เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    ตอนที่ 682 ทานอาหารด้วยกันก่อนไปสถานศึกษานิกายสาขารุ่นเยาว์

    ตอนที่ 682 ทานอาหารด้วยกันก่อนไปสถานศึกษานิกายสาขารุ่นเยาว์

     

    “ขอบคุณพี่ชาย ท่านช่างใจกับข้าจริงๆต่างกับญาติของข้าที่ไม่เคยสนใจข้าเลย พวกเขาเอาแต่ผลักใสไล่ข้าไปให้ใกล้ซึ่งตอนนี้ข้าต้องออกมาอยู่คนเดียวเพียงลำพังที่สถานศึกษาหากในอนาคตข้ามีเงินเมื่อไหร่ข้าจะหามาชดใช้พี่ชายแน่นอน!”เด็กหญิงตัวน้อยหันไปกล่าวขอบคุณเจิ้งฟู่จากใจจริงๆเธอไม่คิดเลยว่าเจิ้งฟู่จะใจดีและช่วยเหลือเธอขนาดนี้ปกติแล้วเธอมักจะโดนคนอื่นแกล้งเสมอมา แม้แต่อาจารย์หลายๆคนก็ยังชอบทำเป็นมองไม่เห็นตัวเธอ......

     

    “เจ้าไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกเอาละนางฟ้าตัวน้อย เจ้าเริ่มบรรยายต่อเถอะตอนนี้ทุกคนกำลังรอเจ้าอยู่อย่าทำให้พวกเขาผิดหวังละ!” เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมยิ้มอย่างอบอุ่นให้กับเด็กหญิง.....

     

    ค่ะ!!

     

    เด็กหญิงรู้สึกมีความสุขมากในวันนี้เธอไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับเจิ้งฟู่ที่แสนจะใจดีแบบนี้ถึงแม้ว่าเธอจะเด็กอยู่แต่เธอก็สามารถรับรู้ได้ว่าใครที่จริงใจและใครที่ไม่จริงใจซึ่งรู้ว่าเจิ้งฟู่นั้นจริงใจกับเธอและเธอก็เห็นแววตาที่แสนจะรังเกลียดได้จากเจิ้งฟู่เมื่อตอนที่เจิ้งฟู่มองอาจารย์ของเธอและเพราะแบบนั้นเธอจึงเชื่อใจเขาและคิดที่จะอยู่ต่อโดยยอมรับผลที่จะเกิดขึ้น......

     

    สิบห้านาทีผ่านไป......

     

    ในที่สุดเด็กหญิงตัวน้อยก็จบการบรรยายของเธอซึ่งทุกคนที่ได้ฟังรู้สึกพอใจและสนุกมากทุกคนต่างก็ถามชื่อเธอและจดจำเธอเอาไว้ในฐานะผู้นำเที่ยวตัวน้อย......

     

    “ทำได้ดีมากแม่นางฟ้าตัวน้อย!เอาละ พวกเรากลับเข้าไปในตัวเมืองกันเดียวพี่ชายจะพาเจ้าไปหาอะไรกินให้อิ่มท้องก่อนกลับไปยังสถานศึกษาของเจ้า!” เจิ้งฟู่กล่าวชมเธอก่อนจะชวนเธอไปหาอะไรกินในเมืองกันซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางอีกสองชั่วโมงในการเดินทาง.....

     

    ค่ะ!

     

    หลังจากที่ทั้งสองตัดสินใจแล้วว่าจะกลับทั้งคู่ก็กลับไปที่รถม้าที่มีชายชรานั่งรออยู่ และเมื่อชายชราเห็นว่าเจิ้งฟู่พาเด็กหญิงตัวน้อยมาด้วยสีหน้าของชายชราก็ดูแปลกไปก่อนจะฉีกยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นเมื่อเห็นว่าเด็กสาวตัวน้อยนั้นเป็นใคร......

     

    ท่านตาคิง!

     

    ทว่ากลับเป็นเด็กหญิงที่ทักทายชายชราก่อนซึ่งช่างเยวี่ยเองก็รู้จักกับชายชราเช่นกัน......

     

    “นั่นมันแม่หนูน้อยช่างเยวี่ยนี่น่า?! ว่าแต่ทำไมเจ้าถึงมาอยู่กับนายน้อยท่านนี้ได้ละ?!”ชายชรายิ้มและถามกลับเด็กหญิงช่างเยวี่ยในทันทีอย่างสงสัย.....

