ที่หน้าจวนสกุลเสียนมีรถม้าจอดอยู่หลายคัน มีคันหนึ่งใหญ่โตตกแต่งหรูหรากว่าผู้ใด เมื่อมองดูจากตราที่ติดอยู่ด้านข้างดูเหมือนจะเป็รถม้าจากวังหลวง ยังมีทหารราชองครักษ์ราวสิบกว่าคนตั้งแถวอยู่ด้านนอก เสียนฟ่างเมื่อมาถึงหน้าจวนก็แทบจะะโลงไปในทันที ยังไม่ทันได้เข้าไปในจวนก็พบกับพ่อบ้านของจวนสกุลเสียนยืนรออยู่หน้าประตูด้วยความกระวนกระวายใจ เมื่อเห็นเสียนฟ่างลงจากรถม้าก็แทบจะวิ่งเข้ามาหา
“คุณชายใหญ่ ท่านมาแล้ว นายท่านกำลังสนทนากับจางกงกงอยู่ในห้องหนังสือ ท่านรีบเข้าไปเถอะขอรับ นายท่านรออยู่นานแล้ว” พ่อบ้านเสียนแทบจะจูงมือเสียนฟ่างพาเดินเข้าไปในจวน ที่ด้านในเสียนฟ่างรู้สึกถึงบรรยากาศน่ายินดี ใบหน้าผู้คนบ่าวไพร่สดใสยิ้มแย้ม เมื่อเห็นเสียนฟ่างเดินผ่านมาก็แสดงความเคารพอย่างพร้อมเพรียง ดูแล้วไม่เหมือนกับคนที่ถูกคุมขังเอาไว้ในบ้านของตัวเองถึงสามเดือนอย่างที่คิด
“พ่อบ้านเกิดอะไรขึ้น บ้านเรามิใช่ถูกห้ามมิให้ออกนอกบริเวณบ้านหรอกหรือ แล้วนี่ทำไมมีคนมากมายปานนี้”
“คุณชายใหญ่ จางกงกงเพิ่งนำราชโองการมา บ่าวก็ฟังไม่ใคร่เข้าใจ แต่ดูเหมือนว่าราชโองการจำกัดบริเวณสกุลเสียนได้ทรงยกเลิกแล้ว ซ้ำยังทรงแต่งตั้งให้นายท่านมีบรรดาศักด์เป็ท่านโหว”
เสียนฟ่างเดินเข้ามาจนเกือบถึงห้องหนังสือของบิดา ก็มองเห็นบิดาเปิดประตูห้องหนังสือออกมากับกงกงชราท่านหนึ่งพอดี
“เสียนฟ่าง เ้ามาแล้วรีบมาคารวะท่านจางกงกง” เสียนฟ่างเหลือบมองกงกงผู้เฒ่าท่านนี้ที่ดูชราแล้วแต่ยังคึกคักแจ่มใส รูปร่างเล็กผอมบางจนแทบจะปลิวไปตามลม
“ไม่ต้องมากพิธี เ้าคือเสียนฟ่างน้อยที่แต่งเข้าจวนสกุลเซียสินะ เจิ้นหยางโหวไม่ต้องส่งแล้วพวกท่านพ่อลูกไม่ได้พบหน้ากันนานคงมีเื่สนทนากันไม่น้อย”
เสียนเซิ่งลี่โบกมือเรียกพ่อบ้านที่ติดตามเสียนฟ่างมาให้เป็ผู้ไปส่งจางกงกงกลับไปแทนตัวเอง หลังจากร่ำลาเรียบร้อยแล้วจึงเดินนำหน้าเสียนฟ่างบุตรชายเข้าไปในห้องหนังสือปิดประตูลง
“พวกเ้าถอยออกไปห้าสิบก้าว” เสียนเซิ่งลี่กล่าวเสียงไม่เบาไม่ดังออกจากห้องหนังสือ
“ท่านพ่อ” จนถึงเวลานี้เสียนฟ่างค่อยทราบว่าบิดามีองค์รักษ์คุ้มกันอยู่ตลอดเวลา ที่ส่งเสียงออกไปคงไม่้าให้ได้ยินเื่ที่จะสนทนากันต่อจากนี้ เสียนฟ่างมีโสตประสาทดีเยี่ยมจากชาติที่พเนจรอยู่ในยุทธภพ ได้ยินเสียงคนราวหกคนค่อย ๆ ห่างออกไปจากบริเวณห้องหนังสือ
