บทที่ 19 เซลล์เนื้อร้าย
เมื่อเห็นว่าหลิวอวี่ยืนกรานไม่รับเงิน หลี่รั่วหลานจึงยอมถอยออกมาโดยไม่คิดจะคะยั้นคะยอเขาอีกต่อไป
จากนั้นทั้งคู่เดินออกจากถนนสายของเก่ามุ่งหน้าไปยังที่จอดรถ หลังจากที่เธอขับรถมาส่งเขาจนถึงหน้าวิลล่า หลี่รั่วหลานก็ทำในสิ่งที่เขาไม่คาดคิด เธอโยนกุญแจรถสปอร์ตใส่มือของเขาแล้วเตรียมตัวจากไปทันที
"หลิวอวี่ รถสปอร์ตคันนี้ฉันยกให้คุณค่ะ ถือว่าเป็ของขวัญแทนคำขอบคุณจากใจจริง จำไว้นะคะว่าในอีกห้าวันข้างหน้า ซึ่งเป็วันฉลองวันเกิดของคุณปู่ คุณต้องมางานให้ได้นะ"
กว่าหลิวอวี่จะทันตั้งตัวและเอ่ยทักท้วง ร่างบางของหลี่รั่วหลานก็วิ่งหายลับตาไปเสียแล้ว!
หลิวอวี่มองดูรถสปอร์ตคันหรูมูลค่าหลายล้านที่จอดสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าพลางคลี่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
'หลี่รั่วหลานคนนี้รวยจริง ๆ แฮะ รถสปอร์ตมูลค่ามหาศาลขนาดนี้ เธอกลับยกให้ฉันได้อย่างง่ายดายแบบไม่เสียดายเลยสักนิด นี่มันเฟอร์รารี่เลยนะ! เป็รถหรูที่ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยกล้าแม้แต่จะคิดฝันว่าจะได้เห็นของจริงด้วยซ้ำ!'
ั้แ่ได้รับความสามารถพิเศษนี้มา ชีวิตของเขาช่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนน่าใ จากเด็กหนุ่มที่ในกระเป๋าแทบไม่มีเงินติดตัวถึงห้าร้อยหยวน ตอนนี้เขากลับมีทั้งวิลล่าหรูและคฤหาสน์ส่วนตัว ชีวิตตอนนี้มันช่างเหมือนความฝันที่กลายเป็จริง
หลิวอวี่วางแผนไว้ในใจว่า หลังจากจัดการธุระทางนี้เสร็จสิ้นลง เขาจะกลับไปที่บ้านเกิดเพื่อรับพ่อแม่และน้องสาวมาอยู่ด้วยกันที่นี่ เพราะลำพังการต้องอาศัยอยู่ในวิลล่าหลังใหญ่เพียงคนเดียวแบบนี้ มันคงจะเงียบเหงาและว่างเปล่าเกินไปหน่อย
เขาเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าของวิลล่าเพื่อรับลมทะเลพลางทอดสายตามองออกไปไกล ทัศนียภาพของท้องทะเลที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตานั้นช่างงดงามจนเกือบจะลืมหายใจ
ในขณะที่กำลังจดจ้องไปยังผืนน้ำอยู่นั้น เขาสังเกตเห็นเกาะแห่งหนึ่งตั้งอยู่ไกลออกไปในทะเล
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว 'หากฉันใช้ความสามารถพิเศษที่มีอยู่ เช่าเกาะสักแห่งเพื่อทำฟาร์มเพาะเลี้ยงอาหารทะเล ฉันจะต้องรวยมหาศาลแน่ ๆ!'
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิวอวี่ก็รีบเปิดหน้าเว็บไซต์ทางการของกรมที่ดินเซียงซาน เพื่อตรวจสอบดูว่ามีเกาะในละแวกนี้เปิดให้เช่าหรือซื้อขายบ้างหรือไม่
และคราวนี้โชคก็เข้าข้างเขาจริง ๆ!
