ัคำรามแ่เบาฟินิกซ์ยังดื้อดึง เพลิงใจลุกโหม ซ่อนน้ำตาไว้ในเงา สอบสวนด้วยสายตาด้วยัั รักดิบเถื่อนเริ่มก่อ วัฏจักรหมื่นวนเวียน
ัดำฟินิกซ์ (The Untamed Love)
ยามเช้าตรู่ที่ค่ายัดำชั่วคราวใกล้หอฟินิกซ์ขาวหมอกหนาทึบปกคลุมยอดเขา ราวกับฟ้าดินกำลังปกปิดความลับอันมืดมิดเสียงม้าครางและเสียงนักรบฝึกฝนภายในดังก้องไปทั่วค่ายกลิ่นธูปหอมผสมควันไฟจากแคมป์ไฟยังคงลอยคละคลุ้ง
เสวียนหลงนั่งอยู่บนบัลลังก์ไม้แกะสลักัในห้องโถงบัญชาการชั่วคราวชุดคลุมสีดำยาวกริ้ว ผมมัดสูงด้วยเข็มทอง รอยสักับนแผงอกเผยออกมาเล็กน้อยเขาจิบชาเข้มข้นจากถ้วยหยก ขณะที่สายตาจับจ้องไปที่หลิวเฉิงซึ่งถูกคุมตัวเข้ามาในสภาพร่างกายอ่อนล้าแต่แววตายังคงดุเดือดดั่งฟินิกซ์ที่ถูกไฟคลอกแต่ยังไม่ยอมดับ
“ท่านหัวหน้า ตัวเชลยฟินิกซ์ขาวนำตัวมาแล้ว”นักรบชุดดำรายงานด้วยความเกรงกลัว
เสวียนหลงโบกมือเบาๆ“ออกไปให้หมด ข้าจะสอบสวนด้วยตนเอง”
เมื่อเหลือเพียงสองคนในห้องมืดที่แสงเทียนสลัวส่องสว่างเพียงเล็กน้อยเสวียนหลงลุกขึ้นเดินวนรอบหลิวเฉิงช้าๆ ดั่งเสือที่กำลังเล่นกับเหยื่ออันงามสง่าหลิวเฉิงถูกมัดด้วยโซ่เหล็กบางๆ ที่จุดชีพจรสำคัญ เพื่อป้องกันการใช้ลมปราณภายใน
“หลิวเฉิง... เมื่อคืนเ้าให้ข้าได้ลิ้มรสความหวานอมขมกลืนแล้ว”เสียงของเสวียนหลงทุ้มต่ำ อบอุ่นแต่แฝงเล่ห์กล “วันนี้ข้า้ารู้ความลับของเส้นทางสายไหมตอนใต้ที่ตระกูลเ้าควบคุมรวมถึงชื่อสายลับที่ซ่อนตัวอยู่ในพรรคพวกของข้า”
หลิวเฉิงยกคางขึ้นมองตรงไปยังดวงตาของอีกฝ่ายโดยไม่หลบ “ฝันไปเถอะ เสวียนหลงข้าจะไม่ทรยศพวกพ้องแม้ตาย” คำพูดของเขาหนักแน่น ดังกังวานไปทั่วห้องมืด
เสวียนหลงยิ้มมุมปากมือใหญ่ลูบไล้ไปตามแก้มที่ยังคงมีรอยฟกช้ำจากเมื่อคืน “ความดื้อรั้นของเ้านั้น...ทำให้ข้าต้องหลงใหลยิ่งขึ้นไปอีก เ้ารู้หรือไม่ ว่าข้าเคยพบผู้คนมานักต่อนักแต่ไม่มีผู้ใดทำให้หัวใจข้าสั่นไหวเช่นนี้”
เขาสั่งให้องครักษ์นำเครื่องมือสอบสวนเข้ามาแส้หนัง กรงเล็บเหล็ก และขวดยาพิษโบราณที่ใช้ทรมานโดยไม่ทำให้ตายแต่เสวียนหลงกลับโยนมันทิ้งไปด้านข้าง
“ข้าไม่จำเป็ต้องใช้สิ่งเหล่านี้กับเ้า” เขากระซิบใกล้หูหลิวเฉิงลมหายใจร้อนผ่าว “ข้าจะใช้... วิธีของข้าเอง”
การสอบสวน
