จี้นิล : ตกหลุมรักอาการมันเป็ยังไง
ขั้นตอนแรกของปฐมบทแห่งรัก หรือการตกหลุมรัก ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยฮอร์โมนเพศได้แก่
เทสโทสเตอโรน (testosterone) และ เอสโตรเจน (oestrogen) ทั้งหญิงและชาย
เมื่อคุณหลงอยู่ในภวังค์แห่งรักอย่างจัง และในหัวสมองแทบไม่คิดเื่อื่นเลย นักวิทยาศาสตร์คิดว่ามีสารสื่อประสาท (neurotransmitters) หลัก ๆ อยู่ 3 อย่างที่เกี่ยวข้องคือ อะดรีนาลีน (adrenaline) , โดพามีน (dopamine) และ เซโรโทนิน (serotonin)
อะดรีนาลีน
ขั้นตอนเริ่มต้นของการตกลงหลุมรักใครสักคนนั้น คุณจะเริ่มมีการตอบสนองต่อสาร อะดรีนาลีน และคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนเครียด (cortisol) ที่เพิ่มขึ้น อาการจะเหมือนโดยมนต์สะกด เมื่อคุณพบรักครั้งใหม่อย่างไม่คาดฝันมากก่อน ซึ่งคุณจะเริ่มเหงื่อออก หัวใจเต้นแรง และปากแห้ง
โดพามีน
สารสื่อประสาทอย่างโดพามีนอยู่ในระดับที่สูง สารเคมีนี้จะกระตุ้น ความปรารถนาและความ้าสิ่งตอบแทน (desire and reward) โดยไปจุดชวนความสุข ให้ทวีความสุขมากยิ่งขึ้น ซึ่งมันจะมีผลเหมือนกับสมองได้รับโคเคน
เซโรโทนิน
เซโรโทนิน เป็หนึ่งในสารเคมีที่สำคัญที่สุดของปราฏการณ์รัก
บอกได้ว่า ทำไมคุณถึงตกหลุมรัก และคนรักใหม่ของคุณก็ยังเก็บอยู่ในความทรงจำ
(อ้างอิง จาก Google)
คุณเชื่อเื่เกี่ยวกับการตกหลุมรักั้แ่ครั้งแรกเห็นไหม
ก็รักแรกพบไง
ผมคนที่ไม่เคยสนใจ ไม่เคยมีความรักเลย และไม่เคยััว่ามันจะเป็ยังไง
มันรู้สึกยังไงกันนะ เป็แบบนี้หรือ แบบที่ผมกำลังเป็ตอนนี้หรือเปล่านะ
มัน...เหมือนกับ...แผ่นดินไหวในหัวใจเลย หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง การสูบฉีดเืของหัวใจทำงานหนักมาก เหมือนจะหลุดออกมาข้างนอกให้ได้ ใบหน้าที่เห็นแวบเดียว แต่ก็จดจำจนติดตาตรึงในหัวสมอง
อยากจะสลัดให้หลุดจากความคิดไปแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้ มันคืออาการแบบนี้หรือเปล่านะ ไอ้อาการตกหลุมรักเนี่ย
"ผมขอเรียกอาการนี้มันว่า ตกหลุมรักั้แ่แรกเห็น รักแรกพบ"
ย้อนไปเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน
"ขอบคุณครับที่มาส่ง สวัสดีครับลุงที"
"แน่ใจแล้วใช่ไหม ว่าอยู่คนเดียวได้"
"ครับ"
"ถ้างั้นก็โชคดีนะ หลานมีอะไรก็โทรหาลุงได้ตลอด" ลุงทีบอกให้กำลังใจกับหลานของตัวเองกับการมามหาลัยวันแรก และการอยู่ตัวคนเดียวในการใช้ชีวิตมหาลัยต่อไป ซึ่งเมื่อร่างเล็กตัดสินใจแล้วว่า้าอยู่คนเดียว เขาเองก็คงทำได้แค่เป็กำลังใจให้
"ครับผม" ร่างเล็กตอบพร้อมกับยิ้มตาหยีไปให้ ก่อนที่จะก่อนก้าวลงจากรถ เมื่อรถของลุงเขาออกตัวไป เขาก็หันมาตื่นเต้นกับการมามหาลัยวันแรก หันไปหันมามองหาทางไปที่คณะตัวเอง ถึงแม้ตัวเขาจะต้องใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวต่อไปแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือรู้สึกลำบากอะไร เพราะตัวเขานั้นหลังจากที่พ่อแม่จากไปด้วยอุบัติเหตุ เขาก็อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ด้วยเงินประกันชีวิตของพ่อแม่ที่ทำไว้ให้เขากับมรดกเล็กๆ น้อยๆ พออยู่ตัวเขา ที่เป็ลูกคนเดียว และการทำงานเล็กๆ น้อยของเขาด้วย แต่ถึงจะมีเงินพออยู่ได้ก็ไม่พอกับการเรียนต่อเพื่อทำตามความฝันของเขาได้และความฝันของพ่อแม่เขา
การจะเรียนหมอจำเป็ต้องใช้เงินเยอะมาก เขาจึงต้องพยายามมากในการสอบชิงทุนศึกษา ซึ่งความพยายามในการอ่านหนังสือและการพัฒนาสมองของเขาก็ทำให้เขาสอบชิงทุนได้ที่หนึ่งของมหาลัยชั้นนำได้ตามที่คิดฝันไว้ มันเป็รู้สึกที่ประสบความสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง น่าเสียดายที่ท่านทั้งสองไม่ได้อยู่แสดงความยินดีกับเขา แต่เขาก็เชื่อว่าท่านทั้งสองต้องยินดีและมองเขาอยู่จากข้างบนแน่ ด้วยความที่กำลังมองหาคนเพื่อถามทางไปคณะของตนและคิดอะไรเรื่อยเปื่อยของตนไม่ได้สนใจอะไร ทำให้ไม่ทันระวังเห็นรถที่กำลังแล่นมาอย่างรวดเร็วอย่างหลีกไม่ได้
"หาาาาา" ด้วยหางตาของร่างเล็กก็รถคันสีดำวาวเคลื่อนตัวมาอย่างรวดเร็ว ตาเบิกกว้างพร้อมกับรีบถอยห่างแต่ก็สายไปเสียแล้วเพราะรถแล่นออกมาเร็วและใกล้จนเกิน ด้วยความใทำให้ร่างเล็กล้มลงกับพื้นพร้อมกับหลับตาปี๋ ภาวนาในใจ ฮึก
เอี๊ยดดดดดดดดดดด!!!
