สกาเล็ต คอนเนลลี่ตื่นขึ้นมาตอนเที่ยงกว่าๆ หัวยังรู้สึกโหวงๆ พอลุกขึ้นนั่งบนโซฟาขยี้ตาเล็กน้อยจึงเห็นว่าถูกจ้องมองอยู่ ใกลัวจนเผลอโยนหมอนใส่ พอรู้ตัวอีกทีจึงจำได้ว่าเป็บาฮามุท ัน้อยของโซฟี
“ขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ” สกาเล็ต คอนเนลลี่ไม่อยากถูกัย่างเป็ถ่าน พอรู้ตัวว่าเข้าใจผิดจึงรีบกล่าว แต่ไหงเ้าบาฮามุทมันถึงกลับคิดว่าหล่อนเล่นกับมันซะได้ สุดท้ายจึงเป็าปาหมอน
“อีฮยอนยังไม่ตื่น แล้วพวกเขาสองคนไปไหน...” สกาเล็ต คอนเนลลี่นวดขมับตัวเอง เมื่อคืนกินสเต็กและดื่มไวน์หนักมาก จำไม่ค่อยได้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงแค่ว่ามันเป็่เวลาที่ดีหลังจากวันโลกาวินาศมาเยือน ด้วยอาหารสุดหรูดังนั้นเธอจึงดื่มค่อนข้างเยอะ
เธอไม่ได้ปลุกฮียอนแต่เลือกที่จะลงลิฟต์ไปยังชั้นล่าง เพราะด้วยสัญชาตญาณของผู้หญิงมันบอก ต้องมีอะไรเกิดขึ้นที่นั่นแน่
พอประตูเปิดออกก็เข้าไปในห้องของมู่เฉินแล้วก็เป็อย่างที่คิด สองคนนั้นนอนด้วยกันยังไม่ตื่น ดูจากสภาพแล้วเมื่อคืนคงจัดกันหนัก ร่างกายเปลือยเปล่า คอแดงเป็จ้ำ
แทนที่จะโกรธหล่อนกลับหัวเราะคิกคักแล้วเข้าไปปลุกทั้งสองคน
สำหรับสกาเล็ต คอนเนลลี่ที่ถูกหลอมรวมโดยวันสิ้นโลกความคิดย่อมต่างจากเดิม ดังนั้นเธอจึงไม่คิดอะไรมากหากมู่เฉินมีผู้หญิงอีกคน
“ตื่นได้แล้วพวกขี้เซา รู้ไหมว่ามันกี่โมงกี่ยามแล้ว รีบๆ ลุกขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟันทำอาหาร วันนี้ฉันอยากจะยิงซอมบี้”
มู่เฉินรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวบนเตียงรวมถึงเสียงที่ดังข้างๆ หู พอลืมตาขึ้นจึงเห็นเป็สกาเล็ต คอนเนลลี่ ดาราฮอลลีวูดซึ่งมีค่าตัวสูง
หล่อนอยู่ในชุดที่ค่อนข้างล่อแหลมจนเขาอดไม่ได้ต้องกอดเข้ามาแนบกาย
“เดี๋ยวสิจะทำอะไรน่ะ เมื่อคืนนี้คุณเอากับโซฟียังไม่พอเหรอ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!” สกาเล็ต คอนเนลลี่หน้าแดง ถึงปากจะพูดอย่างนั้นแต่เธอกลับอ้อยอิ่งปล่อยให้เขาจับตรงนู้นตรงนี้
“โซฟีรับไม่ไหว เธอยังบอกอีกว่าเราสามคนควรทำด้วยกัน” ชายหนุ่มกล่าวพลางลูบไล้หน้าอกของเธอ รับััได้ถึงความชูชันที่เริ่มแข็งตัว
