ตอนที่ 12
แม้ไป๋กุนหลางจะเข้าไปนั่งสมาธิในหอฝึกัอย่างสงบแต่โลกภายนอกหาได้สงบด้วยไม่
ข่าวที่องค์ชายห้าท้าทายองค์ชายใหญ่ (ใช่หรือ???) ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองในเวลาไม่นานผู้คนต่างกล่าวว่าองค์ชายห้านั้นไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำถึงได้กล้าท้าทายองค์ชายใหญ่ผู้ที่มีความสามารถมากมายจนถูกมองว่าจะได้ขึ้นเป็จักรพรรดิองค์ต่อไป (แน่ใจหรือ???) เมื่อมีการพนันขันต่อเกิดขึ้นจึงไม่มีใครแทงข้างองค์ชายห้าเลยยกเว้นแต่
ณตำหนักองค์หญิงเก้า
"ได้เท่าไหร่" ไป๋เหมยเซี่ยนเอ่ยถามชูหลิง
"ประมาณ 300 เหรียญทองเพคะ" ชูหลิงตอบ
เมื่อได้ยินดังนั้นไป๋เหมยเซี่ยนจึงได้ไปยกหีบเล็กๆในตู้ข้างเตียงนอนเอามาให้ชูหลิงแล้วพูดขึ้นว่า "เอาของทั้งหมดนี้ไปจำนำเปลี่ยนเป็เงินและเอาไปแทงข้างพี่ชายข้าให้หมด น่าจะได้อีก 300 เหรียญทอง"
ชูหลิงที่ได้เห็นแบบนั้นก็ใแล้วเอ่ยเตือนเ้านายตัวเองว่า "องค์หญิงนี่เป็ของที่องค์ฮ่องเต้พระราชทานให้นะเพคะเกิดเสียหมดไปฝ่าารู้อาจจะทรงโกรธได้นะเพคะ"
ไป๋เหมยเซี่ยนที่ได้ยินอย่างนั้นก็เลยถามสาวใช้คนสนิทว่า "เ้าคิดว่าพี่กุนหลางจะแพ้หรือ"
ชูหลิงที่กำลังจะตอบก็นิ่งไปเมื่อนึกถึงภาพร้านอาหารชั้น 2 วันนั้น ท่วงท่าที่ทั้งสง่างามและมั่นคงนั้นทำให้นางไม่คิดว่าองค์ชายห้าจะแพ้แต่นางก็เคยได้ยินคนชมองค์ชายใหญ่ว่าเป็ผู้มากความสามารถจึงได้ตอบไปอย่างลังเลว่า "อาจจะไม่เพคะ"
ไป๋เหมยเซี่ยนที่ได้ยินก็พูดกลับไปว่า "แต่สำหรับข้าพี่ชายไม่มีวันแพ้เพราะงั้นทำตามที่ข้าบอกเถอะ"
"เพคะ" เมื่อเห็นเ้านายยืนยันชูหลิงก็ไม่คัดค้านอีกต่อไป
_______________________________________________
ในระหว่างที่คุณชายติงกำลังจะเดินออกจากบ้านก็ได้มีเสียงทักทายดังขึ้นเมื่อหันไปมองจึงเห็นว่าเป็คุณชายหานก็ถามขึ้นว่า "ห้าวตงเ้ากำลังจะไปไหน"
คุณชายหานได้ยินดังนั้นก็ตอบไปว่า "ข้าว่าจะมาชวนเ้าไปลงพนันให้องค์ชายห้า"
คุณชายติงได้ยินอย่างนั้นก็ตอบกลับอย่างยินดี "นี่ข้าก็จะไปเหมือนกัน งั้นพวกเราไปด้วยกันเลย"
_______________________________________________
ในย่านคนจนฝั่งทางเหนือของเมือง
"ไหนรวบรวมได้เท่าไหร่" มีเสียงถามขึ้น
"น่าจะประมาณ 30 เหรียญทองลูกพี่แต่คงได้กำไรไม่มากเท่าไหร่หรอกมั้งเพราะแต้มต่อขององค์ชายใหญ่มันเยอะมาก" อีกเสียงหนึ่งพูดขึ้น
เสียงแรกที่ได้ยินอย่างนั้นก็พูดขึ้นว่า "ใครว่าข้าจะแทงองค์ชายใหญ่ข้าจะแทงองค์ชายห้าต่างหาก"
"เฮ้ยท่านจะบ้าไปแล้วเหรอ" เสียงที่สามดังขึ้นแล้วจากนั้นกลุ่มคนที่กำลังนิ่งอึ่งอยู่ตรงนั้นก็รู้สึกตัวแล้วโวยวายขึ้นมา
"นี่มันเงินเก็บทั้งชีวิตของข้าเลยนะ!!!"
