พวกเขาเดินจากไปแล้ว...แต่‘สิ่งนั้น’ยังวางอยู่ที่เดิม ทิชามองไปที่แหวนที่ตั้งอยู่ข้างหน้าเธอ
คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากส่งคืนให้พวกผู้หญิงคนนั้นในวันพรุ่งนี้
ทิชาจึงทำได้แค่เก็บแหวนทองไว้เพื่อไม่ให้ของมีค่านี้หายไปเด็ดขาด
หญิงสาวยังคงตั้งใจทำงานและไม่ลืมที่จะปฏิบัติตามกฏสำคัญอย่างเคร่งครัดเพราะเธอคงไม่ได้โชคดีเหมือนเมื่อกี้อีก
เผลอไม่นานเวลาก็ผ่านไปเร็วจนตอนนี้นาฬิกาบอกเวลา21.00 น.
วันนี้ทิชาได้พบกับผีผู้ชายอ้วนอีกครั้งเขายังคงเดินฉีกเนื้อตัวเองผ่านเข้ามาในประตูอยู่เหมือนเดิม
แต่ทิชาไม่รู้สึกกลัวเสียเท่าไหร่เพราะหากเทียบกับเหตุการณ์ของผู้หญิงตาเฉี่ยวคนนั้นแล้ว
ผู้หญิงคนนั้นน่ากลัวกว่าเยอะ...
เมื่อก่อนคุณพราวฟ้าต้องเจออะไรแบบนี้ทุกครั้งที่มาทำงานเลยหรือไงกันนะ
คุณเขาอดทนให้ครบหนึ่งปีโดยไม่เป็บ้าไปซะก่อนได้อย่างไรกัน
ทิชาหยิบแหวนเ้ากรรมขึ้นมาดูอีกครั้งมันสลักคๆเล็กๆเอาไว้ที่ด้านในของแหวน
‘นลิน’ นี่คือชื่อของผู้หญิงคนนั้นมันฟังดูเพราะและนุ่มนวลมากซึ่งดูขัดจากลุคการแต่งตัวของเธอ
แต่ฉันก็ไม่ได้จะวิจารณ์อะไรหรอกนะเพราะไม่ว่าใครจะชื่ออะไร
เขาก็มีสิทธ์ที่จะแต่งตัวในแบบที่เขาชอบทั้งนั้นแหละ
จนกระทั่งทิชาจัดการห้องอัดเพลงจนถึงคิวสุดท้ายของวันนี้
ช่างเป็วันที่ดูดพลังงานไปมากจริงๆ เธอนึกบ่นในใจว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลากลับสักที
นาฬิกาชี้ไปที่เลข 11ทันใดนั้นดอกกุหลาบสีขาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเธอ
หญิงสาวจ้องไปที่มันก่อนที่ภาพทั้งหมดจะเลือนราง
ทิชารู้สึกตัวขึ้นและเธอพบว่าตอนนี้เธอนอนอยู่บนเตียงของโรงแรมที่เธอเช็คอินไปเมื่อวาน
“ฉันกลับมาแล้ว!!!”
หญิงสาวะโด้วยความดีใจหากมีใครผ่านไปมาคงได้ใน่าดู
แต่ใครจะสนกันล่ะ ตอนนี้เธอได้กลับมาในโลกของเธอแล้ว...
ทิชาะโลุกขึ้นก่อนจะต้องร้องออกมาเสียงดังอีกครั้ง
กระดูกหลังของเธอลั่นเสียงดังสาเหตุคงหนีไม่พ้นจากการที่นั่งทำงานเป็เวลานาน
เห็นทีจบงานนี้เธอควรต้องเข้าคอร์สจัดกระดูกกับคลินิกที่ไหนสักแห่ง
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นหญิงสาวหันไปมองจึงรู้ว่าคนที่โทรมาไม่ใช่ใครที่ไหนลูกพี่ลูกน้องคนสนิทของเธอนี่เอง
“ฮัลโหล”
“ทิชา!! เธอยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม ?”