เกาะฉางเซียง มีพื้นที่กว้างขวางถึงเจ็ดสิบเฮกตาร์*[1] ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ทะเลทางใต้ของเซียงซาน
เมื่อดูพิกัดจากแผนที่ เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่ยอดเยี่ยมมาก มันอยู่ไม่ไกลจากเขตวิลล่าของเขาเลย ระยะทางห่างออกไปเพียงสิบกว่าไมล์ทะเลเท่านั้น
ทว่าราคาค่าเช่านั้นกลับน่าใยิ่งนัก โดยเริ่มต้นประมูลที่สิบล้านหยวน และที่สำคัญคือเขาจะต้องเข้าร่วมการประมูลเพื่อชิงสิทธิ์ในการเกาะแห่งนี้ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า
เขาประเมินสถานการณ์ดูแล้ว เงินสดกว่าสิบล้านหยวนที่เขามีอยู่ในบัญชีอาจจะยังไม่เพียงพอสำหรับการประมูลครั้งนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องหาทางหาเงินเพิ่มให้เร็วกว่าเดิมเสียแล้ว
ราคาเริ่มต้นคือสิบล้าน แต่ถ้าการแข่งขันสูงขึ้นจนต้องควักกระเป๋าจ่ายจริง ๆ ก็น่าจะต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านหยวนแน่นอน
'ดูเหมือนว่า่สองสามวันนี้ฉันต้องพยายามหาเงินให้ได้มากที่สุด หากในอีกเจ็ดวันข้างหน้ายอดเงินยังไม่ถึงยี่สิบล้าน เห็นทีอาจจะต้องเอารถหรูที่รั่วหลานให้มาไปใช้เป็หลักประกันเงินกู้เสียแล้ว'
การประมูลจะเริ่มขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้า ซึ่งเป็เวลาสองวันหลังจากงานวันเกิดของคุณปู่หลี่รั่วหลานพอดี
ทว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ เขายังไม่มั่นใจเลยว่าความสามารถพิเศษของเขาจะสามารถรักษาโรคมะเร็งร้ายได้จริงหรือไม่
เมื่อนึกถึงเื่นี้ หลิวอวี่จึงรีบเปิดแล็ปท็อปเพื่อค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับหลักการเกิดโรคมะเร็งอย่างจริงจัง
หลังจากศึกษาข้อมูลอยู่นาน หลิวอวี่ก็เริ่มเข้าใจว่าหาก้าจะรักษาโรคมะเร็งให้หายขาด สิ่งแรกที่ต้องทำคือการกำจัดเซลล์มะเร็งร้ายออกไปจากร่างกาย ตราบใดที่สามารถทำลายเซลล์มะเร็งและก้อนเนื้องอกที่ผิดปกติเ่าั้ลงได้ ร่างกายก็จะกลับมาแข็งแรงดังเดิม
'ฉันมีความสามารถในการควบคุมน้ำ และน้ำคือจุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิตรวมถึงแบคทีเรียและไวรัสทั้งปวง หากขาดน้ำ ไวรัสพวกนี้ย่อมต้องตายไปเอง แต่ฉันก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเซลล์มะเร็งพวกนี้จะถูกทำลายได้ง่าย ๆ แบบนั้นเลยเหรอ ?'
'สู้หาลองทดลองกับสิ่งมีชีวิตจริง ๆ ดูเลยน่าจะดีกว่า!'
หลิวอวี่ทอดสายตามองลงไปยังทะเลเบื้องหน้า เขาคิดว่าควรจะหาสิ่งมีชีวิตในทะเลสักอย่างมาใช้ในการทดลองครั้งนี้ และถือโอกาสออกไปสำรวจทรัพยากรทางทะเลมาขายหาเงินไปในตัวด้วย
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หลิวอวี่ก็เริ่มลงมือทันที เขาสวมอุปกรณ์ดำน้ำอย่างคล่องแคล่วก่อนจะมุ่งหน้าไปยังชายหาด
เนื่องจากเป็เวลา่เย็น จึงยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยลงมาเล่นน้ำเพื่อคลายร้อน
หลิวอวี่ดำดิ่งลงสู่ใต้ท้องทะเลลึกในทันที ภาพทัศนียภาพใต้ผิวน้ำในรัศมีร้อยเมตรรอบตัวถูกมองเห็นผ่านสายตาของเขาอย่างชัดเจนราวกับมองในที่แจ้ง
หลังจากว่ายสำรวจอยู่นาน ในที่สุดเขาก็สังเกตเห็น 'ของดี' เข้าให้แล้ว!