เสียงเบรกรถอย่างกะทันหันอย่างดังขึ้น เฉี่ยวร่างเล็กนั้นไปเพียงนิดเดียวอย่างกลั้นหายใจ คนขับข้างในได้แต่ถอนหายใจโล่ง พร้อมกับความโมโหหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว เปิดประตูรถเสียงดังเดินปึงปังเข้ามา
"ไอ้เฉิ่ม มึงอยากตายหรือไงห้ะ!!! "
"ถ้ากูเบรกไม่ทัน มึงคงไปเฝ้ายมโลกแล้วเนี่ย ห้ะ เห็นไหม!!! " ร่างสูงตะคอกใส่ร่างเล็กที่ล้มลงกับพื้น ด้วยความโมโหที่ตนกำลังเร่งรีบแล้วยังมาเจอไอ้เด็กเฉิ่มที่ตัดยืนตัดหน้ารถเขาทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นอีก
" อึก " ร่างเล็กรู้สึกว่านี่เขาตายหรือยังนะ คนตายแล้วมันไม่รู้สึกเจ็บเหรอ ปกติธรรมดาอย่างงี้เหรอแต่เมื่อเขาได้ยินเสียงตะคอกขึ้นมาอย่างดัง นี้เขายังไม่ตายนิ จึงค่อยๆ ลืมตา ลืมตาขึ้นมาสบตากับร่างสูงตรงหน้า แรกพบสบตาเพียงเสี้ยววินาที เขาก็ยิ่งตาเบิกกว้างมากขึ้น นี่เขาเป็อะไรนะ หัวใจเต้นเเรงจัง อ่า เขายกมือขึ้นมาทาบอกที่หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมาให้ได้เลยทีเดียว
"เอ่อ" หัวใจทำไมเต้นแรงจัง
"สัส มึงอย่ามาทำหน้าเฉิ่มใส่กูสิว่ะ"
"แม่ง คนกำลังรีบอยู่"
"ไม่เป็ไรก็ดี หลบไปสิว่ะ"
" วันนี้มึงโชคดี กูกำลังรีบถ้าเจอ ครั้งหน้าอีกมึงตาย"
ร่างสูงพูดรัวๆ แบบรีบๆ แล้วก็ขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ตัวเขายังคงนั่งอยู่ที่เดิมกับอาการใจเต้นแรงอยู่ ร่างสูงพูดอะไรไม่รู้รัวๆ มาแต่เหมือนตัวเขานั้นไม่อาจรับรู้สิ่งภายนอกได้เลย เหมือนหูอื้อตาลายคลายจะหน้ามืดไปกับอาการใจเต้นแรงนี้ รู้สึกตัวเบาหวิวเหมือนมีผีเสื้อเป็สิบๆ ตัวบินวนไปมา อ่า นี่เขาเป็อะไร ั้แ่เกิดมานั้นเขายังไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนเลย แบบนี้คงต้องจดบันทึกเพื่อไปทำวิจัยสินะว่าเพราะอะไร คิดอย่างอย่างงั้น เขาก็หยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกจากระเป๋าเป้ข้างหลัง จดอาการลงไป เอ๋ หรือว่าเพราะว่าเขากลัวกันนะ แต่คนคนนั้นเขาไปแล้วนิน่าไม่ต้องใจเต้นแรงแล้ว หืมมม คนนั้น ทำไม หล่อจัง
เขาเองคงทนความสงสัยกับอาการใจเต้นแรง จึงเลือกวางปากกาและสมุดบันทึกลงและหยิบสมาร์ทโฟน ออกเพื่อกดค้นหาในกูเกิลว่าเกิดอะไรกับหัวใจของเขา
"หือ ตกหลุมรัก"
"งั้นเหรอ"
"มันคืออาการตกหลุมรัก งั้นเหรอนี่" เขาได้แต่พึมพำเบาๆ กับตัวเองไปมา อ่าาา หลังจากอ่านในกูเกิลไปเรื่อยๆ เขาเลยได้ข้อสรุปว่า
"นี่ผมตกหลุมแล้วเหรอ รักแรกพบ" ถ้านี้เป็อาการของคนที่ตกหลุมรักผมว่าผมคงจะตกหลุมรักแล้วล่ะ ไม่ใช่กับรถสีดำวาวคันงาม แต่กับเ้าของของมันต่างหาก
---------------------------
จี้นิล : "ผมขอเรียกอาการนี้มันว่า ตกหลุมรักั้แ่แรกเห็น รักแรกพบ"
---------------------------
ฝากคอนเม้นต์และติดตามนิยายด้วยนะค้าาาา
ความรักแรกพบก็มา บวกกับความวิชาการนิดนึง
อย่า อย่า อย่าน้องหมอจี้นิลที่ภายนอกคริคริ