ตอนที่ 28 ห้องมืดแคบ ๆ
“หุบปาก! ไอ้เด็กสารเลว! นี่มันบ้านลูกชายฉัน ซึ่งก็คือบ้านของฉัน ทุบประตูแล้วจะทำไม?” แม่เฒ่าหลินจ้องเขม็งสองตา ด่าว่าต้าเฉียงอย่างโหดร้าย
ครั้นแม่เฒ่าหลินอายุมากขึ้น นางก็ไม่สนใจดูแลสุขภาพ ผิวหน้าจึงดูเหี่ยวย่นเหมือนเปลือกไม้ พอจ้องทีก็เหมือนคุณยายแม่มดที่ออกมาจากภาพยนตร์สยองขวัญ
ทำให้ต้าเฉียงตกใจกลัวจนเกือบเขย่งขึ้นยืน ยังดีที่ได้ทหารข้างตัวพยุงไว้
เห็นแม่เฒ่าหลินโหดร้ายเช่นนี้ หน่วยลาดตระเวนต่างก็เคร่งขรึมกันหมด
“สหาย โปรดแสดงหลักฐานยืนยันด้วย”
แม่เฒ่าหลินมาทุกเดือนจนติดเป็นนิสัยตั้งนานแล้ว จะไปหาหลักฐานมาจากไหน นางตะโกนดัง ๆ อย่างไม่สบอารมณ์ทันที “ฉันมาบ้านลูกชายฉันจะต้องมีหลักฐานอะไร?”
ทหาร “ถ้าคุณไม่มีหลักฐาน จะพิสูจน์ได้ยังไงว่านี่เป็นบ้านลูกชายคุณ ขออภัยที่ต้องพาตัวคุณไปด้วย”
พูดจบก็ลากแม่เฒ่าหลินไป
แม่เฒ่าหลินเห็นพวกเขาจริงจัง ก็ร้อนรนขึ้นมา ดิ้นรนไปพลางร้องตะโกนไป
“พวกแกกล้าลงมือกับฉันเหรอ ลูกชายฉันคือหลินเจี้ยนเยี่ย แกไปให้หลินเจี้ยนเยี่ยออกมาพบฉันเดี๋ยวนี้”
พอรีบร้อนตะโกนอยู่ไม่กี่รอบแล้วไม่มีคนตอบรับ ก็เริ่มตะโกนเรียกสวี่ม่ายซุ่ยมา ผลคือตะโกนมาตลอดทางแต่ไม่มีใครตอบรับเลย
แม่เฒ่าหลินอาศัยอำนาจลูกชายอวดเบ่งจนเคยชิน ถึงกรมแล้วก็ยังไม่ซื่อตรง ด่าว่าด้วยถ้อยคำหยาบคายต่อ
บรรดาทหารอับจนหนทางต้องรายงานให้จ้าวเป่ากั๋ว จ้าวเป่ากั๋วนั้นรู้สันดานของแม่เฒ่าหลินดี จึงพูดกับลูกน้องว่า “ก็ทำเป็นไม่รู้จักหล่อน สอบปากคำหล่อนให้ละเอียด”
ทหาร “ได้ครับ”
แม่เฒ่าหลินคิดว่าพอถึงกองบัญชาการแล้วจะปลอดภัย จึงนั่งไขว่ห้างบนม้านั่ง ตาก็ชำเลืองมอง เห็นทหารยามก็ต่อว่าอย่างเหยียดหยาม “กลุ่มพวกแกมันตาถั่วมองคนต่ำต้อยเอาสนุก รอลูกชายฉันกลับมา จะต้องให้จัดการพวกแกให้หมด”
ทหารยามที่ยืนรักษาการณ์เป็นชายหนุ่มที่ยังเลือดร้อน อยู่มาหลายปียังไม่เคยเจอคนไร้เหตุผลประเภทนี้
เขาไม่สนด้วยว่านางคือใคร จึงตำหนิตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นั่งซะดิบดี ทำเหมือนที่นี่เป็นห้องโถงบ้านตัวเองเลยนะ คิดจะนั่งก็นั่ง”
แม่เฒ่าหลินตกใจกลัวคำพูดของเขาไปวูบหนึ่ง ก็มองเขาอย่างเกรง ๆ เห็นเขาไม่ไว้หน้าตัวเองแม้แต่น้อย ก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำว่า “เจ้าสามนี่มันไม่ได้เรื่อง เป็นเจ้าหน้าที่ประสาอะไร แม้แต่ทหารผู้น้อยก็คุมไม่อยู่”