มันคือปูาาขนาดใหญ่ั์ที่มีตัวโตเท่ากับอ่างล้างหน้า!
'โอ้โห... ปูาาไซซ์นี้ อย่างน้อยต้องหนักประมาณ 7.5 - 9 กิโลกรัมแน่ ๆ!'
ปูาาพันธุ์นี้มีราคาสูงลิบลิ่ว แค่ชั่งเดียวก็ขายได้หลายพันหยวนแล้ว และสำหรับตัวที่ใหญ่เป็พิเศษขนาดนี้ อย่างน้อย ๆ ฉันก็น่าจะฟันเงินได้หลายหมื่นหยวนเลยทีเดียว!
เ้าปูาาตัวนั้นสังเกตเห็นหลิวอวี่เช่นกัน มันโบกก้ามอันทรงพลังไปมาพยายามจะพุ่งเข้าโจมตีเขา
หลิวอวี่ยิ้มกว้างออกมาด้วยความขบขัน เพียงแค่เขาใช้กระแสจิตส่งคำสั่งออกไป เ้าปูาาที่ดูดุร้ายก็กลายสภาพเป็เหมือนลูกสุนัขที่แสนเชื่อฟัง มันยอมว่ายตามหลังเขาไปแต่โดยดี
เพียงไม่นานนัก หลิวอวี่ก็พบเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับการทดลอง นั่นคือเต่าทะเลตัวน้อยขนาดเท่าฝ่ามือ ซึ่งที่ส่วนหัวของมันมีก้อนเนื้อที่ปูดนูนออกมาอย่างผิดสังเกต
'เนื้องอกร้ายก็คือเนื้องอก และก้อนเนื้อนี่ก็คือเป้าหมายชั้นดี ฮิ ๆ... พอดีเลยแฮะ เอาเต่าตัวนี้มาลองทดสอบวิชาดูหน่อยแล้วกัน'
หลิวอวี่ใช้กระแสจิตสั่งให้เต่าทะเลตัวน้อยว่ายตามเขาขึ้นไปสู่ผิวน้ำ!
ด้วยเหตุนี้ ทั้งเต่าทะเลผู้น่าสงสารและปูาาขนาดั์จึงว่ายตามหลังหลิวอวี่ขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
เมื่อก้าวขึ้นสู่ฝั่ง หลิวอวี่ก็รีบจับปูาาใส่ตาข่ายแล้วมุ่งหน้ากลับไปยังวิลล่าทันที
ส่วนเต่าทะเลตัวน้อยนั้น เขาเพียงแค่ใช้ความคิดสั่งให้มันคลานตามหลังเขามาเงียบ ๆ เท่านั้น
'หากใครมาเห็นภาพนี้เข้า มีหวังคงได้ใจนช็อกกันไปทั้งหาดแน่ ๆ!'
