เริ่มมีความหวัง
“ไชโย คุณแม่มาแล้ว” เด็กน้อยชูมือะโไปะโมา เมื่อมองเห็นรถของมารดาจอดอยู่ เด็กน้อยวิ่งปรื๋อเข้ามาในตัวบ้านทันที
“กลับจากโรงเรียนแล้วหรือครับ เสือน้อย” แพรพิมพ์หอมแก้มลูกชายฟอดใหญ่ด้วยความคิดถึง
“คับ คิดถึงคุณแม่จัง” เด็กน้อยตอบ
“แม่ก็คิดถึงลูกเหมือนกัน คิดถึงมาก ๆ เลย” แพรพิมพ์บอก แล้วดึงตัวลูกชายเข้ามากอดให้หายคิดถึง
“คุณแม่กลับมานานยังคับ”
“เพิ่งมาถึงค่ะ พอลงจากรถได้สักครู่ลูกก็มาพอดีเลย” แพรพิมพ์ตอบลูกชาย
“สะอิ้ง มาช่วยแพรเอาขนมเข้าไปเก็บในบ้านด้วยจ้ะ ฉันมีของฝากมาฝากสะอิ้งด้วยน่ะ” หญิงสาวเรียกพี่เลี้ยงของลูกชาย
แพรพิมพ์ถือของฝากบางส่วนเดินเข้าไปในบ้านก่อน โดยมีสะอิ้งถือส่วนที่เหลือเดินตามมา แต่เมื่อเดินผ่านห้องรับแขก แพรพิมพ์ถึงกลับชาวาบไปทั้งตัว เมื่อเหลือบตาไปมองแขกที่นั่งอยู่ ความรู้สึกเ็ปแล่นเข้าจับที่ขั้วหัวใจทันที ความโกรธความเกลียดมันไล่ประดังขึ้นมาอย่างไม่ลดละ
“แพร” ศิลาเรียกเธอ เมื่อเงยหน้ามอง บุคคลที่กำลังถือของเดินผ่านมา ด้วยความดีใจอย่างเหลือล้น เขาแทบจะวิ่งเข้าไปโอบกอดเธอ ด้วยความคิดถึง หลายปีมานี้เขาไม่เป็อันกินอันนอนเพราะความถึง ได้แต่ภาวนาให้ได้เจอสักครั้งก็ยังดี เขาอยากจะสารภาพผิด อยากจะรับผิดชอบ อยากจะขอโทษ ในสิ่งที่เขาก่อไว้กับหญิงสาวเขาคิดว่าชาตินี้คงจะไม่ได้เห็นหน้าเธออีกแล้ว และก็คงจะไม่มีโอกาสไถ่บาปแต่แล้ววันที่เขาเฝ้ารอก็มาถึง
แพรพิมพ์ถึงกับใหน้าซีด ของที่ถือมาหล่นร่วงลงพื้นด้วยความหวาดหวั่น ความรู้สึกสับสนสารพัดเกิดขึ้นในสมองย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ศิลาเห็นว่าเขามีโอกาสที่จะได้อธิบายเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาจึงเดินตรงเข้าไปหาแพรพิมพ์ทันที แต่หญิงสาวเบี่ยงตัวหนีทันที แล้วเดินออกจากตัวบ้านมาหยุดยืนอยู่ที่สวนหย่อมข้างบ้าน ชายหนุ่มยืนมอง ด้วยความรู้สึกรันทดหดหู่สักครู่ จึงเดินตามเธอออกไป
แพรพิมพ์ยืนหันหลังให้เขาอย่างไม่แยแส เธอไม่หันมามองหน้าชายหนุ่มเสียด้วยซ้ำ ศิลารับรู้ถึงความรู้สึกของเธอได้ดี เขารู้สึกเ็ปหนึบ ๆ ที่หัวใจ แล้วความเ็ปก็แล่นเข้ามาแทนที่ อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น แพรพิมพ์เข้มแข็งขึ้น ภาพความอ่อนโยนอ่อนหวานไม่หลงเหลืออยู่ในบุคลิกของเธอเลยแม้นแต่นิดเดียว แต่เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องคุยกับเธอให้เข้าใจทุกเื่