เสียนเซิ่งลี่ปีนี้อายุสี่สิบกว่าปีแล้ว ติดตามรับใช้ถังเสวียนจงั้แ่ครั้งยังทรงเป็เพียงแค่ฉู่อ๋องร่อนเร่อยู่ที่ชายแดน สกุลเสียนเป็คหบดีอยู่ที่ลั่วหยาง ลักลอบสนับสนุนเงินทองให้กับฉู่อ๋องต่อสู้แย่งชิงแผ่นดินกลับคืนมาสู่สกุลหลี่ หลังจากฮ่องเต้ถังรุ่ยจงสละราชสมบัติ ฮ่องเต้ถังเสวียนจงขึ้นครองราชสมบัติต่อมา ก็ทรงแต่งตั้งให้เสียนเซิ่งลี่ช่วยดูแลกรมคลังจนได้เลื่อนขึ้นมาเป็เสนาบดีคลังเมื่อหลายปีก่อน เสียนเซิ่งลี่ในวัยนี้ใบหน้าซูบสดใสไว้หนวดเคราสั้นดูน่าเกรงขามไม่มีวี่แววของคนที่ถูกใส่ความเลยแม้แต่น้อย
“ฟ่างเอ๋อร์ ที่ผ่านมาทำให้เ้าเป็ห่วงไม่น้อย เื่ราวบางประการยากที่จะบอกกล่าวให้ผู้อื่นรับรู้ หลายเดือนที่ผ่านมา เื่ที่สกุลเสียนต้องเผชิญ ความจริงแล้วเป็แผนการของฮ่องเต้” เสียนเซิ่งลี่เอนหลังลงกับเก้าอี้ เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นในระหว่างนี้ให้กับเสียนฟ่างได้ฟังอย่างละเอียด
ฮ่องเต้ทรงส่งหน่วยสืบราชการลับลงไปในพื้นที่เจียงหนาน ั้แ่เพิ่งเริ่มเกิดน้ำท่วมใหญ่จนกระทั่งมหาเสนาบดีหยางฉงถวายฎีกาให้จัดสร้างเขื่อนขึ้นเพื่อป้องกันภัยน้ำท่วม การส่งเงินบรรเทาทุกข์ไปใน่แรก มีการฉ้อราชบังหลวงเกิดขึ้นมากมายแต่ยังทรงเงียบไว้เพื่อให้ขุนนางเ่าั้ตายใจ จนกระทั่งเงินสำหรับจัดสร้างเขื่อนส่งไปถึงเจียงหนาน มหาเสนาบดีหยางฉง้าจับตัวหัวหน้าใหญ่ในขบวนการนี้ จึงเสนออุบายให้เสียนเซิ่งลี่เป็ผู้รับเคราะห์เพื่อหลอกล่อให้ขุนนางทางเจียงหนานตายใจ
จากนั้นจึงมีราชโองการลับให้เสียนเซิ่งลี่ลอบเดินทางไปที่เจียงหนานร่วมมือกับหน่วยสืบราชการลับที่ฮ่องเต้ส่งไปเป็สายอยู่ล่วงหน้า ค้นหาหลักฐานกวาดล้างในคราวเดียว การหาหลักฐานไม่ง่ายดายถึงกับกินเวลาไปเกือบสามเดือน ตอนนี้หลักฐานพยานต่าง ๆ ส่งเข้าเมืองหลวงจนหมดสิ้นแล้ว อีกไม่นานฮ่องเต้คงจะมีราชโองการจับกุมคนขึ้นมาสอบสวนที่ฉางอาน
“เช่นนี้แสดงว่า ท่านพ่ออยู่ที่เจียงหนานมาโดยตลอดสามเดือนนี้”
“เมื่อเป็ราชโองการลับ คนในจวนสกุลเสียนจำเป็ต้องเสียสละ ที่พ่อไม่อาจให้เ้าล่วงรู้ก็เพราะเหตุนี้ แต่ว่าตอนนี้ทุกอย่างคลีคลายแล้ว เ้าก็ไม่ต้องกังวลให้มากไป เ้าแวะไปหาย่าเ้าเถอะ หลายเดือนมานี้ท่านย่าเ้าคิดถึงเ้าอยู่ไม่น้อย”
เสียนฟ่างออกจากห้องหนังสือของบิดามาด้วยจิตใจที่ยังสับสนอยู่บ้าง ที่ตัวเองเป็ห่วงสกุลเสียนมาตลอดหลายเดือนมานี้นับว่ากังวลเปล่า ถ้าหากตัวเองตกตายไปในคราวนั้นจริง ๆ คงทำให้บิดากับท่านย่าเสียใจยิ่ง