เมื่อถึงวิลล่า หลิวอวี่จัดการโยนปูาาลงในสระว่ายน้ำ จากนั้นก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบขวดน้ำแร่ออกมา แล้วเทน้ำหลิงสุ่ยลงไปผสมประมาณครึ่งขวด
จากนั้นจึงเริ่มทำการวิจัยเต่าทะเลตัวน้อยอย่างจริงจัง
หลิวอวี่ส่งพลังกระแสจิตเข้าสู่ร่างกายของเต่าทะเล ทันใดนั้นเอง ภาพโครงสร้างอวัยวะภายในของมันก็ปรากฏขึ้นในสมองของเขาอย่างชัดแจ้ง
ไม่ว่าจะเป็การไหลเวียนของกระแสเื หรือการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ในตัวเต่า ทะลุปรุโปร่งจนหมดสิ้น
'เซลล์แบน ๆ ที่ดูเหมือนต้นถั่วงอกพวกนี้คงจะเป็เม็ดเืแดงสินะ ส่วนเซลล์ที่อ้วนกลมและดูมันวาวพวกนั้นต้องเป็ไขมันชัวร์'
จากนั้นหลิวอวี่ก็มุ่งสมาธิทั้งหมดไปยังก้อนเนื้อที่อยู่บนหัวของเต่าทะเลทันที วินาทีนั้นเขาเริ่มััได้ถึงกลุ่มเซลล์ที่ดุร้ายจำนวนมาก ซึ่งกำลังรุมล้อมดูดซับสารอาหารจากเซลล์โดยรอบอย่างตะกละตะกลาม
ไม่ต้องสงสัยเลย... เซลล์ที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวเหล่านี้ก็คือก้อนเนื้องอกนั่นเอง
และเขายังพบกลุ่มโมเลกุลอีกกลุ่มหนึ่งที่พยายามเข้าต่อสู้ขัดขวางเซลล์เนื้องอกเ่าั้ ซึ่งมันก็คือระบบภูมิคุ้มกันที่เขาเคยอ่านเจอในตำรานั่นเอง!
ภายในร่างกายอันเล็กจ้อยของเต่าทะเลตัวนี้ กำลังเกิดากลางเมืองครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างเซลล์ดีและเซลล์ร้าย
'หาก้าจะกำจัดก้อนเนื้อนี้ให้หมดไป ก็จำเป็ต้องกวาดล้างเซลล์เนื้องอกพวกนี้ให้สิ้นซากสินะ'
หลิวอวี่ตัดสินใจป้อนน้ำหลิงสุ่ยที่เขากลั่นรวบรวมไว้ออกมาหนึ่งหยดให้แก่เต่าทะเล เพื่อทดสอบว่าจะสามารถกำจัดเซลล์ร้ายเ่าั้ได้หรือไม่
ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ น้ำหลิงสุ่ยเพียงหยดเดียวนั้นกลับยิ่งทำให้การต่อสู้รุนแรงขึ้นกว่าเดิม
กลุ่มโมเลกุลภูมิคุ้มกันได้รับสารอาหารจากน้ำหลิงสุ่ยจนแข็งแกร่งและฮึกเหิมขึ้นมาก แต่ในขณะเดียวกัน เซลล์เนื้องอกเองก็พลอยได้รับผลประโยชน์จากน้ำวิเศษนี้ไปด้วย และพวกมันก็ดูจะทวีความดุร้ายขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน!
'ฮึ่ม... น่าโมโหจริง ๆ น้ำหลิงสุ่ยของฉันไม่ได้มีไว้ให้พวกเซลล์ชั่วร้ายพวกนี้เสวยสุขนะ!'
ทันใดนั้นเอง หลิวอวี่จึงลองใช้ความคิดสร้าง 'กระบี่วารี' ขนาดจิ๋วขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มเซลล์เ่าั้ แล้วลองบังคับให้มันทิ่มแทงเข้าใส่เซลล์เนื้องอกเพียงเซลล์เดียวเพื่อทดลองดูผล
พริบตานั้น เซลล์เนื้องอกที่ถูกกระบี่วารีของหลิวอวี่ทิ่มแทงก็แตกสลายกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย และกลายเป็แหล่งสารอาหารชั้นดีที่ทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันรุมกันเข้ามากัดกินจนหมดเกลี้ยง
ภาพที่ปรากฏในมโนภาพช่างน่าตื่นตาตื่นใจจนเขาแทบจะหยุดหายใจ
'ฮ่า ๆ ๆ! พวกเซลล์ชั่วร้าย... ถึงเวลาที่พวกแกจะต้องพบกับจุดจบแล้ว!' เขาคิดในใจด้วยความสะใจอย่างยิ่ง
[1] เจ็ดสิบเฮกตาร์ : ประมาณ 437.5 ไร่