“เสือน้อยเป็ลูกของเราใช่ไหมครับ” ศิลาลั่นความคิดแรกออกไปทันที หญิงสาวยังคงยื่นนิ่ง
“แพร บอกซิครับว่าใช่หรือเปล่า” ชายหนุ่มถามซ้ำอีกครั้ง เขายืนรอคำตอบด้วยใจระทึก
หญิงสาวค่อย ๆ หันหน้ามาเผชิญกับเขา ด้วยแววตาเกลียดชังอย่างเต็มหัวจิตหัวใจ
“ลูกของฉันคนเดียว ไม่ใช่ลูกของเรา” แพรพิมพ์เน้นเสียง อย่างไม่สะทกสะท้านในความรู้สึกของอีกฝ่าย
“คุณกลับไปได้แล้ว แล้วก็อย่ามาที่นี่อีก และก็จงระลึกใส่ในสมองชั่ว ๆ ของคุณไว้ด้วยว่า เสือน้อยคือลูกของฉันคนเดียว คนอย่างคุณไม่เหมาะที่จะเป็พ่อใครทั้งนั้น จำไว้” แพรพิมพ์พูดเน้นเสียง แล้วสะบัดหน้าพรืด เดินออกจากที่ตรงนั้น
“แพร แพร อย่าเพิ่งไป ผมยังมีเื่ที่จะต้องอธิบายให้คุณเข้าใจ” ศิลาะโไล่หลัง แต่เธอไม่หันหน้ากลับมามองเขาเสียด้วยซ้ำ
“แพร ทำไมคุณไม่ยอมฟังเหตุผลผมบ้างเลย” ชายหนุ่มตัดพ้อด้วยความน้อยใจ ยืนมองเธอเดินจากไป อย่างไม่เหลือเยื่อใยให้กับเขาเลย
“ทำการบ้านอยู่หรือครับ” แพรพิมพ์เดินเข้าไปกอดดวงใจของเธอด้วยความหวงแหน
“คุณลุงกลับไปแล้วหรอคับ” เด็กน้อยถาม
หญิงสาวเอามือทั้งสองค่อย ๆ ประคองใบหน้าน้อย ๆ ของลูกแล้วจุมพิตที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน ด้วยความรักใครความเอ็นดู
“เสือน้อยครับ อย่าไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนนี้อีกน่ะครับ เขาเป็คนใจร้าย”
แพรพิมพ์ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ที่จะทำให้ลูกน้อยเข้าใจ ถึงเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเธอ แกยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจได้
“แต่คุณลุงใจดีน่ะคับ เขาพาเสือน้อยไปเที่ยว ซื้อของเล่น ซื้อขนมอร่อย ๆ ทั้งนั้นเลย” เด็กน้อยบอกด้วยความไร้เดียงสา ดูออกจะปลื้มศิลาอยู่ไม่น้อย
“ฟังแม่น่ะ เสือน้อย อย่ากินขนมของเขาอีก และเขาก็ไม่ใช่คนใจดีอย่างที่เสือน้อยคิดเลย เขาแกล้งทำดีกับเสือน้อยพอลูกเชื่อใจ เขาก็จะเอาตัวลูกไปจากแม่ แล้วเราก็จะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกเลย เสือน้อยรักแม่ไหม”
แพรพิมพ์บอกลูก เพราะกลัวศิลาจะวางยา เหมือนคราวที่เขาทำกับเธอ แพรพิมพ์ไม่เคยไว้ใจชายผู้นี้เลย
“ว่าไงล่ะเสือน้อย รักแม่ไหม”
