บทที่ 30 บุกมาคิดบัญชี (รีไรต์)
“ใช่แล้ว ไสหัวออกไปจากบ้านท่านแม่เดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้น ข้าจะตบเ้าให้ฟันร่วงหมดปากแน่”
“บอกไว้ก่อน ข้าเคยฆ่าชาวหนานหมาน เชือดคอหมาป่ามาแล้ว อย่ามาหาเื่ให้ข้าต้องลงมือเชียว หากข้าลงมือเมื่อใด เ้าไม่ตายก็ต้องพิการแน่ ๆ”
เฝิงเสี่ยวฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน พร้อมกับถ่มน้ำลายลงพื้น ก่อนจะพับแขนเสื้อขึ้นอย่างท้าทาย
ฉินเยาเยาในอ้อมกอดของสวี่ซิ่วอิงเห็นท่าทางของเฝิงเสี่ยวฮวาเช่นนั้น ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
จะว่าไปแล้ว แม้เฝิงเสี่ยวฮวาจะไม่มีอะไรดีสักอย่าง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ช่างเหมาะกับนางยิ่งนัก
ท่านแม่ของนางมีนิสัยอ่อนโยน แม้คำพูดจาเฉียบคมราวกับเข็ม แต่ก็ไม่ค่อยปริปากเอ่ยสิ่งใด
ส่วนป้าสะใภ้สาม แม้จะใจร้อน โต้เถียงเก่งกาจ แต่หากต้องเผชิญหน้ากับคนพาลไร้เหตุผล ก็จนปัญญาเช่นกัน
คนชั่วย่อมต้องปราบด้วยคนชั่วกว่า
สถานการณ์ตอนนี้แหละ คือหน้าที่ของป้าสะใภ้รอง!
‘ป้าสะใภ้รองสู้ ๆ!’
“พวกเ้า…พวกเ้ามันคือโจร ข้าจะแจ้งจับพวกเ้าทั้งหมด!”
ความก้าวร้าวของเฝิงเสี่ยวฮวา ทำให้หยางผิงกับเฉียนเหมยตกตะลึงไปเลย
“ข้าขอถามเ้า หลานชายของข้า เฉิงอันตายแล้วหรือยัง”
“แล้วน้องสาวของข้า ชุนอวิ๋นตายด้วยสาเหตุใดกัน”
แม่เฒ่าฉินถามคาดคั้น สายตาคมกริบจ้องมองหยางผิงไม่วางตา
“คนไม่ซื่อสัตย์เช่นนั้น จะตายหรือไม่ตาย มีอันใดต่างกัน”
หยางผิงหลบสายตา ไม่กล้าสบตากับแม่เฒ่าฉิน นํ้าเสียงอ่อนลงเรื่อย ๆ
“ส่วนเ้าเด็กนั่นจะตายหรือไม่ตาย มันเกี่ยวอันใดกับเ้าด้วย”
เฉียนเหมยเห็นสามีกำลังเพลี่ยงพล้ำ จึงรีบเอ่ยขึ้นมาอย่างร้ายกาจ
“อ๋อ ข้ารู้แล้ว พวกเ้าคงอยากอ้างชื่อเ้าเด็กนั่นมายึดครองบ้านพวกข้าใช่หรือไม่”
“เ้าว่าใครมายึดครองบ้านใคร อยากโดนข้าตบจนฟันร่วงหมดปากงั้นหรือ” เฝิงเสี่ยวฮวากล่าวด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด
“นังคนชั้นต่ำ! คิดจะยึดบ้านข้างั้นหรือ” เฉียนเหมยเห็นว่ามีหยางผิงอยู่ด้วย จึงตอบโต้เฝิงเสี่ยวฮวากลับอย่างไม่เกรงกลัว
เดิมทีเฉียนเหมยก็เป็คนปากไม่ดีคนหนึ่งในหมู่บ้านนี้ นางจะไปเกรงกลัวขอทานที่หนีภัยจากชายแดนทำไม
“นี่เ้ากำลังด่าผู้ใด?!”
“ก็ด่าเ้านั่นแหละ นังคนชั้นต่ำ!”
“หึ! เ้าก็ชั้นต่ำเหมือนกันนั่นแหละ” เฝิงเสี่ยวฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
ฉินเยาเยาอดหัวเราะออกมาไม่ได้
‘โอ้โห มีเื่ขบขันเช่นนี้ให้ดูด้วย’
ต้องยอมรับว่าปฏิกิริยาตอบโต้ของป้าสะใภ้รองเร็วใช้ได้เลย ปากคอเราะรายยิ่งนัก
ฉินเยาเยายังคงหัวเราะคิกคักเสียงดัง
“พวกเ้า…ตายซะเถอะ!”