เสียนฟ่างเดินออกจากห้องหนังสือ เดินผ่านเรือนน้อยใหญ่เรียงราย สิ่งก่อสร้างที่คุ้นเคยของจวนสกุลเสียน บ่าวรับใช้ที่เดินผ่านไปมาเมื่อพบเห็นเสียนฟ่างต่างก็ทำความเคารพด้วยความยำเกรง แตกต่างกับยามที่ตัวเองอยู่ที่จวนสกุลเซีย จนมาถึงเรือนของนายหญิงผู้เฒ่าหรือท่านย่าที่เสียนฟ่างรักมากที่สุด นายหญิงผู้เฒ่าให้ความรักเอ็นดูเสียนฟ่างมาั้แ่เยาว์วัย ด้วยว่าเสียนฟ่างสูญเสียมารดาไปั้แ่อายุได้เพียงสามขวบ ซ้ำไม่กี่ปีให้หลังบิดายังตบแต่งภรรยาเอกใหม่เข้าบ้านให้กำเนิดบุตรชายอีกหนึ่งคน นายหญิงผู้เฒ่าเลยยิ่งทั้งรักทั้งตามใจเสียนฟ่างมากขึ้นไปอีก กระทั่งเสียนเซิ่งลี่ผู้เป็บิดายังยากที่จะทัดทาน
สตรีชราใบหน้าอิ่มเอิบผมสีดอกเลานั่งเอนหลังอยู่ในห้อง มีบ่าวหญิงคอยพัดวีอ่านหนังสือให้ฟังอยู่ด้านข้าง เมื่อมองเห็นเสียนฟ่างเดินมาถึงก็ส่งเสียงเรียกด้วยความดีใจ “ฟ่างเอ๋อร์ เข้ามาหาย่า” เสียนฟ่างคิดถึงท่านย่าอยู่ทุกลมหายใจ กว่าปีที่จากไปไม่เคยได้กลับบ้านมาเยี่ยมเยือน
“ท่านย่า ฟ่างเอ๋อร์คิดถึงท่านนัก” เสียนฟ่างเข้าไปกอดท่านย่าด้วยความคิดถึง กระทั่งน้ำมูกน้ำตายังหลั่งไหลออกมา
“เป็อะไรแล้ว โตจนออกเรือนแล้วลูกผู้ชายไม่อาจหลังน้ำตาพร่ำเพรื่อ ฟ่างเอ๋อร์ย่าก็คิดถึงเ้า” นายหญิงผู้เฒ่ากล่าวตักเตือนด้วยเสียงเครือ แต่ว่าตัวเองก็อดหลั่งน้ำตามิได้ สองมือสตรีชราใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาให้กับหลานชายอย่างเบามือ
เสียนฟ่างอยู่สนทนากับท่านย่าอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม ก็ปล่อยให้นางงีบหลับใน่บ่าย จากนั้นจึงเดินกลับมาที่ห้องหนังสือของบิดา เพื่อสนทนาเื่ที่ตัวเองคิดหย่ากับเซียถิง
“หย่า เ้าว่าอะไรของเ้า มิใช่เ้าเองหรอกหรือที่จะเป็จะตาย้าแต่งงานให้ได้ สกุลเซียมิใช่อยากให้เลื่อนงานแต่งออกไปอีกปีสองปี ครานี้กลับอยากจะหย่าขึ้นมาแล้ว เ้าเพิ่งแต่งเข้าไปแค่ปีเดียว” เสียนเซิ่งลี่รู้สึกปวดหัวกับบุตรชายผู้นี้ยิ่งนัก เมื่อปีก่อนเสียนฟ่างใช้มารดาตัวเองมากดดันให้เสียนเซิ่งลี่ต้องไปเจรจากับบ้านสกุลเซียเพื่อเร่งรัดการแต่งงาน ในตอนนั้นเสียนเซิ่งลี่ก็เสียหน้ามิใช่น้อยที่บ้านเ้าสาวกลับเป็ผู้เร่งรัดการแต่งงาน คิดไม่ถึงแต่งได้เพียงปีเดียวบุตรชายกลับ้าหย่าอีกแล้ว เช่นนี้เสียนเซิ่งลี่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน
“ท่านพ่อ เซียถิงไม่ชมชอบข้าท่านก็รู้ ปีเดียวก็ทำให้ข้ารู้ว่าควรพอได้แล้ว เื่นี้ท่านไม่ต้องออกหน้า รอเซียถิงกลับมาข้าจะคุยกับเขาเอง สกุลเซียมีแต่จะยินดีที่กำจัดข้าออกไปได้เสียที” เสียนฟ่างกล่าว
“เื่นี้ไม่แน่ว่าง่ายดายอย่างที่เ้าคิด การแต่งงานของเ้าถือเป็งานสมรสพระราชทานครึ่งหนึ่ง อย่าลืมว่าฮ่องเต้ทรงเป็ผู้หมั้นหมายด้วยองค์เอง หากคิดจะหย่าคงต้องให้ไทเฮาออกหน้า”
ไทเฮาแซ่เดิมเซียเป็พี่น้องร่วมปู่ของมารดาแม่ทัพใหญ่เซียจื่อโจว ผู้เป็บิดาของเซียถิง ฮ่องเต้ถังเสวียนจงสูญเสียพระมารดาไปั้แ่ยังเยาว์ เติบโตมาด้วยการดูแลของพระสนมเซีย หากสกุลเซียให้ไทเฮาออกหน้า ฮ่องเต้อย่างน้อยคงเห็นแก่พระพักตร์ไทเฮาบ้าง
“ท่านพ่อ เื่หย่าสกุลเซียยิ่ง้ามากกว่าข้าเสียอีก เื่นี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของสกุลเซียเถอะ อีกอย่างถึงข้าจะหย่าแล้ว หลังจากหย่าข้าจะขอไปตั้งสกุลของตัวเองไม่ขอกลับมาที่จวนสกุลเสียนอีก”
“นี่ เ้าพูดอะไรของเ้า บ้านเ้าอยู่ที่นี่ หากหย่าแล้วก็กลับมาอยู่บ้าน เื่ซื่อจื่อ (ผู้สืบทอดสกุล) ยังคงต้องหารือกันก่อน”
“ท่านพ่อ ซื่อจื่อของสกุลเสียน ท่านวางแผนให้เสียนเฉิงไปแล้ว หากเปลี่ยนเขาออกตั้งข้าขึ้นมาใหม่ ฮูหยินรองคงแค้นข้าไปจนตาย”
“เ้ายังคงเรียกนางว่าฮูหยินรอง ฟ่างเอ๋อร์ นางดีต่อเ้าไม่น้อย ที่ผ่านมาเฉิงเอ๋อร์ก็เคารพเ้าเป็พี่ใหญ่ เ้าโตจนป่านนี้แล้วเื่ที่ควรปล่อยวางกลับไม่ยอมปล่อยวาง”
“ข้าไม่ได้โกรธนางแล้ว แต่สำหรับข้า ท่านแม่ต่างหากคือฮูหยินของสกุลเสียน ท่านพ่อ ข้าที่แล้วมาอาจจะไม่ดีต่อนางกับอาเฉิง แต่ว่าหลังจากนี้ ที่ข้าไม่ขอกลับมาที่สกุลเสียนอีก ก็เพราะไม่อยากให้ท่านพ่อต้องลำบากใจเื่ซื่อจื่อ อีกอย่างต่อให้ข้าเป็ซื่อจื่อก็ไม่อาจแต่งงานมีภรรยาให้กำเนิดบุตรธิดา ท่านพ่อคงไม่คิดจะให้สกุลเสียนต้องไร้บุตรหลานสืบทอดสกุลกระมัง”
“เอาเถอะเื่นี้หลังจากเ้าหย่าแล้วค่อยหารืออีกที คุยกับเ้าทีไรต้องมีเื่ให้ปวดหัวทุกที”
เสียนเซิ่งลี่แต่ก่อนนี้ยังไม่ยอมแต่งตั้งผู้สืบถอดสกุล จนกระทั่งเสียนฟ่างแต่งเข้าสกุลเซียจึงวางแผนจะแต่งตั้งบุตรชายคนรองที่เกิดแต่ฮูหยินที่แต่งเข้ามาแทนมารดาของเสียนฟ่างขึ้นเป็ซื่อจื่อ ภายในใจของเสียนเซิ่งลี่ย่อม้าให้บุตรชายคนโตเป็ผู้สืบทอดสกุล จนใจที่เสียนฟ่างแต่งเข้าเป็ภรรยาผู้อื่น ถ้าหากเสียนฟ่างสุดท้ายหย่าจากเซียถิงจริง เื่ผู้สืบทอดสกุลเสียน เสียนเซิ่งลี่ยังหวังที่จะยกให้กับเสียนฟ่าง จากนั้นค่อยหาทางชดเชยให้กับพวกนางสองแม่ลูก เื่ที่เสียนฟ่างชมชอบบุรุษ หากเสียนฟ่างยินยอมแต่งสตรีสักคน ให้กำเนิดบุตรธิดาสักหลายคน ภายหน้าจะมีอนุเป็บุรุษอยู่ในจวนสักหลายคนก็หาเป็ไรไม่