เด็กน้อยรู้สึกกลัวที่จะไม่ได้อยู่กับแม่ จึงกอดแม่ไว้แน่น
“รักคับ เสือน้อยรักแม่ที่สุดในโลกเลย”
แพรพิมพ์กอดลูก แล้วกระชับวงแขนให้แน่นเข้ากับอก
“รักแม่ก็เชื่อแม่น่ะลูก อย่าไปไหนมาไหนกับเขาอีก และอย่ากินขนมที่เขาให้ ไม่งั้นเสือน้อยกับแม่จะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกเลย”
“คับแม่ เสือน้อยจะไม่ไปไหนกับคุณลุง และก็จะไม่กินขนมด้วยคับ”
“ดีมาก เสือน้อยคนเก่งของแม่ ลูกทำการบ้านให้เสร็จก่อน แม่มีของเล่นมาให้เยอะแยะเลย”
แพรพิมพ์หอมแก้มทั้งสองข้างของลูกอีกฟอดใหญ่ แล้วนั่งดูลูกน้อยทำการบ้านจนเสร็จ
ศิลาล้มตัวลงนอนบนเตียงในห้องสูทที่เขาพักอยู่ ด้วยความกลัดกลุ้ม ชายหนุ่มดีใจที่ได้เจอแพรพิมพ์ และยิ่งดีใจมากยิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่าเขามีลูกกับเธอ เสือน้อยคือลูกของเขา เขาจะจัดการอย่างไรดีกับปัญหาเหล่านี้ จะทำอย่างไรดีถึงจะได้ตัวแพรพิมพ์กับลูกไปอยู่กรุงเทพกับเขาด้วย อีกไม่กี่วันเขาต้องกลับแล้ว เธอไม่ยอมฟังเขาเลย ศิลานึกถึงท่าทางและแววตาที่เธอมองมา มันเหมือนใบมีดคม ที่กรีดลึกลงบนหัวใจอ่อน ๆ ของเขา
“แพร แพรจะให้ผมทำอะไรผมยอมทั้งนั้น ของเพียงแพรยอมฟังคำอธิบายของผมเท่านั้นพอแล้ว แพรคงไม่รู้หรอกว่า ผมรู้สึกอย่างไรกับแพร”
ชายหนุ่มได้แต่สะท้อนความเสียใจอยู่ในอก มันเ็ปและทรมานแสนสาหัส ที่เขาเป็อยู่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
“ลูกพ่อ ลูกเป็ลูกของพ่อจริง ๆ ด้วย เสือน้อย ลูกช่างน่ารักเสียเหลือเกิน ลูกของพ่อ” ศิลาพร่ำเพ้อราวกับคนเสียสติ
เย็นวันรุ่งขึ้นศิลาไปโรงเรียนของเสือน้อย เพื่อจะรับลูกกลับไปส่งที่บ้านจันทร์แข ไม่ทันที่จะก้าวลงจากรถ เข้าต้องเปลี่ยนใจเลื่อนตัวเองให้ต่ำลง เมื่อเห็นแพรพิมพ์เดินจูงมือเสือน้อยออกมาจากรั้วโรงเรียน
ศิลาแทบขาดใจ เมื่อมองเห็นภาพของพ่อแม่ลูกเดินจูงมือกันมา เขาอยากจะเป็แบบนี้บ้าง เขาจะมีโอกาสได้ทำแบบนี้บ้างไหมหนอ ศิลาจึงจำใจต้องขับรถกลับโรงแรม ด้วยความผิดหวังอย่างแรง ที่จะได้เจอและได้พาลูกไปกินขนมอร่อย ๆ เขาอยากอยู่ใกล้ ๆ กลับลูก แต่อย่างไรก็ตามศิลาจะต้องขอพบลูกก่อนจะกลับกรุงเทพให้ได้
