อากาศเย็นชื้นพร้อมกับเสียงเรียกชื่อแอนโทนี่ทำให้เด็กชายวัย 12ปีรู้สึกตัวแล้วยันกายขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏสู่สายตาคือต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มมอสสีเขียวตลอดทั้งต้นหมอกที่หนาทึบบดบังรัศมีการมองเห็น ทำให้ไม่สามารถมองออกไปไกลกว่าบริเวณรอบตัวได้
“แอ..นโท..นี่”
เสียงอันคุ้นเคยเอ่ยเรียกชื่อเขาดังขึ้นทำให้แอนโทนี่ได้สติ รีบยันกายลุกขึ้นยืนมองไปรอบๆ ไม่ไกลจากที่เขายืนอยู่พ่อของเขากำลังนั่งพิงที่โคนต้นไม้ขนาดใหญ่โดนมีร่างของแม่อยู่ในอ้อมกอดไม่ห่างแอนโทนี่ถลาเข้าไปกอดผู้ให้กำเนิดทั้งสองเอาไว้พร้อมกับน้ำตาที่หลั่งรินด้วยความหวาดกลัว
“พ่อฮะ…อย่าเป็อะไรนะฮะ” เสียงสั่นเครือเอ่ยพูดพร้อมกับจ้องมองไปยังเืมากมายที่ชโลมอยู่บนตัวพ่อและแม่ของตน
“แอน..โทนี่..ฟะ.ฟังพ่อ…อยู่ให้ห่าง..จากเหล่าผู้ขายิญญา…เก็บแหวน..ที่พ่อให้..ให้ดี..อยะ..อย่าให้ใครเห็น..มัน….เฮือก!.....” บิดาของเขาพูดยังไม่จบก็กระอักออกมาเป็เืสีดำมากมายเปอะเปื่อนไปทั่วตัว
“ลูก..รัก..รับไป..ไม้..กายสิทธิ์..ประ..จำตัวแม่ลูก….”
พูดจบบิดาของเขาก็ยื่นมืออันไล้เรี่ยวแรงไปหยิบไม้ที่มีลักษณะเรียวเล็กออกจากมือของมารดาเขาตัวไม้เป็สีน้ำตาลแดงวาว ส่วนด้ามจับของไม้แท่งนั้นเป็สีดำมันวาวที่มีอัญมณีสีน้ำเงินเปล่งประกายฝังอยู่หนึ่งเม็ดและสลักรูปคล้ายเถาวัลย์พันรอบอัญมณีนั้นอย่างวิจิตรเมื่อมือเล็กๆเอื้อมไปรับไม้ที่พ่อของเขาเรียกว่าไม้กายสิทธิ์นั้นมาทันทีที่มือขวาของแอนโทนี่ัักับด้ามไม้แท่งนั้นจู่ๆก็เกิดแสงสว่างสีฟ้าจากทางด้านปลายของไม้และเคลื่อนที่หมุนวนมาทางด้านด้ามไม้ที่เขาจับอยู่ก่อนที่แสงนั้นจะพันรอบข้อมือแล้วเข้าสู้ด้านใน ข้อมือเล็กปรากฏเป็สัญลักษณ์วงกลมโดยที่ด้านในเป็รูปดาวห้าแฉกซ้อนทับกับสามรูปแสงสีฟ้าเคลื่อนที่ตามลายเส้นของสัญลักษณ์นั้นสามรอบก่อนแสงนั้นจะหายไปพร้อมกับสัญลักษณ์เมื่อเห็นดังนั้นแอนโทนี่ก็ใเป็อย่างมากจนเผลอสะบัดมือที่ถือไม้กายสิทธิ์นั้นอย่างแรงทำให้ไม้กายสิทธิ์ลอยออกไปตกไม่ไกลจากที่เขานั่งอยู่
“พะ..พ่อฮะ..แสงนั่นมัน..”ดวงตาตื่นตระหนกหันไปจ้องมองบิดาผู้อ่อนแรง
“ละ..ลูกพ่อ..จงเก็บแหวนและ….ไม้กายสิทธิ์..ไว้..ให้ดี…….อย่ากลับ..ไปที่บ้าน..ของเราอีก….จงมีชี..วิตอยู่ต่อไป..อย่างเข้มแข็ง…จงหาทาง…ไปที่เบอร์ดัมบัส..ที่นั่น..ลูกจะปลอดภัย…พวก..เรารัก..ลูก”