“เ้าไม่ได้กลับบ้านเสียนาน อยู่ค้างที่จวนสักหลายวันเถอะให้ย่าเ้าได้หายคิดถึงเสียก่อน ค่อยให้บ่าวไปแจ้งที่จวนแม่ทัพเซียก็พอแล้ว” เสียนเซิ่งลี่กล่าวพร้อมโบกมือไล่บุตรชายให้ออกไป ดูท่าเสียนเซิ่งลี่คงมีเื่ให้ขบคิดอยู่ไม่น้อย
ในสมัยก่อนหากบุตรสาวแต่งออกไปแล้ว หากมิใช่ปีใหม่หรือมีเื่สำคัญ สะใภ้ที่แต่งออกไปแล้วมักไม่มีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้านเดิม เสียนฟ่างแม้เป็บุรุษแต่ก็แต่งเข้าสกุลเซียไปเป็ฮูหยิน จำต้องถือธรรมเนียมเฉกเช่นบุตรสาวออกเรือนเช่นกัน ซึ่งเื่เหล่านี้เสียนฟ่างในตอนนี้หาได้สนใจไม่
เสียนฟ่างพำนักอยู่ที่จวนสกุลเสียนอยู่หลายวัน ระหว่างนี้ก็คอยอ่านหนังสือเล่าเื่สนุกสนานให้กับนายหญิงผู้เฒ่าฟังจนอารมณ์ดี ทั้งยังสั่งให้ห้องครัวทำอาหารแปลกประหลาดหลายอย่างให้คนในจวนได้กินกัน อาหารในเมืองฉางอานนิยมรสออกจืดเค็ม ส่วนรสหวานมักนำไปใช้กับอาหารกินเล่นเสียมากกว่า สมัยถังเครื่องปรุงหลักต่าง ๆ มีเพียงซีอิ้ว เต้าเจี้ยว น้ำส้ม ส่วนน้ำตาลทรายเพิ่งเริ่มมีใช้ในบ้านชนชั้นสูง เนื่องจากมีราคาแพง ส่วนพริกกว่าจะเข้ามาสู่เมืองจีนได้ก็ล่วงเข้าสมัยราชวงศ์หยวนในอีกหลายร้อยปีให้หลังไปแล้ว
“ฟ่างเอ๋อร์ วันนี้เ้าจะสั่งให้ห้องครัวทำอะไรให้ย่ากิน คิดไม่ถึงว่าจงตูมีอาหารรสชาติดีถึงเพียงนี้”
เสียนฟ่างได้แต่อ้างว่าอาหารแปลกประหลาดที่ทำขึ้นมาจากเมืองจงตู (ปัจจุบันคือเป่ย์จิง หรือ ปักกิ่ง) เป็เซียถิงเล่าให้ฟัง รวมถึงบอกวิธีการจัดทำผ่านทางจดหมาย เสียนฟ่างไม่ได้เล่าความจริงให้กับนายหญิงผู้เฒ่า รวมถึงเื่ความคิดที่จะหย่ากับเซียถิงออกไป นอกจากบิดาแล้วคนอื่น ๆ ในสกุลเสียนล้วนไม่ทราบ
“คุณชายใหญ่ขอรับ จวนท่านแม่ทัพส่งข่าวมาว่า ท่านแม่ทัพมาถึงฉางอานแล้วขอรับ ตอนนี้อยู่ที่จวนแม่ทัพใหญ่” พ่อบ้านสกุลเสียนกระหืดกระหอบเข้ามาแจ้งข่าวให้เสียนฟ่างทราบ
“แม่ทัพเซียกลับมาแล้ว ฟ่างเอ๋อร์เ้าก็ควรกลับไปดูแลสามีได้แล้ว คนไม่ได้เจอกันร่วมปี แม่ทัพเซียคงคิดถึงเ้าไม่น้อย หลายวันมานี้ย่ามีความสุขนัก หากเ้ามีเวลาว่างก็พาแม่ทัพเซียมาเยี่ยมย่าบ้าง” นายหญิงผู้เฒ่ากล่าวแม้ใจคิดถึงหลานชายมากแค่ไหนแต่ว่าคนแต่งออกไปแล้วย่อมต้องมีที่ที่ต้องกลับไป ไม่อาจอยู่ที่จวนสกุลเสียนนานเกินไป