ปากพูดไปแต่กลับนั่งลงอย่างเรียบร้อยจริงจัง
ไม่นานหัวหน้ากองคนที่ไปรายงานทหารยามก็วิ่งไปถามทันที “หัวหน้ากอง หล่อนคือแม่หัวหน้ากองหลินจริง ๆ”
สีหน้าหัวหน้ากองพลันหนักอึ้ง “แม่อะไรกัน ไปสอบปากคำซะ”
ทหารยามได้ฟังก็มีสีหน้ายินดี “ได้ครับ ผมกำลังไปเดี๋ยวนี้ ดูซิว่าแม่เฒ่าคนนั้นจะโอ้อวดอะไรอีก”
หากเป็นหลินเจี้ยนเยี่ยแล้วย่อมช่วยแม่เฒ่าหลินได้แน่นอน ใครจะคิดว่าหลินเจี้ยนเยี่ยยังไม่ทันได้มา กลับมีคนมาไต่สวนหล่อนแล้ว
ได้ยินพวกเขาพูดว่าสอบปากคำตัวเองแต่ละที แม่เฒ่าหลินก็พลันร้อนรน แม้ว่านางจะไม่ได้มีความรู้อะไร แต่ก็รู้ว่าการสอบปากคำหมายถึงอะไร
“ฉัน… ฉันไม่สอบปากคำทั้งนั้น ฉันคือแม่ของหลินเจี้ยนเยี่ย ไม่เชื่อแกก็หาเขาแล้วถามดู”
ทหารผู้ไต่สวน “หัวหน้ากองหลินออกทะเลไปแล้ว ครึ่งเดือนสิบวันกลับมาไม่ได้ คุณคงต้องไปหาเขาแล้วถามดู”
แม่เฒ่าหลิน “อะไรนะ? เจ้าคนไม่ได้เรื่องนี่ ทำไมเขาถึงออกทะเลเวลานี้?”
ทหารผู้ไต่สวนฟังจบก็ตบโต๊ะอย่างรุนแรง พูดเสียงเข้มว่า “ทำไม หัวหน้ากองหลินออกทะเลเมื่อไรยังต้องรายงานให้คุณฟังด้วยเหรอ?”
แม่เฒ่าหลินสีหน้าแตกสลาย พูดอย่างบริสุทธิ์ใจจริง ๆ “ฉัน… ฉันไม่สอบปากคำ จริง ๆ ถ้าไม่เชื่อ… ไม่เชื่อแกก็ไปถามสวี่ม่ายซุ่ยดู”
“ฉันคือแม่สามีหล่อน หล่อนต้องรู้แน่!”
ทหารผู้ไต่สวนลุกขึ้นตอบกลับอย่างเย็นชา “ได้ งั้นคุณรอก่อน”
พูดจบก็ปิดประตู ขังแม่เฒ่าหลินไว้ในห้องขังคนเดียว
แม่เฒ่าหลินนั่งอยู่ในห้องมืดแคบ ๆ คนเดียว เห็นแสงลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง นัยน์ตาก็ส่องประกายวาวโรจน์ กระทั่งคิดหาวิธีทรมานสวี่ม่ายซุ่ยเป็นสิบวิธี
ในยามนี้สวี่ม่ายซุ่ยกำลังกินดีอยู่ดีอยู่ที่บ้านของจ้าวเป่ากั๋ว
“พี่สะใภ้ เที่ยงนี้พี่อยากกินอะไร?”
ภรรยาจ้าวเป่ากั๋วเย็บแผ่นรองเท้าพลางตอบกลับโดยไม่หันมามอง “ทำเหลียงผีเถอะ ครั้งก่อนที่เธอทำ เหล่าจ้าวกับเด็กสองสามคนกินไม่พอหรอก”
สวี่ม่ายซุ่ย “ได้ค่ะ ฉันจะไปทำเดี๋ยวนี้”
“แป้งบ้านพี่อยู่ไหน?”
ภรรยาจ้าวเป่ากั๋ว “อยู่ที่ตู้ในครัว ไปหาเดี๋ยวเจอเลย”
สวี่ม่ายซุ่ย “ฉันหาไม่เจอ พี่มาดูหน่อย”
ภรรยาจ้าวเป่ากั๋ววางแผ่นรองเท้าอย่างจำยอม พูดอย่างไม่ชอบใจว่า “ไปอยู่ไหน ทำไมเธอมองไม่เห็น”
พอไปถึงเห็นสวี่ม่ายซุ่ยยังไม่แม้แต่เปิดประตูตู้ ก็รู้ว่าเธอกำลังหลบเลี่ยง ยังไงซะอาหารพวกนี้ก็เป็นของมีค่า
“เธอว่ามา จะพิรี้พิไรแบบนี้ไปทำไม?”