"นี่มันเงินที่ข้าเก็บไว้แต่งเมียนะเว้ยเฮ้ย!!!"
"เงินนั่นข้าสู้อุตส่าห์ขโมยพ่อแม่มานะ!!!"
"ข้าแอบทุบกระปุกออมสินน้องสาวมานะโว้ย!!!"
"หยุด!!!!!"
เมื่อเห็นว่ากำลังจะเกิดความวุ่นวายชายผู้ถูกเรียกว่าลูกพี่ก็ะโเสียงดังขึ้นและอธิบายต่อไปว่า "พวกเ้าก็รู้ว่าข้าหม่าชงซีผู้นี้เป็ผู้รอบรู้ทุกเื่ราวเพราะฉะนั้นจงมั่นใจในตัวข้าเถิด จงมั่นใจในตัวลูกพี่ของพวกเ้าและตัวข้าก็มั่นใจว่าองค์ชายห้าจะไม่แพ้แน่นอน" หม่าชงซีกล่าวอย่างเชื่อมั่น
ที่หม่าชงซีเชื่อมั่นขนาดนี้เพราะว่าเขาไม่ได้เป็เพียงแค่หัวหน้าอันธพาลแต่เขาเป็พลทหารประจำกำแพงชั้นนอกฝั่งทิศเหนือเขาได้เห็นองค์ชายห้าพัฒนาอักขระอาคมจนมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างมากจึงทำให้เขาเชื่อมั่นในตัวของชายห้าอย่างมาก
_______________________________________________
ณจวนตระกูลตี๋
ตี๋ลี่อินที่รู้ข่าวก็พูดกับน้องตัวเองว่า "ไม่นึกว่าเ้างั้งนั่นจะกล้าท้าสู้กับองค์ชายใหญ่เขาเป็บ้าไปแล้วรึ"
ลี่ิที่ได้ยินก็ได้ถามกลับไปว่า "องค์ชายใหญ่ร้ายกาจขนาดนั้นเลยหรือพี่หญิง"
ลี่อินที่ได้ยินคำถามก็ลังเลไปซักพักก่อนจะตอบว่า "พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันเพราะพี่ไม่เคยเห็นองค์ชายใหญ่สู้แต่เขาก็ขยันเรียนหนังสือและฝึกฝนวิชาอยู่ทุกวี่ทุกวันยังไงเขาก็ต้องเก่งกว่าคนที่เอาแต่ลอยชายไปวันๆอยู่แล้วละน่า"
"งั้นรึ" ลี่ิตอบรับแล้วขอตัวออกจากห้องไป
เมื่อมาถึงห้องตัวเองลี่ิก็หยิบเงินให้สาวใช้คนสนิทแล้วพูดว่า "เอาเงินทั้งหมดนี่ไปแทงข้างองค์ชายห้า"
สาวใช้คนสนิทก็ถามย้ำว่า "องค์ชายห้าจริงๆนะเ้าค่ะ"
ลี่ิจึงตอบไปว่า "ใช่แม้พี่หญิงจะยืนยันแล้วว่าเขาจะแพ้แต่ใจข้ามันบอกว่าเขาไม่มีทางแพ้แน่นอน"
สาวใช้ที่เห็นด้วยจึงตอบว่า "ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันค่ะคุณหนู"
_______________________________________________
3 วันผ่านไป
"คิดออกแล้วรึ" ขงเข่อถามขึ้นหลังจากเห็นไป๋กุนหลางเดินออกมาจากหอฝึกั
ไป๋กุนหลางที่ได้ยินก็หยุดคารวะแล้วตอบกลับไปว่า "คิดไม่ออกขอรับท่านลุงขง"
ขงเข่อจึงถามต่อว่า "แล้วทำไมถึงออกมา"
ไป๋กุนหลางก็ตอบไปว่า "ถึงจะคิดไม่ออกแต่เป้าหมายมีไว้พุ่งชน!!"