เสียงมิณทร์ถามน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
แต่คิ้วเธอกลับกระตุกเล็กน้อยอย่างหงุดหงิด ถามแบบนี้หมายว่าไงกันยะ
“นี่!! ถามแบบนี้หมายความว่าไง !!”
“ก็เธอเล่นหายไปทั้งคืนข้อความก็ไม่ยอมตอบจะไม่ให้เป็ห่วงได้ยังไง”
“ฉันยังสบายดี ยังไม่ตายไม่ต้องเป็ห่วงนี่โทรมาแค่นี้ใช่ไหม งั้นจะวางแล้วนะ”
ทิชาตอบด้วยน้ำเสียงประชดประชัน มิณทร์ชอบทำเหมือนเธอเป็เด็กตลอดเลยนี่เธอโตแล้วนะ!
“เดี๋ยวๆๆ อย่าเพิ่งโกรธกันสิฉันแค่จะโทรมาถามว่าเมื่อวานเธอคงได้ทำตามที่คุณปู่บอกใช่ไหม”
“ทะ...ทำไมถามแบบนั้นล่ะ” เสียงทิชากระตุกเล็กน้อย เธอควรบอกเขาไหมว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“ไม่รู้สิ ฉันรู้สึกแปลกๆเมื่อวานคุณปู่โทรมาหาฉันแต่ฉันไม่ได้รับ พอโทรกลับคุณปู่ก็ไม่ยอมรับสายไม่รู้ว่ามีเื่อะไรหรือเปล่า”
มิณทร์พูดด้วยความเป็กังวล ่นี้มีอยู่ไม่กี่เื่หรอกที่คุณปู่จะโทรหาเขา
คุณปู่น่ะเป็ห่วงทิชาจะตาย ตอนเด็กๆก็เหมือนกันชายหนุ่มถามทิชาว่าคุณปู่ได้โทรหาเธอบ้างไหม
แต่ทิชาก็ไม่เห็นมีวี่แววของการโทรเข้าเลยนอกเสียจาก
เอ๊ะ...เดี๋ยวนะเมื่อนึกถึงสายที่โทรเข้ามาเหมือนกับว่าทิชาเห็นอยู่สายนึงที่เธอไม่ได้รับ
เธอรีบวางสายจากลูกพี่ลูกน้องตัวเองก่อนจะกดต่อสายไปหาคนที่เมื่อคืนเขาโทรมาเธอแต่เธอไม่ได้รับ
เพราะที่บริษัทไม่มีสัญญาณ...
“คุณทิชา...ดีใจจังเลยค่ะที่คุณโทรกลับมา”ทิชากระตุกยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดของคนปลายสาย
นี่ทุกคนคิดว่าเธอตายอยู่ที่นั่นกันหมดแล้วหรือไงกัน
เธอดวงแข็งจะตาย...
“คุณนึกว่าฉันจะตายอยู่ที่บริษัทแล้วหรือไงกันคุณพราวฟ้า”
“ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลยนะคะ”เสียงหวานที่แหบเล็กน้อยพอให้คนฟังใจเต้น
รีบปฏิเสธเธออย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าจะโดนเธอสาดอารมณ์ใส่เหมือนเมื่อวันก่อน
“หึแล้วคุณโทรมามีเื่อะไรหรือเปล่าคะ คุณน่าจะรู้นะว่าเวลาไหนฉันรับโทรศัพท์ไม่ได้”
“คือฉันนึกขึ้นมาได้เื่นึงค่ะเลยอยากจะโทรเล่าให้คุณฟังเดี๋ยวนั้นจนลืมไปว่าคุณคงทำงานอยู่ ขอโทษนะคะ”
ผู้หญิงคนนี้ขอโทษบ่อยรู้สึกผิดบ่อยจนทิชารู้สึกหงุดหงิดอยู่หน่อยๆ
คนเราถ้ารู้ว่าทำอะไรไปแล้วจะรู้สึกผิดแล้วจะทำไปทำไม?
