ้านสร้างด้วยดินไม่สูงมากตั้งอยู่ติดกันหลายหลัง ด้านข้างมีห้องที่อยู่ต่ำที่สุดหนึ่งห้องมองผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้ทำให้รู้ว่าน่าจะเป็นห้องครัว

            ภาพจำแรกที่บ้านหลังนี้สร้างให้ซูอินก็คือ ความจน

            ไม่น่าแปลกใจที่หลิงเมิ่งจะเกลียดเธอขนาดนั้น

            เมิ่งเถียนเฟินเปิดประตูรั้ว ก่อนจะหันกลับมามองเธอและกล่าวอย่างระมัดระวัง“อินอินเข้าไปข้างในกันเถอะ”

            ระหว่างที่เดินทางมาเธอค่อนข้างรู้สึกดี ในเวลานี้จึงไม่ทำให้ซูอินรู้สึกท้อแท้ใจนักถึงจะจน แต่บ้านก็ถูกเก็บกวาดสะอาดสะอ้าน ไม่มีวัชพืชอยู่บนพื้นดินเลยแม้แต่รั้วก็ถูกปัดกวาดจนสะอาด หากด้านในถูกเก็บกวาดระดับนี้ก็ไม่มีปัญหา

            ใช้ชีวิตอยู่ในชนบทกับผู้สูงอายุทั้งสองคนมาตั้งแต่เด็กทำให้ซูอินไม่รู้สึกกดดันเมื่อต้องมาอยู่ในบ้านดินลักษณะเช่นนี้

            เธอเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับสองสามีภรรยาตระกูลหลิงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่างไปจากที่เธอจินตนาการเท่าไร

            สะอาดมาก!

            ถึงแม้เฟอร์นิเจอร์จะเก่าและล้าสมัย แต่ก็ดูสะอาดท็อปโต๊ะเคลือบเงาสีดำเป็นประกายแวววาว บ้านดินเพดานต่ำแต่ทำให้เธอรู้สึกทึ่งกับความกว้างขวางและสว่างไสว

            “ทางนี้คือห้องของลูก” เมิ่งเถียนเฟินเปิดประตูที่อยู่ทางขวาของห้องรับแขกและมองเธอด้วยท่าทีเก้อเขิน

            “ของหนูเหรอคะ”

            ซูอินชี้จมูกของตนเอง บ้านดินหลังนี้เหมือนกับห้องที่ติดกันสามห้องตรงกลางคือห้องรับแขก ทางซ้ายและขวามีห้องอย่างละหนึ่งห้องด้านซ้ายอยู่ติดกับห้องครัว ทำให้ถูกห้องครัวบังไม่ค่อยมีแสงเข้าห้องด้านขวาถือว่าเป็นห้องนอนที่ดีที่สุด

            ให้เธอหรือ

            ซูอินเดินเข้าไปด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นการตกแต่งภายในห้องก็ยิ่งตกตะลึง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774