"ฮ่า!!ฮ่า!!ฮ่า!!" ขงเข่อที่ได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะลั่นอย่างชอบใจแล้วพูดขึ้นว่า "ตอบได้ดี.. จำไว้นะไอ้หนูคนแพ้ได้ แต่ใจห้ามแพ้"
"ขอรับ!!!"ไป๋กุนหลางรับคำอย่างหนักแน่นแล้วเดินทางไปที่สนามประลอง
สนามประลองนี้เป็สนามประลองประจำเมืองเมื่อดูจากรูปร่างแล้วนี่มันโคลอสเซียมชัดๆสงสัยผู้แต่งมันี้เีคิดไป๋กุนหลางคิด (แม่นแล้ว...ผู้แต่ง)
เมื่อไป๋กุนหลางไปถึงสิ่งที่ได้เห็นคือคนผู้คนมากมายเป็พันๆคนมานั่งอยู่บนอัศจรรย์ที่พักนักสู้ฝั่งตะวันออกของสนามถูกยึดโดยพวกขององค์ชายใหญ่มีองค์หญิงสี่มาเชียร์และก็องค์ชายรองที่ตอนนี้นั่งได้แล้วก็ได้นั่งเกี้ยวมาดูด้วยส่วนพวกที่ยืมล้อมหน้าล้อมหลังอยู่นั้นน่าจะเป็เพื่อนๆที่มาจากหอคอยแห่งความรู้ลี่อินกับลี่ิก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
ไป๋กุนหลางที่เห็นอย่างนั้นจึงเดินไปฝั่งตรงข้ามที่มีน้องสาวและเพื่อนๆเขายืนรออยู่
ด้านไป๋เหมยเซี่ยนก็เห็นพี่ชายเดินมาถึงวิ่งเข้าไปหาแล้วพูดขึ้นว่า "พี่ชายต้องชนะเท่านั้นนะเ้าคะเพราะข้าได้เอาทรัพย์สมบัติของตัวเองไปแทงข้างท่านทั้งหมดแล้ว"
"ใช่พวกข้าก็ด้วย" สองเพื่อนสนิทที่ได้ยินก็พูดผสมโรงเข้ามาด้วย
ไป๋กุนหลางที่ได้ยินว่าน้องสาวและผองเพื่อนยินยอมใช้ทรัพย์สมบัติตนเองมาลงแทงให้เขาก็รู้สึกยินดีตอบรับอย่างหนักแน่นว่า "พวกเ้าไม่ต้องห่วงข้าไม่มีวันแพ้ใคร"
"องค์ชายเพคะ" ปินปินเรียก
เมื่อไป๋กุนหลางหันไปดูก็เห็นปินปินอุ้มกล่องใบหนึ่งยื่นมาให้เขาเขารับมาพร้อมพูขอบคุณ แล้วลูบหัวเธออย่างเอ็นดู
สิ่งที่อยู่ในกล่องคือกระบี่ไม้เล่มหนึ่งกระบี่ไม้เล่มนี้ตัวกระบี่เป็สีดำได้แกะสลักและเคลือบสีในลายสลักได้อย่างสวยงามที่ตัวกระบี่เป็สีดำเพราะว่าทำมาจากไม้กฤษณาโลหะทมิฬซึ่งก็เป็ตามชื่อไม้นี้มีสีดำสนิทแล้วแข็งเหมือนโลหะและหอมเหมือนไม้กฤษณา
ส่วนที่ว่าทำไมไป๋กุนหลางต้องใช้กระบี่ไม้ไม่ใช้กระบี่ที่ได้รับพระราชทานมาก็เพราะจะได้ไม่ต้องออมมือ เช่น ถ้าเกิดฟันคอองค์ชายใหญ่เต็มแรงอย่างมากก็แค่คอหักหมออาจจะรักษาได้แต่ถ้าใช้กระบี่ที่ได้รับพระราชทานมาอาจจะถึงขั้นคอขาดบิดาของเขาต้องโกรธเขามากแน่นอนและถ้าจะถามว่าทำไมไม่ใช้กระบี่เหล็กไร้คม (ตอบ ดัก) ก็เพราะมันเลอค่าไม่พอที่จะให้องค์ชายผู้สูงศักดิ์และหล่อเหลาอย่างเขาใช้น่ะสิ
ด้านองค์ชายใหญ่ที่สังเกตเห็นไป๋กุนหลางแล้วก็ได้พูดออกมาเสียงดังลั่นเพื่อยกหางตัวเองว่า "น้องห้าถึงยังไงเราก็เป็พี่น้องกันเพราะอย่างนั้นข้าจะยอมเสียเปรียบใช้แค่พลังระดับนักสู้ สู้กับเ้า"