     

    “ข้าได้พี่ชายท่านนี้ช่วยเอาไว้และข้าก็เป็นคำนำพี่ชายเที่ยวชมที่นี้ด้วย!” เด็กหญิงตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาและใสซื่อมากเธอและชายชราสนิทกันมาก สนิทกันยิ่งกว่าคนในสายเลือดเดียวกันเสียอีกเพราะปกติแล้วชายชรามักจะไปส่งเธอไปไหนมาไหนหากว่าเจอกัน......

     

    อ่า!

     

    “ก็ดีที่ทั้งสองคนรู้จักกันแต่ว่าพวกเรากลับเข้าไปในเมืองเถือ ตอนนี้ข้ารู้สึกหิวแล้ว และข้าก็คิดว่านางฟ้าตัวน้อยเองก็หิวเหมือนกันเช่นนั้นท่านผู้เฒ่าช่วยพาพวกเราไปร้านอาหารที่ท่านคิดว่าอร่อยที่สุดที่ท่านเคยกินมาทีพวกเราทั้งสามจะได้นั่งกินแล้วพูดคุยกัน!” เจิ้งฟู่พูดแทรกขึ้นมาเพื่อบอกให้ชายชราพาเขาไปที่ร้านอาหารก่อนซึ่งเป็นร้านที่เขาต้องการไปนั่นก็คือร้านที่ชายชราเคยไปมาแล้วและอร่อยที่สุดเท่าที่ชายชราเคยไปกินซึ่งเขาได้ชวนชายชราให้ร่วมกินกับเขาด้วย.....

     

    “ไม่เป็นไรหรอกขอรับนายน้อยท่านกินกับแม่หนูช่างเยวี่ยเถอะ ข้าน้อย.......”

     

    “ท่านรังเกียจที่จะนั่งกินข้าวกับข้าและนางฟ้าตัวน้อยอย่างนั้นเหรอท่านผู้เฒ่า?”เจิ้งฟู่รู้อยู่แล้วว่าชายชราจะต้องกล่าวปฏิเสธเขาแน่ๆแต่ว่าเจิ้งฟู่ก็มีแผนการของเขาและคำพูดที่จะทำให้อีกฝ่ายไม่อาจที่จะปฏิเสธเขาได้อยู่.....

     

    “ไม่ ไม่ ไม่!! ข้าน้อยไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยขอรับข้าน้อยเพียงแค่คิดว่าคนต่ำต้อยเช่นข้าน้อยไม่สมควรนั่งทานอาหารกับนายน้อยก็เท่านั้น”ชายชรารีบกล่าวแก้ตัวในทันทีว่าตนไม่ได้คิดอย่างที่เจิ้งฟู่กล่าวมาเลยสักนิดที่ตนปฏิเสธไปเพราะเกรงใจและไม่กล้าเท่านั้น......

     

    “ข้าไม่เคยมองคนอื่นต่ำกว่าแม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นเพียงขอทานข้าจะมองคนเลวทรามและชั่วช้าสารเลวเท่านั้นที่ต่ำกว่าซึ่งตัวท่านเป็นคนที่ให้คำแนะนำและชี้แนะข้ามาตลอดทางแล้วเหตุใดข้าจะเลี้ยงอาหารตอบแทนท่านไม่ได้ละ? ตกลงท่านจะไปกับพวกเราไหม?” เจิ้งฟู่เห็นว่าปลากินเหยื่อแล้วเขาจึงรีบดึงปลาขึ้นมาจากน้ำในทันที......

     

    อ่า!

     

    “ขอบคุณนายน้อยที่กรุณาคนแก่คนนี้!”ชายชราหมดหนทางที่จะไปต่อแล้ว เขาจึงได้ตอบตกลงไปอย่างเกรงใจถึงแม้ว่าเจิ้งฟู่จะบอกออกมาแบบนั้น แต่ชายชราก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ดี......

     

    “เช่นนั้นพวกเราก็กลับเข้าเมืองกันเถอะเรายังต้องเดินทางกันอีกตั้งหนึ่งชั่วยาม!” เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเจิ้งฟู่บอกให้ชายชราออกรถม้าได้.....

     

    ขอรับ!!

     

    .............................

     

    หนึ่งชั่วยามผ่านไป.......