ชายร่างท้วมผู้หนึ่งยกหินก้อนใหญ่วิ่งเข้ามาจากด้านหลัง
คนผู้นั้นคือหยางเปียวลูกชายของเฉียนเหมย
เมื่อคืนเขาเที่ยวเตร่กับพรรคพวกมาทั้งคืน เพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน
เมื่อกลับมาถึงก็เห็นแม่เฒ่าฉินและพวกกำลังหาเื่อยู่ ทั้งหญิงอ้วนผู้นั้นยังด่ามารดาของเขาอีก
“สะใภ้สี่ ระวัง!”
ฉินเหล่าเอ้อร์เป็คนแรกที่สังเกตเห็นสถานการณ์ด้านหลัง เขาเห็นหยางเปียวถือก้อนหินวิ่งเข้ามา ด้วยความใจึงผลักสวี่ ซิ่วอิงออกไปทันที
“กล้าด่าท่านแม่ของข้า แล้วยังกล้ามาก่อเื่ที่บ้านของข้าอีก ข้าจะฆ่าพวกเ้าทั้งหมด!”
“เปียวเอ๋อร์!”
หยางเปียวพลาดเป้า เสียหลักล้มลงกับพื้น
เฉียนเหมยรีบเข้าไปพยุงเขาขึ้นมา
“สะใภ้สี่ เ้าไม่เป็ไรใช่หรือไม่”
“ซิ่วอิง เ้าเป็อะไรหรือไม่”
สวี่ซิ่วอิงโดนฉินเหล่าเอ้อร์ผลักอย่างแรงด้วยความใ จนล้มลงกับพื้น
การล้มครั้งนี้ทำเอาแม่เฒ่าฉินและคนอื่น ๆ ใแทบแย่ เพราะนางอุ้มฉินเยาเยาอยู่ในอ้อมแขน
ทุกคนในตระกูลฉินต่างใกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาต่างพากันเข้ามาล้อมรอบตัวนาง จนลืมหยางเปียวที่อยู่ด้านหลังไปเลย
“บังอาจนัก! กล้ามาหาเื่ที่บ้านข้า ตายซะให้หมด!”
หยางเปียวแย่งมีดจากมือหยางผิง กะจะฟันเข้าที่ศีรษะของฉินเหล่าเอ้อร์
ทว่าในขณะนั้นเอง ก็มีก้อนหินพุ่งผ่านอากาศเข้ามาปัดมีดจนหลุดจากมือ
“ท่านแม่ พวกท่านไม่เป็อะไรใช่หรือไม่”
ฉินเหล่าซื่อกลับมาพอดี พอเห็นภาพตรงหน้าก็ใ รีบโยนถุงเงินในมือทิ้ง
“เหล่าซื่อ ซิ่วอิงกับเล่อเหนียงล้ม!”
สือไห่ถังร้องบอกด้วยความร้อนใจ
เมื่อฉินเหล่าซื่อได้ยินเช่นนั้นก็ใจหายวาบ ภาพเหตุการณ์ะเืใจในอดีต ผุดขึ้นมาในหัวทันที
“ซิ่วอิง เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ลูกสาวคนดีของพ่อ เ้าตอบพ่อหน่อยเร็ว!”
“อือ อ้า”
ฉินเยาเยาส่งเสียงตอบรับอย่างรู้งาน
นางรู้ว่าท่านพ่อใกลัวจากเหตุการณ์ในครั้งก่อน
“เหล่าซือ ข้าไม่เป็ไร”
สวี่ซิ่วอิงเห็นสามีเป็กังวลจึงรีบเอ่ยตอบ
เมื่อเห็นภรรยาและลูกปลอดภัย ฉินเหล่าซื่อก็คลายกังวลลง หันไปจ้องหน้าหยางเปียวด้วยความโกรธ
เขาก้าวเท้ายาว ๆ เข้าไป ยกหมัดต่อยเข้าที่ใบหน้าของหยางเปียวอย่างแรง
ฉินเหล่าซื่อเป็ผู้ที่มีพละกำลังมาก เดิมทีก็ประกอบอาชีพคุ้มกันสินค้า พละกำลังย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
เพียงหมัดเดียว ฟันของหยางเปียวก็หลุดกระเด็นออกมาหลายซี่ ใบหน้าบวมปูดทันที
ยังไม่ทันที่หยางเปียวจะตั้งตัว ฉินเหล่าซื่อก็พุ่งเข้าไปรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง ทำเอาหยางเปียวร้องไม่ออก
“พวกเ้าทำอันใดกัน! รีบมาดูเร็ว จะฆ่ากันแล้ว!”
