บทที่ 10 1/2
เ้าชายขี่ม้าขาว
ความเดิมตอนที่แล้ว
ถึงแม้เตชินทร์จะรู้สึกดีใจที่ความฝันของภรรยาเขาใกล้จะเป็จริงในอีกไม่ช้า หากแต่อีกใจหนึ่งเขากลับรู้สึกเศร้าแปลกๆ เมื่อนึกถึงวันที่จะต้องพรากจากเธออย่างไม่มีวันหวนคืนเสียอย่างนั้น
แม้มันอาจจะดูเป็คำขอที่ลมๆ แล้งๆ ก็ตามที แต่หาก์ยังคงเมตตาเขาอยู่บ้าง ก็ขอให้เขาได้มีโอกาสได้กลับมารักกับเธอดังเดิมด้วยเถิด
เขาขอสาบานว่าจะไม่มีวันทำให้เธอต้องเสียน้ำตาเพราะเขาอีกเด็ดขาด…
------------------------------------------------------
หลังจากที่ชีวิตของเตชินทร์ถูกสวิตช์ให้มาเป็พนักงานในบริษัททัวร์ เขาก็ไม่เคยได้รู้จักกับวันหยุดอีกเลยเพราะต้องคอยรับมือกับลูกทัวร์ที่แห่กันเข้ามาใช้บริการใน่ไฮซีซัน แต่ดูเหมือนว่าเทวดาจะเห็นใจเขาที่ต้องเผชิญหน้ากับวิบากกรรมอย่างเสมอต้นเสมอปลายมาตลอดเดือนกว่าๆ ท่านจึงได้ดลบันดาลให้คุณละเอียดมอบวันหยุดสุดพิเศษให้กับพนักงานได้ไปพักผ่อนหย่อนใจใน่ที่ไม่มีทัวร์ในสองวันนี้
หากเป็คนอื่นอาจจะรู้สึกดีใจที่จะได้ใช้มันกับครอบครัว แต่ทว่ากับเตชินทร์ที่ภรรยาของตัวเองได้กลายเป็คนแปลกหน้าไปแล้วนั้น ครั้นจะให้ไลน์ชวนไปเที่ยวด้วยกันก็เกรงว่าจะถูกบล็อกเอาได้ ส่วนเพื่อนสนิทสองหน่อก็วุ่นอยู่กับงานประจำซึ่งไม่มีใครว่างออกมาเอ็นจอยกับหนุ่มโสดอย่างเขาเลยสักคน
เขาเซ็งจนแทบอยากจะกดสคิพข้ามไปวันทำงานเลยทีเดียว
อยากเจอเมย์ใจจะขาดอยู่แล้วเนี่ย!
แต่สุดท้ายเพราะไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน เตชินทร์จึงมาลงเอยที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านเอาจนได้
และด้วยความที่วันนี้ตรงกับวันธรรมดาเลยทำให้คนไม่ค่อยพลุกพล่านมากนัก บรรยากาศภายในห้างจึงออกจะเงียบเหงาอยู่หน่อยๆ
เตชินทร์อ้าปากหาวหวอดๆออกมาอย่างเบื่อหน่ายพลางเดินไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง จนกระทั่งเดินผ่านไปเห็นบูทหนังสือลดราคาขนาดย่อมที่ตั้งอยู่กลางห้างเข้าพอดี พร้อมๆกันนั้นก็มีพนักงานคอยเดินตามเพื่อเชียร์ขายสินค้าอย่างขยันขันแข็งอยู่ไม่ห่าง
ซึ่งหากเป็ปกติ ชายหนุ่มผู้อ่านหนังสือไม่เกินแปดบรรทัดต่อปีอย่างเขาคงจะเมินเฉยและไม่แยแสกองความรู้เ่าั้ แต่ทว่าด้วยสายตาเหยี่ยวอันแหลมคมดันเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ ราวกับว่ามันมีแสงสว่างจ้าส่องออกมาจากดงหนังสือกองั์นั้นก็มิปาน
เตชินทร์จึงตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางเดินทันที ก่อนจะหยิบขึ้นมาเปิดดู
เคล็ด (ไม่) ลับจีบหญิงไม่มีพลาด
แม้จะรู้อยู่แก่ใจดีว่าหนังสือพวกนี้จัดอยู่ในหมวดหมู่ของไร้สาระที่เขียนขึ้นมาเพื่อขายฝันให้กับเหล่าคนที่ล้มเหลวในชีวิตรัก ทว่าคนที่คิดแบบนั้นกลับกำลังตั้งหน้าตั้งตาเปิดอ่านมันอย่างตั้งใจเสียเอง
การทำตัวเป็เ้าชายขี่ม้าขาวช่วยสร้างความประทับใจได้ถึงสิบดาว
“หึ…”
เตชินทร์หัวเราะในลำคอพลางส่ายหน้าให้กับเนื้อหาที่เพิ่งอ่านไปก่อนจะตัดสินใจปิดหนังสือแล้วเอาวางลงที่เดิม แต่ทันใดนั้นก็มีใครบางคนเซถลาเข้ามาโดนตัวเขาโดยไม่ได้ตั้งใจเสียก่อน พร้อมๆกับที่รู้สึกได้ถึงความเจ็บแปลบเหมือนโดนของเล็กแหลมทิ่มเข้าที่หลังเท้าอย่างจัง
“โอ๊ย!” เตชินทร์ร้องออกมาอย่างเ็ป
แม้จะโชคดีที่สวมรองเท้าผ้าใบมา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังเจ็บอยู่ดี
“ว๊าย ขอโทษค่ะ”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างใ ก่อนจะรีบยกเท้าที่สวมด้วยรองเท้าส้นสูงแบบส้นเข็มออกทันที
เตชินทร์ที่อยู่ในอารมณ์พร้อมจะหาเื่จึงหันขึ้นไปมองยังคู่กรณีทันที
แต่แล้ว ปากที่กำลังจะพ่นคำด่าออกไปถึงกับอ้าค้างกลางอากาศเมื่อได้เห็นเมนิลายืนอยู่ต่อหน้าเขาและเมื่อพิจารณามองดูเธอั้แ่หัวจรดเท้าก็พบว่าหญิงสาวอยู่ในชุดเดรสกระโปรงบานพลิ้ว อีกทั้งยังแต่งหน้าทำผมเสร็จสรรพอย่างสวยงามกว่าวันปกติเป็พิเศษ
“เมย์?”