การใช้พลังระดับนักสู้ คือจะการใช้พลังยกระดับสมรรถภาพร่างกายเช่น เคลื่อนที่เร็วขึ้น หมัดหนักขึ้น กล้ามเนื้อแข็งแกร่งขึ้นแต่ไม่สามารถใช้พลังออกมาภายนอกได้
เมื่อถึงเวลาทั้งสองคนก็ขึ้นไปบนเวทีองค์ชายใหญ่ที่เห็นไป๋กุนหลางถือกระบี่ขึ้นมาก็พูดจาดูถูกว่า "น้องห้าเ้าคงไม่รู้สินะว่าสุดยอดวิชาประจำตระกูลไป๋เราคือวิชาหมัดนี่ถ้าเ้าตั้งใจศึกษาเล่าเรียนมากกว่านี้ก็คงจะฝึกวิชาได้ถูกต้อง"
".........." ไป๋กุนหลางไม่ตอบนี่คือข้อเสียของคนกวนตีนอย่างเขาเมื่อตั้งสมาธิจดจ่อแล้วไม่อาจแบ่งไปคิดถ้อยคำขยะได้
ตอนนี้ในหัวของไป๋กุนหลางมีวิธีเอาชนะองค์ชายใหญ่แค่วิธีเดียวคือต้องเสี่ยงโจมตีด้วยความคาดไม่ถึงเท่านั้นเพราะงั้นเมื่อสัญญาณเริ่มสู้ดังขึ้นไป๋กุนหลางก็เคลื่อนที่เข้าหาองค์ชายใหญ่ด้วย
สำนึกกระบี่ทัศนา
ทัศนาเมืองมนุษย์
การเคลื่อนไหวที่วุ่นวายการโจมตีที่หลอกลวงไป๋กุนหลางใช้มันเพื่อหลอกล่อองค์ชายใหญ่เมื่อองค์ชายใหญ่ติดกับเคลื่อนที่หลบการโจมตีหลอกๆของเขาไป๋กุนหลางจึงฉวยโอกาศแทงกระบี่ไม้ใส่องค์ชายใหญ่เต็มแรง
วูบ!!!!!
'แย่ละสิ!!' ไป๋กุนหลางคิดเพราะกระบี่ที่แทงอย่างเต็มแรงของเขาจั่วลมและหางตาของเขาก็เห็นองค์ชายใหญ่กำลังจะออกหมัด
เมื่อเห็นว่าถอยหลบไม่ทันแล้วไป๋กุนหลางก็ได้บิดร่างกายไปทางองค์ชายใหญ่แล้วยกมือข้างที่ถือกระบี่ป้องกันส่วนหัวมืออีกข้างเอามาป้องกันส่วนท้อง
ปึง!!!
อุก!!!
หมัดนี้ขององค์ชายใหญ่หนักมากถึงขนาดที่อัดมือที่ป้องกันส่วนลำตัวไปกระแทกกับท้องของไป๋กุนหลางจนเขารู้สึกได้ถึงความเปรี้ยวของน้ำย่อยที่พุ่งขึ้นมาที่ลำคอ
ไป๋กุนหลางได้อาศัยความแรงของหมัดนี้เพื่อถอยไปตั้งหลักกันการรุกไล่ซ้ำเติมขององค์ชายใหญ่
แต่องค์ชายใหญ่ไม่ได้บุกเข้ามากลับเก็บหมัดแล้วเอามือไขว้หลังด้วยท่วงท่าสง่างามแล้วพูดเหยียดหยามขึ้นว่า "น้องห้ากระบวนท่าชั้นต่ำของเ้านี่อาจจะหลอกลวงผู้อื่นได้แต่ไม่มีวันหลอกลวงข้าได้หรอก"
เหล่าเพื่อนๆกับผู้ชมบางส่วนที่ได้ยินอย่างนี้ก็โห่ร้องชื่นชมกันเกี้ยวเกล้า
ส่วนไป๋กุนหลางไม่ได้ตอบเพราะตอนนี้เขากำลังคิดอยู่ 'ในเมื่อการชิงชัยด้วยความคาดไม่ถึงมันถูกดักทางได้ง่ายขนาดนี้ต่อให้ดันทุรังใช้ต่อไปมันก็คงไม่เกิดผลสินะ….เอาวะสู้ในแบบของเราดีกว่า ดีไม่ดีอาจจะชนะได้'
เมื่อตัดสินใจได้แล้วไป๋กุนหลางก็เคลื่อนที่เข้าหาองค์ชายใหญ่ด้วยสไตล์ของเขานั่นคือการหยั่งเชิงคู่ต่อสู้และฉวยโอกาสเอาชนะ