เสวียนหลงดึงโซ่ลากหลิวเฉิงเข้าไปในห้องด้านในที่มืดสนิทยิ่งกว่ามีเพียงแสงเทียนเล่มเดียวและกลิ่นธูปหอมระอา เขาผลักหลิวเฉิงลงกับโต๊ะไม้หนาแล้วใช้เชือกไหมแดงมัดมือทั้งสองข้างเหนือศีรษะ
“เ้ายังคงสวมชุดขาวที่ขาดวิ่นจากเมื่อคืน... มันยั่วยวนข้ายิ่งนัก”มือของเสวียนหลงลูบไล้ลงไปตามแผ่นหลัง ผ่านรอยาแที่ยังไม่หายดีบี้เบียดด้วยแรงกดที่ทำให้หลิวเฉิงสะดุ้ง
“ปล่อยข้า...!” หลิวเฉิงกัดฟันแน่น น้ำเสียงสั่นเครือแต่ยังคงแข็งกร้าว
เสวียนหลงหัวเราะในลำคอก้มลงกัดที่ต้นคอขาวเนียนจนเกิดรอยแดงชัดเจน “ยิ่งเ้าดื้อข้าก็ยิ่งอยากทำให้เ้ายอม” เขาฉีกเสื้อผ้าที่เหลือออกหมดเผยร่างกายอันงามสง่าที่เต็มไปด้วยรอยจากศึกาเมื่อคืน
การครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าเดิมเสวียนหลงใช้มือบีบรัดไหล่และสะโพกของหลิวเฉิงด้วยความซาดิสแ่เบาแต่แฝงด้วยความปรารถนาที่ลึกซึ้ง เขาเคลื่อนไหวอย่างหนักแน่น ดุเดือดดั่งัที่กำลังกลืนกินเปลวไฟของฟินิกซ์
หลิวเฉิงร้องออกมาด้วยความเ็ปปนความรู้สึกที่ไม่อาจปฏิเสธร่างกายสั่นเทา น้ำตาไหลพรากลงบนโต๊ะไม้ “เ้า... ปีศาจ... ข้าจะ... ฆ่าเ้า...”
“ร้องสิ... เสียงของเ้านั้นคือดนตรีที่ไพเราะที่สุดสำหรับข้า”เสวียนหลงกระซิบพลางเร่งจังหวะให้เร็วและลึกยิ่งขึ้นมือหนึ่งลูบไล้ผมยาวของหลิวเฉิงอย่างทะนุถนอม ขัดกับการกระทำอันดุร้ายด้านล่าง
บรรยากาศในห้องมืดเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจเสียงเนื้อกระทบกัน และเสียงโซ่ไหวระรัววัฒนธรรมแห่งการในยุทธภพถูกนำมาใช้การมัดด้วยเชือกไหมแดงที่สื่อถึงพันธนาการแห่งชะตาการใช้จุดชีพจรเพื่อควบคุมลมปราณทำให้หลิวเฉิงรู้สึกทั้งอ่อนแรงและเสียวซ่านไปทั่วร่าง
หลังจากพายุสงบเสวียนหลงไม่ได้ถอนตัวออกทันที แต่กอดหลิวเฉิงจากด้านหลังไว้แน่นจูบที่แผ่นหลังที่ชุ่มเหงื่อซ้ำๆ
“ข้าไม่ได้้าเพียงข้อมูล... ข้า้าเ้า หลิวเฉิง เ้าจะค่อยๆเข้าใจเอง”
หลิวเฉิงหอบหายใจถี่น้ำตาไหลไม่หยุด “...ข้าเกลียดเ้า... แต่ทำไม... ทำไมหัวใจจึงสั่นไหวเช่นนี้?” ความคิดภายในของเขาวุ่นวายดั่งฟินิกซ์ที่ถูกัโอบกอดทั้งไฟและน้ำ
เสวียนหลงยิ้มบางๆลูบผมเขาเบาๆ “เพราะชะตาฟ้าลิขิตให้เราเป็หนึ่งเดียวกัน”
ห้องมืดซ่อนไฟใจ ักับฟินิกซ์พันธนาการ ซาดิสแ่เบาแต่ลึกซึ้งดุจมีดกรีดผ่านดวงจิต น้ำตาไหลรินร้องไห้ แต่รักเริ่มก่อตัว วัฏจักรแห่งความเ็ป...กำลังหมุนไปไม่หยุด
..สุสาส์นราคะ.