แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องพักของโรงเตี๊ยม แต่สำหรับฉินหลิวซีแล้ว โลกทั้งใบของนางกลับมืดมิดและหนาวเหน็บ ร่างกายที่บอบช้ำและความทรงจำอันเลวร้ายจากคืนที่ผ่านมายังคงตามหลอกหลอนราวกับฝันร้ายที่ไม่สิ้นสุด นางสูญเสียพลังหยิน์ไปเป็จำนวนมากให้กับิญญาร้ายแห่งราคะตนนั้น ความเ็ปจากการถูกย่ำยีทั้งร่างกายและจิติญญากัดกินหัวใจของนางจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
นางนอนนิ่งอยู่บนเตียง ดวงตาว่างเปล่าจ้องมองเพดาน ความรู้สึกสกปรกและไร้ค่าถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง จ้าวอี้ิคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง เขานำอาหารและยามาให้ด้วยความเป็ห่วง แต่ฉินหลิวซีกลับไม่แม้แต่จะขยับตัว นางจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความสิ้นหวัง จนกระทั่งเวลาผ่านไปสองวันเต็ม
ในเช้าวันที่สาม ฉินหลิวซีค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า นางมองดูสภาพอันน่าสมเพชของตนเองในกระจกเงา แล้วตัดสินใจว่านางจะจมอยู่กับความทุกข์เช่นนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
“ข้าจะยอมแพ้ไม่ได้...” นางกระซิบกับตัวเองเสียงแ่เบา
ฉินหลิวซีหยิบ เครื่องรางชำระล้างจิตใจ ที่อาจารย์มอบให้ก่อนลงจากเขาออกมา มันเป็แผ่นหยกสีขาวบริสุทธิ์ขนาดฝ่ามือที่สลักอักขระเต๋าโบราณไว้ตรงกลาง นางหลับตาลงและเริ่มโคจรพลังปราณที่เหลืออยู่น้อยนิดเพื่อกระตุ้นแผ่นหยก แสงสีขาวนวลอ่อนๆ สว่างวาบขึ้นจากเครื่องรางและค่อยๆ โอบล้อมร่างของนางไว้ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาช่วยบรรเทาความเย็นเยียบในจิตใจของนางได้บ้าง ความคิดที่ฟุ้งซ่านและความรู้สึกเกลียดชังตัวเองเริ่มสงบลงทีละน้อย
จากนั้น นางนึกถึงคำสอนของอาจารย์เกี่ยวกับการควบคุม ไฟปรารถนา ที่ถูกปลุกขึ้นมา นางเคยเห็นมันเป็เพียงพลังงานที่น่ารังเกียจ แต่บัดนี้ นางตระหนักว่ามันคือส่วนหนึ่งของตัวตนใหม่ของนางไปแล้ว ฉินหลิวซีเริ่มทำสมาธิ รวบรวมความอัปยศและความเ็ปทั้งหมด แปลงมันให้เป็เชื้อเพลิงสำหรับไฟปรารถนาในร่างกาย เปลวไฟที่เคยร้อนรุ่มและควบคุมไม่ได้ บัดนี้กลับกลายเป็พลังที่นางสามารถควบคุมและนำมาใช้ได้
นางลองสำรวจพลังหยิน์ในร่างกายอีกครั้ง และััได้ว่าในส่วนลึกของจิติญญา กายหยิน์ ของนางกำลังซ่อมแซมและฟื้นสภาพอย่างเชื่องช้า มันช้ากว่าปกติมาก เนื่องจากการสูญเสียพลังไปเกือบทั้งหมดในคืนนั้น นางคิดในใจว่าจะต้องหาทางฟื้นฟูพลังหยิน์ให้เร็วขึ้น หรือไม่ก็อาจจะต้องกลับไปถามอาจารย์บนเขาถ้าได้ผ่านไปสักระยะ
ฉินหลิวซีตัดสินใจสำรวจร่างกายของตนเองอย่างละเอียดเพื่อประเมินความเสียหายที่แท้จริง นางลุกขึ้นยืนและเดินไปหยิบกระจกเงาขนาดใหญ่ที่วางอยู่มุมห้อง แล้วค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
เมื่อร่างกายเปลือยเปล่าปรากฏต่อหน้ากระจก นางจ้องมองตัวเองด้วยสายตาที่ซับซ้อน ิัยังคงมีรอยช้ำหลงเหลืออยู่ในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณคอ หน้าอก และต้นขา รอยเ่าั้เป็เครื่องเตือนใจถึงคืนแห่งความโหดร้ายที่นางต้องเผชิญ ผิวของนางดูซีดเซียวกว่าเดิม ราวกับถูกดูดเอาชีวิตชีวาไปบางส่วน