“มีอะไรก็รีบเล่ามาค่ะ”
ทิชาเสยผมเล็กน้อยก่อนจะลุกจากเตียงเพื่อไปจัดการตัวเองในห้องน้ำทั้งที่ยังฟังคุณฟ้าไปด้วย
(เขาบอกให้เธอเรียกอย่างงี้) คุณฟ้าเล่าว่าบริษัทผีแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน
มีทั้งหมดเจ็ดชั้นด้วย บริษัทนี้มีชื่อเสียงมากในด้านการทำเพลงให้กับศิลปินดัง
เพราะเต็มไปด้วยพนักงานที่มีความสามารถเป็เลิศแถมอุปกรณ์ห้องอัดเพลงยังทันสมัยอีกมากๆ
แต่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นเมื่อห้าปีก่อนเกิดไฟฟ้าลัดวงจรทำให้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ ในวันนั้นมีผู้าเ็เป็จำนวนมาก
ผีที่พวกเราได้พบเห็นเป็เหยื่อของเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้น
เพราะความเสียหายอันมหาศาลบริษัทชื่อดังก็ได้ปิดตัวลงในเวลาถัดมา
“แต่เคยมีคนพยายามที่จะรื้อตึกนั้นทิ้งนะคะ”
“แล้วทำไมเขาไม่ทำ?” ทิชาถามด้วยความสงสัยถ้าคนๆนั้นรื้อตึกนี้ทิ้งไปเธอคงไม่หลงมาอยู่ที่นี่แน่ๆ
“มีคนเล่าว่าพวกเขาเจอกับเหตุการณ์แปลกๆค่ะซึ่งเดาได้ว่าคงไม่ใช่เื่ดี ๆแน่ ๆ”
คุณฟ้าตอบมาอย่างนั้นซึ่งทิชาก็เห็นด้วยแม้ว่าจะเสียดายขนาดไหนก็ตาม
“ฉันคิดว่าถ้าหากคุณเจอเ้าของบริษัทคนเก่าเขาอาจะช่วยคุณให้หลุดพ้นจากเื่นี้ก็ได้นะคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหัวใจของหญิงสาวก็กระตุกเต้นด้วยความดีใจ
แต่ก็ดีใจได้เพียงไม่นานก็เหมือนโดนคนหน้าหวานสาดน้ำดับไฟความหวังของเธออีกครั้ง
“แต่บริษัทแห่งนี้มันก็ปิดตัวลงนานมากแล้วฉันพยายามหาข้อมูลของเ้าของตึกในอินเทอร์เน็ทแต่ก็ไม่พบอะไรเลยค่ะ”
อ้าว...
“ฉันคิดว่าคุณน่าจะลองสอบถามข้อมูลกับพวกผีในบริษัทดูพวกเขาอาจจะช่วยคุณได้”
“!!!”
ทิชาอึ้งไปพักใหญ่ผู้หญิงคนนี้กำลังบอกให้ฉันไปถามผีงั้นหรอ? ว่าเ้าของบริษัทนี้เป็ใคร
นี่เธอคิดว่ามันง่ายเหมือนเดินไปตลาดแล้วถามแม่ค้าว่าร้านขายผักอยู่ตรงไหนงั้นหรอ ?
ฉันอยากจะด่าคุณฟ้าจริงๆเพราะคุณน่าจะบ้าไปแล้ว !!