เย็นวันต่อมาศิลามาจอดรถรอลูก ก่อนถึงเวลาเลิกเรียนเล็กน้อย หัวใจชายหนุ่มพองโตทันที เมื่อแลเห็นสะอิ้งพี่เลี้ยงเดินมานั่งรอที่เก้าอี้ใต้ต้นหูกวาง ตัวที่เขาเคยมานั่งรอครั้งที่มากับจันทร์แข แล้วได้เห็นหน้าลูกชายเป็ครั้งแรก เขาเดินไปหาสะอิ้ง พูดคุยกับสะอิ้งสักพัก พี่เลี้ยงสาวจึงลุกเดินจากเขาไป
เสียงกระดิ่งโรงเรียนดังเป็สัญญาณให้รู้ว่าหมดเวลาเรียน ศิลายืนรอลูกอยู่สักครู่ เห็นเสือน้อยเดินตรงมา เขาเดินลิ่วเข้าไปหาแล้วเขาจะอุ้มเสือน้อย แต่เด็กน้อยขืนตัวไม่ให้เขาอุ้มจึงต้องปล่อยให้ลูกเดินไปยังโต๊ะม้าหินที่นั่งประจำ เขาอยากจะร้องไห้เสียจริง ๆ แต่น้ำตามันกลับไหลย้อนลงไปในอกแทน
“หิวไหมครับ เสือน้อย” เขาถาม เมื่อลูกนั่งบนเก้าอี้ใต้ต้นหูกวางเรียบร้อยแล้ว
“ดูนี่ซิพ่อ…. เออ….ลุงซื้อขนมมาให้เยอะแยะเลย” ประโยคแรกศิลาต้องรับเปลี่ยนสรรพนามทันที
“ทานเสียซิครับ อร่อย ๆ ทั้งนั้นเลย”
ศิลาแกะห่อขนมแล้วส่งให้ลูก แต่เด็กน้อยกลับส่ายศีรษะไปมา
“ทำไมล่ะลูก ทำไมไม่ทาน เสือน้อยไม่หิวหรือครับ” ศิลารู้สึกผิดหวัง เมื่อเด็กน้อยปฏิเสธขนมที่เขาส่งให้
“แม่แพรบอกว่า อย่ากินขนมของคุณลุง อย่าไปไหนกับคุณลุง เดี๋ยวคุณลุงจะเอาตัวเสือน้อยไป เสือน้อยกับแม่ก็จะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก” เด็กน้อยพูดด้วยความไร้เดียงสา
ศิลาแทบหมดเรี่ยวแรง เมื่อได้ยินคำพูดจากปากลูก เขากอดลูกไว้แน่นด้วยความรันทดใจ
“แพร คุณทำอย่างนี้ คุณฆ่าผมให้ตายเสียดีกว่า อย่าทรมานผมด้วยวิธีนี้เลย มันเ็ปเหลือเกิน” คำพูดที่สะท้อนอยู่ในอก มันช่างไม่ต่างอะไรกับน้ำกรด ที่ค่อย ๆ กัดกร่อนเนื้ออ่อน ๆ ของหัวใจทีละเล็กทีละน้อย
“พี่สะอิ้ง เสือน้อยอยากกลับบ้านคับ คิดถึงแม่แพรกับแม่แขแล้ว ไปกันเถอะคับ” เสือน้อยร้องบอก เมื่อเห็นพี่เลี้ยงเดินเข้ามาหา
“สะอิ้งไปก่อนนะคะคุณ " สะอิ้งบอก แล้วยื่นถ้วยไอศกรีมช็อกโกแลตให้ศิลา
“สะอิ้งกินเถอะ ไปขึ้นรถกันเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่งที่หน้าบ้าน” ศิลาบอก
เด็กน้อยผละไปเกาะแขนพี่เลี้ยงทันที เมื่อได้ยินศิลาบอกว่าจะไปส่ง
“เสือน้อยไม่อยากให้คุณลุงไปส่ง เดี๋ยวคุณลุงพาเสือน้อยไปไกล ๆ เสือน้อยกลัวไม่ได้เจอแม่แพร พี่อิ้งคับอย่าไปกับคุณลุงน่ะครับ เสือน้อยกลัวคุณลุง เดี๋ยวคุณลุงพาเสือน้อยไปไกล ๆ เสือน้อยกลัว จะไม่ได้เจอกับแม่อีกพี่อิ้งอย่าไปกับคุณลุงน่ะคับ”