สกาเล็ต คอนเนลลี่รีบถอยห่างออกมาจากตัวเขา มือปิดหน้าอกของตัวเอง ตำหนิในขณะที่หน้ายังแดง “ยังไม่ได้แปรงฟันจะทำได้ยังไง อีกอย่างหนึ่งวันนี้ฉันอยากออกไปล่าซอมบี้ โซฟีบอกว่าคุณมีปืนเยอะไม่ใช่เหรอ เอามาให้ฉันสักกระบอกสิ”
“เอาล่ะ...งั้นก็ทำอาหารก่อนแล้วค่อยออกไป” มู่เฉินเลิกแกล้งเธอแล้วปลุกโซฟีให้ตื่น ทั้งสามคนดูเข้ากันได้ดีกว่าเมื่อวาน จนอีฮยอนอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าตอนที่เธอหลับ
อาหารเช้าเป็ไข่ดาวและขนมปังราคาถูก ขนมปังต้องรีบกินก่อนหมดอายุ ก่อนที่มันจะขึ้นราดังนั้นมู่เฉินจึงไม่คิดเสียดาย หลังจากกินอิ่มทั้ง 4 คนก็ออกมาจากหลุมหลบภัย พบกับเรดซิ่งและบับเบิ้ลกัมที่เฝ้าอยู่ข้างนอก
“เมื่อคืนนี้เป็ไงบ้าง มีซอมบี่มาแถวนี้หรือเปล่า” มู่เฉินถาม
“ไม่มีครับมาสเตอร์ จากที่ฟอลคอนตรวจสอบซอมบี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตอุตสาหกรรมโรงงานซึ่งห่างจากที่นี่ไปประมาณ 1 กิโลเมตร” เรดซิ่งตอบคำถาม
“ดีมาก วันนี้ให้ฟอลคอนตรวจสอบสถานที่ที่ซอมบี้รวมตัวกันน้อยๆ ผมจะให้สาวๆ ฝึกซ้อมยิงปืน” มู่เฉินสั่งการ หลังจากนั้นฟอลคอนก็บินออกไปสำรวจ พบว่าไม่ไกลจากที่นี่มีร้านสะดวกซื้ออยู่ในซอยตัน มีซอมบี้ที่ยังเดินเตร่ในนั้นแต่ออกมาไม่ได้ประมาณ 20 ตัว จำนวนค่อนข้างน้อยมู่เฉินเลยพาสาวๆ ไปที่นั่น ส่วนเรดซิ่งและบับเบิ้ลกัมรวมถึงฟอลคอน วันนี้รับหน้าที่เป็โจรปล้นธนาคาร
สกาเล็ต คอนเนลลี่ค่อนข้างประหม่ากว่าใครเพื่อน ั้แ่วันเกิดเหตุไวรัสระบาดหล่อนมักจะหลบอยู่ในที่ปลอดภัยไม่ได้ออกมาข้างนอก จึงมีความตื่นตัวและระวังยิ่งกว่าสองสาว
“ที่นี่แหละ” มู่เฉินบอกให้สาวๆ หยุดแล้วนำปืนพกออกมาสองกระบอก มอบให้กับอีฮยอนและสกาเล็ต
“ผมจะสอนการใช้ปืนคร่าวๆ น่ะ และที่สำคัญเผชิญหน้ากับซอมบี้อย่าได้ลนลาน ร่างกายของพวกมันเสียส่วนใหญ่เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ จำไว้ว่าจุดอ่อนอยู่ตรงศีรษะ หากยิงแขนหรือหน้าอกมันจะไม่ช่วยอะไร แต่ถ้าหากรับมือกับซอมบี้ระยะประชิดแล้วยิงศีรษะไม่ทันให้ยิงที่ขาของมันเพื่อชะลอความเร็ว และการทำแบบนั้นซอมบี้จะเสียการทรงตัว โจมตีเราพลาดเป้า ให้ใช้โอกาสตรงนั้นยิงไปที่ศีรษะของมัน”
มู่เฉินเริ่มสอนสาวๆ ตามตำราที่ตัวเองได้เรียนผ่านการเป็ทหารวันโลกาวินาศ