“คุณจะบ้าหรอฉันจะถามพวกผีได้อย่างไรกัน”
“เขียนค่ะคุณสามารถเขียนลงในกระดาษเพื่อถามพวกเขาได้ แต่คุณต้องมีไหวพริบหน่อยนะคะ
ถ้าคุณทำให้พวกเขารู้ว่ากำลังถามเกี่ยวกับเื่อะไร คุณอาจจะเป็อันตรายได้”
ทิชาอยากจะรู้จริงๆเลยว่ามีอะไรอันตรายไปกว่าความคิดของผู้หญิงคนนี้อีกไหม
คุณฟ้าจะให้เธอถามถึงเ้าของบริษัทโดยที่ไม่สามารถพูดถึงเ้าของบริษัทตรงๆได้
มีอะไรที่ยากไปกว่านี้อีกไหม
ทิชาตัดสินใจเล่าเื่เหตุการณ์เมื่อวานทั้งเื่ที่ไปเจอคุณปู่รวมถึงแหวนของผีผู้หญิงตาเฉี่ยวให้คุณฟ้าฟัง
เสียงหวานตะคอกออกมาด้วยความใ
“ตายแล้ว!นี่คุณติดต่อกับผีงั้นหรอ...คุณทิชาคราวนี้คุณอาจจะตายได้เลยจริงๆนะคะ !!”
“นี่คุณจะหยุดแช่งฉันได้หรือยัง”
“คุณทิชานี่มันไม่ใช่เื่ตลกเลยนะคะคุณต้องไปหาคุณปู่ของคุณเดี๋ยวนี้ตอนนี้เลย!!”
ทิชาพยายามจะคุยกับคนปลายสายแต่หากว่าเสียงของอีกฝั่งค่อยๆเบาลงเรื่อยๆจนแทบไม่ได้ยินอะไรเลย
ทิชาพยายามเรียกคุณฟ้าแต่ไม่มีเสียงตอบรับใดใดกลับมา
สายโดนตัดงั้นหรือ ? เธอยกโทรศัพท์ออกจากหูและพบว่าสายยังไม่ได้โดนตัดไป
แต่ทิชาไม่ได้ยินเสียงเลย นี่มันเกิดอะไรขึ้น ?
สภาพแวดล้อมเงียบจนน่าประหลาดใจและยังรู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัยเป็อย่างสูง
ทิชารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองอยู่ใกล้ความตายมากขึ้นเรื่อยๆ
หรือว่า...เป็เพราะผีผู้หญิงคนนั้น ?
ทันใดนั้นทั้งห้องก็โดนปกคลุมไปด้วยแสงสีขาวสว่างจ้าจนแสบตา
ทิชารู้สึกตัวอีกทีจึงพบว่าเธอไม่ได้อยู่ในห้องของโรงแรมอีกต่อไป
ผนังเปลี่ยนเป็สีดำทั้งห้องถูกตกแต่งเหมือนห้องนอนของเด็กวัยรุ่นที่ชอบฟังเพลงร็อก
ถัดจากแหวนทองคำวงเดิมมีผู้หญิงสวมชุดสีดำนอนอยู่บนเตียง
นลิน...เธอคือผีผู้หญิงตาเฉี่ยวคนนั้นนั่นเอง
เธอสวมชุดสายเดี่ยวผ้าลื่นสีดำค่อนข้างเซ็กซี่เลยทีเดียว
หน้าตาของเธอยังโดนตกแต่งให้เข้มเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
นลินยกแขนที่ขาวซีดของเธอขึ้นและโบกมาทางทิชา
ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงขบเม้มเบาๆอย่างยั่วยวนเธอส่งยิ้มให้ทิชาก่อนจะพูดออกมา
“มาสิ...เข้ามาหาฉัน”
เธอกำลังกวักมือเรียกฉัน...ท่าทางเ่าั้ทำให้ทิชากลัวจับใจ
ขาของเธอเริ่มสั่นและแข็งจนขยับไม่ได้ไม่เธอจะไม่มีวันเข้าไปเด็ดขาดทิชาคิดอย่างนั้น
แต่ทว่าร่างกายของเธอกำลังเดินเข้าไปหานลินอย่างช้าๆ