เมื่อสิ้นเสียงจู่ๆก็เกิดแสงสีแดงแผ่กระจายออกมาจากหลังของบิดาของเขาพลันเกิดเป็ปีกสีดำขนาดใหญ่ค่อยๆเคลื่อนตัวมาห่อหุ้มร่างของผู้ให้กำเนิดทั้งสองเอาไว้เปลวเพลิงสีแดงม่วงสว่างไสวเกิดขึ้นที่ทางด้านหลังบิดาแล้วลามไปทั่วทั้งปีกจากนั้นทุกอย่างตรงหน้าของแอนโทนี่ก็ะเิออกมากล้ายเป็ละอองสีแดงและเงินคละกันไปละอองเ่าั้ค่อยๆล่องลอยออกไปและจางหายไปในอากาศ
“ไม่!!!!!!!! พ่อฮะ!! แม่ฮะ!!....” แอนโทนี่พยายามจะเอื้อมเข้าไปกอดร่างผู้ให้กำเนิดเอาไว้แต่ก็เอื้อมได้เพียงสายลมที่พัดแ่เบา
“พ่อฮะ แม่ฮะ ผมกลัว อย่าทิ้งผมไว้คนเดียว…ฮึก..ฮื้อ…”
แอนโทนี่ร่ำร้องปานจะขาดใจพลางสอดสายตามองรอบตัวอย่างหวาดกลัว ในความมืดมิดเงียบสงบไม่มีแม้กระทั่งเสียงแมลงตัวเล็ก จะให้เขาอยู่ได้อย่างไรในป่าที่ไม่รู้จักแห่งนี้เพียงคนเดียวจะให้เขาออกไปจากที่นี่ได้อย่างไรกัน
แอนโทนี่ร้องไห้จนหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อนภายใต้การปกป้องของต้นไม้ขนาดใหญ่ที่โน้มกิ่งก้านลงมาโอบกอดเขาไว้อย่าง้าปลอบโยนและปกป้องแอนโทนี่หลับใหลพร้อมกับท่องอยู่ในห้วงความฝันที่แสนมีความสุขที่เคยเกินขึ้นในชีวิตของเขา
‘แอนโทนี่เมื่อตอนลูกอายุครบ 12 ปี ลูกต้องย้ายไปเรียนที่อื่นแล้วนะตื่นเต้นหรือเปล่า’ ในมือของหญิงวัยกลางคนแต่ยังคงความสวยสง่าดุจดังสตรีผู้สูงศักดิ์ในมือทั้งสองข้างจัดเตรียมเอกสารต่างๆเพื่อเตรียมพร้อมให้ลูกน้อยเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียง
‘ฮะ! แต่ที่นู่นจะมีคนมาแกล้งผมไหมฮะผมไม่อยากโดนแกล้ง’ เด็กชายแอนโทนี่ตอบอย่างตื่นเต้นแล้วแอบหน้ามู่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เคยโดนแกล้งมา
‘เอ…อันนี้แม่ก็ไม่รู้สิ แต่ลูกต้องเข้มแข็ง โตแล้วต้องดูแลตัวเองนะครับ’ ั์ตาสีฟ้ากระจ่างใสจ้องมองบุตรชายคนเดียวอย่างอ่อนโยน
‘เอาหล่ะ… ลูกอยู่กับพ่อไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะออกไปข้างนอก ลูกจะเอาอะไรไหมคะ’
‘ขนม เอาขนมฮะ ……แต่แม่ฮะ ผมไปด้วยไม่ได้หรอ’ แอนโทนี่ส่งสายตาอ้อนวอนอย่างน่าเอ็นดูให้ผู้เป็แม่
‘ไม่ได้จ่ะลูกยังไม่ถึงเวลาที่จะไปนะ’
‘แล้วแม่ไปทำไมฮะ’
‘แม่ก็เอาเงินไปฝากไว้ให้ลูกยังไงล่ะ’ ผู้เป็แม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะพร้อมขยี้ผมเงินนุ่มของบุตรชายอายุ10 ขวบ
“แม่ฮะ….. รีบกลับมานะฮะ” เสียงละเมอของแอนโทนี่ดังขึ้นพร้อมกับต้นไม้ใหญ่ที่โอบกอดเขาไว้ตลอดค่ำคืนคลายกิ่งก้านออกแล้วกลับไปตั้งตรงดังเดิม