“ท่านย่า ไว้วันหลังข้าจะกลับมาเยี่ยมท่านใหม่ คราวหน้าข้าจะอยู่นานกว่านี้” เสียนฟ่างร่ำลานายหญิงผู้เฒ่าแล้วก็ให้พ่อบ้านสกุลเสียนจัดเตรียมรถม้า เสียนฟ่างไม่มีสิ่งของอันใดต้องนำกลับไป บิดาเอง่นี้ต้องเข้าวังหลวงั้แ่เช้ากว่าจะกลับมาก็เย็นค่ำได้แต่ฝากคำร่ำลาไว้กับนายหญิงผู้เฒ่า
“ออกรถได้” เสียนฟ่างหันกลับไปมองจวนสกุลเสียนอีกครั้ง ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถม้าออกไป การที่ได้กลับมาบ้านทำให้เสียนฟ่างรู้สึกปลอดโปร่งยิ่ง สุดท้ายแล้วเื่ของสกุลเสียนคลีคลายไปในทางที่ดี ยิ่งทำให้เสียนฟ่างหมดกังวล เหลือเพียงเื่เดียวที่เสียนฟ่างต้องกลับไปจัดการให้เรียบร้อย
ที่จวนแม่ทัพเซียด้านหน้ามีรถม้าจอดอยู่หลายคัน ผู้คนสับสนวุ่นวายมีทั้งทหารและบ่าวไพร่เดินขนข้าวของกันควักไข่ว
เสียนฟ่างมาถึงแล้วเพียงสนทนากับพ่อบ้านใหญ่ไม่กี่คำก็กลับไปที่เรือนของตัวเอง เพียงกำชับสวี้เจ้อเอาไว้ว่าหากเซียถิงมาถึงจวนแล้วให้แจ้งให้เสียนฟ่างทราบด้วย
เสียนฟ่างกลับมาถึงจวนแม่ทัพก็เย็นมากแล้ว เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำแล้วก็อ่านหนังสือรออยู่ในห้องของตัวเอง เวลาล่วงเข้ายามห้าย (21.00 - 22.59 น) เซียถิงก็ยังไม่กลับจวน จึงดับไฟเข้านอน เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าอาเจียงที่กำลังยกน้ำร้อนเข้ามาให้เสียนฟ่างล้างหน้าก็แจ้งว่าแม่ทัพเซียออกไปที่จวนแม่ทัพใหญ่ั้แ่เช้า
“ช่างเถอะ เ้าไปต้มโจ๊กหมูสับสักชามหนึ่งมาให้ข้าก็แล้วกัน” เสียนฟ่างคิดในใจว่าเซียถิงกำลังจงใจหลบหน้าตัวเองอยู่อย่างแน่นอน แล้วแบบนี้เมื่อไรกันถึงจะได้เจรจากันเื่หย่าให้เรียบร้อย เสียนฟ่างให้อาเจียงต้มโจ๊กแบบสมัยใหม่ที่ไม่จางจนแทบจะเป็น้ำเปล่า ในสมัยนี้มีแต่ชาวบ้านยากไร้จึงกินข้าวหักต้มใส่น้ำจนเหลวเยี่ยงนี้ ในตอนแรกไม่ว่าอย่างไรอาเจียงก็ไม่ยินยอมทำโจ๊กให้เสียนฟ่างกิน จนเสียนฟ่างต้องลงมือทำเอง จนเมื่อได้ลองชิมดูอาเจียงจึงพบว่าโจ๊กในแบบของเสียนฟ่างรสชาติกลมกล่อม ซ้ำยังไม่เหลวเหมือนโจ๊กที่อาเจียงรู้จัก เสียนฟ่างยังใส่เนื้อไก่ฉีกไข่ลวกเพิ่มเข้าไปยิ่งทำให้โจ๊กของเสียนฟ่างน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น
ในจวนแม่ทัพยังคงดูวุ่นวาย เสียนฟ่างมองเห็นพ่อบ้านใหญ่สั่งการบ่าวในจวนเสียงดังอยู่ไม่ไกล เกิดสงสัยจึงเดินตามเสียงไปทางด้านนั้น
