อดีตกาลราว 5000 ปีก่อน อภิชาติบุตรของนางวินตา ผู้พรากน้ำอมฤตมาจากพระอินทร์ได้สำเร็จ ได้นำไปให้เหล่านาค 1,000 ตน ซึ่งครานั้นบุตรของนางวินตารับภารกิจนี้ เพื่อแลกกับอิสระภาพของมารดาให้พ้นจากการเป็ทาสของนางกัททรุ โดยวางไว้ที่หญ้าคา (หญ้าศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของพราหมณ์อินเดียโบราณมาจนถึงปัจจุบันนี้ และคนไทยเราก็นิยมใช้หญ้าคาพรมน้ำพระพุทธมนต์นั้นเอง)
นางกัททรุและเหล่าพญานาคดีใจนักหนา ที่จะได้กินน้ำอมฤตเพื่อความเป็ะนิรันดร์ แต่ก่อนจะกินต้องพากันอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดในแม่น้ำคงคาเสียก่อน
ด้วยสุดท้ายแล้วพระอินทร์ทรงนำหม้อน้ำอมฤตเหาะเหินนำกลับสู่สรวง์ที่เดิม จึงเป็เหตุให้ถูกนาคครหา ว่าใช้เล่ห์ ให้เหล่าตนเจ็บใจ และพลาดจากการสู่กายะ เพื่อลบข้อครหานั้นบุตรของนางวินตาจึงจำใจถอดจิต และ อิทธิฤทธิ์ออกกึ่งหนึ่ง เพื่อบำเพ็ญ และให้คำมั่นว่าจะไม่รุกรานรังแกเหล่านาค ซึ่งหากเป็ลูกหลานของตน ก็แล้วสุดแต่ตระกูล และการถือกำเนิดของนาค และครุฑแต่ละตน ว่าจะมีกรรมเกี่ยวพันต่อกันเช่นไร (ซึ่งครุฑแต่ละชาติกำเนิด และนาคแต่ละตระกูลมีศักดิ์ มีบุญญาไม่เหมือนกัน) ส่วนกายอีกส่วน คงอยู่เพื่อเป็พาหนะของพระนารายณ์สืบไป...
ด้วยเหล่าครุฑบางตน มีสัญชาตญาณมักจับนาคกินเป็อาหาร และกลั่นแกล้งนาค ด้วยความตระหนักยิ่งถึงภาระบำเพ็ญ ที่มิอาจสิ้นสุด อภิชาติบุตรผู้ยิ่งใหญ่ของนางวินตาจึงใช้ฤทธาให้ตนไปกำเนิดใหม่แบบโอปปาติกะ (กำเนิดแล้วโตทันที)ซึ่งเดิมมีบารมีมี่บำเพ็ญมา ถึงกาลเวลาที่ต้องไปกำเนิดใหม่เสียที แต่ด้วยเหตุที่เหล่าครุฑและนาคยังจองเวร และเข่นฆ่ากันไม่จบสิ้น ทำให้ละร่างทิพย์ที่มีในผาสูงใต้บาดาลไม่ได้ เพื่อลวงให้นาคยังคิดว่าตนเองมีตัวประกันอยู่ มีคนที่พร้อมจะปรามเหล่าครุฑด้วยฤทธา เวลาที่โฉบลงมาล่านาคเวลาเล่นน้ำบริเวณใกล้เคียงแหล่งบูชาศักดิ์สิทธิ์ของนาค
*** วิถีของครุฑ
ครุฑมี 3 ระดับคือ ครุฑชั้นสูง ครุฑชั้นกลาง และครุฑชั้นล่าง เกิดได้สี่แบบมี
แบบโอปปาติกะคือเกิดแล้วโตทันที
เกิดแบบชลาพุชะหรือในน้ำ เกิดในครรภ์มารดา
เกิดในอัณฆชะหรือฟองไข่
และเกิดในสังเสทชะหรือเหงื่อไคล