ศิลามองหน้าลูกชาย คำพูดที่เขาได้ยินจากปากลูกนั้น ทำให้เขาเ็ปหาที่สุดมิได้ เพราะความผิดพลาดของเขาแท้ ๆ ที่ทำให้ต้องมาทนทุกข์ทรมานอย่างนี้ คงจะเป็ผลของการสาปแช่งของแพรพิมพ์ ที่กำลังพัดกระหน่ำโหมความรุนแรงยิ่งขึ้นทุกวัน ๆ
ขาทั้งสองของศิลาหมดเรี่ยวหมดแรงลงทันที เขาทรุดฮวบลงกับโต๊ะด้วยความเสียใจ ในอกสะอื้นโหยหาความสุข แต่กลับได้ความเ็ปเจ็บช้ำแทน แต่แล้วตนเองก็ค่อย ๆ รวบรวมกำลังที่เหลือ พยุงร่างให้ลุกขึ้นมายืนอีกครั้งอย่างยากลำบาก
“ไม่พูดกับผู้ใหญ่แบบนี้ซิคะ ไม่น่ารักเลย” สะอิ้งเตือนน้อง
“ขอโทษคุณลุงเสียค่ะ” สะอิ้งบอก
“ไม่เป็ไรหรอกสะอิ้ง” ศิลาพยายามฝืนใจพูด ทั้ง ๆ ที่ความรู้สึกเสียใจยังมีอยู่เต็มในอก
“เราไปกันเถอะ” ศิลาเอ่ย
เด็กน้อยทำท่าอิดเอื้อน
“พี่อิ้งไปด้วย เสือน้อยไม่ต้องกลัว คุณลุงเขาจะพาไปหาแม่แพรไงไปกับคุณลุงเราจะได้เจอแม่แพรไว ๆ ไง” สะอิ้งพูดปะเหลาะอยู่สักพัก
เสือน้อยยอม แล้วเดินเกาะแขนพี่เลี้ยงแน่น ทั้งคู่จึงเดินตามศิลาไปที่ขึ้นรถ ชายหนุ่มขับออกจากโรงเรียนทันที แล่นตรงไปยังบ้านจันทร์แข มาหยุดจอดรถที่หน้าประตูรั้ว
“คุณศิลาจะเข้าไปในบ้านก่อนหรือเปล่าคะ” สะอิ้งถามเมื่อลงจากรถแล้ว แต่เห็นศิลาไม่มีทีท่าจะลงจากรถ
“ไม่ล่ะ อ้อ สะอิ้งอย่าบอกคุณแพรหรือคุณแขน่ะ ว่าฉันมาส่งเสือน้อย” เขาสั่งสาวพี่เลี้ยง
“ทำไมล่ะค่ะ” สะอิ้งสงสัยในคำสั่ง
“ไม่มีอะไรหรอก สะอิ้งทำตามก็แล้วกัน” เขากำชับ
“ค่ะ” สาวพี่เลี้ยงรับคำ แล้วเดินหายเข้าไปในรั้วบ้านทันที
" พรุ่งนี้เย็นเราต้องกลับกรุงเทพแล้วจะทำอย่างไรดี ถึงจะคุยกับแพรให้รู้เื่ได้ เฮ้ย ศิลาตบผางลงไปที่พวงมาลัยรถ ด้วยความกลัดกลุ้มใจ เขากลุ้มจนปัญญาและยังคงหาทางออกไม่เจอ
“จะอย่างไรก็แล้วแต่ พรุ่งนี้เราต้องคุยกับแพรให้รู้เื่ อะไรมันจะเกิดขึ้นก็ต้องปล่อยให้มันเกิด จะมีอะไรที่จะเลวร้ายไปกว่านี้อีกล่ะ” ศิลาบอกกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น
“สะอิ้ง คุณแพรอยู่ไหม” ศิลาถามทันทีเมื่อรถแล่นพ้นประตูรั้วเข้ามา ในขณะที่พี่เลี้ยงสาวกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่
“อยู่ค่ะ คุณแพรนั่งเล่นอยู่ที่สวนหย่อมหลังบ้านค่ะ”
“คุณแขล่ะ อยู่หรือเปล่า”
“ไม่อยู่ค่ะ คุณแขพาเสือน้อย ไปเที่ยวสวนสนุก บ่าย ๆ คงจะกลับมาค่ะ”