แต่แล้วนางก็สังเกตเห็นสิ่งที่แปลกประหลาด หน้าอกของนาง ดูเต่งตึงและใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ก่อนหน้านี้นางมีหน้าอกที่เล็กและกระชับเหมาะกับร่างเรียวของนักพรตหญิง แต่บัดนี้มันโตขึ้นจนเกือบจะล้นมือ ปลายปทุมถัน ที่เคยเล็กและสีชมพูอ่อน บัดนี้กลับโตขึ้นและมีสีชมพูเข้มกว่าเดิม เด่นชัดขึ้นราวกับถูกกระตุ้นจนเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร
นางลังเลเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นััหน้าอกของตนเอง เพียงแค่ปลายนิ้วแตะเบาๆ ความรู้สึกเสียวซ่านก็พุ่งเข้ามาทันที ทำให้นางสะดุ้งและรีบดึงมือกลับ หน้าอกของนางไวต่อการััมากกว่าเดิมหลายเท่า แม้แต่ลมหายใจที่พัดผ่านก็ยังทำให้รู้สึกได้ชัดเจน
สายตาของนางเลื่อนลงมาสำรวจส่วนล่าง ร่องพรหมจรรย์ ของนางดูเปลี่ยนไปจากเดิมเช่นกัน เม็ดติ่งเล็กๆ ที่อยู่ตรงส่วนบนของร่องพองโตขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เด่นชัดขึ้นเมื่อมองผ่านกระจก กลีบทั้งสองข้าง ที่เคยบางและปิดสนิทแนบชิด บัดนี้กลับดูนูนเด่นขึ้นมา มีขนาดใหญ่ขึ้นและดูอวบอิ่มกว่าเดิม แม้จะปิดสนิทอยู่ก็ตาม
นางลองใช้นิ้วััเบาๆ บริเวณนั้น และอีกครั้งที่ความรู้สึกเสียวซ่านพุ่งเข้ามาอย่างรุนแรงจนนางต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางที่เกือบจะหลุดออกมา ความไวต่อการััเพิ่มขึ้นอย่างน่าใ แม้แต่การเดินหรือการขยับตัวเล็กน้อยก็ทำให้รู้สึกถึงการเสียดสีที่ทำให้อึดอัดใจ
สายตาของนางเลื่อนไปที่ สะโพก ซึ่งก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน สะโพกของนางใหญ่ขึ้นและมีเส้นสายโค้งมนกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เมื่อนางลองสวมชุดที่เคยใส่ก็พบว่ามันคับแน่นบริเวณสะโพกและก้น ต้องใช้แรงดึงกระดุมจึงจะปิดได้
ฉินหลิวซีจ้องมองร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปของตนเองด้วยความสับสน นางพยายามวิเคราะห์ด้วยความรู้ทางเต๋าที่มี และค่อยๆ เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อาจจะตรงข้ามกับที่นางคิด แม้นางจะสูญเสีย พลังหยิน์ ที่บริสุทธิ์ไปเป็จำนวนมาก แต่ดูเหมือนว่านางได้รับ พลังหยินยมโลก ที่เจือปนด้วยราคะกลับมาแทน
พลังหยินยมโลกนี้แตกต่างจากพลังหยิน์ที่บริสุทธิ์และเย็นเยียบ มันร้อนแรง เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความปรารถนาทางกาย มันทำให้ร่างกายของนางเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เน้นความเป็หญิงและความเย้ายวนมากขึ้น ทำให้นางดูเซ็กซี่และมีเสน่ห์ทางกามารมณ์มากกว่าเดิม
"นี่คือ... ผลจากการถูกิญญาร้ายแห่งราคะบุกรุกหรือ" นางกระซิบกับตัวเอง "พลังหยิน์ที่บริสุทธิ์ถูกแทนที่ด้วยพลังหยินยมโลกที่เจือปนราคะ... ร่างกายของข้าจึงเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติของพลังใหม่"
นางรู้สึกขัดแย้งในใจ ส่วนหนึ่งรู้สึกเสียใจกับการสูญเสียความบริสุทธิ์และพลังหยิน์ที่หายากยิ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็รู้สึกถึงพลังใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย มันอาจจะไม่บริสุทธิ์เหมือนเดิม แต่มันก็ทรงพลังในแบบของมันเอง