ครุฑอาศัยอยู่ั้แ่พื้นมนุษย์ เรียงขึ้นไปถึงป่าหิมพานต์ซึ่งอยู่รอบเขาพระสุเมรุ สูงขึ้นไป
บนป่าไม้งิ้วที่อยู่บนเชิงเขาพระสุเมรุ เรื่อยไปจนถึงจาตุมหาราชิกา มีมากมายหลายพันธุ์
ั้แ่ขนสีธรรมดา สีต่างๆ ไปจนถึงสีทอง ซึ่งสามารถแปลงกายได้ มีชีวิตเหมือนเทวดาครุฑ
จะเสวยสุทธาโภชน์ เป็อาหารทิพย์แบบเทวดา
ครุฑบางประเภท ผูกเวรกับนาค ก็จะจับนาคกิน มีวิธีกินนาคที่น่าตื่นเต้น
ครุฑบางประเภทกินแต่ผลไม้ ถือมังสวิรัติเหมือนคนก็มี บางประเภท กินทั้งผลไม้และเนื้อ
บางประเภทแปลงกายแล้ว ไปทำอะไรก็ได้ บางประเภทผูกเวรกับสัตว์นรกในยมโลก
สมัครใจเป็เ้าหน้าที่คอยลงโทษสัตว์นรกก็มี ***
++++++++++++++++++
ณ เรือนทิพย์ เรือนนึงใน์ชั้นจาตุมหาราชิกา นางเมตารสได้เห็นร่างนึงปรากฏ ถือกำเนิดอย่างโอปปาติกะ แววตาครุฑเกิดใหม่ตนนี้ประหลาดนัก แววตาไม่โกรธา ไม่ก้าวร้าวดุจตนอื่นโดยมาก ไม่เพียงเท่านั้น ร่างกายสีทองของครุฑชั้นสูงก็มิปรากฏ แต่หากมีร่างเป็สีแดงอัคคี บางคราก็เป็สีทองสลับ บางคราก็กลับเป็สีแดงเพลิงบ้าง ทองบ้าง สลับเป็ครั้งครา ชวนประหลาดใจยิ่งนัก นางเมตารสเกรงจะมีครุฑตนอื่นมาเห็น ครุฑตนนี้คงโดนปรามาส และถูกกำจัดเสีย ในสมัยนั้นยุทธาวายุ ผู้เป็ใหญ่และ ปกครองส่วนใหญ่ หลังการบำเพ็ญของวิรุฬหกผู้เป็ใหญ่ในอดีต
ยุทธาวายุผู้นี้ไร้ปราณีและมีส่วนของโมหะ และโทสะเป็มหาทิพย์ มีฤทธามาก เขามีบุตรเพียงหนึ่ง นามว่า ชิษณุวายุ นิสัยล้วนเหมือนบิดาแทบทั้งสิ้น
นางเมตารสพยายามเอามือััปีกที่มีขนไม่มาก พอััเพียงครู่ พลันสำแดงผล มีขนกำเนิดขึ้นโดยพลันจากทิพย์ความเมตตาของนาง แสดงร่างกายมีสีแดงเพลิงสม่ำเสมอ
แต่มิอาจหลบพ้นสายตาเหล่าปักษาที่มีสายตาเฉียบคม และกว้างไกลไม่ พลันมีเสียงเอ่ย
" ไอ้เผ่าพันธุ์ต่ำต้อย ใครผู้ใดนำมันมาที่นี่ รู้หรือไม่บริเวณของเ้าอยู่ที่ใด"
นักรบครุฑที่มาด้วยกัน 4 ตน บางตนได้เอ่ยสบทบเพิ่ม
" ข้าจะทำลายปีกเ้า แล้วโยนเ้าเข้าป่าหิมพานต์เสีย"
นางเมตารสที่มีหน้าที่ส่งสารระหว่างเขตแดน ได้อธิบาย
" ข้าพาเขามาเพื่อช่วยงาน เขาสามารถติดต่อกับพวกกินรี และรู้แผนการของนาคใน่นี้ "
พลันมีเสียงบุรุษครุฑปริศนาจากด้านหลังสืบเท้าเข้ามา พร้อมเอ่ย
" อย่างที่เมตารสกล่าว หรือเ้าอยากมีปัญหา? "
+++++++++++++++++
(ติดตามตอน 2)