     

    หลังจากที่เดินทางกลับจากซากโบราณถึงหนึ่งชั่วยามในที่สุดรถม้าก็มาหยุดจอดอยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ชานเมืองห่างจากพื้นที่การค้าและพื้นที่ที่มีผู้คนจำนวนมากซึ่งร้านค้าและผู้คนที่อยู่แถวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าทั่วไปและคนฐานะทั่วๆไป......

     

    “ถึงร้านอาหารแล้วขอรับนายท่านท่านและแม่หนูช่างเยวี่ยลงไปรอข้าน้อยในร้านเลยเดี๋ยวข้าน้อยขอนำรถม้าไปจอดที่ด้านหลังก่อน มันจะได้ไม่เกะกะขวางทางใคร!”ชายชราบอกกล่าวต่อเจิ้งฟู่และเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังนั่งพูดอย่างเมามันกับเจิ้งฟู่ให้รู้ว่าถึงร้อนอาหารแล้วและบอกให้ทั้งสองลงไปหาโต๊ะนั่งก่อนได้เลยส่วนตัวเขาจะไปเก็บรถม้าที่ด้านหลังก่อน.....

     

    อ่า!!

     

    เจิ้งฟู่พยักหน้าให้กับชายชราก่อนจะพาช่างเยวี่ยตัวน้อยลงรถม้าไปพร้อมกับเขาซึ่งร้านอาหารนี้ไม่ได้เล็กและไม่ใหญ่มาก แต่มันก็ดูดีมากกว่าร้านอาหารอื่นๆที่อยู่แถวๆนี้แถมยังมีคนมาใช้บริการเยอะมากอีกด้วยไม่เพียงแค่นั้นกลิ่นอาหารของที่นี้ยังหอมน่ากินอีก......

     

    “ยินดีต้อนรับขอรับนายท่านมันกันสองคนเหรอขอรับ?!” ในตอนนั้นเองเสียงของชายกลางคนร่างผอมที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับหรือที่เรียกกันว่าเสี่ยวเอ้อได้เดินเข้ามาทักทายเจิ้งฟู่และเด็กหญิงตัวน้อยด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร.....

     

    “พวกเรามากันสามคน อีกคนกำลังจะมาเจ้าช่วยจัดหาโต๊ะให้พวกเราได้หรือไม่?!” เจิ้งฟู่ตอบกลับเสี่ยวเอ้อไปในทันทีอย่างสุภาพ......

     

    “ได้ขอรับนายท่านเชิญท่านทั้งสองตามข้าน้อยมาได้เลย!” เสี่ยวเอ้อพยักหน้าพร้อมกับเชิญเจิ้งฟู่และช่างเยวี่ยตัวน้อยให้ตามตนเข้าไปในร้านเพื่อไปยังโต๊ะที่ยังว่างอยู่......

     

    ภายในร้านอาหาร......

     

    “ถึงแล้วขอรับโต๊ะของท่านไม่ทราบว่าท่าต้องการสั่งอาหารและเครื่องดื่มอะไรดี ร้านของเรามี......”

     

    “เอาอาหารที่ดีที่สุดของร้านมา รวมถึงสุราที่ดีที่สุดด้วย!”เจิ้งฟู่ไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรดี เขาจึงได้สั่งอาหารที่ดีที่สุดและสุรารถเลิศที่สุดของร้านนี้มา.....

     

    “ขอรับนายท่าน กรุณารอสักครู่นะขอรับ!”เสี่ยวเอ้อรับรายการมาก่อนจะหันหลังเดินจาก......

     

    “พี่ชาย!ข้ายังไม่รู้จักชื่อของพี่ชายเลย ไม่ทราบว่าพี่ชายชื่ออะไรอย่างนั้นเหรอ?!” ในขณะนั้นเอง ช่างเยวี่ยตัวน้อยก็ได้เปิดปากถามชื่อเจิ้งฟู่เพราะเธอยังไม่รู้เลยว่าเขาชื่ออะไร......

     

    “พี่ชายมีนามว่าเจิ้งฟู่จ๊ะนางฟ้าตัวน้อยของพี่ชื่อช่างเยวี่ยใช่ไหม? ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้ง!”เจิ้งฟู่กล่าวแนะนำตัวเองพร้อมกับยิ้มให้เด็กหญิงอย่างอบอุ่น.......

     

    “ใช่ค่ะพี่ชายเจิ้งฟู่ว่าแต่พี่ชายเป็นคนจากหมู่บ้านไหนเมืองไหนเหรอค่ะ?”หญิงสาวตัวน้อยยังคงถามเจิ้งฟู่ต่ออย่างอยากรู้อยากเห็น......