แต่พอนึกขึ้นได้ว่ากำลังถือหนังสือน่าอายอยู่ เตชินทร์จึงรีบเอามันหลบไว้ข้างหลังตัวเอง ส่วนเมนิลาที่เห็นว่าเป็เขาก็ใไม่แพ้กัน ทว่าเมื่อเธอได้สติก็รีบยกนิ้วขึ้นมาแนบริมฝีปากตัวเองเชิงบอกให้เขาเงียบทันที
“ชู่ว์…”
จากนั้นเธอก็คว้าหนังสือจากชั้นวางขึ้นมากางปิดหน้าตัวเองและตีเนียนทำเป็อ่าน ในขณะเดียวกันก็แอบเลื่อนลงทีละนิดเพื่อมองดูลาดเลารอบๆ
การกระทำของหญิงสาวข้างกายดูลับๆล่อๆพิกล เหมือนกำลังหลบหนีใครบางคนอยู่
ทว่าในขณะที่เตชินทร์กำลังจะเอ่ยปากถามเธอ สายตาของเขาของก็เหลือบไปพิสมัยเดินออกมาจากร้านอาหารเสียก่อน สักพักก็มีชายหนุ่มซึ่งแต่งกายดูภูมิฐานวิ่งตามมาติดๆ ก่อนเธอจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรหาใครบางคนด้วยอารามร้อนอกร้อนใจ และเพียงไม่นานเสียงมือถือของเมนิลาก็ดังขึ้น เธอจึงรีบหยิบออกมากดตัดสายอย่างลุกลี้ลุกลน
เขาแทบไม่ต้องเสียเวลาตีความสถานการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่นิดเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะรู้ได้ทันทีว่าแม่ยายตัวแสบนัดหนุ่มให้มากินข้าวกับเมนิลาเพื่อ้าจะจับคู่ให้ลูกสาวนั่นเอง
หน็อยแน่ แค่ชรัญยังไม่พออีกหรืออย่างไร!
คนอย่างเตชินทร์จะไม่มีวันปล่อยให้เมนิลาต้องกลับเข้าไปอยู่ในวังวนของการนัดดูตัวอีกเด็ดขาด เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็ตัดสินใจเอื้อมไปจับที่ข้อมือของเธอทันที
“พร้อมนะ”
เมนิลาชะงัก ก่อนจะเข้าใจในภายหลังว่าเขากำลังจะทำอะไร
เตชินทร์นับให้สัญญาณ
“หนึ่ง…สอง…สาม!”
แต่ทว่า…
“โอ้ หนังสือจีบสาวขายดีนะพี่ เหลือเล่มสุดท้ายแล้วด้วย”
พนักงานเชียร์ขายที่หันมาเห็นหนังสือในมือของเตชินทร์เข้าพอดี จึงทักขึ้นด้วยความเบิกบานเพราะอยากจะเปิดบิลรับเช้าอันแสนสดใส ทว่าไม่ทันจะได้เดินเข้าไปชาร์จถึงตัว เตชินทร์ก็จูงมือเมนิลาวิ่งออกนอกร้านตัดหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว ทำเอาพนักงานถึงกับเบิกตากว้างด้วยความใและร้องะโขึ้นมาอย่างเสียงดังลั่นห้างว่า
“ขโมยยยยยยย!!!!!”
เตชินทร์ที่เพิ่งรู้ตัวก็รีบโยนหนังสือให้พ้นจากตัวเองอย่างทันทีทันใด
“คืนแล้วคร๊าบ!!”