นลินเห็นท่าทางเ่าั้ถึงกลับหัวเราะออกมา
เธอยิ้มอย่างชั่วร้ายเผยให้เห็นดวงตาสีดำสนิทราวกลับท้องฟ้าในยามค่ำคืน
ดวงตาของเธอสามารถรับกันได้ดีกับผิวขาวๆนั่น
ริมฝีปากแดงและฟันของเธอขบเข้าด้วยกันก่อนที่เรียวลิ้นจะแทรกออกมาเพื่อเลียริมฝีปากแดงๆนั่น
ทิชาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ผีผู้หญิงสวยตรงหน้ากำลังยั่วยวนเธอ
แต่กลับมองเธอราวกับว่าเธอเป็อาหารที่น่าอร่อย
และทิชาก็หลงสเน่ห์นั่นโดยที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แม้แต่น้อย
ทิชาล่องลอยราวกับคนไร้สติเธอกำลังล้มตัวนอนลงบนเตียงที่ผีคุณนลินกำลังนอนอยู่ด้วย
นลินยิ้มด้วยความชอบใจ ความ้าบางอย่างของเธอกำลังปรากฏขึ้น
ทันทีที่ร่างของทิชานอนลงบนเตียงนลินก็ตามมานั่งคร่อมตักของเธอทันที
แขนขาวๆโอบรอบคอของทิชาก่อนจะค่อยๆโน้มหน้าลงมาใกล้เธอ
จมูกเล็กสูดดมไปตามใบหน้าและซอกคอของเธอทำเอาทิชาขนลุกไปหมด
เธอแปลกใจนิดหน่อยที่กลิ่นของผีผู้หญิงคนนี้กลับหอม เธอลุ่มหลงจนแทบอยากจะกดริมฝีปากลงไป
แต่เดี๋ยวนะถึงเธอจะมีความชอบกับผู้หญิงอยู่บ้างแต่นี่ผู้หญิงคนนี้เป็ผี !
“ทิชาคะ...”
นลินครางเสียงหวานข้างๆหูของทิชาเธอยิ้มอย่างมีชัย
มือของนลินค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของทิชาจนผิวขาว ๆ ของเธอโผล่ออกมาสู่โลกภายนอก
เสื้อผ้าของเธอกำลังหลุดออกจากตัวเธอทีละชิ้นจนแทบจะเปลือยเปล่า
ลิ้นของนลินละเลียดอยู่บนผิวของทิชา เขาเลียอย่างกับกำลังชิมอาหารแต่มันทำให้ทิชาแทบทนไม่ไหว
โอ้วไม่นะ นี่เธอกำลังจะมีอะไรกับผีผู้หญิงงั้นหรอ?
แต่ทิชาไม่สามารถปฏิเสธการกระทำนี้ได้เลยแม้แต่น้อยราวกับว่าเธอโดนบางอย่างมัดไว้ทำให้ขยับตัวไม่ได้
เธอควรทำยังไงดี เธอยังไม่อยากตายนะ !
ในขณะนั้นเองทิชาเริ่มคิดถึงบทสวดมนต์ที่คุณปู่สอนให้เธอและมิณทร์สวดทุกวันก่อนนอน
ทิชาไม่มีทางเลือกไหนนอกจากสวดมนต์หวังให้พระคุ้มครองเธอเท่านั้น
ทันใดนั้นเองร่างกายของทิชาเย็นราวกับมีสายน้ำไหลผ่านตามตัวเธอ
“กรี้ดดด !!!”
เสียงกรีดร้องดังขึ้นผีนลินรีบกระเด้งออกจากตัวทิชาราวกับโดนไฟลวก
เขาร้องอย่างเ็ปก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาโกรธแค้น
“โอ๊ยยย ร้อนนนคุณกล้าทำกับฉันแบบนี้หรอคุณทิชา!! คงจะอยากตายมากสินะ! ”
นลินพุ่งตรงมาหาทิชาด้วยความรวดเร็วสายตาของเธอจ้องทิชาราวกับว่าจะฆ่าให้ได้ !