สกาเล็ต คอนเนลลี่มีพื้นฐานเพราะเคยจับปืนมาก่อน แต่อีฮยอนค่อนข้างยุ่งยากสักนิด แต่เธอก็ไม่อยากเป็ตัวถ่วงของทีมจึงตั้งใจเต็มที่
หลังจากนั้นมู่เฉินก็เป็ฝ่ายนำ คอยเฝ้าระวังสาวๆ เผื่อว่ามีซอมบี้ตัวไหนหลุดลอดออกมาก็จะเข้าไปโจมตี
เมื่อพวกมันได้ยินเสียงฝีเท้าก็เริ่มเดินออกมาจากซอย แต่เพราะซอยค่อนข้างเล็กขนาดเพียงรถมอเตอร์ไซค์คันเดียวเข้าออก ดังนั้นจึงเป็เื่ง่ายสำหรับสาวๆ ที่จะซ้อมเป้า
เสียงะุปืนดังขึ้นเรียกความสนใจซอมบี้ในระแวก รวมถึงคนที่รอดชีวิตในอพาร์ทเม้นท์หรือในบ้าน ต่างเลิกผ้าม่านแอบมองที่มาของเสียง
“เย้ฉันยิงเข้าเป้าด้วย ก็ไม่เห็นจะยากนี่นา ซอมบี้พวกนี้เคลื่อนไหวช้ามากเหมือนกับคนแก่เลย” สกาเล็ต คอนเนลลี่ยิ้มแป้น จากที่เธอได้จับปืนยิงซอมบี้ไปมากกว่า 5 ตัว ทุกเป้าเข้าที่ศีรษะไม่พลาดในขณะที่อีฮยนทำได้ค่อนข้างแย่
“เก่งจัง ตอนนั้นฉันฝึกกว่าจะยิงได้แบบนี้หมดะุไปหลายนัดเลย” โซฟี เรนเนอร์ชื่นชม
“นั่นเพราะฉันเคยฝึกตอนเล่นภาพยนตร์น่ะ” สกาเล็ต คอนเนลลี่ยิ้มตอบ ก่อนจะหันไปให้กำลังใจอีฮยอน “ไม่ต้องตื่นเต้นนะ หายใจเข้าลึกๆ แล้วเล็งไปที่ศีรษะของซอมบี้ พวกมันเคลื่อนไหวช้ามากและติดอยู่ในทางเดินแคบๆ ลองดูสิครั้งนี้ฉันว่าเธอทำได้”
“อื้ม...” อีฮยอนพยักหน้าและเริ่มทำตามที่บอก ปรากฏว่าครั้งนี้เข้าเป้า ซอมบี้ถูกยิงกลางศีรษะล้มลงบนพื้น อีฮยอนดีใจเป็อย่างมากที่ไม่เป็ตัวถ่วงของทีม
“เห็นพวกเธอแบบนี้ฉันก็ชักเครื่องร้อนแล้วสิ” โซฟี เรนเนอร์เข้าร่วม การซ้อมครั้งนี้กลับกลายเป็ว่าสาวๆ กำลังแข่งขันกันล่าแต้ม ใครแพ้ต้องทำอย่างนู้นอย่างนี้ มู่เฉินไม่กล้าเข้าร่วมเกมเพราะกลัวว่าจะได้ทำอะไรแปลกๆ
หลังจากซอมบี้ตัวที่ 20 ถูกจัดการทีมได้เคลื่อนไหวเข้าไปในซอย จากการตรวจสอบของฟอลคอนร้านสะดวกซื้อยังไม่ถูกปล้น เป็ไปได้ว่าเพราะซอยนี้เป็ซอยตันที่อยู่ลึกและยากที่จะค้นหา ในขณะเดียวกันยังมีซอมบี้ 20 ตัวเฝ้า คงไม่มีใครบ้าเข้ามาเอาชีวิตไปทิ้ง
“ว้าวขนมเยอะแยะเลย แต่ไหงถึงมีแต่ขนมจีนล่ะเนี่ย” โซฟี เรนเนอร์มีรอยยิ้มฝืนๆ
“ทนๆ ไปเถอะน่าดีกว่าไม่ได้อะไรติดมือ นอกจากนั้นเรายังต้องทำตัวให้ชิน เพราะต้องอยู่ในจีนอีกนาน” สกาเล็ต คอนเนลลี่เสริม