"ข้าจะต้องหาทางฟื้นฟูพลังหยิน์ให้กลับมา" นางตัดสินใจในใจ "หรือไม่ก็ต้องกลับไปถามอาจารย์ว่าจะจัดการกับพลังหยินยมโลกนี้อย่างไร แต่ตอนนี้... ข้าจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้มันให้เป็ประโยชน์"
นางสวมเสื้อผ้ากลับคืนอย่างช้าๆ รู้สึกถึงผ้าที่เสียดสีกับิัที่ไวต่อการััมากขึ้น ทุกการเคลื่อนไหวทำให้นางรู้สึกถึงร่างกายใหม่ของตนเองอย่างชัดเจน นี่คือร่างกายที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ร่างกายที่ไม่บริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว แต่ก็เต็มไปด้วยพลังใหม่ที่รอการค้นพบ
เมื่อสภาพจิตใจเริ่มมั่นคงขึ้น ฉินหลิวซีจึงทบทวนเป้าหมายของการลงจากเขามาอีกครั้ง นางไม่ได้ลงมาเพื่อบำเพ็ญเพียรในโลกที่สวยงาม แต่เพื่อช่วยเหลือผู้ที่กำลังทุกข์ยากและตามล่ากำจัดิญญาร้ายที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้คน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนางเป็เครื่องย้ำเตือนถึงความโหดร้ายของโลกภายนอก และความจำเป็ที่นางจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องผู้อื่นและตัวเอง
จ้าวอี้ิเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของฉินหลิวซีด้วยความโล่งใจและชื่นชม เขาเห็นแววตาที่เคยว่างเปล่าของนางกลับมามีประกายแห่งความมุ่งมั่นอีกครั้ง แม้จะเป็ประกายที่เจือปนด้วยความเศร้าและความแข็งกร้าวก็ตาม
“ท่าน...ไม่เป็ไรแล้วใช่ไหม ?” เขาถามด้วยความเป็ห่วง
ฉินหลิวซีหันมามองเขาและพยักหน้าช้าๆ “ข้าไม่เป็ไรแล้ว” นางตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม “ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะไม่อ่อนแออีกต่อไป”
จ้าวอี้ิยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาไม่อยากแยกจากนางในตอนนี้ โดยเฉพาะเมื่อนางเพิ่งผ่านเื่เลวร้ายมา เขาจึงตัดสินใจเอ่ยชวน “ถ้าเช่นนั้น... ท่านจะว่าอะไรไหมถ้าข้าจะขอเดินทางร่วมกับท่านต่อไป”
“ข้ามีภารกิจที่ต้องไปทำที่เมืองท่าใกล้ๆ นี้” เขาพูดต่อ “มีข่าวว่ามีกลุ่มโจรชาวเปอร์เซียแอบลักลอบนำเข้าฝิ่นและดินปืนเข้ามาในแผ่นดินต้าถัง พวกมันสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างมาก ข้าคิดว่า... บางทีเราอาจจะได้ช่วยเหลือผู้คนและอาจจะได้เจอกับิญญาร้ายที่ร่วมมือกับพวกมันด้วย”
ฉินหลิวซีมองเข้าไปในดวงตาของจ้าวอี้ิ นางเห็นความจริงใจและความปรารถนาดีในนั้น ภารกิจนี้สอดคล้องกับเป้าหมายใหม่ของนางอย่างสมบูรณ์ การช่วยเหลือผู้คนและกำจัดความชั่วร้าย คือสิ่งที่นางต้องทำ
“ไปสิ” นางตอบสั้นๆ แต่เด็ดเดี่ยว “เราจะไปจัดการพวกมันด้วยกัน”
การเดินทางครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แม้เส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอันตรายและคาวเื แต่ฉินหลิวซีก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน นางไม่ใช่คุณหนูผู้ไร้เดียงสาจากอารามบนยอดเขาอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นักพรตหญิงที่าแจากอดีตได้หล่อหลอมให้นางกลายเป็เหล็กกล้าที่พร้อมจะฟาดฟันทุกความชั่วร้ายให้สิ้นซาก