“พวกเ้าค่อย ๆ แบกคนเข้าไป ระวังหน่อย ทางด้านนี้มาช่วยดูด้วย” สวี้เจ้อออกเสียงสั่งงานชี้ไม้ชี้มือไปทั่ว
เสียนฟ่างเห็นบ่าวในจวนช่วยกันแบกหามทหารที่าเ็หลายสิบคนเข้าไปในเรือนที่ดูเหมือนเพิ่งสร้างขึ้นมาไม่นานนี้ เป็เพียงเรือนไม้มีหลังคาคลุม สี่ด้านตีด้วยไม้มีหน้าต่างปิดเอาไว้ ด้านในเรียงรายไปด้วยเตียงไม้ไผ่ มีทหารที่ได้รับาเ็พันผ้าพันแผลสกปรก สีกระดำกระด่างนอนเรียงรายอยู่ทั่ว
“ท่านพ่อบ้าน คนพวกนี้คือ”
“เรียนคุณชาย นี่เป็ทหารที่ได้รับาเ็ กลับมาพร้อมท่านแม่ทัพ คนที่มีบ้านก็กลับบ้าน ส่วนคนพวกนี้ไม่มีบ้านให้กลับ ท่านแม่ทัพไม่อาจปล่อยไว้ จึงให้มารักษาตัวอยู่ที่จวนชั่วคราว เพราะว่าระยะทางกว่าจะถึงฉางอานกินเวลาเป็เดือน าแบางส่วนจึงเริ่มเน่าแล้ว ท่านแม่ทัพออกไปเชิญหมอมีชื่อมารักษาั้แ่เมื่อคืน แต่หมอพวกนั้นพอเห็นาแเหล่านี้ก็รังเกียจ กลับไปแทบไม่ทัน ท่านแม่ทัพวันนี้ยังเที่ยวออกตามหาหมอไปทั่วทั้งเมือง”
เสียนฟ่างมีความรู้ทางการแพทย์อย่างกำจัด แต่ว่าอย่างน้อยเื่การรักษาาแการทำความสะอาดทั่ว ๆ ไปยังพอทำได้ การแพทย์ในสมัยถังความจริงไม่ย่ำแย่ แต่ว่าผู้คนยังไม่รู้จักความสะอาดขั้นพื้นฐาน การล้างแผลความรู้เื่เชื้อโรคต่าง ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เมื่อเดินดูจนทั่ว เสียนฟ่างพบว่าทหารส่วนใหญ่ได้รับการรักษาเบื้องต้นมาบ้างแล้ว เพียงแต่ด้วยการเดินทางที่ยาวนาน บวกกับไม่มีความรู้เื่การติดเชื้อ ทหารหลายคนดูไปไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนผ้าพันแผล ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาจนอบอวน
“ท่านพ่อบ้าน สั่งให้พวกเขาเปิดหน้าต่างออกให้หมด ต้มน้ำร้อนมาให้มาก หาผ้าสะอาด หากเป็สีขาวยิ่งดี อ่อ หากมีน้ำส้มสายชูให้เอามาด้วย ยิ่งมากยิ่งดี”
เสียนฟ่างสั่งให้บ่าวไพร่ใช้น้ำร้อนต้มผ้าที่นำมา จากนั้นให้ฉีกออกเป็ริ้ว ๆ ตากให้แห้งจากนั้นให้ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดทำความสะอาดเตียงที่นอนให้ทั่ว เปิดหน้าต่างทุกบานเพื่อระบายอากาศ ทหารที่ยังพอเดินเหินได้ก็ให้ใช้น้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดร่างกายตัวเอง หาเสื้อผ้าสะอาดมาใส่ คนไหนที่ขยับร่างกายลำบาก ก็ให้บ่าวที่มีอยู่ช่วยกันเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า