“รู้แล้วน่า ฉันก็แค่บ่นไปเท่านั้นเอง” โซฟี เรนเนอร์บุ้ยปาก ส่วนอีฮยอนไม่ได้พูดอะไร
มู่เฉินช่วยสาวๆ ลดขนาดสินค้าแล้วนำใส่ถุงกลับไปยังหลุมหลบภัย เพราะพวกเขามีกัน 4 คนจึงใช้เวลาไม่นานในการกวาดทุกอย่างออกไปจากที่นี่ ทว่าพอเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อกับถูกปิดทางด้วยกลุ่มคนถือว่าอาวุธ
“กล้าดียังไงมาขโมยของของฉัน ร้านสะดวกซื้อนี้ฉันเห็นมาก่อนนะเว้ยแต่แค่ไม่ได้เข้ามาเอา” ชายคนหนึ่งะโ ในมือมีมีดปลอกผลไม้
“รีบๆ วางของซะ ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจ” ชายอีกคนเสริม
“ดูนั่นสิชาวต่างชาตินี่นา พวกหมีขาวน่ารังเกียจขโมยของในประเทศเรา กล้าดียังไงถึงได้ทำแบบนี้ ฉันคิดว่าเราควรฆ่ามันดีกว่า อย่าปล่อยให้มันรอดชีวิต” หญิงสาวร่างบางเสริม เธออยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลาย แต่คำพูดกลับอำมหิต
ตอนแรกอีฮยอนพร้อมจะแบ่งอาหารให้แต่พอโดนเข้าไปแบบนี้ถึงกับต้องตัดสินใจใหม่
“มู่เฉิน...เราจะเอายังไงกันดี” สกาเล็ต คอนเนลลี่ถาม อีฮยอนและโซฟี เรนเนอร์คอยฟังคำสั่งของเขา
“ไม่เห็นต้องถาม ฆ่าพวกเขาทุกคนซะ” มู่เฉินตอบด้วยน้ำเสียงเ็า
“แต่ว่า...นั่นเป็คนนะไม่ใช่ซอมบี้” สกาเล็ต คอนเนลลี่ลังเล การฆ่าซอมบี้กับคนมันไม่เหมือนกัน อย่างน้อยพวกเขาก็เป็คน
“เธอไม่กล้าแต่ฉันกล้า” โซฟี เรนเนอร์ไม่ใช่คนใจดีหลังพบเหตุการณ์วันนั้น เธอหยิบปืนชี้ไปที่พวกเขา คนเ่าั้ดูเหมือนจะคิดไม่ถึงว่าจะถูกปืนจ่อ เพราะพวกเขาต่างก็มีอาวุธระยะประชิดทั้งนั้น ต้องมีความกล้ามากแค่ไหนถึงได้พูดจาข่มขู่
“เฮ้ยไอ้หน้าขาวบอกให้ผู้หญิงพวกนั้นวางอาวุธซะ มึงเองก็เป็คนจีนไม่ใช่หรอ กล้าดียังไงมาหันปืนใส่คนในชาติเดียวกัน มึงเคยรู้จักบุญคุณแผ่นดินที่มึงเกิดหรือเปล่า...” ทว่าชายคนนั้นยังพูดไม่ทันจบศีรษะก็ถูกยิง
หลายคนกรีดร้องนึกไม่ถึงว่าโซฟีจะกล้ายิง
พวกเขา้าหลบหนีแต่ติดตรงที่ว่าทางเดินมันแคบ ทีนี้เลยวิ่งเหยียบกันล้ม ไม่มีคำว่าน้ำใจเพื่อนร่วมชาติอย่างที่กล่าวถึง
พอเห็นโซฟี เรนเนอร์เริ่มยิงสกาเล็ต คอนเนลลี่เองก็ไม่สามารถอยู่เฉยได้ เธอไม่อยากเป็ตัวถ่วง ดังนั้นถึงได้จับปืนลั่นไกไปหลายนัด หลายคนล้มลงบนพื้น ร้องขอความเมตตาอย่างน่าขบขัน แต่ถูกยิงซ้ำจนเสียชีวิต