สวี่ม่ายซุ่ย “ถ้าฉันไม่พิรี้พิไร พี่จะไม่ถือโอกาสเรียนรู้เหรอคะ”
ภรรยาจ้าวเป่ากั๋ว “เธอพูดขนาดนี้ฉันก็คงต้องเรียนกับเธอจริง ๆ วัน ๆ พวกเขาจะได้ไม่ต้องพูดว่าฉันทำกับข้าวไม่อร่อย”
ทั้งสองคนยุ่งอยู่ในครัว เด็กสองสามคนเล่นกันอยู่ด้านนอก
พอจ้าวเป่ากั๋วกลับมาก็ได้กลิ่นหอม “จื้อเฉียง แม่ลูกทำอะไรหอมขนาดนี้?”
จ้าวจื้อเฉียง “ป้าหลินทำเหลียงผีอยู่ฮะ”
จ้าวเป่ากั๋วตะลึงงัน ไม่คิดเลยว่าสวี่ม่ายซุ่ยอยู่ที่บ้านพวกเขา
หลี่ต้านีที่อยู่ในห้องครัวได้ยินคำพูดของจ้าวเป่ากั๋ว ก็เดินยิ้มมาทันที “วันนี้ลาภปากคุณแล้วค่ะ เมียหลินเจี้ยนเยี่ยทำกับข้าว”
จ้าวเป่ากั๋ว “ทำไมหล่อนมาอยู่บ้านเราล่ะ?”
หลี่ต้านี “ก็ไม่พ้นหลบแม่สามีของหล่อนนั่นแหละค่ะ ยายเฒ่าปีศาจนั่นมาอีกแล้ว พอเห็นหลินเจี้ยนเยี่ยเงินเดือนออกก็มารบกวน”
จ้าวเป่ากั๋วถอดหมวกแขวนไปพลางพูด “ไม่ต้องหลบแล้ว แม่สามีหล่อนโดนจับกุมรอสอบปากคำแล้ว”
นัยน์ตาหลี่ต้านีส่องประกาย “จริงเหรอคะ?”
จ้าวเป่ากั๋ว “ที่ผมพูดมามีไม่จริงด้วยเหรอ”
หลี่ต้านี “ไอ้หยา แม่ข้ามาแล้ว นี่มันข่าวใหญ่คับฟ้าเลยนะเนี่ย ฉันต้องรีบไปบอกสวี่ม่ายซุ่ยสักหน่อย”
ว่าจบก็วิ่งไปทางห้องครัว
สวี่ม่ายซุ่ยฟังคำพูดหลี่ต้านีก็รู้สึกคาดไม่ถึง เดิมทีเธอแค่อยากจะราดน้ำเย็นใส่แม่เฒ่าหลิน ให้นางได้รับความลำบากสักหน่อย คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น
“พี่สะใภ้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ กินข้าวเสร็จแล้วฉันจะกลับไปนะคะ”
หลี่ต้านี “อยู่คุยเล่นก่อนสิ จะรีบไปไหน”
ขณะกำลังร่วมรับประทานอาหาร สวี่ม่ายซุ่ยก็มีท่าทางเป็นกังวล จ้องมองจ้าวเป่ากั๋วพลางกล่าว “พี่ใหญ่จ้าว แม่สามีฉันจะได้ออกจากห้องขังเมื่อไรคะ?”
จ้าวเป่ากั๋ว “เรื่องนี้ก็ไม่แน่ ต้องไปดูว่ามีใครประกันตัวหล่อนไหม เมื่อเช้านี้หล่อนพูดชื่อเธอไปแล้ว อยากให้เธอไปประกันหล่อน ตอนบ่ายอาจจะมีคนไปหาเธอ”
หลี่ต้านีได้ฟังก็พูดทันที “งั้นเธออย่ากลับไปเลย ต้องให้หล่อนลำบากอยู่ในนั้นซะบ้าง”
สวี่ม่ายซุ่ย “ถ้าฉันไม่ไปประกันหล่อนเลย หล่อนก็จะอยู่ข้างในไปตลอดเหรอ?”
จ้าวเป่ากั๋ว “ทำนองนั้น ยังไงซะบนเกาะนี้นอกจากเธอกับเหล่าหลินก็คงไม่มีใครรู้จักหล่อนแล้ว”
สวี่ม่ายซุ่ย “งั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันปีนกำแพงกลับไป พี่สะใภ้ ฉันจะฝากกุญแจไว้กับพี่ ผ่านช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแล้ว พี่ค่อยมาเปิดประตูให้พวกฉันนะคะ”
หลี่ต้านีพยักหน้ารับหัวอย่างตั้งใจ “ได้ ฉันจะจับตาดูให้ เธอต้องซ่อนให้ดีนะ”
หล่อนรังเกียจแม่เฒ่าหลินคนนี้มาตั้งนานแล้ว
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
โดนขังยาว ๆ ในห้องมืด ๆ สักหน่อยเถอะแม่เฒ่า จะได้รู้จักปรับตัวต่อโลกบ้าง
ชิวเฟิง