     

    “บ้านข้าอยู่ใกล้จากที่แห่งนี้มากซึ่งบอกไปเจ้าก็ไม่รู้จักหรอกนะ!” ไม่ใช่ว่าเจิ้งฟู่ต้องการที่จะปิดบังช่างเยวี่ยแต่เขาไม่ต้องการสร้างความฮือฮาให้เป็นที่สนใจเท่านั้นเพราะหากบอกว่าเขามาจากโลกเบื้องล่างแล้วละก็ทุกคนในที่นี้คงหันมามองเขากันหมดแน่ๆ.......

     

    อ่า!!

     

    “แล้ว........”

     

    “ขออภัยด้วยขอรับนายน้อยที่ข้าน้อยมาช้า!”แต่ก่อนที่ช่างเยวี่ยตัวน้อยจะได้เปิดปากถามคำถามต่อไป เสียงของชายชราคิงก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงหอบเหนื่อยจากการวิ่ง......

     

    “ไม่เป็นไรท่านผู้เฒ่าพวกเราพึ่งจะสั่งอาหารเมื่อสักครู่เอง!” เจิ้งฟู่กล่าวปฏิเสธคำของโทษของชายชราก่อนจะบอกว่าเขาพึ่งจะทันได้สั่งอาหารและเครื่องดื่มไปเท่านั้น......

     

    ซึงในจังหวะเดียวกันนั้นอาหารและสุราที่เจิ้งฟู่สั่งไปก็ถูกนำออกมาส่งที่โต๊ะของเขาพอดีซึ่งมีกับข้าวอยู่ทั้งหมดห้าอย่างด้วยกัน ได้แก่ผัดผักสมุนไพรใบกล้วย ขาหมูป่าย่างไก่สามขาอบฟาง ปลาดำนึ่งสมุนไพรและสุดท้ายผัดฉ่ารวมมิตร ซึ่งอาหารจาดเด็ดของร้านอาหารแห่งนี้แล้วและเป็นอาหารที่มีราคาแพงที่สุดภายในร้านด้วย ส่วนสุราของร้านนี้ก็เป็นเพียงสุราธรรมดาทั่วไปที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพรอ่อนๆแทรกเข้ามาแต่ว่ารสชาติดีไม่ขมคอและไม่ฉุน.......

     

    “ว้าว!อาหารพวกนี้น่ากินทั้งนั้นเลยตอนข้าอยู่ในสถานศึกษาข้าได้กินแต่พวกผัก ไม่ก็ผลไม้ซะส่วนใหญ่นานๆทีถึงจะได้กินเนื้อแบบนี้!” ช่างเยวี่ยน้อยถึงกับน้ำลายไหลเลยเมื่อเห็นอาหารที่อยู่บนโต๊ะด้านหน้าของเธอซึ่งเธอไม่เคยจะได้กินอาหารที่ดีๆแบบนี้เท่าไหร่นัก เพราะเธอต้องประหยัดอดออมเงินเอาไว้เพื่อใช้เป็นค่าเรียนและค่าอุปกรณ์ที่จำเป็น.......

     

    “เช่นนั้นนางฟ้าตัวน้อยจะรออะไรละ?กินสิ!หากไม่พอก็สั่งเพิ่มได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ!” เจิ้งฟู่อดที่จะยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้เมื่อเขาเห็นรอยยิ้มของเด็กหญิงตัวน้อยนี้ก่อนที่จะหันไปมองที่ชายชราที่กำลังนั่งกลืนน้ำลายลงคอตัวเองอยู่ “ท่านผู้เฒ่าท่านเองก็กินเถอะ อย่าได้เกรงใจข้า หากไม่พอท่านสามารถสั่งเพิ่มได้หรือหากมีเมนูไหนที่ท่านชอบก็สั่งเพิ่มได้เลย!” เจิ้งฟู่รู้ดีว่าชายชรานั้นยังคงเกรงใจเขาไม่งั้นชายชราคงเริ่มกินไปแล้ว......