ศิลาพยักหน้ารับรู้ เมื่อเขาจอดรถเข้าที่เรียบร้อยแล้ว เขาจึงรีบลงจากรถ แล้วเดินอ้อมไปหลังตึกทันที เห็นหญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการตกแต่งต้นไม้อย่างเพลิดเพลิน ภายในความรู้สึกของชายหนุ่ม อยากจะเดินเข้าไปกอดเสียเหลือเกิน กอดให้สมกับความคิดถึง เขายืนชั่งใจอยู่สักครู่จึงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ ๆ ตัวเธอ
แพรพิมพ์ถึงกับผวาลุกขึ้นยืน แล้วถอยหลังกรูดทันที เมื่อเห็นศิลายืนอยู่ตรงหน้า หญิงสาวรีบปรับอารมณ์และความรู้สึกทันทีเมื่อตั้งสติได้ ไม่ทันที่ทั้งสองจะเอ่ยปากคุยกัน สะอิ้งก็เดินถือน้ำหวานเข้ามา ศิลามองจนสะอิ้งเดินจากไปแล้ว เขาจึงเป็ฝ่ายเริ่มพูดก่อน
“แพร ผมขอเวลาสักครู่ ฟังผมอธิบายก่อน หลังจากนั้น แพรจะคิดหรือจะทำอย่างไร ผมยอมทำตามทุกอย่าง” ชายหนุ่มบอก ด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
“เราสองคน เดินกันคนละทางมาั้แ่ต้นแล้ว ไม่จำเป็ที่จะต้องมาพูดหรืออธิบายกันอีก แค่สิ่งที่คุณทำมันก็อธิบายอยู่แล้ว กลับไปเสียเถอะ” แพรพิมพ์บอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบเ็า แต่หนักแน่นและจริงจัง
หญิงสาวพูดจบทำท่าจะเดินหนี ศิลารีบคว้าข้อมือของภรรยาทันที แพรพิมพ์หยุดกึกทันที แล้วหันมามองเขาด้วยสายตาโกรธขึ้ง ชายหนุ่มเห็นแววตาของเธอ จึงจำใจต้องปล่อยมือทันที เมื่อแพรพิมพ์หลุดจากการเหนี่ยวรั้งของอีกฝ่าย เธอจึงเดินถอยหลังให้ห่างเขา
“กรุณาอย่ามายุ่งกับชีวิตฉันและลูกอีก” แพรพิมพ์แค่นเสียงใส่หน้าเขาอย่างดุดัน
“แต่เสือน้อยก็เป็ลูกของผมด้วยเหมือนกัน” ศิลาแย้ง
หญิงสาวหัวเราะราวกับว่าศิลาพูดเื่น่าขบขันให้เธอฟัง จากเสียงหัวเราะเมื่อครู่ก็เริ่มเปลี่ยนเป็การยิ้มเยาะให้ชายหนุ่มได้สะท้อนอยู่ในอก
“ผู้ชายอย่างคุณมันไม่เหมาะที่จะเป็พ่อใครหรอก ไม่มีใครเขาบอกคุณ ให้รู้ตัวเลยหรือไง” แพรพิมพ์ค่อนอย่างดูิ่ดูแคลน
“แพรจะว่าหรือดูถูกผมอย่างไรก็ช่าง ความจริงก็คือความจริง แพรเองก็รู้อยู่เต็มอก ว่าผมคือพ่อของแกหรือแพรจะเถียงว่าผมไม่ใช่พ่อของแก และผมก็ไม่ได้เป็สามีของแพรด้วย วันนั้นแพรกับผมไม่ได้มีอะไรกัน”
ชายหนุ่มบอกอย่างหมดความอดทน แต่อีกใจก็เกรงอยู่เหมือนกันว่าแพรพิมพ์ จะแสดงความไม่พอใจ เมื่อเป็เช่นนั้นมันก็จะเป็การยากยิ่งขึ้น ที่เขาจะปรับความเข้าใจกับเธอได้