เสียนฟ่างยังคอยช่วยเปลี่ยนผ้าพันแผลที่เก่าขาด โดยใช้ผ้าที่ต้มน้ำร้อนผึ่งจนแห้งแล้วแทนที่ แต่กลับพบว่ามีหลายสิบคนที่แผลอักเสบจนเกิดหนองทำให้มีไข้สูงอาการน่าเป็ห่วง
“คุณชายเสียน งานเหล่านี้ให้บ่าวไพร่ทำเถอะขอรับ” สวี้เจ้อเห็นเสียนฟ่างลงมือเปลี่ยนผ้าพันแผลเช็ดตัวให้ทหารที่าเ็ด้วยตัวเอง ต้องออกปากห้ามปรามเอาไว้ จะอย่างไรเสียนฟ่างยังคงเป็ฮูหยินท่านแม่ทัพ ส่วนอาเจียงหลายวันมานี้รับทราบว่าหากเสียนฟ่างตั้งใจจะทำ ต่อให้ห้ามปรามเท่าไรยังคงไม่เป็ผล ั้แ่เข้ามาอาเจียงจึงลงมือช่วยเหลือหยิบจับสิ่งของส่งให้เสียนฟ่างอยู่เงียบ ๆ
“ท่านพ่อบ้าน าแเริ่มอักเสบ ต้องเจาะเอาหนองออกมา ข้าไม่มีความสามารถขนาดนั้นตอนนี้ทำได้เพียงทำความสะอาดเบื้องต้น ท่านจำเป็ต้องเชิญหมอมาดูอาการ ระหว่างนี้ให้ใช้น้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดห้ามพันแผลชั่วคราว”
“ขอรับ บ่าวจะจำไว้” สวี้เจ้อแทบจะอยากเชื้อเชิญให้เสียนฟ่างออกไปโดยเร็ว
เสียนฟ่างใช้เวลาอยู่ที่เรือนด้านหลังอยู่หลายชั่วยาม จนเวลาล่วงเลยมาจนเที่ยงจึงได้กลับออกมาที่เรือนตัวเอง
ที่เรือนหลัง
เซียถิงกลับมาที่จวนหลังเที่ยง พร้อมกับหมอหลายคน เมื่อมาถึงก็พุ่งตรงไปที่เรือนหลังในทันที กลับพบว่าทหารที่าเ็ส่วนใหญ่ได้รับการดูแลแล้ว เรือนที่พักก็สะอาดสะอ้าน ไม่ส่งกลิ่นน่ารังเกียจเหมือนเมื่อวาน ทหารที่มีแผลอักแสบต่างก็ได้รับการทำความสะอาดเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่กันทุกคน เซียถิงเป็ทหารอยู่ชายแดนหลายปี คุ้นชินกับสภาพทหาราเ็ล้มตาย ไม่ทันนึกว่าสภาพไม่น่าดูเหล่านี้ทำให้หมอที่เชิญมาแต่แรกปฎิเสธการรักษา วันนี้หมอที่พามาใหม่กลับไม่มีท่าทีเหมือนหมอที่พามาก่อนหน้านี้ ถึงกลับรีบลงมือรักษาจัดเทียบยาให้โดยไม่อิดออด
“พ่อบ้านสวี้ เป็เ้าจัดการจนเรียบร้อยเยี่ยงนี้”
“เรียนท่านแม่ทัพ เป็ท่านฮู เออคุณชายเสียนเข้ามาดูเมื่อเช้า สั่งการให้บ่าวทำความสะอาดหาเสื้อผ้าล้างาแให้คนเจ็บด้วยตัวเอง”
“เสียนฟ่าง อย่างนั้นหรือ” ในความทรงจำของเซียถิง เสียนฟ่างที่เขารู้จักไม่มีวันลดตัวลงมาทำงานที่สกปรกแบบนี้ ยิ่งไม่มีทางลงมือเช็ดตัวให้กับทหารที่าเ็ด้วยตัวเองเด็ดขาด เวลาเกือบปีที่ไม่ได้เจอกันจะทำให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้เลยหรือไร
“แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”
“คุณชายเสียนน่าจะอยู่ที่เรือนเล็กนะขอรับ”