     

    “ขะ...ขะ......ขอบคุณนายน้อยที่กรุณาเช่นนั้นข้าน้อยไม่เกรงใจละนะ!” ในที่สุดกลิ่นหอมของอาหารก็ทำให้ความอดทนของชายชราขาดไปเขาไม่อาจที่จะทนต่อกลิ่นหอมที่ยั่วยวนแบบนี้ต่อไปได้อีกแล้วเมื่อได้ไฟเขียวจากเจิ้งฟู่ชายชราจึงไม่รอช้าที่จะเริ่มทานอาหารบนโต๊ะซึ่งมีเด็กหญิงช่างเยวี่ยเริ่มนำหน้าเขาไปก่อนแล้ว........

     

    งั้ม!!งั้ม!! งั้ม!!

     

    อ้า!!

     

    อร่อยยยยยยย!!

     

    หลังจากที่ชายชรากับเด็กหญิงช่างเยวี่ยเริ่มกินอาหารเสียงร้องอย่างพอใจและมีความสุขก็ดังขึ้นอย่างไม่อาจหยุดได้สีหน้าของทั้งสองที่แสดงออกมานั้นสามารถบอกให้เจิ้งฟู่รู้ได้เลยว่าทั้งคู่มีความสุขกับการได้กินอาหารในมื้อนี้มากแค่ไหนซึ่งเขาเองก็คิดว่าอาหารที่ร้านนี้ก็อร่อยอยู่เหมือนกันแต่มันก็ยังสู้ฝีมือแม่ของเขาไม่ได้.......

     

    ครึ่งชั่วโมงผ่านไป......

     

    อ่า!!

     

    “อิ่มจังเลย!นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ข้ากินอาหารได้มากขนาดนี้ และอร่อยแบบนี้!”ช่างเยวี่ยตัวน้อยกล่าวขึ้นหลังจากที่เธอกินอิ่มแล้ว.......

     

    “ทั้งหมดต้องขอบพระคุณนายน้อยที่กรุณาต่อพวกเราหากไม่ใช่เพราะนายน้อยเลี้ยงอาหารอร่อยๆพวกเราในวันนี้อาหารมื้อนี้ของพวกเราคงเป็นผักไม่ก็พืชผลไม้เหมือนๆเดิมแน่!” ชายชราที่พึ่งกินเสร็จเหมือนกันได้พูดเสริมขึ้น.......

     

    “มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าทีเดียวเลยนะท่านผู้เฒ่าหากต้องกินแบบนั้นทุกวันคงแย่!” ตั้งแต่เกิดมาเจิ้งฟู่ไม่เคยอดยากขนาดที่ต้องกินแต่ผักแต่พืชแบบนี้มาก่อนหากวันไหนเขาไม่มีอะไรกินเขาก็เพียงแค่ออกไปล่าสัตว์อสูรสักตัวแล้วนำมาทำเป็นอาหารกินเท่านั้นแต่สำหรับคำอ่อนแออย่างชายชราและเด็กหญิงช่างเยวี่ยตัวน้อยนี้แล้วพวกเขาคงทำแบบเจิ้งฟู่ไม่ได้......

     

    “มันก็ไม่น่าเศร้าขนาดนั้นหรอกพี่ชาย!” ช่างเยวี่ยตัวน้อยพูดแทรกขึ้นมาเพื่อปฏิเสธความพูดของเจิ้งฟู่ว่าการกินแต่พืชผักนั้นมันไม่ได้แย่.....

     

    “ถูกต้องแล้วนายน้อยถึงแม้พวกเราจะกินแต่พืชแต่ผักทุกวันแต่มันก็ให้สารประโยชน์ต่อร่างกายกับเราไม่น้อยเลย ดังนั้นแล้วมันก็ไม่น่าเศร้าหรอกตอนนี้ท้องของข้าน้อยถูกเติมจนเต็มแล้วมันพร้อมที่จะพาท่านไปยังทุกท่านที่ท่านต้องการแล้ว!” ชายชราเองก็คิดเช่นเดียวกันกับช่างเยวี่ยตัวน้อยเหมือนกันซึ่งเขาคิดว่าการกินผักนั้นมันก็มีประโยชน์อยู่ และในตอนนี้ท้องของเขาก็ถูกเติมจนเต็มแล้วและพร้อมที่จะใช้แรงที่ฟื้นฟูกลับมาจากอาหารมื้อนี้อย่างเต็มที่.......

     

    “เช่นนั้นพวกเราก็ไปที่สถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์กันเถอะ!”

     

    หือ?!


    ************************************************

    วันนี้ไม่ต้องรอแล้วนะครับ มีแค่ตอนเดียว เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลงชดเฉยที่ขาดไปของวันนี้ให้นะครับ