“พวกเ้ามันโเี้ยิ่งนัก!”
เฉียนเหมยกับหยางผิงรีบเข้ามาจะดึงฉินเหล่าซื่อออก แต่ก็โดนฉินเหล่าเอ้อร์และฉินเหล่าซานเข้ามาขวางไว้
จากนั้นทั้งสี่คนก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือด
พูดให้ถูกก็คือ ฉินเหล่าเอ้อร์และฉินเหล่าซานกำลังรุมอัดอีกฝ่ายอยู่ต่างหาก
เฝิงเสี่ยวฮวากับสือไห่ถังก็ไม่ยอมอยู่เฉย ๆ
แกล้งทำเป็เข้าไปห้าม แต่กลับลงมือซ้ำเติมไม่ยั้ง
จงใจเลือกโจมตีจุดสำคัญของร่างกาย
ฉินเยาเยาเองก็อยากจะเข้าไปร่วมวงด้วย พยายามจะพ่นน้ำลายใส่ แต่ส่วนใหญ่กลับเลอะเทอะใบหน้าตัวเอง ทำเอาสวี่ซิ่วอิงอดขำไม่ได้
สักพักหนึ่ง บริเวณลานบ้านก็เต็มไปด้วยเสียงร้องโอดโอย เสียงก่นด่าวุ่นวายไปหมด
เสียงโหวกเหวกโวยวายดังออกไปถึงข้างนอก เรียกความสนใจจากชาวบ้านให้มายืนมุงดูเหตุการณ์อยู่หน้าบ้าน บางคนที่ใจกล้าหน่อยก็เดินเข้ามาในลานบ้าน เพื่อดูอย่างใกล้ชิด
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีผู้เฒ่าผู้แก่ที่จำแม่เฒ่าฉินได้ จึงพากันเข้ามาทักทาย
แม่เฒ่าฉินไม่แยแสสายตาของชาวบ้านที่มองมาอย่างสนใจ พูดคุยทักทายกับพวกเขาอย่างเป็กันเอง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ทันใดนั้น เสียงตวาดดังลั่นของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้น ทุกคนต่างหันไปมองและหลีกทางให้
เห็นเฉิงอันกำลังประคองชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามา
เสียงตวาดลั่นเมื่อครู่ เป็เสียงของชายชราที่สวมชุดคลุมยาวสีเทา อายุราว ๆ เจ็ดสิบถึงแปดสิบปี
“หยุดก่อน หยุดก่อน รีบมาทักทายกันเร็ว”
แม่เฒ่าฉินเรียกลูกชายให้รีบมาทักทาย
“ผู้าุโสาม!”
ฉินเหล่าเอ้อร์ ฉินเหล่าซาน และฉินเหล่าซื่อ พวกเขารีบเดินเข้ามาคำนับชายชราด้วยความเคารพ
ครั้งที่พวกเขาย้ายออกจากหมู่บ้านฉิน นอกจากเหล่าอู่ที่ยังไม่เกิด คนอื่นล้วนเกิดที่หมู่บ้านฉิน พวกเขาจึงรู้จักผู้าุโสามเป็อย่างดี
“ดี ๆ พวกเ้าโตกันหมดแล้ว แต่งงานมีครอบครัวกันหมดแล้วสินะ”
“ชุนหลานเอ๋ย ข้าแก่แล้ว ไม่ค่อยได้ออกไปไหน จึงไม่ค่อยรู้เื่รู้ราวเท่าไหร่นัก”
“ตอนนี้หัวหน้าหมู่บ้านคือฉินฟู่หลิน ข้าได้ยินเฉิงอันเล่าว่า...”
“หัวหน้าหมู่บ้าน ผู้าุโสาม ท่านต้องให้ความเป็ธรรมกับพวกข้าด้วย โจรใจบาปพวกนี้มันจะเอาชีวิตพวกข้า ท่านดูสิ พวกมันรุมทำร้ายพวกข้าจนบอบช้ำไปหมด”
ผู้าุโสามยังพูดไม่จบ เฉียนเหมยก็พุ่งเข้ามา เกือบทำให้เขาล้ม ดวงตาขุ่นมัวของชายชราเปลี่ยนเป็เ็าขึ้นมาทันที