แพรพิมพ์ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มกลับยืนนิ่ง มองเขาด้วยแววตาไร้ความรู้สึกและเฉยเมย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่แยแส
“ฉันไม่เถียง คุณคงภูมิใจมากซิน่ะ ที่ใช้วิธีสกปรกทำลายฉัน ทั้ง ๆ ที่คุณก็รู้อยู่เต็มอกเหมือนกัน ว่าฉันเกลียดคุณอย่างกับอะไรดี หรือคุณจะไม่ยอมรับความจริงข้อนี้ แต่ก็เอาเถอะ ฉันคิดเสียว่าฉันทำบุญทำทานให้กับสัตว์โลกตัวผู้ที่หิวโหย” แพรพิมพ์ต่อว่าเพื่อให้เขาสำนึก ในสิ่งที่เขาทำกับเธอไว้
“แพร แต่ที่ผมทำไปทั้งหมด ผมมีเหตุผลผมอธิบายให้แพรเข้าใจได้” ศิลาค้านอย่างเสียขวัญ
“เหตุผลของคุณก็คือ คุณ้าเอาชนะภูผา แต่คุณก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ คุณเลยหันมาเล่นงานฉันแทน เพื่อที่จะได้เยาะเย้ยภูผาให้เจ็บช้ำน้ำใจ คุณมันเลวจริง ๆ ” หญิงสาวยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเกลียดและความชิงชัง
“มันไม่ใช้อย่างที่แพรเข้าใจ” ศิลาบอกด้วยความหม่นใจ
“กลับไปเสียเถอะ แล้วอย่ามายุ่งกับฉันและลูกอีก เท่าที่ผ่านมา คุณทำลายชีวิตฉันจนพังพินาศยับเยิน ขอลมหายใจที่ยังมีอยู่นี้ ให้ฉันได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขด้วยเถิด คุณอย่ามาทำตัวเป็พญามาร อย่ามาตามทำลายชีวิตที่ฉันเหลืออยู่ให้พินาศย่อยยับคามือคุณเลย เื่ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นฉันจะนึกเสียว่าฉันทำบุญทำทานให้กับสัตว์เดรัจฉานที่มาขอส่วนบุญ”
แพรพิมพ์พูดจบหันหลังให้ แล้วเดินจากไป โดยไม่ฟังคำอธิบายของอีกฝ่ายเลย
“เดี๋ยวก่อนแพร” ชายหนุ่มเรียก ก่อนที่เธอจะเดินห่างเขาไปจนไกล
“ผม …. "
“ถ้าคุณไม่ไปจากชีวิตฉัน ฉันจะเป็ฝ่ายไปเอง ฉันรับรองได้เลยว่า คราวนี้คุณจะไม่มีโอกาสได้เจอะเจอฉันอีกเลย ไม่เชื่อก็ลองดู”
แพรพิมพ์พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง โดยไม่ได้หันหน้ามาพูดกับเขา
ชายหนุ่มยืนมองแพรพิมพ์เดินจากไป ด้วยดวงใจแหลกสลายเหมือนโลกทั้งใบถูกลูกอุกกาบาตวิ่งชนเต็มแรง เธอทั้งโกรธทั้งเกลียดเขาและคงจะไม่ให้อภัยเขาแน่ ๆ ดูท่าทางแล้วคงจะหมดหวัง หมดโอกาสที่จะอธิบายให้เธอเข้าใจ ถ้าขืนเข้าไปวุ่นวายมาก ๆ เธอคงจะหนีจากเขาไปตามที่บอกเอาไว้ เขารู้ว่าแพรพิมพ์พูดจริงทำจริง และถ้าเป็อย่างนั้นเขาจะทำอย่างไร แล้วลูกล่ะเขาก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าแกอีกเลย
">