ส่วนพิสมัยและชายหนุ่มที่นัดดูตัวเมื่อได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายก็มองไปตามต้นเสียงนั้น ก่อนจะพบว่าหนึ่งในคนที่วิ่งหนีมีเมนิลาร่วมอยู่ด้วย พวกเขาจึงออกตัววิ่งตามทันที!
“ลูกเมย์!! / น้องเมย์!!”
เมื่อรู้ว่ากำลังถูกไล่ตาม คนทั้งคู่ก็รีบเร่งฝีเท้าของตัวเองให้เร็วขึ้นเป็สองเท่าและต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นเป็เท่าตัวเพื่อคอยหลบหลีกผู้คนที่ยืนขวางตลอดทางเดิน
ขณะเดียวกันเมนิลาเองก็ไม่อาจแยกความตื่นเต้นที่กำลังก่อเกิดขึ้นในหัวใจดวงนี้ได้เลยว่ามีต้นเหตุมาจากอะไร
ระหว่างเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
หรือผู้ชายที่กำลังวิ่งจูงเธออยู่ต่อหน้ากันแน่…
“แฮก แฮก…”
รู้ตัวอีกทีทั้งสองก็มาหยุดยืนหอบอยู่แถวสวนสาธารณะไม่ไกลจากตัวห้างแล้ว เมื่อมองขึ้นไปก็พบว่าสถานที่แห่งนี้แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ซึ่งน่าจะช่วยพรางตัวได้ระดับหนึ่ง
และในขณะที่เตชินทร์กับหอบเหนื่อยอยู่นั้น สายตาของเขาก็เลื่อนไปที่ข้อเท้าของเมนิลาโดยบังเอิญ เขาเห็นว่าเริ่มมีสีแดงช้ำปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย
แม้เ้าตัวจะไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา แต่การที่เธอสวมรองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ดวิ่งด้วยระยะทางที่ไม่ต่ำกว่าสามกิโลนั้นย่อมทำให้เกิดการาเ็ขึ้นได้อย่างแน่นอน
เตชินทร์จึงถอดรองเท้าผ้าใบทั้งสองข้างของตัวเองออก ก่อนจะก้มลงไปถอดรองเท้าของเมนิลาต่อ
“ทำอะไรของนายน่ะ” เมนิลาชักเท้ากลับอย่างใ
“อยู่นิ่งๆ แป้บนะ”
เขาพูดพร้อมทั้งเอารองเท้าผ้าใบของเขาสวมใส่ให้เมนิลา
แม้ขนาดเท้าจะต่างกันหลายเบอร์ก็ตามแต่มันก็คงจะสบายกว่าส้นเข็มนี่ก็แล้วกัน
ในขณะที่เธอก็ได้แต่ยืนมองตาปริบๆโดยที่ไม่ได้พูดอะไร ส่วนตัวเตชินทร์เอง ตอนแรกเขากะจะเดินเท้าเปล่า แต่เพราะอากาศเมืองไทยในขณะนี้ส่งผลให้ทางเดินร้อนระอุจนเท้าแทบพอง แม้จะใส่จะถุงเท้าแต่ก็ไม่สามารถกันความร้อนแรงที่ทะลุผ่านเข้ามาได้ เขาจึงตัดสินใจสวมรองเท้าส้นสูงของเมนิลาแทนและเดินด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ชวนน่าขัน แล้วไหนจะขนาดเท้าที่ใหญ่กว่าครึ่งนั่นอีก
เมนิลาเห็นแบบนั้นก็เผยสีหน้าเป็กังวลออกมาได้อย่างชัดเจน แม้แต่ตัวเธอเองยังต้องใช้เวลากว่าจะชินกับมัน แล้วผู้ชายอย่างเขาที่น่าจะไม่เคยได้แตะมันเลยทั้งชีวิตจะไปเหลืออะไร
“เดี๋ยวฉันกลับไปใส่เหมือนเดิมก็ได้นะ”
เตชินทร์ไม่ตอบอะไร เขาเพียงแต่ยกมือขึ้นในท่าปางห้ามญาติ
พลันเสียงมือถือของเมนิลาก็ดังขึ้นอีกรอบ เตชินทร์จึงได้คว้าข้อมือของเธอให้รีบเดินเข้าไปในตัวของสวนสาธารณะทันที
หากเป็ก่อนหน้านั้น เมนิลาคงไม่ยอมให้ชายหนุ่มได้มีโอกาสแตะเนื้อต้องตัวเธออย่างแน่นอน แต่เพราะเหตุใดกันเธอถึงได้ไม่คิดที่จะขัดขืนเขาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับปล่อยให้เขาจูงเธอได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
แล้วไหนจะอาการวูบไหวที่หัวใจนี่อีก
เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ …
โปรดติดตามตอนต่อไป
-----------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น:
กรี๊ดกร้าด เฮียชินทำเท่นิดหน่อย เจ้เมย์ถึงกับใจสั่นแล้วเหรออออ
ทำไมฉันเขิน!
ความในใจเ้าต้นนุ่น :
คอมเมนต์สักนิดเพื่อเป็กำลังใจให้เ้าต้นนุ่นได้มีแรงปั่นเฮียชินหน่อยนะคะพี่ๆ